การรู้สึกสำนึกคุณทำให้ความสัมพันธ์งอกเงย เมื่อคุณเพิ่มพูนการสำนึกรู้คุณในความสัมพันธ์ใดๆ คุณก็จะได้รับความรู้สึกสุขเหลือล้นได้รับสิ่งดีๆในชีวิตอย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่ว่าตอนนี้คุณเจ้าอารมณ์ขนาดไหน การสำนึกรู้คุณจะทำให้คุณอดทนมากขึ้น มีความเข้าใจมากขึ้น เห็นอกเห็นใจมากขึ้น เมตตามากขึ้น จนถึงจุดที่คุณแทบจำตัวเองไม่ได้เลยที่เคยรู้สึกรำคาญหรือเคยบ่นจะหายไปหมด เพราะเมื่อคุณสำนึกรู้คุณใครอย่างแท้จริง ก็ไม่มีอะไรที่คุณนึกอยากเปลี่ยนคนๆนั้นอีกต่อไป คุณจะเลิกจู้จี้ บ่นว่า หรือตำหนิติเตียนพวกเขา เพราะคุณมัวแต่สำนึกรู้คุณในสิ่งดีๆของพวกเขา อันที่จริงคุณจะไม่มีวันเห็นสิ่งต่างๆที่คุณเคยบ่นเลยด้วยซ้ำ
จะเรียกว่ามีชีวิต ก็เพียงชั่วขณะที่หัวใจของเราตระหนักถึง สิ่งมีค่าของเรา "ทอร์นตัน ไวล์เดอร์
สุขภาพคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต แต่เรากลับไม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเลย เวลาเดียวที่คนส่วนใหญ่นึกถึงสุขภาพก็คือเมื่อเจ็บป่วย จากนั้นจึงตระหนักว่า หากสุขภาพไม่ดีแล้ว เราก็ไม่เหลืออะไร
"การสำนึกรู้คุณคือความมั่งมี การบ่นว่าคือความยากจน"
ถ้าชีวิตคุณขาดเงินตรา จงเข้าใจว่า การรู้สึกกังวล อิจฉา หมดกำลังใจ สงสัยหรือหวาดกลัวเกี่ยวกับเงินตรา จะไม่ทำให้คุณมีเงินเข้ามาหาคุณมากขึ้นหรอก เพราะความรู้สึกเหล่านั้นเกิดจากการขาดการสำนึกรู้คุณเงินที่คุณมี การบ่นว่าหรือไม่พอใจเรื่องเงิน ถกเถียงเกี่ยวกับเงิน หงุดหงิดเรื่องเงิน จู้จี้เกี่ยวกับราคาข้าวของ หรือทำให้คนรู้สึกแย่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ไม่ใช่วิถีของการสำนึกรู้คุณ เงินในชีวิตคุณจึงไม่มีวันดีขึ้น มีแต่แย่ลง
ไม่ว่าสถานการณ์ปัจจุบันของคุณเป็นอย่างไร การมัวแต่คิดว่าคุณมีเงินไม่พอจ่าย ก็เป็นการไม่สำนึกรู้คุณเงินที่คุณมี คุณต้องกำจัดสถานการณ์ปัจจุบันออกจากใจ และรู้สึกสำนึกรู้คุณในตัวเงินที่คุณมีแทน เพื่อเงินในชีวิตจะได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหัศจรรย์
การรู้สึกสำนึกรู้คุณเงินตราเวลาคุณมีอยู่น้อยเป็นเรื่องท้าทายน่ะ แต่เมื่อคุณเข้าใจว่าทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าคุณจะรู้สึกสำนึกรู้คุณ ก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณทำ
ทำงานดุจสิ่งมหัศจรรย์
'ถ้าคุณทำกิจกรรมใด งานศิลปะใด การฝึกฝนใด ความเชี่ยวชาญใด จงทำและผลักดันให้เดินหน้าไปไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ ผลักดันให้ไปถึงที่สุด ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ผลักดันไปจนที่สุดของขอบเขต นั่นแหละที่คุณได้ผลักสิ่งที่คุณทำเข้าสู่ดินแดนมหัศจรรย์ " ทอม รอบบินส์
คุณควรรักงานของคุณไม่ว่าจะเป็นงานอะไร และรู้สึกตื่นเต้นกระตือรือร้นทุกครั้งที่ออกไปทำงาน และพึงทำหน้าที่การงานทุกอย่างอย่างเต็มกำลัง ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับงานในปัจจุบันของคุณ หรือนี่ไม่่งานในฝันของคุณเสียหน่อย วิธีที่คุณจะได้รับงานในฝัน ก็คือสำนึกรู้คุณงานที่มีอยู่ในปัจจุบันเสียก่อน
เป็นไปได้อย่างไรกันที่คนสองคนเริ่มอาชีพเดียวกัน แต่อาชีพของคนหนึ่งประสบความสำเร็จล้นเหลือ ขณะที่อีกคน ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย ความเชื่อมโยงสู่ความสำเร็จที่ขาดหายไปค้อ การสำนึกรู้คุณ เพราะตามกฏแห่งแรงดึงดูด คุณต้องสำนึกรู้คุณในสิ่งที่คุณต้องการดึงดูดความสำเร็จมาให้ ในเมื่อขาดการสำนึกรู้คุณ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ความสำเร็จแบบถาวร
เพื่อให้ประสบความสำเร็จ หรือเพิ่มสิ่งดีๆในการทำงาน หรือหน้าที่การงาน เช่น การได้รับโอกาส การได้เลื่อนตำแหน่ง ได้เงินเพิ่ม มีความคิดอันบรรเจิด เกิดแรงบันดาลใจ และได้รับการชื่นชม จำเป็นต้องสำนึกรู้คุณงานที่ทำ หรือหน้าที่การงานของคุณ ยิ่งสำนึกรู้คุณมากแค่ไหน คุณก็ต้องได้รับการตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น และควรคิดเสียตอนนี้เลยว่า ในการเพิ่มพูนสิ่งต่างๆในชีวิต คุณต้องสำนึกรู้คุณสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว
เวลาที่คุณสำนึกรู้คุณในงานที่ทำ คุณจะอุทิศตนให้กับงานมากขึ้นโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ตอบแทนกลับมาคือเงินและความสำเร็จที่เพิ่มพูนขึ้น แต่ถ้าไม่สำนึกรู้คุณในงานที่ทำ คุณจะอุทิศตนให้กับงานน้อยลงโดยอัตโนมัติ เมื่อคุณให้อะไรกับงานน้อยลง คุณก็ลดสิ่งที่ควรจะกลับมาหาคุณ ด้วยเหตุนั้นคุณจะไม่มีวันมีความสุขในการทำงาน คุณจะยิ่งไม่ให้อะไรกับงานเท่าที่ควรจะให้ และงานของคุณก็จะหยุดนิ่งและยำ่แย่ลงเรื่อยๆ เพราะปริมาณที่คุณสำนึกรู้คุณจะเป็นสัดส่วนตรงเผงกับปริมาณที่คุณได้รับกลับมา คุณควบคุมปริมาณที่จะได้รับได้ด้วยปริมาณของการสำนึกรู้คุณที่คุณมีให้
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556
The Magic by Rhonda Byne
คุณเชื่อเรื่องมหัศจรรย์ไหม? 'ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องมหัศจรรย์ ก็จะไม่มีวันได้พบ' โรอัลด์ ดาห์ล
เมื่อเราส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กอยู่ ความรู้สึกของเราช่างละเอียดอ่อนงดงาม ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอะไรดีๆทุกๆวันดูจะมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นและน่าผจญภัยมากขึ้น ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความสนุกสนานมหัศจรรย์ได้ แต่ด้วยอะไรไม่รู้ พอเราโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ความรับผิดชอบ ปัญหา อุปสรรค พากันประดังประเด จนเราหลุดออกมาจากความสนุกสนานแบบนั้นไป ความมหัศจรรย์ที่เคยื่อแบบเด็กๆก็ค่อยๆจางหายไปด้วย นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราชอบอยู่กับเด็กๆ เพื่อที่จะได้รับประสบการณ์แบบที่ครั้งหนึ่งเราเคยรู้สึก แม้จะเป็นชั่วขณะก็ตาม
จริงแล้ว ความมหัศจรรย์ที่คุณเคยเชื่อนั้นเป็นความจริง แต่แง่มุมในชีวิตของความเป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้เราหลุดออกมานั้นต่างหากที่เป็นเรื่องไม่จริง ความมหัศจรรย์แห่งชีวิตคือของแท้ แท้เท่ากับความเป็นตัวของคุณ อันที่จริงชีวิตนั้นน่าพิศวงยิ่งกว่าที่คุณเคยคิดเมื่อตอนเป็นเด็กเสียอีก ทั้งยังน่าประหลาดใจ น่าทึ่งกว่า และน่าตื่นเต้นกว่าอะไรๆที่คุณเคยพบมาแล้ว พอคุณรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะดึงความมหัศจรรย์กลับมาได้ คุณจะใช้ชีวิตอย่างฝันเลยทีเดียว แล้วจากนั้นคุณจะสงสัยว่า นี่คุณเลิกเชื่อในความมหัศจรรย์ของชีวิตไปได้อย่างไรน่ะ 'the Magic by Rhonda Byne
ผู้ที่สำนึกรู้คุณจะได้รับมากขึ้นจนเหลือเฟือ ส่วนผู้ที่ไม่ สำนึกรู้คุณ จะถูกริบสิ่งเล็กน้อยที่มีไปด้วย 'พระคริสธรรมคัมภีร์
'เมื่อเจ้าลุกขึ้นในยามอรุณรุ่ง จงขอบคุณต่อแสงแห่งอรุณ
เพื่อชีวิตและความเข้มแข็งของเจ้า จงขอบคุณอาหารที่เจ้ากิน และความรื่นรมย์ของชีวิต
ถ้าเจ้าไม่เห็นเหตุผลในการรู้คุณ ความวิบัติจะเกิดแก่เจ้า ' เทคัมเซ
เพืีอที่จะ 'ได้รับ' คุณก็ต้อง 'ให้' นี่คือกฏ การสำนึกรู้คุณคือการให้ การขอบคุณ ถ้าไม่ให้ คุณก็ตัดตนเองออกจากความมหัศจรรย์และจากการได้รับ ทุกอย่างที่คุณต้องการในชีวิต
เมื่อเราไม่สำนึกรู้คุณ เท่ากับเรากำลังทึกทักว่าสิ่งต่างๆเข้ามาในชีวิตของเราเอง เวลาทึกทักแบบนี้ เราก็กำลังยึดเอาจากตัวเราเองโดยไม่ตั้งใจ กฏแห่งการดึงดูดกล่าวไว้ว่า สิ่งที่เหมือนกันจะมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ดังนั้น ถ้าเราทึกทักว่าสิ่งต่างๆเข้ามาในชีวิตของเราเอง เราก็ถูกดึงกลับไปเป็นผลตอบแทน
ความรู้คือทรัพย์ แต่การปฏิบัติคือกุญแจไปสู่ทรัพย์นั้น ' อิบนุ คอลดูนอัลมุก็อดดิมะฮุ
เพื่อได้พบความมหัศจรรย์ในชีวิต 'ขอบคุณ' ต้องเป็นคำสองคำที่คุณจะพูดอย่างตั้งใจและรู้สึกให้ได้มากกว่าคำอื่นใด สองคำนี้จะต้องเป็นเอกลักษณ์ของคุณ ขอบคุณคือ สะพานที่คุณจะข้ามจากจุดที่คุณอยู่ตอนนี้ไปสู่ชีวิตในฝัน
สูตรความมหัศจรรย์คือ
1. คิดและกล่าวคำมหัศจรรย์อย่างตั้งใจว่า ขอบคุณ
2. ยิ่งคิดและกล่าวคำมหัศจรรย์อย่างตั้งใจว่า ขอบคุณ ให้มากขึ้นเท่าใด คุณก็จะยิ่งรู้สึกสำนึกรู้คุณมากขึ้นเท่านั้น
3. ยิ่งคิดและรู้สึกสำนึกคุณอย่างตั้งใจมากขึ้นเท่าใด คุณก็จะได้รับความสมบูรณ์พูนสุขมากขึ้นเท่านั้น
การสำนึกรู้คุณเป็นความรู้สึก ดังนั้น จุดมุ่งหมายสูงสุดในการปฏิบัติการสำนึกรู้คุณก็คือ รู้สึก สำนึกรู้คุณอย่างตั้งใจให้มากเท่าที่จะทำได้ เพราะแรงความรู้สึกของคุณนั่นเองที่เร่งกระบวนการมหัศจรรย์ในชีวิตคุณ กฏของนิวตันคือ หนึ่งแลกหนึ่ง นั่นคือ คุณให้อะไรไปก็จะได้รับเท่ากัน หมายความว่า หากคุณเพิ่มความรู้สึกสำนึกรู้คุณ ผลลัพธ์ในชีวิตจะขยายให้ เท่ากับความรู้สึกของคุณ ยิ่งความรู้สึกแท้จริงมากเท่าใด ยิ่งสำนึกรู้คุณจริงใจมากเท่าใด ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนไปเร็วขึ้นเท่านั้น
ขณะแสดงการสำนึกรู้คุณ เราต้องไม่ลืมว่า การสำนึกบุณคุณอันสูงสุด ใช่เพียงการเอ่ยถ้อยคำออกมา หากต้องให้เป็นเนื้อเดียวกับชีวิต 'จอห์น เอฟ เคนเนดี้
พิจารณาสิ่งดีๆในชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน อันเป็นสิ่งที่คนทุกคนมีอยู่มากมาย อย่าไปใส่ใจสิ่งเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งใครๆย่อมประสบอยู่บ้าง " ชาร์ลส์ ดิกเกนส์
วาจานั้นทรงพลังนัก ดังนั้นเมื่อคุณบ่นใคร คุณก็ได้ทำลายชีวิตคุณเองโดยแท้ ชีวิตคุณเองต่างหากที่เดือดร้อน ด้วยกฏแห่งการดึงดูด ไม่ว่าคุณจะพูดหรือคิดถึงใครอย่างไร คุณก็นำสิ่งนั้นเข้าสู่ตัวคุณ นี่แหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมนักปราชญ์และบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ของโลกจึงบอกให้เราสำนึกรู้คุณ พวกท่านรู้ดีว่า เพื่อให้คุณได้รับมากขึ้นในชีวิตของคุณ เพืีอให้ชีวิตคุณมีแต่ความเพิ่มพูนอย่างน่ามหัศจรรย์คุณต้องสำนึกรู้คุณคนอื่นในแบบที่เขาเป็น
เมื่อเราส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กอยู่ ความรู้สึกของเราช่างละเอียดอ่อนงดงาม ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอะไรดีๆทุกๆวันดูจะมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นและน่าผจญภัยมากขึ้น ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความสนุกสนานมหัศจรรย์ได้ แต่ด้วยอะไรไม่รู้ พอเราโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ความรับผิดชอบ ปัญหา อุปสรรค พากันประดังประเด จนเราหลุดออกมาจากความสนุกสนานแบบนั้นไป ความมหัศจรรย์ที่เคยื่อแบบเด็กๆก็ค่อยๆจางหายไปด้วย นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราชอบอยู่กับเด็กๆ เพื่อที่จะได้รับประสบการณ์แบบที่ครั้งหนึ่งเราเคยรู้สึก แม้จะเป็นชั่วขณะก็ตาม
จริงแล้ว ความมหัศจรรย์ที่คุณเคยเชื่อนั้นเป็นความจริง แต่แง่มุมในชีวิตของความเป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้เราหลุดออกมานั้นต่างหากที่เป็นเรื่องไม่จริง ความมหัศจรรย์แห่งชีวิตคือของแท้ แท้เท่ากับความเป็นตัวของคุณ อันที่จริงชีวิตนั้นน่าพิศวงยิ่งกว่าที่คุณเคยคิดเมื่อตอนเป็นเด็กเสียอีก ทั้งยังน่าประหลาดใจ น่าทึ่งกว่า และน่าตื่นเต้นกว่าอะไรๆที่คุณเคยพบมาแล้ว พอคุณรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะดึงความมหัศจรรย์กลับมาได้ คุณจะใช้ชีวิตอย่างฝันเลยทีเดียว แล้วจากนั้นคุณจะสงสัยว่า นี่คุณเลิกเชื่อในความมหัศจรรย์ของชีวิตไปได้อย่างไรน่ะ 'the Magic by Rhonda Byne
ผู้ที่สำนึกรู้คุณจะได้รับมากขึ้นจนเหลือเฟือ ส่วนผู้ที่ไม่ สำนึกรู้คุณ จะถูกริบสิ่งเล็กน้อยที่มีไปด้วย 'พระคริสธรรมคัมภีร์
'เมื่อเจ้าลุกขึ้นในยามอรุณรุ่ง จงขอบคุณต่อแสงแห่งอรุณ
เพื่อชีวิตและความเข้มแข็งของเจ้า จงขอบคุณอาหารที่เจ้ากิน และความรื่นรมย์ของชีวิต
ถ้าเจ้าไม่เห็นเหตุผลในการรู้คุณ ความวิบัติจะเกิดแก่เจ้า ' เทคัมเซ
เพืีอที่จะ 'ได้รับ' คุณก็ต้อง 'ให้' นี่คือกฏ การสำนึกรู้คุณคือการให้ การขอบคุณ ถ้าไม่ให้ คุณก็ตัดตนเองออกจากความมหัศจรรย์และจากการได้รับ ทุกอย่างที่คุณต้องการในชีวิต
เมื่อเราไม่สำนึกรู้คุณ เท่ากับเรากำลังทึกทักว่าสิ่งต่างๆเข้ามาในชีวิตของเราเอง เวลาทึกทักแบบนี้ เราก็กำลังยึดเอาจากตัวเราเองโดยไม่ตั้งใจ กฏแห่งการดึงดูดกล่าวไว้ว่า สิ่งที่เหมือนกันจะมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ดังนั้น ถ้าเราทึกทักว่าสิ่งต่างๆเข้ามาในชีวิตของเราเอง เราก็ถูกดึงกลับไปเป็นผลตอบแทน
ความรู้คือทรัพย์ แต่การปฏิบัติคือกุญแจไปสู่ทรัพย์นั้น ' อิบนุ คอลดูนอัลมุก็อดดิมะฮุ
เพื่อได้พบความมหัศจรรย์ในชีวิต 'ขอบคุณ' ต้องเป็นคำสองคำที่คุณจะพูดอย่างตั้งใจและรู้สึกให้ได้มากกว่าคำอื่นใด สองคำนี้จะต้องเป็นเอกลักษณ์ของคุณ ขอบคุณคือ สะพานที่คุณจะข้ามจากจุดที่คุณอยู่ตอนนี้ไปสู่ชีวิตในฝัน
สูตรความมหัศจรรย์คือ
1. คิดและกล่าวคำมหัศจรรย์อย่างตั้งใจว่า ขอบคุณ
2. ยิ่งคิดและกล่าวคำมหัศจรรย์อย่างตั้งใจว่า ขอบคุณ ให้มากขึ้นเท่าใด คุณก็จะยิ่งรู้สึกสำนึกรู้คุณมากขึ้นเท่านั้น
3. ยิ่งคิดและรู้สึกสำนึกคุณอย่างตั้งใจมากขึ้นเท่าใด คุณก็จะได้รับความสมบูรณ์พูนสุขมากขึ้นเท่านั้น
การสำนึกรู้คุณเป็นความรู้สึก ดังนั้น จุดมุ่งหมายสูงสุดในการปฏิบัติการสำนึกรู้คุณก็คือ รู้สึก สำนึกรู้คุณอย่างตั้งใจให้มากเท่าที่จะทำได้ เพราะแรงความรู้สึกของคุณนั่นเองที่เร่งกระบวนการมหัศจรรย์ในชีวิตคุณ กฏของนิวตันคือ หนึ่งแลกหนึ่ง นั่นคือ คุณให้อะไรไปก็จะได้รับเท่ากัน หมายความว่า หากคุณเพิ่มความรู้สึกสำนึกรู้คุณ ผลลัพธ์ในชีวิตจะขยายให้ เท่ากับความรู้สึกของคุณ ยิ่งความรู้สึกแท้จริงมากเท่าใด ยิ่งสำนึกรู้คุณจริงใจมากเท่าใด ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนไปเร็วขึ้นเท่านั้น
ขณะแสดงการสำนึกรู้คุณ เราต้องไม่ลืมว่า การสำนึกบุณคุณอันสูงสุด ใช่เพียงการเอ่ยถ้อยคำออกมา หากต้องให้เป็นเนื้อเดียวกับชีวิต 'จอห์น เอฟ เคนเนดี้
พิจารณาสิ่งดีๆในชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน อันเป็นสิ่งที่คนทุกคนมีอยู่มากมาย อย่าไปใส่ใจสิ่งเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งใครๆย่อมประสบอยู่บ้าง " ชาร์ลส์ ดิกเกนส์
วาจานั้นทรงพลังนัก ดังนั้นเมื่อคุณบ่นใคร คุณก็ได้ทำลายชีวิตคุณเองโดยแท้ ชีวิตคุณเองต่างหากที่เดือดร้อน ด้วยกฏแห่งการดึงดูด ไม่ว่าคุณจะพูดหรือคิดถึงใครอย่างไร คุณก็นำสิ่งนั้นเข้าสู่ตัวคุณ นี่แหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมนักปราชญ์และบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ของโลกจึงบอกให้เราสำนึกรู้คุณ พวกท่านรู้ดีว่า เพื่อให้คุณได้รับมากขึ้นในชีวิตของคุณ เพืีอให้ชีวิตคุณมีแต่ความเพิ่มพูนอย่างน่ามหัศจรรย์คุณต้องสำนึกรู้คุณคนอื่นในแบบที่เขาเป็น