จักรวาลก็เหมือนแม่น้ำ แม่น้ำจะไหลไปเรื่อยๆไม่มีหยุด มันไม่สนว่าคุณสุขเศร้าหรือเซ็ง เป็นคนดีหรือเป็นคนเลว มันแค่ไหลไปเรื่อยๆ บางคนก็เดินลงไปที่แม่น้ำ แล้วก็ร้องห่มร้องไห้ บางคนก็ไปที่นั่นอย่างสุขใจ แต่แม่น้ำสนที่ไหนล่ะ มันเอาแต่ไหลไปเรื่อยๆของมันต่อไป เราจะใช้ประโยชน์จากมันและรื่นรมย์กับมันก็ได้ หรือจะกระโดดลงไปให้จมน้ำตายก็ได้ แม่น้ำจะไหลไปเรื่อยๆ เพราะว่ามันไม่ยินดียินร้าย จักรวาลก็เหมือนกัน จักรวาลที่เราอาศัยอยู่นี้สามารถโอบอุ้มเรา หรือจะทำลายเราก็ได้ การตีความและการที่เราใช้กฏนี้ต่างหากล่ะ ที่จะกำหนดผลกระทบหรือผลลัพธ์ของเรา
เราจะได้รับก็แต่สิ่งที่จิตใจหรือความคิด เราสามารถยอมรับได้เท่านั้น เราจะก้าวไปสู่สายธารแห่งชีวิตพร้อมกับช้อนชาก็ได้ ส่วนคนอื่นอาจจะไปพร้อมกับถ้วยทั้งใบ บางคนอาจจะถึงกับเอาถังไปด้วย หรือแม้กระทั่งขนถังไม้ยักษ์ใบใหญ่ไปเลย กระนั้น ความมั่งคั่งล้นของสายธารหรือจักรวาลก็ยังมีอยู่เสมอ และรอท่าอยู่ตลอดเวลา สำนึกของเรา แนวคิดของเรา กรอบความคิดของเรา และระบบความเชื่อของเรา คือ สิ่งที่กำหนดว่าเราจะเดินไปสู่สายธารแห่งชีวิตพร้อมกับช้อนชา ถ้วยชา หรือว่าถังใบใหญ่
ถ้าเรายากจนทางความคิด และก้าวไปสู่สายน้ำแห่งชีวิตโดยพกช้อนไปแค่คันเดียว เราก็อาจสาปแช่งสิ่งที่เรามีอยู่น้อยนิดในช้อนชานั้น เราอาจถึงกับสาปแช่งคนอื่นที่มีมากกว่าด้วย แต่ขอให้ระลึกว่า อะไรก็ตามที่เราแช่ง จะแช่งเรา สายธารมันก็อยู่ตรงนั้นเอง ทะลักทะล้นด้วยความมั่งคั่งดาษดื่น เราจะเดินไปสู่สายธารแห่งชีวิตพร้อมกับช้อนชา ถังเล็ก หรือถังใหญ่ได้ทุกเมื่อ ตามแต่ใจเราเลย เราจะตักตวงอะไรจากมันบ้างขึ้นอยู่กับเรา ขีดจำกัดเพียงอย่างเดียวอยู่ที่ความนึกคิดของเรา ความจริงก็คือ เราสามารถมีทุกอย่างที่ปรารถนาได้ ถ้าเราจะสลัดความเชื่อที่ว่า เราไม่อาจครอบครองมันได้ออกไปซ่ะ ง่ายๆและธรรมดาแค่นี้เอง
ความเชื่อกลายเป็นข้อจำกัด: ประสบการณ์ทุกอย่างจะชักนำเราไปสู่การเชื่ออะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเราเอง ความเชื่อจะเป็นจริงหรือไม่ ยังไม่สำคัญเท่ากับ ถ้าเรายอมรับว่ามันเป็นความจริง งั้นมันก็เป็นจริงสำหรับเรา ถ้าเราพูดตอกย้ำเป็นเวลานานพอ มันจะกลายเป็นกฏของเรา ถ้าเราพูดมันออกมาอย่างแรงกล้าพอ มันจะกลายเป็นข้อจำกัดของคุณจริงๆ ไม่ว่าความเชื่อของคุณจะเป็นความจริงหรือว่าบ้าบอสุดๆ ถ้าคุณยอมรับมัน ชีวิตคุณก็จะเป็นแบบนั้น
จงมองไปยังความเชื่อที่ก่อรากฐานขึ้นมาในชีวิตของคุณ เราเต็มไปด้วยความเชื่อที่สั่งสมมาเป็นแรมปี ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ แนวคิด ความเห็น ประกอบการฝึกมันจนชิน แถวเรายังเต็มไปด้วยสิ่งที่รู้สึกว่า เมืีอถูกท้าทายเราจะยืนกระต่ายขาเดียวเพื่อยืนยันความเชื่อที่เป็นของเรา เราใช้ชีวิตอยู่กับความเชื่อขุดหนึ่งที่เรียกว่าศาสนา ความเชื่ออีกชุดหนึ่งที่เรียกว่าการเมือง ความเชื่ออีกชุดที่เกี่ยวกับตัวเราเอง และความเชื่ออีกชุดเกี่ยวกับคนที่เราชอบหรืแไม่ชอบ
ความจริงของเรื่องนี้ก็คือ เราประสบความสำเร็จได้ก็แต่ในระดับที่เราเต็มใจจะสลัดความเชื่อผิดๆออกไปเท่านั้น เมื่อเราเจอกับความเจ็บไข้ได้ป่วย ความล้มเหลว หรือความขาดแคลน บ่อยครั้งที่มันเป็นเพราะข้อจำกัดในจิตใจของเราเอง
เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ ถึงแม้เราจะรู้ว่าชีวิตเรามันไม่เจิดจรัสในบางด้าน แต่เราก็ยังกลัวการเปลี่ยนแปลงอยู่ดี เราขังตัวเองอยู่ในดินแดนที่เราสบายใจกับมัน ไม่ว่ามันจะทำลายตัวเองสักแค่ไหนก็ตาม วิธีเดียวที่จะหลุดจากดินแดนนั้นมาได้ และเป็นอิสระจากปัญหาและข้อจำกัดทั้งหลายแหล่ก็คือ การทำตัวให้ไม่สบายซ่ะ เราจะได้รับอิสรภาพในสัดส่วนที่ผันตรงต่อความมากน้อยของความเป็นจริงที่เราเต็มใจจะยอมรับโดยไม่หนีเท่านั้น
เราจะต้องเลิกหลอกตัวเอง เลิกโทษตัวเอง และเลิกหลีกเลี่ยงการตัดสินใจอันไม่น่าอภิรมย์ หันมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่ว่า เราอาจจะยอมรับความเชื่อที่เราเคยรู้สึกว่า ใช้การไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนจากการคิดแง่ลบไปสู่แง่บวก แต่เป็นเรืีองของการย้ายไปสู่ " ความคิดที่ถูกต้อง" ซึ่งหมายถึง การหันมารู้ถึงความเป็นจริงอันแท้จริงเกี่ยวกับคนที่เราเป็น และความสัมพันธ์ของเรากับชีวิต
การคิดที่ถูกต้องนั้น ต้องวางรากฐานอยู่บนพื้นฐานของ 'ความจริงแท้ (truth)' ไม่ใช่ความเชื่อผิดๆ มันเป็นรากฐานที่กำหนดความน่าเชื่อถือของการคิดทั้งหมด การคิดบวกะการคิดลบ ต่างก็กรองผ่านระบบความเชื่อของเราทั้งสิ้น แต่การคิดที่ถูกต้องจะมาจากการรับทราบถึงความจริงแท้หรือความเป็นจริงของสถานการณ์ใดๆ
การรับรู้ความจริงแท้ทำให้คุณเป็นอิสระ: จงขวนขวายที่จะรู้ถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ใดๆที่คุณเกี่ยวข้องด้วยเสมอ มองไปหลังฉากของระบบความเชื่อในตอนนี้ แล้วถาม 'ตัวตนที่มีสติปัญญา higher self ของคุณว่า ความเป็นจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้คืออะไร? ตัวตนที่สูงกว่านี้จะเผยความจริงกับคุณเสมอ ถ้าคุณพร้อมจะฟัง เมื่อคุณทำไปตามความเป็นจริง นั่นเท่ากับคุณได้ใช้การคิดที่ถูกต้องแล้ว มันไม่ใช่เรื่องของการเป็นบวกหรือเป็นลบ แค่เป็นตัวคุณเอง และเมื่อคุณเป็นตัวของคุณเอง ซึ่งหมายความว่าคุณยอมให้ตัวตนที่มีสติปัญญาได้เผยความเป็นจริงออกมา ทุกสถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่ก็จะคลี่คลายมันเองอย่างสวยงาม ฟังแล้วอาจจะเหมือนมหัศจรรย์พันลึก แต่มันเป็นแค่การที่กฏแห่งเหตุและผลสำแดงเดชเท่านั้น
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556
Seven Strategy for wealth and happiness by Jim Ron
บางที "เงิน" สามารถถูกให้คุณค่าสูงเกินไป หรือ แม้แต่การบูชามัน เงิน มักจะให้อำนาจ ที่โดยความจริงแล้ว ไม่มี
หลายคนบอกว่า "ถ้าเขามีเงินมากขึ้น เขาจะมีความสุข"
กุญแจไขไปสู่การมีความสุขไม่ใช่การมีมากขึ้น ความสุขคือ ศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องศึกษาและฝึกฝน เงินมากขึ้น จะทำให้คุณมีของที่คุณต้องการมากขึ้นเท่านั้น การมีมากขึ้นจะช่วยให้คุณไปถึงจุดหมายที่คุณตั้งไว้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าคุณมีแนวโน้มที่จะไม่มีความสุข คุณจะทุกข์ทรมานมากขึ้นกับเงินที่มากขึ้น ถ้าคุณมีแนวโน้มที่จะประพฤติผิดศีลธรรม ความมั่งคั่งจะทำให้คุณเป็นคนที่น่ากลัวคนหนึ่ง และถ้าคุณมีแนวโน้มที่จะดื่มมากเกินไปนิดหน่อย เงินที่มากขึ้นจะทำให้คุณใช้เงินไปกับเหล้าเท่านั้น
ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณเชี่ยวชาญศิลปะของวิธีดำเนินชีวิตและการมีความสุข เงินที่มากขึ้นจะช่วยให้คุณขยายขอบเขต ความสุขและความมั่งคั่งในตัวคุณ
วิธีดำเนินชีวิต คือ วิธีที่อยู่เหนือปริมาณ เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คุณไม่สามารถซื้อ "วิธี"ได้ด้วยเงิน เช่นเดียวกับ ที่คุณไม่สามารถซื้อ รสนิยมที่ดีได้ด้วยเงิน คุณไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้ด้วยเงิน คุณสามารถเพียง "ซื้อได้มากขึ้น" ด้วยเงิน
ดังนั้นจงระลึกถึงการแสวงหา มันต้องมีสิ่งที่ดีในเวลาว่างาำหรับเรา มันไม่ใช่ปริมาณ แต่มันคือ คุณค่า วิธีดำเนินชีวิต ยังหมายถึง การได้รับความพึงพอใจที่เป็นเลิศ ไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่คุณพบมัน ด้วยการไม่ประเมินสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตต่ำไป
การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ หมายถึงการใช้ชีวิตอย่างสมดุลด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้น คือการมีใครบางคนที่จะรักและมีใครบางคนที่รักคุณ ถ้าคุณมีใครบางคนที่ห่วงใยถึงแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดมีค่ามากไปกว่านั้นแล้ว คนๆหนึ่งห่วงใยถึงคนอีกคนหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์ของชีวิต
ถัดจากความรัก มิตรภาพคืออีกสิ่งที่สำคัญ มันมีค่าหาที่เปรียบมิได้ เพื่อนคือคนที่แสนวิเศษซึ่งรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณแล้วยังคงชอบคุณ เพื่อนคือคนซึ่งเข้ามาในชีวิตเมื่อคนอื่นๆทุกคนกำลังจากไป เพราะว่าชีวิตไม่มีหลักประกันใดๆ จงแน่ใจที่จะสร้างมิตรภาพกับคนประเภทที่ยอมรับคุณได้แม้ในระหว่างที่ชีวิตตกต่ำ ชีวิตมีทั้งขึ้นและลง เพื่อนซึ่งเป็นเพื่อนแท้จริง จะทำให้ชีวิตที่รุ่งโรจน์มีชีวิตชีวามากขึ้น และชีวิตที่ตกต่ำเป็นทุกข์ใจน้อยลง
จงจำไว้ว่า ชีวิตที่ดีไม่ใช่ปริมาณ มันคือ ทัศนคติ ความคิด การค้นพบ การค้นหา ชีวิตที่ดีมาจากวิธีดำเนิีนชีวิตที่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงจำนวนเงินฝากในบัญชีธนาคารของคุณ มันคือวิธีดำเนินชีวิตที่เติมเชื้อเพลิงให้ความปรารถนาของคุณ เพื่อที่คุณจะได้กลายเป็นคนๆหนึ่งที่มีคุณค่าอันลึกซึ้งและบรรลุความสำเร็จ ว่ากันที่จริงแล้ว ความมั่งคั่งที่ปราศจากศีลธรรม อุตสาหกรรมปราศจากศิลปะ ธุรกิจที่ปราศจากความพึงพอใจ และการครอบครองที่ปราศจากความสุข ... มันจะมีประโยชน์อะไร?
อย่าสร้างกำแพงเพื่อป้องกันตัวคุณ จากการได้รับประสบการณ์จากชีวิต กำแพงที่กั้นไม่ให้ความผิดหวังเข้าไป ก็คือ กำแพงเดียวกันที่กั้นไม่ให้แสงสว่างของประสบการณ์ที่ดีเพิ่มพูนเข้าไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นจงยอมให้ชีวิตสัมผัสคุณ การสัมผัสครั้งต่อไปอาจเป็นประสบการณ์หนึ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ
คนบางคนได้ทำสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุด ด้วยภูมิหลังที่มีข้อจำกัด คนบางคนทำได้ดีมากจนพวกเขาได้รับประสบการณ์อันงดงามทั้งหมดที่ชีวิตมอบให้.... ทำไมไม่เป็นคุณ?
หลายคนบอกว่า "ถ้าเขามีเงินมากขึ้น เขาจะมีความสุข"
กุญแจไขไปสู่การมีความสุขไม่ใช่การมีมากขึ้น ความสุขคือ ศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องศึกษาและฝึกฝน เงินมากขึ้น จะทำให้คุณมีของที่คุณต้องการมากขึ้นเท่านั้น การมีมากขึ้นจะช่วยให้คุณไปถึงจุดหมายที่คุณตั้งไว้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าคุณมีแนวโน้มที่จะไม่มีความสุข คุณจะทุกข์ทรมานมากขึ้นกับเงินที่มากขึ้น ถ้าคุณมีแนวโน้มที่จะประพฤติผิดศีลธรรม ความมั่งคั่งจะทำให้คุณเป็นคนที่น่ากลัวคนหนึ่ง และถ้าคุณมีแนวโน้มที่จะดื่มมากเกินไปนิดหน่อย เงินที่มากขึ้นจะทำให้คุณใช้เงินไปกับเหล้าเท่านั้น
ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณเชี่ยวชาญศิลปะของวิธีดำเนินชีวิตและการมีความสุข เงินที่มากขึ้นจะช่วยให้คุณขยายขอบเขต ความสุขและความมั่งคั่งในตัวคุณ
วิธีดำเนินชีวิต คือ วิธีที่อยู่เหนือปริมาณ เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คุณไม่สามารถซื้อ "วิธี"ได้ด้วยเงิน เช่นเดียวกับ ที่คุณไม่สามารถซื้อ รสนิยมที่ดีได้ด้วยเงิน คุณไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้ด้วยเงิน คุณสามารถเพียง "ซื้อได้มากขึ้น" ด้วยเงิน
ดังนั้นจงระลึกถึงการแสวงหา มันต้องมีสิ่งที่ดีในเวลาว่างาำหรับเรา มันไม่ใช่ปริมาณ แต่มันคือ คุณค่า วิธีดำเนินชีวิต ยังหมายถึง การได้รับความพึงพอใจที่เป็นเลิศ ไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่คุณพบมัน ด้วยการไม่ประเมินสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตต่ำไป
การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ หมายถึงการใช้ชีวิตอย่างสมดุลด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้น คือการมีใครบางคนที่จะรักและมีใครบางคนที่รักคุณ ถ้าคุณมีใครบางคนที่ห่วงใยถึงแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดมีค่ามากไปกว่านั้นแล้ว คนๆหนึ่งห่วงใยถึงคนอีกคนหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์ของชีวิต
ถัดจากความรัก มิตรภาพคืออีกสิ่งที่สำคัญ มันมีค่าหาที่เปรียบมิได้ เพื่อนคือคนที่แสนวิเศษซึ่งรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณแล้วยังคงชอบคุณ เพื่อนคือคนซึ่งเข้ามาในชีวิตเมื่อคนอื่นๆทุกคนกำลังจากไป เพราะว่าชีวิตไม่มีหลักประกันใดๆ จงแน่ใจที่จะสร้างมิตรภาพกับคนประเภทที่ยอมรับคุณได้แม้ในระหว่างที่ชีวิตตกต่ำ ชีวิตมีทั้งขึ้นและลง เพื่อนซึ่งเป็นเพื่อนแท้จริง จะทำให้ชีวิตที่รุ่งโรจน์มีชีวิตชีวามากขึ้น และชีวิตที่ตกต่ำเป็นทุกข์ใจน้อยลง
จงจำไว้ว่า ชีวิตที่ดีไม่ใช่ปริมาณ มันคือ ทัศนคติ ความคิด การค้นพบ การค้นหา ชีวิตที่ดีมาจากวิธีดำเนิีนชีวิตที่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงจำนวนเงินฝากในบัญชีธนาคารของคุณ มันคือวิธีดำเนินชีวิตที่เติมเชื้อเพลิงให้ความปรารถนาของคุณ เพื่อที่คุณจะได้กลายเป็นคนๆหนึ่งที่มีคุณค่าอันลึกซึ้งและบรรลุความสำเร็จ ว่ากันที่จริงแล้ว ความมั่งคั่งที่ปราศจากศีลธรรม อุตสาหกรรมปราศจากศิลปะ ธุรกิจที่ปราศจากความพึงพอใจ และการครอบครองที่ปราศจากความสุข ... มันจะมีประโยชน์อะไร?
อย่าสร้างกำแพงเพื่อป้องกันตัวคุณ จากการได้รับประสบการณ์จากชีวิต กำแพงที่กั้นไม่ให้ความผิดหวังเข้าไป ก็คือ กำแพงเดียวกันที่กั้นไม่ให้แสงสว่างของประสบการณ์ที่ดีเพิ่มพูนเข้าไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นจงยอมให้ชีวิตสัมผัสคุณ การสัมผัสครั้งต่อไปอาจเป็นประสบการณ์หนึ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ
คนบางคนได้ทำสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุด ด้วยภูมิหลังที่มีข้อจำกัด คนบางคนทำได้ดีมากจนพวกเขาได้รับประสบการณ์อันงดงามทั้งหมดที่ชีวิตมอบให้.... ทำไมไม่เป็นคุณ?
วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556
7 กลยุทธ์ สู่ความสำเร็จ โดย จิม รอน
จงอย่าปล่อย ให้ความคิดดีๆหลีกหนีคุณไป ความคิดที่วิเศษ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณได้ ถ้าคุณจับมันไว้ จงมีสมุดจดบันทึกรายวันติดตัวคุณไปไปตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม
มันง่ายที่อยู่อย่างธรรมดาๆ ซึ่งเป็นชีวิตทั้งหมดที่คุณทำ คือ ใช้เวลาส่วนใหญ่กับสิ่งไม่สำคัญ กับคนที่ไม่สำคัญ คนที่ลึกซึ้งจะประเมินการกระทำของเขา พวกเขารู้ว่าสิ่งสำคัญคืออะไร สิ่งที่ไม่สำคัญคืออะไร พวกเขาไม่สับสนในสิ่งนั้น คนลึกซึ้งก็มีเพื่อนที่คบเพียงผิวเผิน ความแตกต่างคือว่า แทนที่จะใช้เวลามากมายกับคนเหล่านั้น พวกเขาใช้เวลาที่สัมพันธ์กับเวลาที่ไม่สำคัญของพวกเขาเพื่อผ่อนคลาย พวกเขาเพียงแค่ไม่ใช้เวลาให้หมดเปลืองไปกับ มิตรภาพที่ไม่สำคัญและพวกเจ้าสำราญ
จงใช้เวลามากขึ้นกับคนที่เหมาะสม ใครคือคนที่เหมาะสมคนนั้น?
คำตอบ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของคุณ โดยทั่วไป ให้มองหาคนที่มีสาระและได้รับการอบรมด้านจิตใจ คนซึ่งใช้เวลาใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งถึงความหมายของชีวิต คนซึ่งประสบความสำเร็จในการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่างๆด้วยวินัยและความพากเพียร
คุณจะไปร่วมงานเลี้ยงทางด้านสติปัญญาที่ไหน?
น่าสงสารคนซึ่งมีภัตตคารที่โปรดปราน แต่ไม่มีนักคิดที่โปรดปราน คนๆนั้นเอาใจใส่ที่จะให้อาหารแก่ร่างกายของเขา แต่ ไม่เอาใจใส่ที่จะให้อาหารแก่ความคิดและจิตวิญญาณ
มีคนบางคนมีสิ่งสวยงามมากมายอยู่รายล้อมเขา แต่กระนั้น พวกเขาก็มีความสุขเพียงเล็กน้อย มีคนมากมายที่มีเงินกองโตแล้วยังคงยากจนในจิตวิญญาณ พบความสุขเพียงเล็กน้อยในชีวิต ... อย่าเพียงแค่เรียนรู้วิธีหาเงิน จงเรียนรู้วิธีที่จะดำเนินชีวิตด้วย
"จงมีความสุขกับสิ่งที่คุณมี ในขณะที่คุณกำลังแสวงหาสิ่งที่คุณต้องการ"
อย่าใช้เงิน 1 ใน 4 ส่วนของเงินทั้งหมดของคุณให้หมดไปทันที เก็บไว้แล้วซื้อบางอย่างที่พิเศษ บางสิ่งบางอย่างที่งดงาม มีคุณค่าคงทน หรือ บางสิ่งบางอย่างซึ่งจะให้ความทรงจำ อันมีคุณค่ายิ่งกับคุณไปตลอดชีวิต จงจำไว้ว่า คุณภาพสำคัญมากเกินกว่าปริมาณ มีทรัพย์สมบัติ 2-3 ชิ้น ดีกว่ามีขยะเต็มบ้าน
เรามากำหนดเป้าหมายใหม่ เพื่อที่จะไม่พลาดสิ่งใดๆเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งทั้งหลายที่อยู่ในวิสัยที่เราทำได้ มันอาจจะต้องใช้การริเริ่มเล็กน้อยในส่วนของเรา แต่จงคิดถึงผลตอบแทนที่กำลังรอเราอยู่ ทั้งหมดที่เราต้องทำคือ ปล่อยให้การกระทำอย่างมีสติ หลั่งไหลออกมาจากความคิดพิเศษ และการกระทำนี้จะเชื่อมความฝันของเรากับความเป็นจริงของประสบการณ์ใหม่
มันง่ายที่อยู่อย่างธรรมดาๆ ซึ่งเป็นชีวิตทั้งหมดที่คุณทำ คือ ใช้เวลาส่วนใหญ่กับสิ่งไม่สำคัญ กับคนที่ไม่สำคัญ คนที่ลึกซึ้งจะประเมินการกระทำของเขา พวกเขารู้ว่าสิ่งสำคัญคืออะไร สิ่งที่ไม่สำคัญคืออะไร พวกเขาไม่สับสนในสิ่งนั้น คนลึกซึ้งก็มีเพื่อนที่คบเพียงผิวเผิน ความแตกต่างคือว่า แทนที่จะใช้เวลามากมายกับคนเหล่านั้น พวกเขาใช้เวลาที่สัมพันธ์กับเวลาที่ไม่สำคัญของพวกเขาเพื่อผ่อนคลาย พวกเขาเพียงแค่ไม่ใช้เวลาให้หมดเปลืองไปกับ มิตรภาพที่ไม่สำคัญและพวกเจ้าสำราญ
จงใช้เวลามากขึ้นกับคนที่เหมาะสม ใครคือคนที่เหมาะสมคนนั้น?
คำตอบ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของคุณ โดยทั่วไป ให้มองหาคนที่มีสาระและได้รับการอบรมด้านจิตใจ คนซึ่งใช้เวลาใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งถึงความหมายของชีวิต คนซึ่งประสบความสำเร็จในการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่างๆด้วยวินัยและความพากเพียร
คุณจะไปร่วมงานเลี้ยงทางด้านสติปัญญาที่ไหน?
น่าสงสารคนซึ่งมีภัตตคารที่โปรดปราน แต่ไม่มีนักคิดที่โปรดปราน คนๆนั้นเอาใจใส่ที่จะให้อาหารแก่ร่างกายของเขา แต่ ไม่เอาใจใส่ที่จะให้อาหารแก่ความคิดและจิตวิญญาณ
มีคนบางคนมีสิ่งสวยงามมากมายอยู่รายล้อมเขา แต่กระนั้น พวกเขาก็มีความสุขเพียงเล็กน้อย มีคนมากมายที่มีเงินกองโตแล้วยังคงยากจนในจิตวิญญาณ พบความสุขเพียงเล็กน้อยในชีวิต ... อย่าเพียงแค่เรียนรู้วิธีหาเงิน จงเรียนรู้วิธีที่จะดำเนินชีวิตด้วย
"จงมีความสุขกับสิ่งที่คุณมี ในขณะที่คุณกำลังแสวงหาสิ่งที่คุณต้องการ"
อย่าใช้เงิน 1 ใน 4 ส่วนของเงินทั้งหมดของคุณให้หมดไปทันที เก็บไว้แล้วซื้อบางอย่างที่พิเศษ บางสิ่งบางอย่างที่งดงาม มีคุณค่าคงทน หรือ บางสิ่งบางอย่างซึ่งจะให้ความทรงจำ อันมีคุณค่ายิ่งกับคุณไปตลอดชีวิต จงจำไว้ว่า คุณภาพสำคัญมากเกินกว่าปริมาณ มีทรัพย์สมบัติ 2-3 ชิ้น ดีกว่ามีขยะเต็มบ้าน
เรามากำหนดเป้าหมายใหม่ เพื่อที่จะไม่พลาดสิ่งใดๆเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งทั้งหลายที่อยู่ในวิสัยที่เราทำได้ มันอาจจะต้องใช้การริเริ่มเล็กน้อยในส่วนของเรา แต่จงคิดถึงผลตอบแทนที่กำลังรอเราอยู่ ทั้งหมดที่เราต้องทำคือ ปล่อยให้การกระทำอย่างมีสติ หลั่งไหลออกมาจากความคิดพิเศษ และการกระทำนี้จะเชื่อมความฝันของเรากับความเป็นจริงของประสบการณ์ใหม่
.bmp)
.bmp)