รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554
www.weenalovecookie.blogspot.com: แรงผลัก 2 ประเภท
www.weenalovecookie.blogspot.com: แรงผลัก 2 ประเภท: "หญิง ซึ่งรวมทั้งชายด้วย เป็นผู้ที่มักถูกนำโดย หัวใจ มากกว่า ความเข้าใจ ' ลอร์ด เชสเตอร์ฟิล์ด แม้ว่าเราใคร่อยากจะไม่รับ แต่ความจริงมีอยู่ว่า ..."
แรงผลัก 2 ประเภท
หญิง ซึ่งรวมทั้งชายด้วย เป็นผู้ที่มักถูกนำโดย หัวใจ มากกว่า ความเข้าใจ ' ลอร์ด เชสเตอร์ฟิล์ด
แม้ว่าเราใคร่อยากจะไม่รับ แต่ความจริงมีอยู่ว่า สิ่งที่ผลักดันพฤติกรรมของเราคือปฏิกิริยาตอบกลับที่เด่นเฉพาะที่มีต่อความเจ็บปวดหรือความพึงพอใจ ไม่ใช่การไตร่ตรองด้วยเชาว์ปัญญา
หาใช่ตวามเจ็บปวดจริงๆที่ขับดันเราไม่ แต่เป็นความกลัวเกี่ยวกับว่าบางสิ่งบางอย่างจะนำไปสู่ความเจ็บปวดต่างหาก และหาใช่ความพอใจจริงๆที่ขับดันเราไม่ แต่เป็นความเชื่อของเรา อันได้แก่ความรู้สึกแห่งความเชื่ออย่างแน่วแน่ ว่าการทำบางอย่างจะนำเราไปสู่ความพอใจ เวาไม่ได้ถูกผลักดันจากความเป็นจริง แต่จากการรับรู้และแปลความหมายความเป็นจริง
อะไรก็ตามที่คุณต้องการซึ่งมีค่า จะได้มาด้วยการสู้กับความเจ็บปวดระยะสั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งความพอใจในระยะยาว หากคุณต้องการมีรูปร่างดีเยี่ยม คุณต้องปั้นแต่งมัน ซึ่งต้องผ่านความเจ็บปวดระยะสั้นให้ได้
เหตุใดคนเรายังดื้อดึงอยู่กับความสัมพันธ์ที่ไม่พึงใจ ไม่ยอมตั้งใจหาทางออกหรือว่าเลิกไปเสียแล้วเริ่มชีวิตใหม่? เพราะรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนำทางไปสู่สิ่งที่ไม่รู้จักและคนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า สิ่งที่ไม่รู้จักจะให้ความเจ็บปวดมากกว่าที่กำลังเป็นอยู่มาก ความเชื่อแก่นเหล่านี้เองที่ฉุดไม่ให้ลงมือปฏิบัติในสิ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้
เราต้องแปลงความกลัวให้เป็นพลัง เราต้องอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่ความกลัวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตหรือคิดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต หลายครั้งที่ความกลัวซึ่งเรายอมปล่อยให้มาควบคุมชี้นำเรา ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในความเป็นจริง
หากคุณรู้ว่าคุณต้องลดนำ้หนัก แต่ทำไมยังกินอย่างสนุกอยู่? คุณกำลังเลี่ยงความเจ็บปวดที่จะตัดโอกาสการได้กิน ที่คุณทำเช่นนี้ก็เพราะมันทำให้คุณรู้สึกดีในตอนนี้ มันให้ความพึงพอใจ! เป็นความพึงพอใจในทันที! ไม่มีใครต้องการโยนความรู้สึกนี้ทิ้งไป! การที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ เราต้องค้นหาวิธีการใหม่ที่ยังคงรักษาความพึงพอใจเดิมไว้โดยไม่ก่อให้เกิดผลลบตามมา
วิธีการที่สุดยอด หากคุณต้องการเปลี่ยนบางอย่างของตัวเอง ซึ่งผ่านความพยายามมาหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถ 1) เขียนลงไป ว่าอะไรที่คุณอยากเปลี่ยน 2) ทำไมคุณถึงไม่ทำมัน จริงใจกับคำตอบนี้ เพื่อให้เข้าใจเหตุผล 3) ความพึงพอใจอะไรที่ทำให้คุณยังทำมันอยู่ 4) คุณต้องเสียอะไรไปบ้าง หากคุณยังคงทำเหมือนเดิม 5) หากคุณทำมัน อะไรคือความพอใจสูงสุดที่คุณจะได้รับ
แม้ว่าเราใคร่อยากจะไม่รับ แต่ความจริงมีอยู่ว่า สิ่งที่ผลักดันพฤติกรรมของเราคือปฏิกิริยาตอบกลับที่เด่นเฉพาะที่มีต่อความเจ็บปวดหรือความพึงพอใจ ไม่ใช่การไตร่ตรองด้วยเชาว์ปัญญา
หาใช่ตวามเจ็บปวดจริงๆที่ขับดันเราไม่ แต่เป็นความกลัวเกี่ยวกับว่าบางสิ่งบางอย่างจะนำไปสู่ความเจ็บปวดต่างหาก และหาใช่ความพอใจจริงๆที่ขับดันเราไม่ แต่เป็นความเชื่อของเรา อันได้แก่ความรู้สึกแห่งความเชื่ออย่างแน่วแน่ ว่าการทำบางอย่างจะนำเราไปสู่ความพอใจ เวาไม่ได้ถูกผลักดันจากความเป็นจริง แต่จากการรับรู้และแปลความหมายความเป็นจริง
อะไรก็ตามที่คุณต้องการซึ่งมีค่า จะได้มาด้วยการสู้กับความเจ็บปวดระยะสั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งความพอใจในระยะยาว หากคุณต้องการมีรูปร่างดีเยี่ยม คุณต้องปั้นแต่งมัน ซึ่งต้องผ่านความเจ็บปวดระยะสั้นให้ได้
เหตุใดคนเรายังดื้อดึงอยู่กับความสัมพันธ์ที่ไม่พึงใจ ไม่ยอมตั้งใจหาทางออกหรือว่าเลิกไปเสียแล้วเริ่มชีวิตใหม่? เพราะรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนำทางไปสู่สิ่งที่ไม่รู้จักและคนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า สิ่งที่ไม่รู้จักจะให้ความเจ็บปวดมากกว่าที่กำลังเป็นอยู่มาก ความเชื่อแก่นเหล่านี้เองที่ฉุดไม่ให้ลงมือปฏิบัติในสิ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้
เราต้องแปลงความกลัวให้เป็นพลัง เราต้องอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่ความกลัวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตหรือคิดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต หลายครั้งที่ความกลัวซึ่งเรายอมปล่อยให้มาควบคุมชี้นำเรา ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในความเป็นจริง
หากคุณรู้ว่าคุณต้องลดนำ้หนัก แต่ทำไมยังกินอย่างสนุกอยู่? คุณกำลังเลี่ยงความเจ็บปวดที่จะตัดโอกาสการได้กิน ที่คุณทำเช่นนี้ก็เพราะมันทำให้คุณรู้สึกดีในตอนนี้ มันให้ความพึงพอใจ! เป็นความพึงพอใจในทันที! ไม่มีใครต้องการโยนความรู้สึกนี้ทิ้งไป! การที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ เราต้องค้นหาวิธีการใหม่ที่ยังคงรักษาความพึงพอใจเดิมไว้โดยไม่ก่อให้เกิดผลลบตามมา
วิธีการที่สุดยอด หากคุณต้องการเปลี่ยนบางอย่างของตัวเอง ซึ่งผ่านความพยายามมาหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถ 1) เขียนลงไป ว่าอะไรที่คุณอยากเปลี่ยน 2) ทำไมคุณถึงไม่ทำมัน จริงใจกับคำตอบนี้ เพื่อให้เข้าใจเหตุผล 3) ความพึงพอใจอะไรที่ทำให้คุณยังทำมันอยู่ 4) คุณต้องเสียอะไรไปบ้าง หากคุณยังคงทำเหมือนเดิม 5) หากคุณทำมัน อะไรคือความพอใจสูงสุดที่คุณจะได้รับ
วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554
แรงที่กำหนดทิศทางชีวิตคุณ
บ่อยครั้งเหลือเกินที่เราได้ยินผู้คนพูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาต้องการในชีวิต แต่ก็ไม่สามารถจะทำให้ตัวเองทำได้ พวกเขารู้สึกคับข้องใจ สู้ไม่ไหว แม้กระทั่งโกรธตัวเอง เหตุผลประการหนึ่งก็คือ พวกเขาพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ซึ่งเป็นแค่เพียงผลแทนที่จะจัดการกับเหตุที่อยู่เบื้องหลัง
'คนที่ทุกข์ก่อน ที่จำเป็นต้องทุกข์ จะมีทุกข์มากกว่าจำเป็น' เซเนก้า
เหตุใดคุณจึงไม่ทำในสิ่งที่คุณรู้ว่าคุณควรจะทำ? อะไรคือการผัดวันประกันพรุ่ง? มันคือเมื่อคุณรู้ว่าคุณควรทำบางอย่าง แต่คุณไม่ทำ ทำไมไม่ทำล่ะ? คำตอบง่ายนิดเดียวคือ คุณรู้สึกว่าการลงมือทำตอนนี้จะให้ความเจ็บปวดมากกว่าเลื่อนออกไป คุณเชื่อมโยงความรู้สึกเจ็บปวดเข้ากับสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำ มากกว่าการที่พลาดโอกาสนั้นไป
สำหรับคนส่วนใหญ่ ความกลัวการสูญเสียยิ่งใหญ่กว่าความปรารถนาที่จะได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า อะไรที่ผลักดันคุณมากกว่ากันระหว่าง การป้องคนขโมยเงิน 100,000฿ ที่คุณหามาด้วยความเหนื่อยยากตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา หรือโอกาสที่จะหาเงินได้ 100,000฿ ในอีก 1 ปีข้างหน้า ความจริงก็คือคนส่วนใหญ่จะทำงานหนักมากขึ้นในการยึดอยู่กับสิ่งที่มีอยู่ มากกว่าเสี่ยงตามที่จำเป็น เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการได้จริงๆ ในชีวิต
เหตุใดบางครั้งคนจึงยอมเจ็บปวดมากกว่าที่จะยอมเปลี่ยน? นั่นเพราะพวกเขายังเจ็บไม่พอ ยังไปไม่ถึงจุดแตกทางอารมณ์ เราทั้งหมดต่างเคยมีประสบการณ์ของเวลาหนึ่งในชีวิตที่เราพูดว่า 'พอแล้ว ไม่อีกต่อไปแล้ว ต้องเปลี่ยนได้แล้ว' นี่คือเวลาอันวิเศษเมื่อความเจ็บปวดกลายเป็นมิตร มันผลักดันให้เราลงมือปฏิบัติใหม่และได้ผลลัพท์ใหม่ เรากลายเป็นคนที่ถูกบังคับให้ทำมากขึ้น คำว่า 'พอกันที'มันคือความปรารถนาที่จะกำจัดความเจ็บปวดออกไปจากชีวิตคุณ และสถาปนาความพึงพอใจให้กลับมาอีกครั้ง อันได้แก่ ความพึงพอใจแห่งความภาคภูมิ ความพึงพอใจแห่งการนับถือตัวเอง ความพึงพอใจแห่งชีวิตที่คุณออกแบบเอง
หากคุณโศกเศร้าด้วยอะไรก็ตามจากภายนอก ความเจ็บปวดไม่ได้มาจากสิ่งนั้นหรอก แต่ความเจ็บปวดมาจากการประเมินความหมายของมัน และสิ่งนี้แหละที่คุณมีพลังที่จะปลุกมันออกมาใช้งานได้ทุกขณะ ' มาร์คัส โอเรเลียส
ไม่ใช่เหตุการณ์ต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อเรามากที่สุด แต่กลับเป็นการแปลความหมายเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างไรต่างหาก ที่จะเป็นสิ่งกำหนดว่าเราคิดอย่างไรเกี่ยวกับตัวเรา เรามีความสามารถอันมหัศจรรย์ที่จะปรับตัว มีเพียงมนุษยเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนการเชื่อมโยงของตัวเองไปสู่ความพอใจหรือไปสู่ความเจ็บปวดได้ ขึ้นอยู่กับการแปลความหมายเหตุการณ์ของแต่ละคน
'คนที่ทุกข์ก่อน ที่จำเป็นต้องทุกข์ จะมีทุกข์มากกว่าจำเป็น' เซเนก้า
เหตุใดคุณจึงไม่ทำในสิ่งที่คุณรู้ว่าคุณควรจะทำ? อะไรคือการผัดวันประกันพรุ่ง? มันคือเมื่อคุณรู้ว่าคุณควรทำบางอย่าง แต่คุณไม่ทำ ทำไมไม่ทำล่ะ? คำตอบง่ายนิดเดียวคือ คุณรู้สึกว่าการลงมือทำตอนนี้จะให้ความเจ็บปวดมากกว่าเลื่อนออกไป คุณเชื่อมโยงความรู้สึกเจ็บปวดเข้ากับสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำ มากกว่าการที่พลาดโอกาสนั้นไป
สำหรับคนส่วนใหญ่ ความกลัวการสูญเสียยิ่งใหญ่กว่าความปรารถนาที่จะได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า อะไรที่ผลักดันคุณมากกว่ากันระหว่าง การป้องคนขโมยเงิน 100,000฿ ที่คุณหามาด้วยความเหนื่อยยากตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา หรือโอกาสที่จะหาเงินได้ 100,000฿ ในอีก 1 ปีข้างหน้า ความจริงก็คือคนส่วนใหญ่จะทำงานหนักมากขึ้นในการยึดอยู่กับสิ่งที่มีอยู่ มากกว่าเสี่ยงตามที่จำเป็น เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการได้จริงๆ ในชีวิต
เหตุใดบางครั้งคนจึงยอมเจ็บปวดมากกว่าที่จะยอมเปลี่ยน? นั่นเพราะพวกเขายังเจ็บไม่พอ ยังไปไม่ถึงจุดแตกทางอารมณ์ เราทั้งหมดต่างเคยมีประสบการณ์ของเวลาหนึ่งในชีวิตที่เราพูดว่า 'พอแล้ว ไม่อีกต่อไปแล้ว ต้องเปลี่ยนได้แล้ว' นี่คือเวลาอันวิเศษเมื่อความเจ็บปวดกลายเป็นมิตร มันผลักดันให้เราลงมือปฏิบัติใหม่และได้ผลลัพท์ใหม่ เรากลายเป็นคนที่ถูกบังคับให้ทำมากขึ้น คำว่า 'พอกันที'มันคือความปรารถนาที่จะกำจัดความเจ็บปวดออกไปจากชีวิตคุณ และสถาปนาความพึงพอใจให้กลับมาอีกครั้ง อันได้แก่ ความพึงพอใจแห่งความภาคภูมิ ความพึงพอใจแห่งการนับถือตัวเอง ความพึงพอใจแห่งชีวิตที่คุณออกแบบเอง
หากคุณโศกเศร้าด้วยอะไรก็ตามจากภายนอก ความเจ็บปวดไม่ได้มาจากสิ่งนั้นหรอก แต่ความเจ็บปวดมาจากการประเมินความหมายของมัน และสิ่งนี้แหละที่คุณมีพลังที่จะปลุกมันออกมาใช้งานได้ทุกขณะ ' มาร์คัส โอเรเลียส
ไม่ใช่เหตุการณ์ต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อเรามากที่สุด แต่กลับเป็นการแปลความหมายเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างไรต่างหาก ที่จะเป็นสิ่งกำหนดว่าเราคิดอย่างไรเกี่ยวกับตัวเรา เรามีความสามารถอันมหัศจรรย์ที่จะปรับตัว มีเพียงมนุษยเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนการเชื่อมโยงของตัวเองไปสู่ความพอใจหรือไปสู่ความเจ็บปวดได้ ขึ้นอยู่กับการแปลความหมายเหตุการณ์ของแต่ละคน
www.weenalovecookie.blogspot.com: แรงที่กำหนดทิศทางชีวิตคุณ
www.weenalovecookie.blogspot.com: แรงที่กำหนดทิศทางชีวิตคุณ: "บ่อยครั้งเหลือเกินที่เราได้ยินผู้คนพูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาต้องการในชีวิต แต่ก็ไม่สามารถจะทำให้ตัวเองทำได้ พวกเขารู้สึกคับข้องใจ ..."