weenalovecookie

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2556

Having it All โดย จอห์นแอฟซาราฟ

ทำ หรือ ไม่ทำ ..ไม่มี ลองทำ ' อาจารย์โยดา สตาร์วอร์


ถ้าเราเข้าใจว่า เหตุใดือตัวเราเองจึงเลือกทำบางอย่าง? เรากลายมาเป็นคนที่เราเป็นได้อย่างไร? และที่สำคัญกว่านั้น เราจะกลายเป็นคนที่เป็นมากยิ่งกว่านั้นได้อย่างไร? ... ถ้าเรากระจ่างในเรื่องนี้ คิดดูว่าชีวิตคุณปัจจุบัน จะเปลี่ยนไปอีกซักแค่ไหน

บทเรียนจากคนสำเร็จ 'อย่าล้มเลิก การติดตามความฝันของคุณอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะล้มเหลวอย่างไร ให้ลองวิธีอื่น ลองขึ้นข้างบน ไปเหนือ ลงใต้ อ้อมไปหรือ ฝ่าไป แต่ไม่มีวันล้มเลิกเด็ดขาด'

หลายคนที่ยอมแพ้ คิดว่าความสำเร็จถูกเก็บเอาไว้ให้คนที่ชีวิตไม่ได้มีปัญหา หรือความท้าทายใดๆ มันมีไว้ให้ใครๆยกเว้นตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ผิดที่สุด ไม่ว่าข้ออ้างอะไรที่คุณคิดออกว่า ทำไมจึงไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างในความฝันของคุณ ใครบางคนข้างนอกนนั่นอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายหรือแย่กว่า และพวกเขากำลังพยายามเอาชนะมัน ในขณะที่คุณบ่นถึงมัน แต่ตอนนี้มีบางคนที่กำลังแย่กว่าคุณหลายเท่า แต่กำลังไล่ล่าการที่จะได้ตามความฝันทุกอย่าง

ประสบการณ์ เป็นครูที่แย่ที่สุด มันให้การทดสอบ ก่อนนำเสนอ " เวอร์นอน ลอว์

เราเห็นภาพชีวิตดีๆในทีวี แต่มันเป็นภาพที่บิดเบี้ยว ทีวีนำเสนอโลกที่ผิดรูปเช่นนั้น ล้อเล่นกับเราด้วยสิ่งต่างๆที่เราต้องการ แต่ไม่เคยบอกใบ้เลยว่าจะได้มันมาได้อย่างไร?

เราไม่สามารถพึ่งพาแค่โรงเรียนด้วยเช่นกันที่จะสอนเด็กๆเกี่ยวกับโลกจริงๆ การศึกษาไม่ได้รับประกันใครคนใดว่าจะมีอนาคตที่สว่างไสว หรือรายได้ดีๆ มันเน้นมากไปในเตื่องประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ และวิชาอื่นๆ และไม่เพียงพอในเรื่องเกี่ยวข้องกับตัวเอง 

ระบบโรงเรียนถูกสร้างไปสู่การทำให้เด็กๆฟัง ศึกษา จำทั้งหมดที่พวกเขาสามารถทำได้ เข้าทดสอบและต้องทำให้ผ่าน ถึงจะถือว่าใช้ได้ เอิร์ล ไนติงเกล พูดไว้ว่า 'หากคนส่วนมากพูดถึงสิ่งที่เขากำลังคิด พวกเขาจะพูดไม่ออก' เศร้าแต่จริง คนส่วนมากไม่คิดกันแล้ว พวกเขาแค่ทำตัวไปตามชีวิตประจำวัน ไม่เคยสงสัยพฤติกรรมหรือสาเหตุของมัน สมองนึกแต่ความทรงจำทั้งมวลและทักษะการคิดเลขที่เราจำเป็นต้องมีเมื่อในอดีต ตอนนี้เราจำเป็นต้องสอนวิธีคิด แก่ผู้คน เราจำเป็นต้องสอนบรรดาครูว่า จะฝึกฝนและปรับสภาวะนักเรียนอย่างมีประสิทธิผลและถูกต้องได้อย่างไร เพื่อที่พวกเขาจะมีความนับถือตนเองสูง และเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง

คนสำเร็จที่ได้ทั้งหมดบนโลกใบนี้ ไม่มีคนใดเลยได้รับมาบนพานทอง พวกเขาทั้งหมดตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการอะไร แล้วก็ทำตัวให้เป็นคนที่เก่งกว่าและดีกว่าที่เคยเป็น พวกเขาทำงานและศึกษาในหนทางของพวกเขา เพืีอไปเอาสิ่งที่พวกเขาต้องการ

ทว่าคนส่วนมากก็ยังใช้เวลาในการวางแผนการพักผ่อนระยะยาว มากกว่าที่พวกเขาคิดวางแผนสำหรับชีวิต จงอย่าเป็นคนหนึ่งที่อ่านบทความนี้แล้วก็วางมันลง โดยหวังว่าสิ่งต่างๆจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเอง หากคุณไม่เปลี่ยน ก็ไม่มีอะไรจะเปลี่ยน

มีคนกล่าวว่า นิยามของวิธีคิดที่ไม่ปกติคือ การทำสิ่งเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าและหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป จงอย่าเป็นคนบ้าอย่างนั้น!  จงเต็มใจและตั้งใจลองทำบางสิ่งที่แตกต่างออกไป จงเต็มใจและตั้งใจที่จะท้าทายตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีกว่า เก่งกว่าที่คุณเป็นอยู่ในตอนนี้

หากความสำเร็จมีพื้นฐานจากข้อมูล หนังสือที่รวบรวมไว้เป็นอย่างดี บรรณารักษ์หรือหนอนหนังสือ ก็คงจะกลายเป็นเศรษฐีกันไปหมดแล้ว ข้อมูลและความรู้ไม่ใช่อำนาจ มันจะไม่เกิดผลจนกว่าจะถูกใช้ สิ่งที่คุณทำกับความรู้ต่างหากที่ส่งผล ความสำเร็จจะส่งผลมาจาก 3 สิ่ง คือ สิ่งที่คุณรู้ สิ่งที่คุณเชื่อ และสิ่งที่คุณทำ เป็นสิ่งที่คุณอย่างสม่ำเสมอทั้งกลางวันกลางคืน เป็นสิ่งที่จดจ่อไปสู่เป้าหมายเดียวที่มุ่งมั่น

จงทำสิ่งที่ต้องทำ มิฉะนั้น ก็อย่าหลอกตัวเองและคนรอบข้างเลย แล้วก็ยอมรับเสียว่าคถณไม่ต้องการทุ่มเทเพื่อแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรมกับสิ่งที่คุณต้องการ ยอมรับว่าคุณเอาแต่โอดครวญและบ่นว่ามากกว่าจะก้าวออกไปจากเขตของความสบายของคุณ หากมุ่งมั่นทุ่มเท กระบวนการนี้จะง่ายกว่าที่คุณคิดไว้ แต่ถ้าไม่มุ่งมั่นทุ่มเท มันจะใช้เวลายาวนานขึ้นและยากขึ้นกว่าที่คุณคิดไว้
จิม รอห์น 'เราเลือกออกแรงทำมากน้อย ตามวินัย หากไม่มีวินัยเรากำลังเลือกความเศร้า วินัยนั้นหนักแค่ออนซ์ แต่ความเศร้านั้นหนักเป็นตัน'