รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555
กฏ 25 ข้อสู่ความสำเร็จ
เราทุกคนรู้จักคนที่ไม่รับฟังความคิดของใครนอกจากตัวเอง พวกเขาก็แค่ไม่สนใจในสิ่งที่คนอื่นคิด พวกเขาไม่ต้องการได้ยินอะไรก็ตามที่คนอื่นพูด สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ คำพูดเหล่านั้นสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ ถ้าเพียงแต่เขาเปิดใจรับฟัง
อยู่ในเส้นทาง ออกนอกเส้นทาง
ให้คนหนึ่งไปอยู่อีกมุมห้องไกลๆ แล้วเราเดินออกไปหา ขณะเดินไปหา ให้คนนั้นบอกว่าเราอยู่ในเส้นทาง หรือออกนอกเส้นทาง เมื่อเราเฉออกไปให้เขาบอก ออกนอกเส้นทาง เมื่อเราเดินตรงไป ให้เขาช่วยยืันยันว่า อยู่ในเส้นทาง ในชีวิตจริงไม่ว่าเป้าหมายเป็นอะไร เราล้วนเคยอยู่ในและออกนอกเส้นทางมาแล้ว แต่หากเราแปลคำของเพื่อนที่คอยบอกเป็นลบ คอยกลั่นแกล้งเรา ไม่เห็นด้วยกับเรา ...
เมื่อได้ยินคำ comment หรือคำป้อนกลับจากคนอื่น ปฏิกิริยาตอบรับจะมี 3 อย่าง
1) ฟูมฟาย ตีอกชกหัว 'ฉันไม่เคยทำอะไรได้เลย ฉันมันไอ้ขี้แพ้ ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางหรอก ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะฝืนไปทำไม สุดท้ายมันก็เหมือนเดิม'
2) โวยวาย ต่อว่าแหล่งข้อมูลป้อนกลับ 'แกทำได้ ก็ลองมาทำเองซิ บอกอย่างเดียวมันง่ายอยู่แล้ว โธ่เอย... พูดอยู่ได้'
3) เพิกเฉยต่อข้อมูล เดินเอามืออุดหู ไม่สนใจ เดินตามที่ตัวเองต้องการ โดยไม่สนใจว่าจะถึงเป้าหมายหรือไม่
ผู้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าขอความเห็นจากคนอื่นเพื่อปรับปรุงตัวเอง เพราะพวกเขากลัวในสิ่งที่กำลังได้ยิน การได้รู้ความจริงย่อมดีกว่าไม่รู้เป็นอันมาก เพราะเราสามารถเลือกทำอะไรสักอย่างกับมันได้ แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของการใช้ชีวิตแบบหลีกเลี่ยงความจริง ก็คือคุณจะเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รู้ความลับ
ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะเผชิญหน้ากับอุปสรรคซึ่งบีบคั้นหัวใจก่อนที่จะได้ชัยชนะ พวกเขาเอาชนะได้ เพราะพวกเขาปฏิเสธที่จะท้อใจกับความพ่ายแพ้ของตัวเอง " บี ซี ฟ็อบส์ ผู้ก่อตั้งนิตยสารฟ็อบส์
สำหรับความผิดพลาดทุกอย่าง มีทางเลือกอีกทางที่จะทำได้ คุณเพียงแต่ต้องหามันให้เจอ เมื่อคุณเจอสิ่งกีดขวาง จงหาทางอ้อมมันไป จงมีทัศนคติแบบแก้ปัญหาเสมอ จงเพียรพยายามจนกว่าคุณจะพบวิธีการที่ใช้ได้ " แมรี เคย์ เอช ผู้ก่อตั้งนิตยสารแมรีเคย์
ความยากลำบากเป็นโอกาสไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น มันเป็นหินรองก้าว เพื่อนำเราสู่ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไป เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง ประตูอีกบานจะเปิดขึ้นเสมอ มันเป็นกฏธรรมชาติที่ปรับให้เกิดสมดุล " ไบรอัน อดัมส์
ความสำเร็จคือผลรวมของความพยายามเล็กๆน้อยๆ ที่เกิดขึ้นวันแล้ววันเล่า " โรเบิร์ต โคลลิเออร์
รอน สโคลาสติโก กล่าวไว้ว่า 'ถ้าคุณไปที่ต้นไม้ขนาดมหึมา และฟันมันด้วยขวานที่คมมากวันละ 5 ครั้งทุกวัน ไม่ว่าต้นไม้จะใหญ่โตเพียงใด ในที่สุดมันจะต้องโค่นลง' กฏของมหัศจรรย์เลขห้า คือ ในทุกๆสันเราจะทำสิ่งที่เฉพาะเจาะจง 5 อย่างที่จะช่วยให้เราทำเป้าหมายให้เสร็จสมบูรณ์ได้
คุณคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่คุณใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด 'จิม รอนส์
เราจะเป็นเหมือนกับคนที่เราคบหาสมาคมด้วยมากที่สุด นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องใช้เวลาอยู่กับผู้คนที่เราอยากจะเป็นเหมือนเขา ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จมากกว่าที่เป็นอยู่ เราต้องเริ่มคบหาสมาคมกับคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเรา
ความมั่นใจนั้นแพร่ระบาดติดต่อกันได้ เช่นเดียวกับการขาดความมั่นใจ ' วินซ์ ลอมบาร์ดี หัวหน้าโค้ชทีมกรีน เบน แพ็คเกอร์ ผู้เป็นตำนานของอเมริกันฟุตบอล
มีคนอยู่ 2 ประเภทคือ พวกที่เป็นสมอและพวกที่เป็นเครื่องยนต์ คุณต้องโยนพวกสมอทิ้งไปและคบหากับพวกเครื่องยนต์ เพราะเครื่องยนต์จะช่วยพาคุณแล่นไปที่ไหนก็ได้ ทำให้ชีวิตคุณสนุกสนานมากขึ้น ในขณะที่สมอรังแต่จะฉุดรั้งคุณรั้งให้ต่ำลง 'โรเบิร์ต ไวแลนด์
ความเพียรพยายามน่าจะเป็นคุณลักษณะหนึ่งที่พบมากที่สุดในหมู่คนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง พวกเขาปฏิเสธที่จะล้มเลิก ยิ่งคุณพยายามอยู่นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่บางสิ่งจะริ่มเข้าทางคุณ ไม่ว่าจะดูยากเพียงใดก็ตาม ยิ่งคุณเพียรพยายามนานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากเท่านั้น
ใช่ทุกอย่างจะง่ายเสมอไป: บางครั้งคุณต้องอดทนเมื่อเิญกับอุปสรรคต่างๆ อาจเป็นอุปสรรคที่มองไม่เห็นจนไม่สามารถวางแผนคิดล่วงหน้าได้ บางครั้งคุณจะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลซึ่งถาโถมเข้ามา อละบางครั้งจักรวาลนี้จะทดสอบความมุ่งมั่นของคุณในการไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไการเดินทางอาจลำบากลำบน คุณจำเป็นต้องปฏิเสธที่จะไม่ล้มเลิกขณะเรียนรู้บทเรียนใหม่ๆ และทำการตัดสินใจที่ยากลำบาก
คำถามอันทรงคุณค่าที่สุดที่จะได้เรียนรู้
จากคะแนน 1-10
คุณประเมินการประชุมในปีที่ผ่านเป็นเท่าไหร่ ต้องทำอย่างไรถึงจะได้เต็ม
ประเมินในฐานะของหัวหน้า ต้องทำอย่างไรถึงจะได้เต็ม
ประเมินผลงานทีมที่ออกมา ต้องทำอย่างไรถึงจะได้เต็ม
ประเมินผลงานของตัวเอง
ประเมินความตั้งใจ,การเรียนรู้ของตัวเอง
ประเมินความพอใจของตัวเอง
ประเมินความภูมิใจ ที่เป็นส่วนหนึ่งของทีม
ประเมินความสัมพันธ์ของเรา
มีความมหัศจรรย์อันหนึ่งในทะเลสาบแอโรเฮดด์ ทุ่งแดฟเฟอร์ดิลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เมื่อถึงตรงกลางมีป้ายปักไว้ว่า คำตอบสำหรับคำถามที่ฉันรู้ว่าคุณกำลังถามอยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งกับสองมือ สองเท้าและสมองเล็กๆ คำตอบที่สอง ทีละต้น คำตอบที่สาม เริ่มในปี 1958 ผู้หญิงคนหนึ่งได้เปลี่ยนโลกไปตลอดกาลด้วยการปลูกแดฟเฟอร์ดิลทีละต้นเป็นเวลากว่า 40 ปี คุณจะทำอะไรสำเร็จได้บ้าง ถ้าคุณทำไปทีละเล็กละน้อยเป็นจำนวน 5 อย่างต่อปีทุกวัน ตลอด 40 ปีข้างหน้า ถ้าเขียนวันละ 5 หน้ามันจะกลายเป็นเอกสาร 73,000 หน้าหรือเท่ากับหนังสือหนา 300 หน้าจำนวน 243 เล่ม ถ้าออมวันละ 5 เหรียญ มันจะกลายเป็น 73,000 ดอลลาร์ ซึ่งมากพอที่จะเที่ยวรอบโลกได้ 4 ครั้งเลย นี่แหละ มหัศจรรย์ของเลขห้า
วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555
โลกไม่ได้ให้ผลตอบแทนกับสิ่งที่คุณรู้ แต่ให้ผลตอบแทนกับสิ่งที่คุณทำ สัจธรรมแห่งความสำเร็จอันเที่ยงแท้คือ 'จักรวาลตอบแทนให้การกระทำ'น่าประหลาดใจที่คนจำนวนมากจมปลักอยู่กับการนั่งคิด วิเคราะห์ ทั้งที่สิ่งเดียวที่พวกเขาควรทำที่สุดคือ การลงมือทำ
บางคนใช้เวลาตลอดทั้งชีวิต 'รอคอยช่วงเวลาที่ดีเยี่ยม' ที่จะทำอะไรสักอย่าง แต่เวลาที่ดีเยี่ยมนั้นแทบไม่มีอยู่จริง สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการเริ่มต้นลงมือทำเท่านั้น ผู้คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับวลีที่ว่า 'เตรียมพร้อม เล็ง ยิง'ปัญหาคือ มีผู้คนมากมายเหลือเกินใช้เวลาในชีวิตทั้งหมดของตัวเอง ไปกับการเล็งเป้า แต่ไม่เคยยิง พวกเขาได้แต่เตรียมพร้อมที่จะทำให้สมบูรณ์แบบ แต่วิธีที่เร็วที่สุดที่จะยิงเข้าเป้าคือ เล็งและยิงออกไปเลย ดูว่ากระสุนเข้าตรงไหน แล้วปรับระยะใหม่ให้ใกล้เป้าไปเรื่อยๆ ในไม่ช้าเราก็จะยิงโดนเป้า สิ่งนี้เป็นจริงกับทุกเรื่องไม่ว่าอะไรก็ตาม
หยุดการรอคอย: ถึงเวลาเลิกรอคอย ความสมบูรณ์แบบ แรงบันดาลใจ การอนุญาต ใครสักคนที่เปลี่ยนแปลง คนเหมาะสมที่จะเข้ามา ฤกษ์งามยามดี ความมั่นใจในตัวเองที่มากขึ้น ผู้บริหารคนใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง ความเจ็บปวดที่จะหายไป
จงลงมือทำเสียที!!!
เรย์ ครอค ผู้ก่อตั้งแมคโดแนลกล่าวว่า กุญแจสู่ความสำเร็จมี 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1) อยู่ในที่ที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม 2) รู้ว่าตัวคุณอยู่ที่นั่นด้วย 3) ลงมือทำ
เราสามารถเดินเขย่งเท้าไปตลอดชีวิต เพื่อหวังว่าเราจะตายอย่างไม่ถลอกปอกเปิกจนเกินไป หรือเราจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ สมบุกสมบันเพื่อบรรลุเป้าหมายและทำความฝันสูงสุดของเราให้เป็นจริง " บ๊อบ พรอกเตอร์
มีใครในชีวิตคุณที่เอาแต่บ่นและโทษคนโน้นคนนี้เกี่ยวกับสถานการณ์ของพวกเขาเองไหม มีใครบ้างไหมที่มักตัดสินคนอื่น กระจายข่าวลือในแง่ร้าย มีใครบ้างไหมที่มักจะบอกว่าความฝันของคุณเป็นไปไม่ได้ พยายามยับยั้งไม่ให้คุณเชื่อมั่นและเดินทางไปยังเป้าหมายของคุณ จงหยุดหรือเลี่ยงที่จะใช้เวลากับคนพวกนี้ เพราะคุณจะถูกดูดพลังบวกที่มี และในที่สุดคุณก็เริ่มไม่มั่นใจในตัวเองและกลายเป็นคนลบเหมือนพวกเขา
จงพยายามแวดล้อมตัวเองด้วยผู้คนที่คิดในเชิงบวก เกื้อหนุนและเติมพลังให้กับคุณ จงมองหาผู้คนที่เชื่อมั่นในตัวคุณ กระตุ้นให้คุณเดินตามความฝันของตัวเอง และปรบมือให้กับชัยชนะของคุณ จงห้อมล้อมตัวเองด้วยผู้ที่มองโลกในแง่ดี มีความฝันและจินตนาการ ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ คุณต้องเริ่มคบหาสมาคมกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ขอมห้เขาเล่ากลยุทธ์ความสำเร็จของพวกเขาให้คุณฟัง ทดลองทำในสิ่งที่พวกเขาทำ อ่านในสิ่งที่พวกเขาอ่าน คิดในแบบที่พวกเขาคิด ถ้ามันได้ผลให้นำม่ปรับใช้ แต่ถ้าไม่ได้ผลก็หยุดและมองหาวิธีใหม่มาทดลองต่อไป
มีพวกเรามากมายแค่ไหนที่ทำอะไรเยอะแยะ แต่ไม่เคยเสร็จสมบูรณ์ เราดั้นดนไปถึงตอนจบแต่ทิ้งสิ่งที่ต้องทำสุดท้ายเอาไว้ มีชีวิตเราในด้่านไหนบ้างที่เราปล่อยโครงการทิ้งไว้โดยไม่ทำให้เสร็จ หรือทำอะไรไม่สำเร็จกับใครบางคน เมื่อเรายังไม่ได้ทำให้อดีตสมบูรณ์ เราก็ไม่อาจอ้าแขนรับปัจจุบันได้อย่างเต็มที่
เราสามารถใส่ใจในสิ่งต่างๆได้ทีละอย่างเท่านั้น แต่ละคำสัญญา ข้อตกลงหรือสิ่งที่ต้องทำ สิ่งต่างๆนี้จะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของความทรงจำของเรา จะทำให้หน่วยความทรงจำเหลือน้อยลงสำหรับงานปัจจุบัน รวมไปถึงโอกาสใหม่ๆและนำความอุดมสมบูรณ์เข้ามาสู่ชีวิตคุณ ถ้าเช่นนั้น ทำไมคนเราจึงไม่ทำให้เสร็สมบูรณ์ บ่อยครั้งที่ความไม่เสร็จสมบูรณ์แสดงให้เห็นถึงชีวิตของเราในด้านต่างๆที่ขาดความชัดเจน หรือมีอุปสรรคทางใจเข้ามาปิดกั้น งานที่เสร็จสมบูรณ์ 20 อย่างนั้นมีพลังมากกว่างานที่ทำแค่ครึ่งๆกลางๆ 80 อย่าง
สิ่งที่รบกวนจิตใจคุณในชีวิตประจำวันสามารถสร้างความเสียหายให้กับความสำเร็จของคุณได้พอกับสิ่งที่ไม่เสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากมันดึงพื้นที่ความใส่ใจออกไป สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ทุกครั้งที่เห็นมันและคิดอยากให้มันเปลี่ยนแปลง พลังงานของคุณจะถูกสูบออกไป มันจะคอยสูบพลังแทนที่จะเพิ่มพลังให้กับชีวิตคุณ
พัฒนานิสัยแห่งความสำเร็จขึ้นมาใหม่ปีละ 4 อย่าง: ใครก็ตามที่ต้องการไปให้ถึงจุดสูงสุดในธุรกิจ จะต้องเข้าใจพลังอำนาจของนิสัย เขาจะต้องรีบเลิกนิสัยที่ปิดกั้นความสำเร็จของตัวเอง และเร่งน้อมรับหลักปฏิบัติที่จะกลายเป็นนิสัยที่ช่วยให้เขาประสบความสำเร็จที่ปรารถนาได้" เจ พอล เก็ตที
ไม่ว่าจะดีหรือแย่ นิสัยต่างๆล้วนทำให้เกิดผลลัพท์ตามมาเสมอ: ความสำเร็จเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจและการฝึกนิสัยอันเรียบง่าย เฉพาะเจาะจงอย่างจริงจังซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จเสมอ " โรเบิร์ต เจ ริงเกอร์ ผู้เขียน Million dollar habits
นิสัยของคุณเป็นตัวกำหนดผลลัพท์ของคุณ ผู้ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ลอยละลิ่วสู่จุดสูงสุด การไปถึงจุดนั้นได้ต้องอาศัยการกระทำที่แน่วแน่ วินัยส่วนตัว และพลังงานมากมายในทุกๆวันเพื่อให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นได้ นิสัยที่คุณพัฒนาขึ้นในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่าอนาคตของคุณจะออกมาเป็นเช่นไร
ปัญหาอย่างหนึ่งของคนที่มีนิสัยแย่ๆก็คือผลลัพธ์ของนิสัยแย่ๆเหล่านั้น จะยังไม่เผยออกมาให้เห็นจนกว่าจะถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต เมื่อคุณมีนิสัยไม่ดีเรื้อรัง สุดท้ายชีวิตจะให้ผลตามมา คุณอาจไม่ชอบผลของมัน แต่ชีวิตยังจะส่งมาให้คุณอยู่ดี ข้อเท็จจริงก็คือ ถ้าคุณทำสิ่งต่างๆในแบบเดิม คุณจะได้รับผลลัพธ์ที่คาดเดาได้เสมอ นิสัยเชิงบวกจะก่อให้เกิดผลเชิงบวก นิสัยลบจะก่อให้เกิดผลเชิงลบเสมอ
ความสำเร็จจะตามมา หลังจากที่คุณได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่มีวิธีอื่นใดอีกที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ " มัลคอม เอส ฟ็อบส์"เจ้าของนิตยสารฟ็อบส์