weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิเคราะห์ความเชื่อของคุณ

สิ่งเดียวที่ยืนขวางระหว่างคนกับสิ่งที่เขาต้องการในชีวิต มักจะเป็นเพียงความตั้งใจที่จะลองมัน และความศรัทธา ที่เชื่อว่ามันมีทางเป็นไปได้ 'ริชาร์ด เอ็ม ดีวอส

บางทีกฏข้อที่สำคัญที่สุดในกฏแห่งจิตทั้งมวลอาจจะเป็นกฏแห่งความเชื่อ กฏนี้บอกว่าอะไรก็ตามที่คุณเชื่อด้วยความมั่นใจ จะกลาเป็นความจริงของคุณ คุณไม่ได้เชื่อในสิ่งที่เห็น แต่คุณเห็นในสิ่งที่เชื่ออยู่แล้ว คุณมองโลกผ่านแว่นคุณเองในความเชื่อ แว่นของทัศนคติ คุณไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดว่าคุณเป็น แต่คุณเป็นอย่างที่คุณคิด

พัฒนาการทั้งหมดในชีวิตของเราล้วนมาจากการเปลี่ยนความเชื่อของเราเกี่ยวกับความเป็นไปได้และเกี่ยวกับตัวเรา ความเจิญส่วนตัวมาจากการเปลี่ยนแปลงความเชื่อของเราเกี่ยวกับสิ่งที่เราสามารถทำได้และเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับเรา เราอยากมีรายได้เพิ่มเป็น 2 เท่ามั๊ย ต้องอยากแน่นอน! คำถามคือ เราเชิ่อหรือไม่ว่ามันเป็นไปได้ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ทุกๆอย่างที่เราทำหรือได้รับในชีวิตทุกความคิดและความรู้สึกหรือการกระทำ ล้วนถูกควบคุมและกำหนดโดยแนวความคิดของตัวเอง แนวความคิดของเราจะมาก่อนและเป็นตัวทำนายความสามารถและประสิทธภาพในทุกอย่างที่เราทำ แนวความคิดของตัวเองคือคำสั่งหลักของคอมพิวเตอร์ในสมองของเรา มันเหมือนระบบพื้นฐาน ทุกอย่างที่เป็นผลสำเร็จในโลกภายนอกของเรา ล้วนเป็นผลมาจากความคิดภายใน

สิ่งที่นักจิตวิทยาค้นพบคือ แนวความคิดของเราประกอบด้วย ความเชื่อทั้งหมด ทัศนคติทั้งหมด ความรู้สึกทั้งหมด และความเห็นทั้งหมดของเรา เกี่ยวกับตัวเราเองและโลกของเรา ด้วยเหตุนี้เราจึงมักปฏิบัติอย่างสอดคล้องกับแนวความคิดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบก็ตาม

ใส่ขยะเข้าไป ได้ขยะออกมา
นี่เป็นการค้นพบที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวความคิดของตัวเอง ต่อให้แนวความคิดของเราเองประกอบด้วยความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับตัวเองหรือโลกของเรา แต่ตราบใดที่เราคิดว่ามันคือความจริง เราก็จะรู้สึก คิด และกระทำตามนั้น

ความเชื่อที่แย่ที่สุดก็คือ ความเชิ่อที่จำกัดตัวเอง ถ้าเราเชื่อว่าตัวเองถูกจำกัดในบางอย่าง ไม่ว่ามันจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม มันจะกลายเป็นความจริงสำหรับตัวเราถ้าเราเชื่อมัน เราจะทำตัวเองให้สอดคล้องกับความเชื่อนั้น ราวกับว่าเราขาดกรือไม่สามารถในเรื่องนั้นๆเอาจริงๆ การเอาชนะความเชื่อที่จำกัดตัวเองและการถูกยัดเยียดข้อจำกัดให้ตัวเอง มักเป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ขวางกั้นระหว่างตัวเรากับความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดของตัวเรา

ความเชื่อที่จำกัดตัวเอง ที่บางครั้งเกิดจากประสาการณ์เพียงครั้งเดียวหรือจากคำพูดพล่อยๆของใครบางคน สามารถฉุดรั้งเราไว้ได้เป็นเวลาหลายปี คนส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์ของการใช้ทักษะในงานที่ตัวเองคิดว่าไม่สามารถทำได้ แล้วก็ต้องประหลาดใจในตัวเอง ว่าแนวความคิดที่จำกัดตัวเราเองนั้น ไม่มีพื้นฐานความจริงเลยซักนิด

ตัวเรา ดีกว่าที่เรารู้: หลุยส์ เฮย์ นักเขียนเคยกล่าวไว้ว่า รากเหง้าของปัญหาส่วนใหญ่ในชีวิตเรา เกิดจากความรู้สึกที่ว่า 'ฉันไม่ดีพอ' ความจริงก็คือ เรามีความสามารถมากกว่าที่เราเคยนำมาใช้ตลอดชีวิต ไม่มีใครดีกว่าเรา และไม่มีใครฉลาดไปมากกว่าเรา คนอื่นจะฉลาดกว่าหรือดีกว่าในเรื่องที่ต่างออกไป ในเวลาที่ต่างกันเท่านั้นเอง

ดร โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ แห่งฮาร์วาร์ด กล่าวว่าเรามีสติปัญญาที่แตกต่างกันอย่างน้อย 10 อย่าง และเราอาจเป็นอัจฉริยะในอย่างใดอย่างหนึ่งได้ หน้าที่ของเราคือต้องหาให้พบว่าเราเก่งหรือเป็นอัจฉริยะด้านไหน

จอร์จ บิลลิงส์ดาราตลกกล่าวไว้ว่า ' มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์รู้ ที่ทำให้เขาเจ็บปวด แต่เป็นสิ่งที่เขาไม่รูจริงต่างหากที่ทำร้ายเขา'

ไม่มีถนนสายไหนยาวเกินไป สำหรับคนที่เดินไปข้างหน้าด้วยความตั้งใจและไม่ล่าช้าเกินควร
ไม่มีเกียรติยศใดไกลเกินไป สำหรับคนที่เตรียมพร้อมสำหรับมันด้วยความอดทน' ฌอง เดอลา บูรเยร์

เรามีอำนาจทางความคิดที่เหลือเชื่อ แต่เรามักติดนิสัยที่จะไม่นำมันมาใช้ให้เต็มที่ การตั้งเป้าหมายอย่างมีระบบให้กับชีวิตและการวางแผนที่จะบรรลุมัน จะช่วยให้เราประหยัดเวลาหลายปีในการทำงานหนัก เพื่อไปให้ถึงความสำเร็จในระดับเดียวกัน การตั้งเป้าหมายทำให้เราสามารถใช้อำนาจทางความคิดได้มากกว่าคนส่วนใหญ่