weenalovecookie

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Think like a winner by Walter Staple

Think like a winner
1. ความเปป็นผู้ชนะไม่ได้มาแต่กำเนิด พวกมันถูกสร้างขึ้น
2. แรงพลังที่ครอบงำในความมีตัวตนของคุณ ก็คือ การคิดที่คุณกำลังคิด
3. คุณมีพลังอำนาจอยู่แล้วที่จะสร้างความเป็นจริงของตัวเองขึ้นมา
4. มีประโยชน์บางประการที่คุณจะได้รับจากอุปสรรค
5. ความเชื่อแต่ละข้อเป็นสิ่งที่คุณเลือก
6. คุณไม่มีวันพ่ายแพ้จนกว่าคุณจะยอมรับความพ่ายแพ้ว่าเป็นความจริง และตัดสินใจที่จะหยุดความพยายาม
7. คุณครอบครองความสามารถที่จะบรรลุความเป็นเลิศในด้านที่สำคัญของชีวิตอยู่แล้วอย่างน้อยหนึ่งด้าน
8. ข้อจำกัดจริงๆเพียงอย่างเดียวต่อสิ่งที่คุณสามารถบรรลุผลได้ในชีวิตของคุณ ก็คือ อันที่คุณเอามาใส่ไว้ในตัวเอง
9. ไม่สามารถมีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้โดยปราศจากการมุ่งมั่นทุ่มเทที่ยิ่งใหญ่
10. คุณจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือของคนอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายที่คุ้มค่า
ดังนั้น จงเดินหน้าต่อไป และคิดอย่างผู้ชนะได้แล้ว

เมื่อคุณเปลี่ยนการคิด คุณจะเปลี่ยนความเชื่อ เมื่อคุณเปลี่ยนความเชื่อ คุณจะเปลี่ยนความคาดหวัง เมืีอคุณเปลี่ยนความคาดหวัง คุณจะเปลี่ยนทัศนคติ เมื่อคุณเปลี่ยนทัศนคติ คุณจะเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อคุณเปลี่ยนพฤติกรรม คุณจะเปลี่ยนผลงานการปฏิบัติ เมืีอคุณเปลี่ยนผลงานการปฏิบัติ คุณจะเปลี่ยนชีวิตของคุณ !!!!

รางวัลที่คุณได้รับในชีวิต ไม่ได้มาจ่กศักยภาพของคุณ มันมาจากผลลัพท์ของ สิ่งที่ทำออกมาได้ของคุณต่างหาก คุณมีสิ่งที่คุณมีมาด้วยการทำสิ่งที่คุณได้กำลังทำมาจากอดีตจนถึงตอนนี้ หากสิ่งที่คุณต้องการในอนาคตแตกต่างไปจากสิ่งที่คุณมีในปัจจุบัน คุณก็ต้องเปลี่ยนสิ่งที่คุณได้ทำมานั่นเอง

มีถนนความเร็วสูงและถนนความเร็วต่ำตลอดเส้นทางชีวิต ถนนความเร็วสูงช่วยให้คุณมุ่งแรงพยายามของคุณและรวมเรี่ยวแรงของคุณไปที่การบรรลุผลในเป้าหมายของคุณ ถนนความเร็วต่ำเบี่ยงเบนความสนใจของคุณและทำให้แหล่งกำเนิดเรี่ยวแรงของคุณกระจัดกระจาย มันจะเกิดผลมากกว่าเมื่อคุณใส่ใจกับสิ่งที่คุณรับรู้และแปลความหมายว่าเป็นส่งท้าทายหรือโอกาส มากกว่าสิ่งที่คุณรับรู้และแปลความหมายว่าเป็นปัญหาหรือความถดถอย มันดีกว่สเมื่อใส่ใจไปที่เหตุผลว่าทำไมคุณจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายของคุณ แทนที่จะเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณจึงไม่สามารถ มันดีกว่าเมื่อใส่ใจไปที่ทางออกของปัญหาแทนที่จะมุ่งไปที่ข้อแก้ตัว จะมีสิ่งกั้นขวางเสมอระหว่างสิ่งที่คุณต้องการกับสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว ทัศนคติของคุณที่มีต่ออุปสรรคชั่วคราวเหล่านี้มากกว่าที่จะเป็นตัวอุปสรรคเอง

ชีวิตของคุณไม่ได้มีผลมาจากสภาพและเหตุการณ์แวดล้อมภายนอก มากเท่ากับลักษณะที่เรารับรู้และแปลความหมายปัจจัยเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร แพทย์บำบัดชาวอเมริกัน กล่าวไว้ว่า 'ทัศนคติ มีความสำคัญมากกว่าข้อเท็จจริง' 

ด้วยการมองออกไปนอกหน้าต่างของตัวคุณ คุณอาจมองเห็นปัญหาหรือโอกาส แท้จริงแล้วมันเป็นด้านสองด้านของเหรียญๆหนึ่ง และทั้งสองด้านถูกนำเสนอออกมาด้วยความสมบูรณ์ในตัวมันเอง สิ่งที่คุณเลือกที่จะเอาใจใส่ในตอนท้าย คือ สิ่งที่คุณจะอยู่กับมัน สิ่งที่เข้าไปในความคิดนี้ก็จะเจริญเติบโตขึ้นในใจ

คุณไม่สามารถที่จะคาดหวังที่จะบรรลุทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่คุณต้องการแค่เพียงเพราะคุณต้องการมัน แต่คุณสามารถบรรลุผลสำเร็จมากกว่าที่คุณเคยคิดว่าเป็นไปได้ หากคุณเพียงใช้เวลาที่จะพัฒนาความสามารถพิเศษและความสามารถทั่วไปที่คุณมีอยู่ได้ ดังที่วิลเลี่ยม เชคสเปียร์กล่าวไว้ว่า 'เรารู้ในสิ่งที่เราเป็นอยู่ แต่เราไม่รู้ในสิ่งที่เราอาจเป็นได้'

'เปลี่ยนความคิดของคุณ แล้วคุณจะเปลี่ยนโลกของคุณ' นอร์แมน วินเซ็นต์ ฟีล

ทัศนคติ คือ ผลของทางเลือกที่คุณเลือก มันเป็นการตัดสินใจที่จะ เชื่อหรือไม่เชื่อ ในด้านใดด้านหนึ่งในชีวิตของคุณ ความเป็นผู้ชนะไม่ได้มากับการกำเนิด แต่ถูกทำให้เกิดขึ้น
- ใช่ อะไรที่จะเกิดขึ้นก็ต้องเกิดขึ้น แต่แทนที่จะไม่ทำอะไรเกี่ยวกับมันเลย ฉันตั้งใจที่จะทำบางอย่างเกี่ยวกับมัน
- ใช่ ฉันเชื่อว่าในที่สุดแล้ว ชะตาชีวิตของฉันต้องอยู่ในกำมือของฉัน ซึ่งหากมันจะเป็นอย่างไร มันก็ขึ้นอยู่กับฉัน
- ใช่ โชคจะมีบทบาทบางประการในชีวิตของฉัน แต่นั่นก็เพราะฉันทำให้มันเกิดขึ้น ตามที่ฉันตัดสินใจให้มันเกิดขึ้น
เหล่านี้ คือคำสำหรับคนที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตัวเองคือคนที่เลือก ที่ตัดสินใจ และที่รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่คนอื่นหรือสิ่งแวดล้อมใดๆ