weenalovecookie

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเรียนรู้จากคนอื่น

ในการศึกษาชีวิตตนเอง ให้แน่ใจว่าได้ศึกษาด้านลบเช่นเดียวกับด้านบวก ศึกษาความล้มเหลวเช่นเดียวกับความสำเร็จของคุณ สิ่งที่เรียกว่าความล้มเหลวจะทำงานให้เราเป็นอย่างดี เมื่อมันสอนบทเรียนที่มีคุณค่าแก่เรา บ่อยครั้งที่มันเป็นครูที่ดีกว่าความสำเร็จของเรา

คัมภีร์ไบเบิลสอนเราว่า มนุษย์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยขนมปังเพียงอย่างเดียว มันบอกเราว่าถัดจากอาหาร จิตใจและวิญญาณของเราต้องถูกหล่อเลี้ยงด้วยคำสอน โชคร้ายที่คนส่วนใหญ่ทนทุกข์ทรมาน จากการขาดอาหารที่มีคุณค่าทางด้านจิตใจ

จงเป็นผู้ศึกษาด้วยตนเอง การศึกษาตามที่มาตราฐานกำหนด จะนำคุณไปสู่ผลตามมาตราฐานทั่วไป จงตรวจสอบดูตัวเลขรายได้ของคนที่มีการศึกษาตามมาตราฐาน แล้วดูว่านั่นคือ สิ่งที่คุณต้องการหรือไม่ ถ้ามันไม่ใช่ ถ้าคุณต้องการมากกว่ารายได้เฉลี่ยของคนทั่วไป คุณต้องเป็นผู้ศึกษาด้วยตนเอง

จงจำไว้ว่า " คุณ คือ สิ่งที่คุณอ่าน"

น่าเสียดายที่หลายคน คิดว่าการสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียน เป็นการให้ใบอนุญาตแก่พวกเขา เพื่อที่จะไม่ต้องอ่านหนังสืออีกเลยแม้แต่เล่มเดียว จงเริ่มต้นการอ่าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จงอ่านหนังสือประเภทที่จะช่วยให้คุณปลดปล่อยศักยภาพในตัวคุณออกมา

พยายามอ่านหนังสือให้ได้ สัปดาห์ละสองเล่ม ทำเช่นนี้ไปตลอดสิบปี คุณจะจบลงด้วยการอ่านหนังสือมากกว่าหนึ่งพันเล่ม ถ้าคุณไม่ชอบที่จะอ่านเลย คุณจะสูญเสียโอกาสที่พิเศษบางอย่าง อันเนื่องมาจากการขาดแคลนความรู้ด้วยเช่นกัน ปรัชญาของคุณจะตื้นเขินเกินกว่าที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นความยากลำบากของชีวิตไปได้

การพลาดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง พลาดคุณค่า วิธีดำเนินชีวิต ทั้งหมดคือผลของการไม่อ่านหนังสือ จงจำไว้ว่าหนังสือที่ไม่ได้อ่าน คือ หนังสือที่ไม่สามารถช่วยคุณได้ คุณไม่สามารถอ่านหนังสือมากเกินไปได้ แต่คุณสามารถอ่านน้อยเกินไป

คุณจะต้องลงทุนด้วยความพยายาม มีความพยายามที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้อย่างจริงจังที่ต้องใช้มากกว่าการเรียนแบบเล่นๆมากมายนัก ในทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำ จงทำมันด้วยการสังเกตตนเอง การอ่าน หรือการสังเกตคนอื่น ความแรงกล้าในความพยายามของคุณ จะมึผลอย่างลึกซึ้งต่อปริมาณความรู้ที่คุณได้รับ

จงมีให้มากกว่าที่คุณได้ จงเปลี่ยนไปเป็นให้มากกว่าที่คุณเป็นอยู่ มิฉะนั้นแล้ว คุณอาจเพียงต้องปรับตัวให้เข้ากับภาษิตของการไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งก็คือ ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณเป็น คุณก็จะมีแต่สิ่งที่คุณได้รับเสมอมา

หายากที่รายได้ที่จะได้มากเกินกว่าการพัฒนาส่วนตัว บางครั้งรายได้สูงขึ้นจากก้าวกระโดดที่โชคดี แต่ถ้าคุณไม่เรียนรู้ที่จะจัดการกับความรับผิดชอบที่มากับมันแล้ว โดยปกติ... มันจะลดกลับลงไปสู่จำนวนเท่าที่คุณสามารถจัดการได้ ถ้าคุณเอาเงินทั้งหมดที่มีในโลกนี้ แล้วแบ่งมันออกให้กับทุกคนเท่าๆกัน มันจะกลับเข้าไปอยู่ในกระเป๋าใบเดิมกับที่มันเคยอยู่มาก่อนในไม่ช้า มันยากที่จะรักษาสิ่งซึ่งมิใช่ได้มาด้วยการพัฒนาส่วนตัว

ถ้าคุณไม่สามารถสร้างเวลาได้มากขึ้น อะไรที่คุณสามารถสร้างขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความแตกต่างในผลทางด้านเศรษฐกิจ? คำตอบคือ คุณค่า คุณค่าทำให้เกิดความแตกต่าง คุณไม่สามารถสร้างเวลามากขึ้นได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนเป็นคนที่มีคุณค่ามากขึ้นได้

หลายคนตกกับดักทางความคิดว่า' ฉันทำงานมีประสบการณ์มาสิบปี ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงทำมันไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม' สิ่งที่เขาไม่ได้ตระหนักถึง คือ เขาไม่ได้มีประสบการณ์สิบปี สิ่งที่เขามีคือ ประสบการณ์หนึ่งปีที่ทำซ้ำกันสิบครั้ง เขาไม่ได้ทำการแก้ไขปรับปรุงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีแม้แต่นวัตกรรมเดียวในเก้าปีต่อมา

ความสำเร็จและความสุข ไม่ใช่คุณค่าที่จะแสวงหา มันคือ คุณค่าต่างๆที่จะสร้างขึ้น

ไม่มีอะไรที่ไร้สาระมากไปกว่า การมองหางานที่เหนือกว่างานทั่วไป ด้วยค่าจ้างที่เหนือคนทั่วไป ด้วยความสามารถเท่าเดิมและไม่ได้มีการพัฒนาใด ปราศจากการเปลี่ยนเป็นคนที่เหนือกว่าคนทั่วไป สิ่งนี้เรียกว่า 'ความล้มเหลว'
ชีวิตและธุรกิจ เปรียบเสมือนฤดูกาล คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงฤดูกาล แต่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงตัวคุณเองได้