คุณสามารถรับคำว่า 'ไม่' ได้กี่ครั้ง? มีกี่ครั้งที่คุณต้องการเดินเข้าไปคุยกับใครสักคนที่สะดุดตา แต่ตัดสินใจว่าไม่ไปดีกว่า เพราะไม่อยากได้ยินคำว่า 'ไม่'. กี่ครั้งที่คุณตัดสินใจว่าจะไม่ลองอะไรใหม่ หรือโทรศัพท์ไปขายของ หรืออื่นอีกมากมาย เพราะไม่อยากได้ยินคำว่า 'ไม่' คิดดูสิว่าคำแค่คำเดียว จำกัดชีวิตคุณไว้แค่ไหน คำนั้นไม่ได้มีพลังอำนาจใดๆอยู่เลย มันมีพลังขึ้นมาเพราะคุณเองเป็นคนให้พลังแก่มัน พลังอำนาจของมันมาจากข้อจำกัดต่างๆที่มีนทำให้คุณสร้างขึ้น ก็แล้วความคิดจำกัดๆก่อให้เกิดอะไรขึ้น? ก็ชีวิตที่จำกัดยังไงล่ะ
จะไม่มีความสำเร็จที่แท้จริง หากปราศจากการปฏิเสธ ยิ่งถูกปฏิเสธมากเท่าใด คุณก็ยิ่งเก่งขึ้น ยิ่งได้เรียนรู้มากขึ้น ยิ่งเข้าใกล้ผลลัพธ์ของคุณมากขึ้น ครั้งต่อไปถ้ามีใครปฏิเสธคุณ แทนการโกรธขุ่นเคือง ให้ขอบคุณเขาเสีย
เงินจำนวนมากเท่าใดก็ไม่อาจซื้อสิ่งที่คุณได้รับเมื่อคุณให้ออกไป การวางแผนด้านการเงินใดๆ ก็ไม่อาจเทียบได้กับการที่เราให้ออกไปร้อยละสิบจากที่คุณหามาได้ เหตุผล เพราะเมื่อคุณให้ออกไป มันเหมือนการกล่าวกับจิตสำนึกของคุณว่า คุณมีมากจนเหลือเฟือ ถ้ามันมีมากจนเหลือเฟือก็หมายความว่าคุณสามารถได้ในสิ่งที่คุณต้องการและคนอื่นก็ด้วยเช่นกัน เมืีอคุณยึดความคิดนั้นไว้ คุณก็สามารถจะทำให้มันกลายเป็นจริงได้เช่นกัน
ผู้ซึ่งมาถึงความสำเร็จมากที่สุดแล้ว กระนั้นยังคงมีทุกสิ่งได้อีก หากยังมีอนาคตที่รอให้บรรลุ " เล่าจื้อ
จงอยู่ให้ห่างจาก 'วงนินทา' ไม่ว่าจะเป็นการเงิน งาน ความสัมพันธ์ ธุรกิจ ต่างๆ เพราะมันใส่ยาพิษให้สมองคุณ ทำให้คุณมุ่งสนใจกับสิ่งที่คนอื่นทำในชีวิตส่วนตัว แทนที่จะเป็นเรื่องว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อทำให้คุณประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องง่ายที่จะไปติดกับวงนินทา แต่คนที่ทำเช่นนี้กำลังดึงความสนใจของตัวเองออกจากความเบื่อหน่ายซึ่งเกิดจากการไร้ความสามารถในการผลิตผลลัพธ์ที่เขาปรารถนา
โรลลิ่ง ธันเดอร์ ปราชญ์อินเดียแดง พูดไว้ว่า 'จงพูดด้วยความมุ่งหมายดีเสมอ' จงไว้ว่าสิ่งที่เราให้ออกไปมักจะย้อนกลับมาสู่เราเสมอ ให้อยู่ห่างจากที่ทิ้งขยะของชีวิต อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ หากคุณต้องการเป็นคนที่พอใจแล้วและอยู่อย่างผู้แพ้ ให้ใช้เวลาไปกับการนินทาว่าใครไปหลับนอนกับใคร ถ้าคุณต้องการจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จงทำให้แน่ใจว่าคุณได้ท้าทายตนเอง ทดสอบตนเอง และทำให้ชีวิตของตนเองเป็นสิ่งพิเศษ
ถ้าคุณต้องการให้ชีวิตดำเนินไปได้ด้วยดี คุณต้องเริ่มที่ว่าจะเป็นผู้ให้ได้อย่างไร คนส่วนใหญ่เริ่มชีวิตโดยไม่คิดอย่างอื่นนอกจากว่าจะรับอย่างไร? การรับ ไม่ได้เป็นปัญหาหรอก การรับเปรียบเสมือนเป็นมหาสมุทร แต่คุณต้องทำให้แน่ใจว่าคุณกำลังให้เพื่อที่คุณจะได้เริ่มทำให้กระบวนการเคลื่อนที่ไป ปัญหาในชีวิตก็คือคนเราอยากเป็นฝ่ายที่ได้สิ่งต่างๆก่อน ถึงค่อยคิดว่าจะให้อย่างไร คนส่วนใหญ่ต่างก็คิดเช่นนี้ เลยทำให้ต่างฝ่ายต่างรอ สุดท้ายการมีสถานะที่จะเป็นผู้ให้เลยไม่ได้ทีโอกาสเกิดขึ้น
จิม รอน สอนไว้ว่า 'ความสุขและความสำเร็จในชีวิตไม่ได้เป็นผลมาจากสิ่งที่เรามี แต่ทว่าเป็นผลจากลักษณะการใช้ชีวิตของเรา สิ่งที่เราทำกับสิ่งที่เรามี เป็นตัวสร้างความแตกต่างในคุณภาพของชีวิต'
มีคนที่ดีแต่พูดมากมายในโลกนี้ มีคนที่รู้ว่าอะไรถูก อะไรมีพลัง อะไรที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ อยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ได้ผลิตผลลัพธ์ที่พวกเขาปรารถนา ไม่เพียงพอที่จะเอาแต่พูด คุณต้องทำอย่างที่คุณพูด นั่นแหละคือ พลังไร้ขีดจำกัด คือการจัดการให้ตัวเองทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อผลิตความเป็นเลิศ
มีนักกล่าวปราศรัยที่ยิ่งใหญ่ 2 คนในสมัยโบราณ คนหนึ่งคือซิเซโร และอีกคนหนึ่งคือ ดีมอสตินีส เมื่อซิเซโรพูดจบลง ผู้คนจะลุกขึ้นยืนตบมือให้เกียรติและร้องเชียร์ว่า 'พูดได้ยอดเยี่ยมมาก' เมื่อดิมอสตินีสพูดจบ ผู้คนพูดว่า 'มาลุยกันเถอะ' แล้วพวกเขาก็ทำตามนั้น และนั่นคือความแตกต่างระหว่าง 'การเสนอเรื่องราว' และ 'การจูงใจ'
ขอให้ไม่เพียงแต่บุกบั่นเพืีอให้ได้เป้าหมายที่คุณตั้งไว้เท่านั้น แต่ขอให้ได้มันมาและตั้งมั่นต่อไปให้มากขึ้นอีก ไม่เพียงแต่มั่นคงในความฝันที่คุณมีอยู่ แต่ฝันให้ใหญ่กว่าฝันที่ผ่านมา ไม่เพียงให้ปีติสุขกับดินแดนและความมั่งคั่งแห่งนี้ แต่สร้างมันให้เป็นที่ควรค่าแก่การอยู่มากขึ้น และไม่เพียงนำสิ่งที่คุณสามารถทำได้ออกมาจากชีวิต แต่ขอให้มอบความรักและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ด้วย จงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมพิเศษไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าทำมากกว่า การแค่อยากจะทำ " บทส่งท้าย Unlimited Power by Anthony Robbins
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556
วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556
Unlimited power. 5
จงสนองกลับอย่างชาญฉลาด แม้กับสิ่งที่เขากับเราอย่างไม่ฉลาด " เล่าจื้อ
ทุกสิ่งที่ขยายเขตแดนแห่งพลังอำนาจของมนุษย์ ซึ่งแสดงให้มนุษย์เห็นได้ว่า เขาสามารถทำในสิ่งที่เขาคิดว่าเขาทำไม่ได้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า 'เบ็น จอนสัน
รูปแบบพฤติกรรมของเรา ไม่ได้เป็นสิ่งที่ฝังลึกในสมองจนลบไม่ออก ถ้าเราทำอะไรที่ซ้ำซากที่มันให้ข้อจำกัดแก่ตัวเอง เราไม่ได้กำลังทุกข์ทนกับความเจ็บปวดซ่อนเร้นที่หายยาก เราเพียงแต่กำลังเล่นรูปแบบแย่ๆกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ให้ตระหนักรู้ว่า ถ้าเราทำอะไรแล้วเราไม่ชอบ ที่เราต้องทำทั้งหมดคือ ให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นแล้วจัดแจงเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ เราเป็นได้ ถ้าเราอยากเป็น
ถ้าเจ้าเห็นว่ามันเล็กตามที่มันเป็นจริง และยอมเข้าใจสิ่งที่อ่อนแอ ด้วยรู้ว่าสิ่งที่แข็งต้องเป็นเช่นใด รู้ว่าสิ่งใดสลัวตามแสงสว่างที่มันให้แล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปอย่างสวยงาม นี่เรียกว่าการกระทำไปตามธรรมชาติ " เล่าจื้อ
จะไม่มีความสำเร็จที่แท้จริงหากความสำเร็จ ไม่รักษาพื้นฐานที่คุณยึดถือ แม้คุณจะมีเงินเป็นพันๆล้าน แต่คุณค่าต่างๆของคุณยังขัดแย้งกันอยู่ภายใน คุณก็จะไม่มีทางมีความสุขได้ เราเห็นมันเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ คนร่ำรวยมีอำนาจกลับทำลายตัวเอง ในทางกลับกัน คนที่คนอื่นอาจมองว่ายากจน ไม่มีอะไร แต่ถ้าคุณค่าภายในของเขาสอดคล้องกับตัวเขา เขาจะรู้สึกประสบความสำเร็จอย่างเต็มเปี่ยม
'ถ้าคนเรายังค้นไม่พบบางสิ่ง ที่เขายอมตายเพื่อมันได้ เขาก็ไม่เหมาะที่จะมีชีวิตอยู่". มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
ทุกสิ่งที่ขยายเขตแดนแห่งพลังอำนาจของมนุษย์ ซึ่งแสดงให้มนุษย์เห็นได้ว่า เขาสามารถทำในสิ่งที่เขาคิดว่าเขาทำไม่ได้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า 'เบ็น จอนสัน
รูปแบบพฤติกรรมของเรา ไม่ได้เป็นสิ่งที่ฝังลึกในสมองจนลบไม่ออก ถ้าเราทำอะไรที่ซ้ำซากที่มันให้ข้อจำกัดแก่ตัวเอง เราไม่ได้กำลังทุกข์ทนกับความเจ็บปวดซ่อนเร้นที่หายยาก เราเพียงแต่กำลังเล่นรูปแบบแย่ๆกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ให้ตระหนักรู้ว่า ถ้าเราทำอะไรแล้วเราไม่ชอบ ที่เราต้องทำทั้งหมดคือ ให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นแล้วจัดแจงเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ เราเป็นได้ ถ้าเราอยากเป็น
ถ้าเจ้าเห็นว่ามันเล็กตามที่มันเป็นจริง และยอมเข้าใจสิ่งที่อ่อนแอ ด้วยรู้ว่าสิ่งที่แข็งต้องเป็นเช่นใด รู้ว่าสิ่งใดสลัวตามแสงสว่างที่มันให้แล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปอย่างสวยงาม นี่เรียกว่าการกระทำไปตามธรรมชาติ " เล่าจื้อ
จะไม่มีความสำเร็จที่แท้จริงหากความสำเร็จ ไม่รักษาพื้นฐานที่คุณยึดถือ แม้คุณจะมีเงินเป็นพันๆล้าน แต่คุณค่าต่างๆของคุณยังขัดแย้งกันอยู่ภายใน คุณก็จะไม่มีทางมีความสุขได้ เราเห็นมันเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ คนร่ำรวยมีอำนาจกลับทำลายตัวเอง ในทางกลับกัน คนที่คนอื่นอาจมองว่ายากจน ไม่มีอะไร แต่ถ้าคุณค่าภายในของเขาสอดคล้องกับตัวเขา เขาจะรู้สึกประสบความสำเร็จอย่างเต็มเปี่ยม
'ถ้าคนเรายังค้นไม่พบบางสิ่ง ที่เขายอมตายเพื่อมันได้ เขาก็ไม่เหมาะที่จะมีชีวิตอยู่". มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
"ผู้ที่รู้เรื่องคนอื่นมาก อาจเรียนรู้ได้ แต่คนที่เข้าใจตัวเองได้ มีสติปัญญามากกว่า ผู้ที่ควบคุมคนอื่นได้ อาจมีอำนาจ แต่คนที่เป็นเจ้าปกครองตนเองได้ กลับยิ่งใหญ่เหนือกว่า ". เล่าจื๊อ ปราชญ์แห่งเต๋า
มีบทเรียนที่ช่วยเหลือพวกเราทุกคน สำหรับสิ่งที่ค่อยๆเปลี่ยนไป คุณค่าเปลี่ยน คนเปลี่ยน คนเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือพวกที่ไม่หายใจแล้ว ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือความสามารถที่จะรู้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลง และเคลื่อนที่ไปกับมัน
" ชีวิตจะจ่ายให้ เท่ากับที่คุณขอ !"
ความคิดบวกเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่มันไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์ การพูดย้ำกับตัวเองแต่ขาดวินัย เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่ภาพลวงตา การพูดย้ำกับตัวเอง ประกอบกับการมีวินัย จะสร้างปาฏิหารย์ได้
คุณต้องเรียนรู้วิธีรับมือกับความอึดอัดคับข้องใจ มันทำลายความฝันได้ มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ความอึดอัดคับข้องใจเปลี่ยนทัศนคติบวกให้กลายเป็นลบได้ เปลี่ยนสภาวะจิตที่เปี่ยมพลังให้ง่อยเปลี้ยลงได้ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ทัศนคติลบทำได้ คือ กวาดความมีวินัยในตัวเองทิ้งไปหมด และเมื่อวินัยนั้นจากไป ผลลัพธ์ที่คุณปรารถนาก็มลายตามไปด้วย
คนที่รับมือกับความอึดอัดคับข้องใจได้ จะได้รับการจ่ายเงินเดือนสูง ถ้าคุณถังแตกอาจเป็นไปได้ว่าคุณยังไม่ได้รับมือกับความอึดอัดคับข้องใจจำนวนมากเพียงพอ ถ้าคุณรับมือกับความอึดอัดคับข้องใจมากเพียงพอ คุณจะร่ำรวย ความแตกต่างระหว่างคนที่มีความมั่นคงทางการเงินและคนที่ไม่มี อยู่ที่ว่าเขารับมือกับความอึดอัดคับข้องใจอย่างๆไร
สูตร 2 ขั้นตอน กับการจัดการความเครียด
ขั้นที่ 1 อย่าทำเรื่องเล็ก ให้เป็นเรื่องใหญ่
ขั้นที่ 2 จำไว้ว่า มันมีแต่เรื่องเล็กๆเท่านั้น
คนที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดเรียนรู้ว่า ความสำเร็จถูกฝังอยู่อีกด้านหนึ่งของความอึดอัดคับข้องใจ น่าเสียดายที่บางคนไม่สามารถไปถึงอีกด้านหนึ่งได้ คนที่ไม่บรรลุเป้าหมายของเขา มักจะถูกหยุดอยู่ที่ความอึดอัดคับข้องใจ พวกเขายอมให้ความอึดอัดคับข้องใจฉุดเขาไว้ไม่ให้ลงมือทำในสิ่งที่จำเป็น คุณคิดว่าจะมีใครมั๊ยที่ประสบความสำเร็จที่คุณเคยได้ยินชืีอ หรือรู้จักจะไม่เคยผ่านประสบการณ์นี้
" ชีวิตจะจ่ายให้ เท่ากับที่คุณขอ !"
ความคิดบวกเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่มันไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์ การพูดย้ำกับตัวเองแต่ขาดวินัย เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่ภาพลวงตา การพูดย้ำกับตัวเอง ประกอบกับการมีวินัย จะสร้างปาฏิหารย์ได้
คุณต้องเรียนรู้วิธีรับมือกับความอึดอัดคับข้องใจ มันทำลายความฝันได้ มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ความอึดอัดคับข้องใจเปลี่ยนทัศนคติบวกให้กลายเป็นลบได้ เปลี่ยนสภาวะจิตที่เปี่ยมพลังให้ง่อยเปลี้ยลงได้ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ทัศนคติลบทำได้ คือ กวาดความมีวินัยในตัวเองทิ้งไปหมด และเมื่อวินัยนั้นจากไป ผลลัพธ์ที่คุณปรารถนาก็มลายตามไปด้วย
คนที่รับมือกับความอึดอัดคับข้องใจได้ จะได้รับการจ่ายเงินเดือนสูง ถ้าคุณถังแตกอาจเป็นไปได้ว่าคุณยังไม่ได้รับมือกับความอึดอัดคับข้องใจจำนวนมากเพียงพอ ถ้าคุณรับมือกับความอึดอัดคับข้องใจมากเพียงพอ คุณจะร่ำรวย ความแตกต่างระหว่างคนที่มีความมั่นคงทางการเงินและคนที่ไม่มี อยู่ที่ว่าเขารับมือกับความอึดอัดคับข้องใจอย่างๆไร
สูตร 2 ขั้นตอน กับการจัดการความเครียด
ขั้นที่ 1 อย่าทำเรื่องเล็ก ให้เป็นเรื่องใหญ่
ขั้นที่ 2 จำไว้ว่า มันมีแต่เรื่องเล็กๆเท่านั้น
คนที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดเรียนรู้ว่า ความสำเร็จถูกฝังอยู่อีกด้านหนึ่งของความอึดอัดคับข้องใจ น่าเสียดายที่บางคนไม่สามารถไปถึงอีกด้านหนึ่งได้ คนที่ไม่บรรลุเป้าหมายของเขา มักจะถูกหยุดอยู่ที่ความอึดอัดคับข้องใจ พวกเขายอมให้ความอึดอัดคับข้องใจฉุดเขาไว้ไม่ให้ลงมือทำในสิ่งที่จำเป็น คุณคิดว่าจะมีใครมั๊ยที่ประสบความสำเร็จที่คุณเคยได้ยินชืีอ หรือรู้จักจะไม่เคยผ่านประสบการณ์นี้