weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Customer genius

สก๊อต เบดเบอรี เจ้าของคำขวัญ ' Just do it' ของไนกี้ และต้นตำรับของคำว่าฟราบปูชิโน ในรายการเครื่องดื่มของสตาร์บัคส์ เคยพูดไว้ว่า 'แบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ จะแบ่งขั้วผู้คนคือ มีทั้งรัก และมีทั้งชัง' ทีมฟุตบอลบาร์เซโลนา เป็นทีมฟุตบอลขวัญใจของคนทุกคนไม่ได้ แต่มันเป็นทุกอย่างสำหรับสาวกตัวยง แมคโดนัลด์เป็นสวรรค์ของบางคน และเป็นนรกสำหรับอีกหลายคน
แบรนด์ มีหลัก 3 อย่าง
1. Rational ความเป็นเหตุเป็นผล สิ่งที่แบรนด์เอื้อโอกาสให้คนทำได้ เช่น ไนกี้ไม่ใช่รองเท้า หรือเสื้อกีฬาที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นเรื่องของคนเล่นกีฬา
2. Comparative เปรียบเทียบได้
3. Emotional ผลตามมาคือ ความรู้สึกของคนต่อแบรนด์
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและแรงจูงใจ
1.identify ระบุตัวคนเหล่านั้น และหาวิธีที่จะเข้าถึงคนเหล่านั้น
2.attract ดึงดูดความสนใจของคนเหล่านั้น ด้วยข้อเสนอที่เหมาะกับพวกเขา
3.serve ให้บริการด้วยวิธีการที่เป็นส่วนตัว
4. Retain รักษาลูกค้าไว้ และเขาต้องยังสร้างกำไร
5.grow สานต่อความสัมพันธ์ และยังคงมำให้เขาทำกำไร
กลยุทธ์ลูกค้า
1.ใครเป็นลูกค้าเป้าหมายที่ดีที่สุด. 2.พวกเขาอยากได้อะไรจากเรา. 3.เราจะดึงดูดความสนใจของเขาโดยคงทำกำไรได้งย่างไร
สร้างฐานข้อมูลรายละเอียดของลูกค้าปัจจุบัน. เข้าใจปัญหา/ความมุ่งหวังของเขา พิจารณาทางออกที่เหมาะสมและเข้ากับลูกค้าได้
ระบุลูกค้าที่มีศักยภาพสูงสุดเป็นเป้าหมาย. กำหนดบริบทที่คุณสามารถให้บริการ. ทำข้อเสนอสำหรับแต่ละกลุ่ม
ประเมินลูกค้าด้านความสามารถในการทำกำไร. จำแนกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วยแรงจูงใจที่ต่างกัน ดึอดูดความสนใจ ให้ประสบการณ์ที่ออกแบบเฉพาะกลุ่ม
พัฒนากลยุทธ์ทางเลือกอื่น สำหรับลูกค้รายอื่น. เข้าใจความจำเป็น/ความต้องการตามลำดับความสำคัญ รักษาและขยายฐานสร้างกิจกรรมและยังคงกำไร

คุณเคยพบกับลูกค้าธรรมดาๆสักคนมั๊ย?
ลูกค้าที่เป็นหนึ่งในผู้หญิงร้อยละ 51 ขับรถยนต์4ประตูสีเงิน มีลูก2.1 คน อยู่ในบ้านขนาด 2.7ห้องนอน กับแมว 1.2ตัว ไปซื้อของอาทิตย์ละ 3.4ครั้ง ไม่เคยเชื่อนักการเมืองแต่รักจอร์จ คลูนีย์
ไม่มีใครเป็นตัวเลขเฉลี่ย เพราะมีคนน้อยมากที่ต้องการเป็นเช่นนั้น แต่กระนั้นธุรกิจส่วนใหญ่ก็ให้ความสำคัญและยึดถือในค่าเฉลี่ยนี้ตลอดมา ให้และเสนอบริการโดยยึดค่าเฉลี่ยนี้เป็นหลัก น่าเสียดายที่ความพยายามนั้นไม่ได้ทำให้ใครมีความสุขขึ้นเลยทั้งบริษัทและลูกค้า'เฉลี่ย'นั้น เพราะมันกลายเป็นของพื้นๆสำหรับทุกคน

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Daily Drucker

ความรู้และฝีมือ มีลักษณะพื้นฐานที่ต่างกัน ฝีมือ- จะเปลี่ยนแปลงช้าๆ ส่วนความรู้จะเปลี่ยนแปลออย่างรวดเร็ว คนทำงานจะกลายเป็นคนตกยุค ล้าสมัยถ้าไม่หาความรู้เพิ่มเติมในวิชาชีพของตน
ถ้าคุณไม่สามารถทำซำ้ของบางอย่างได้ เพราะคุณไม่เข้าใจมันแล้วล่ะก็ นั่นแสดงว่ามันไม่ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้น มันเพียงแต่ถูกทำให้เลร็จสิ้นเท่านั้นเอง

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Customer genius

อ่านมุมมองของ Stender soap factory แล้วรู้สึกทึ่งเลยอยากแชร์: 'สเตนเดอร์เป็นฝันของ2 สาวลัตเวียที่เริ่มทำสบู่จากสูตรโบราณเธอกล่าวว่า 'พันธกิจของเราคือ ให้โอกาสผู้คนได้รู้จักตัวเองมากขึ้นและค้นหาคุณค่าเพื่อส่งเสริมตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์ แสวงหาและค้นพบความสงบ ความงามในความสัมพันธ์อื่นๆ เราเน้นความอบอุ่นด้วยความสัมพันธ์ในหมู่คน ฟื้นฟูธรรมเนียมเก่าแก่ของคน และค่านิยมของการดำเนินชีวิตที่สมดุลในยุคที่มีแต่ความเร่งรีบและฉาบฉวย
สเตนเดอร์สบอกว่า 'ครั้งที่ความงามเป็นยิ่งกว่าหน้าที่'
ประเด็นที่สำคัญในมุมมองที่สเตนเดอร์ส มองลูกค้าและน่าประทับใจ 'แบรนด์ของเราได้รับความสนใจจากตลาดใหม่ที่เราได้ลูกค้าใหม่ค่อนข้างง่าย แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังให้ความสำคัญอันดับแรกแก่ลูกค้าประจำที่ภักดีกับแบรนด์ของเรา โดยเราทุ่มเทให้ลูกค้าเหล่านี้มากขึ้น พร้อมกับตอบแทนความภักดีและสร้างความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับลูกค้า เราให้ความใส่ใจลูกค้าทุกคนเสมือนหนึ่งว่าเขาเป็นลูกค้าเพียงคนเดียวของเรา เรามีชีวิตอยู่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นทั้งลมหายใจและความฝันของเรา' หากใครมีความเชื่ออย่างจริงจังกับลูกค้ามากมายขนาดนี้ คุณทำธุรกิจอะไรก็ได้