ผู้คนส่วนมากยึดติดกับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เสียจนกระทั่งพวกเขาต้องการความพอใจเดี๋ยวนี้เลย และพวกเขาก็หมดความอดทนถ้าพวกเขาไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ในทันใด พวกเขาต้องการข้อพิสูจน์เพราะว่า หากไม่มีข้อพิสูจน์ก็แปลว่า ไม่มีสิ่งใดกำลังเกิดขึ้น หรือ แปลว่าพวกเขาคิดเอาเอง แต่ทุกสิ่งที่คุ้มค่าแก่การสร้างก็คุ้มค่าแก่การเฝ้ามองมันเผยตัวออกมาด้วยจิตใจที่รู้สึกยินดี
มันจะต้องพยายามซ้ำๆ อย่างสมบูรณ์แบบนับร้อยครั้งหรือพันครั้ง เพื่อที่จะกลายเป็นผู้ที่มีความสามารถอย่างไม่รู้ตัว หากคุณต้องการจะมีความสมบูรณ์แบบในบางสิ่ง มันไม่เพียงพอที่จะทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณต้องทำมันอย่าง ถูกต้องสมบูรณ์แบบ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในทำนองเดียวกัน หากคุณทำสิ่งผิดๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันก็สามารถกลายเป็นความเก่งในการทำผิดของคุณไปด้วยเช่นกัน
คนที่ประสบความสำเร็จระดับสูงก็รู้สึกถึงความกลัว สงสัยและกังวล เช่นเดียวกับที่คนอื่นๆรู้สึก แต่พวกเขาปฏิบัติกับความรู้สึกนั้นต่างหากที่ทำให้พวกเขาแตกต่างออกไป เมื่อเขาพบกับความล้มเหลวหรือบางสิ่งที่ไม่ได้ผล พวกเขาจะไม่คิดว่าพวกเข้มเหลวเป็นการส่วนตัว พวกเขาจะพยายามทำสิ่งอื่นที่แตกต่างออกไปและเดินหน้าต่อ
กฏของจักรวาลอย่างหนึ่ง คือ พยายามน้อยที่สุด ไม่ใช่พยายามมากที่สุด หากคุณพบว่าคุณกำลังทำงานหนักเกินไปและคุณเกิดความเครียดขึ้นมา นั่นเพราะว่าคุณกำลังทำงานสวนทางกับจักรวาล จักรวาลมองหาหนทางที่ง่ายที่สุดและรวดเร็วที่สุดที่จะบรรลุเป้าหมายของมัน และคุณก็ควรทำเช่นนั้นด้วย
เราคือสิ่งที่เราทำซ้ำๆ ฉะนั้นความเป็นเลิศจึงมิใช่การกระทำหนึ่งครั้ง แต่คือการกระทำที่เป็นนิสัย ' อริสโตเติล
การเข้าใจถึงธรรมชาติของความเป็นจริง และการมีสิ่งตรงข้ามตามธรรมชาติในทุกสถานการณ์ เป็นทักษะที่สำคัญต่อชีวิต ทว่ามันต้องการการฝึกฝน อย่าเร่งรีบตัดสินและติดป้ายฉลากให้แก่ทุกสิ่ง ให้เข้าใจว่าเหรียญมี 2 ด้าน ทุกสิ่งมีขึ้นมีลง จงเรียนรู้ที่จะมองเห็นทั้งสองด้านในทุกสถานการณ์ แล้วชีวิตคุณจะดำเนินไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
ความรักคือสิ่งที่เราเกิดมาพร้อมกับมัน ความกลัวคือสิ่งที่เราเรียนรู้เข้ามาในตัว การเดินเชิงจิตวิญญาณคือการปลดปล่อยความกลัวและความลำเอียงที่เรียนรู้เข้ามาออกไป แล้วนำการยอมรับกลับเข้ามาในหัวใจของเรา ความรักเป็นจริงที่สำคัญด้วยสาระ และเป็นจุดประสงค์ของเราบนโลก การตระหนักถึงความรักอย่างรู้ตัว การเกิดประสบการณ์ความรักในตัวเราเองและคนอื่นๆ คือความหมายของชีวิต ความหมายไม่ได้อยู่ในสิ่งต่างๆ ความหมายอยู่ในตัวเรา 'มาเรียน วิลเลี่ยมสัน
มีช่วงเวลาต่างๆในตอนที่สิ่งต่างๆดูจะออกนอกจังหวะ หรือเกิดไปอยู่ในจังหวะที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สะดวกสบายขึ้นมา ไปตามกระแสการไหลแทนที่จะต่อต้านมัน คนส่วนมากเสียเรี่ยวแรงและเวลามากเกินไปในการต่อต้าน ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนฤดูกาลได้ คุณสามารถเลือกว่าจะอยู่อย่างอบอุ่นในฤดูหนาว หรือไม่ก็พร่ำบ่นเกี่ยวกับฤดูหนาวก็ได้
เมื่อคุณประเมินค่าสถานการณ์หนึ่งๆ มันสามารถทำให้คุณอยู่ในความยุ่งยากถ้าคุณมองเห็นมันอยู่ตลอดเวลาว่าใครบางคน มีหรือสามารถทำได้มากกว่า สิ่งที่คุณมีหรือสามารถทำได้ ทุกสิ่งเป็นการเปรียบเทียบกัน คุณต้องเรียนรู้ที่จะไม่เปรียบเทียบกับคนอื่นหร้อประสบการณ์ในอดีต มองสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็นโดยไม่ต้องตัดสิน แล้วคุณจะไม่ตกอยู่ในความรู้สึกว่า คุณไม่เก่งพอ ดีไม่พอ มีไม่พอ..ฯ
คุณไม่สามารถที่จะได้ และเก็บเกี่ยวบางสิ่งที่ใหญ่กว่า สิ่งที่คุณให้ออกไปได้
ลองพิจารณาความเชื่อที่คุณมี ว่าความเชื่อนี้สามารถพาคุณไปสู่จุดหมายตามความฝันของคุณหรือไม่ ความเชื่อมากมายที่คุณมีอยู่ในใจวันนี้ บางความเชื่อมันยึดคุณไว้ให้อยู่ในที่หนึ่งและกำลังกันคุณไม่ให้ไปในที่ซึ่งคุณต้องการจะไป นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมบางคนถึงยังคงอยู่ในความสัมพันธ์แย่ๆ, ทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ รู้สึกทุกข์ทน แต่ข่าวดีคือ คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ คุณสามารถปลดปล่อยตัวเองจากความเชื่อที่ทำให้ทุกข์ได้ คุณเป็นคนเลือก ... คุณสามารถเลือกความเชื่อให้ตัวเองได้
อย่ายึดตัวเองไว้ว่าคุณเป็นใครจริงๆกับผลลัพธ์บางอย่างที่คุณได้รับมาจนถึงวันนี้ จงมีความกล้าพอและฉลาดพอที่จะมองเห็นอดีตซึ่งคุณเป็น และยึดกับสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมกับคุณจริงๆ
เมื่อคุณสร้างความคิดบวกที่เป็นอัตโนมัติและฝังมันลงไป ในส่วนของสมองที่เป็นจิตใต้สำนึก มันจะทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์แทนคุณ เพื่อสร้างสิ่งที่คุณต้องการ