มหาวิทยาลัยเยล ทำการศึกษาความสัมพันธ์ของการตั้งเป้าหมายกับความสำเร็จ 1953
3% ของนักศึกษาที่จบและเขียนเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน
10% เขียนแบบหลวมๆ
87% ไม่เขียนอะไรเลย
20 ปีต่อมา 1973 เขาติดตามผลและพบว่า 3% ที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน มีผลสัมฤทธิ์มากกว่า 97% รวมกัน
หลักการตั้งเป้าหมายที่เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ
1. ระบุเป้าหมายหลักใหญ่ที่ท้าทายและสำคัญกับคุณ สามารถวัดผลเป็นตัวเลขที่เฉพาะเจาะจง
2. ระบุวันที่แน่นอนที่ต้องการได้เป้าหมายนั้น
3. ระบุ ทางเลือกหลายๆทาง ที่รวมกันแล้วสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้
4. กำหนดแผนงานอย่างละเอียดที่ตัดสินใจทำ เช่น ความรู้อันจำเป็นที่จะให้ผลสำเร็จได้, พัฒนาทักษะต่างๆ, ผู้คนที่คุณต้องพบปะด้วย
5. รวบรวมอุปสรรคใหญ่ๆที่คุณต้องเอาชนะ
6. รวบรวมประโยชน์ใหญ่ๆที่คุณจะได้รับเมื่อสำเร็จ
7. เขียนแผนนั้นออกมาเป็นแม่บท
8. อ่านออกเสียงดังๆ 2 ครั้งต่อวัน ตื่นเช้าและก่อนนอน บันทึกเทปและเปิดฟัง
9. เชื่อและเห็น รู้สึกว่าตัวเองบรรลุแล้ว
10. เริ่มดำเนินการตามแผนทันที ไม่ว่าคุณจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม
ตราบนานเท่านาน ที่บุคคลหนึ่งจินตนาการว่าเขาไม่สามารถทำนี่หรือทำนั่นได้ ตราบนานที่เขามุ่งมั่นที่จะไม่ทำมัน และจากผลของมัน ก็จะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา ที่ควรจะทำมันตราบนานเท่านาน' เบเนดิคท์ สปิโนซ่า
ชะตาชีวิตไม่ได้เป็นเรื่องของความบังเอิญ มันเป็นเรื่องของการเลือก มันไม่ใช่สิ่งที่จะไปรอคอย แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกทำให้บรรลุ' วิลเลี่ยม เจนนิงส์ ไบรอัน รัฐบุรุษอเมริกัน
มีความสัมพันธ์ตรงระหว่างปริมาณการควบคุมที่คุณมีความสุขกับมัน กับปริมาณความรับผิดชอบที่คุณยอมรับ ผู้ชนะยอมรับความรับผิดชอบเต็มสำหรับสิ่งที่พวกเขาคิด สิ่งที่พวกเขาพูด และสิ่งที่พวกเขาทำ ด้วยวิธีนี้พวกเขาจึงสามารถที่จะควบคุมด้านเหล่านี้ในชีวิตได้ ผู้แพ้ตำหนิใครบางคนหรือสิ่งอื่นๆเสมอสำหรับผลลัพท์ที่พวกเขาได่ โดยที่พวกเขาไม่สามารถที่จะควบคุมผู้คนและสิ่งต่างๆรอบๆตัวเองได้ทั้งหมด พวกเขาจึงหลุดออกจากการควบคุมไปไกลเกินกว่าจะช่วยเหลือได้ พวกเขาพัดไปตามกระแสลมและถูกควบคุมบงการโดยความบังเอิญและเหตุการณ์แวดล้อมทุกอย่างที่เข้ามาในหนทางของพวกเขา
ลักษณะที่เด่นที่สุดของมนุษย์ที่บรรลุความสำเร็จสูงและเป็นผู้ใหญ่จริงๆก็คือ ความเต็มใจที่จะยอมรับความรับผิดชอบทั้งหมดต่อชีวิตพวกเขาในทุกๆด้าน ผู้คนส่วนใหญ่ล้มเหลวที่จะเข้าใจแนวคิดที่เป็นกุญแจสำคัญนี้ ที่ว่าการยอมรับความรับผิดชอบทั้ง 100% สำหรับทุกสิ่งเป็นหนทางเดียวที่จะเรียนรู้ เติบโต และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในชีวิต
การที่ไม่ยอมรับความรับผิดชอบก็คือ การตำหนิและวิจารณ์คนอื่นๆ การยกข้ออ้างขึ้นมาแก้ตัว และทำลายสิ่งต่างๆรอบตัวคุณเอง แต่คุณไม่สามารถทำลายสิ่งต่างๆรอบตัวคุณได้ โดยปราศจากการทำลายตัวเองให้ลงไปอยู่ในระดับเดียวกับมันในกระบวนการนั้น คุณไม่มีวันที่จะสามารถหวังที่จะบรรลุความสำเร็จในระดับสูงได้หากคุณรู้สึกขมขื่น วิจารณ์ตัวเองมากเกินควร และทุกข์ระทมจากการเก็บกักอารมณ์ลบที่ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยพฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบได้