รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
อภัยให้คนอื่น เท่ากับอภัยให้ตัวเอง
ปลดปล่อยทุกคน รวมทั้งตัวคุณเองด้วย:
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณไม่เสียใจกับอดีตเลย พยายามวาดภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณยกโทษให้ทุกคนในชีวิตโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าพวกเขาทำอะไรไว้กับคุณ หวังว่าคุณจะเริ่มเห็นแล้วน่ะว่า หากคุณไม่อาจยกโทษได้ ไม่ว่าจะยกโทษให้ตัวเองหรือคนอื่น คุณก็จะไร้สุข ยากจน เจ็บไข้ ขาดแคลน และมีขีดจำกัดไปตลอดชีวิต
คนจำนวนมากไม่อยากยกโทษให้คนอื่น พวกเขาจะบอกทำนองว่า 'ทำไมฉันถึงควรจะปล่อยพวกนั้นลอยนวลไป ทั้งๆที่เขาทำกับฉันเจ็บแสบขนาดนี้' ศัตรูคือใครบางคนที่เราคิดว่าสามารถทำร้ายเรา หรือ พรากอะไรบางอย่างไปจากเราได้ แต่ความจริงก็คือ ไม่มีใครจะทำร้ายเราได้แม้เพียงคนเดียว ผู้คนทำร้ายเรา ผ่านทางตัวเราเองทั้งนั้น อันที่จริง พวกเขาไม่ได้ทำร้ายเราเลย เราแนะพวกเขาเองต่างหากล่ะว่าจะปฏิบัติกับเราอย่างไร พวกเขาแค่ทำตามเท่านั้นเอง
คุณไม่อาจมั่งคั่งได้ ถ้าเอาแต่โกรธเคืองคนมั่งคั่ง คุณไม่อาจประสบความสำเร็จได้ถ้าเอาแต่ขุ่นเคืองคนที่ประสบความสำเร็จ คุณไม่อาจเป็นสุขได้ถ้าเอาแต่ขุ่นเคืองคนที่มีความสุข อะไรก็ตามที่คุณขุ่นเคือง ก็คือการประกาศถึงสิ่งที่คุณขาดแคลนดีๆนี่เอง กับการเยียวยาก็เช่นเดียวกัน คุณไม่อาจหายได้ถ้าเคืองคนอื่นอยู่ เพราะความขุ่นเคืองจะทำลายระบบภูมิคุ้มกันของคุณ แล้วก็ทำให้คุณเจ็บป่วย
จงระลึกไว้ว่า ใครก็ตามที่คุณขุ่นเคือง ก็คือ ตัวคุณนั่นแหละ เพราะเราทุกคนล้วนเป็นหนึ่งเดียว แทนที่จะไปเคืองคนอื่นที่มีในสิ่งคุณไม่มี หรือทำในสิ่งที่คุณไม่อาจทำได้ จงสละเวลามาเรียนรู้จากคนเหล่านั้น ให้พวกเขาเป็นครูให้กับคุณ จงอยู่กับอาจารย์ อยู่กับคนที่รู้ว่าชีวิตดำเนินไปอย่างไร ชื่นชมพวกเขา ยอมรับ และสนับสนุนพวกเขาที่มีสิ่งที่พวกเขามี และเมื่อคุณทำเช่นนั้น นั้่นเท่ากับคุณได้สนับสนุนให้ตัวเองมีในสิ่งที่ต้องการด้วย
เวลาที่คุณเข้ากุมชะตาชีวิตตัวเอง คุณอาจจะคิดว่าคุณต้องทำให้ใครบางคนโกรธอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย คู่ครอง พ่อแม่ หรือลูกๆ ตอนแรก การกุมชะตาชีวิตของตัวเองอาจเป็นกระบวนการที่หงอยเหงาอยู่ แถมยังอาจดูเหมือนว่าทุกคนต่อต้านคุณอีกต่างหาก แต่ภาพเดียวที่คุณจะต้องต่อให้ติดก็คือ มโนภาพของคุณเอง ความเห็นของคนอื่นที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับนั้น จึงไม่ได้เกี่ยวด้วยเลย
การตััดสินใจที่จะใช้ชีวิตเป็นความรับผิดชอบของคุณ ผลลัพธ์ของชีวิตคุณก็เป็นความรับผิดชอบของคุณ การทำหรือไม่ทำของคุณจึงกลายเป็นความรับผิดชอบของคุณ เมื่อใครสักคนมาปะทะกับความืีอของคุณ คนที่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร จะไม่สั่นคลอนโดยความเชื่อของคนอื่นเลย คนที่ไม่มั่นคงและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครต่างหากที่จะหวั่นเกรง โดยใครก็ตามที่มาคุกคามระบบความเชื่อของพวกเขา ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
คุณปฏิบัติกับตัวเองอย่างไร:
คุณชอบตัวเองหรือเปล่า คุณเชื่อใจตัวเองบ้างหรือเปล่า คุณรักษาสัญญาที่ให้กับตัวเองได้หรือเปล่า คุณเป็นคนดีหรือเปล่า คุณเป็นคัวของตัวเองเป็นส่วนใหญ่หรือเปล่า หรือว่าคุณสร้างฉากมาปกปิดคนที่คุณเป็น
การมองไปยังวิธีที่คุณปฏิบัติต่อตัวคุณเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ส่วนใหญ่แล้ว เรานั่นแหละ คือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของตัวเอง เรากลัวที่จะพบกับตัวตนภายในของเรา เพราะเราคิดว่าเราอาจไม่ชอบในสิ่งที่เราเห็นนั่นเอง
ออกเดินทางเพื่อค้นพบตัวเอง
จงออกเดินทางเพื่อคนพบตัวเองเดี๋ยวนี้ สิ่งที่จะได้มาไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเรื่องดีๆ การเข้าใจความกลัวนี่แหละที่จะเยียวยาความกลัว อย่าหลงติดอยู่กับคนแบบที่คุณคิดว่าตัวเองเป็นอยู่ อย่ากังวลว่าตัวคุณจะดีหรือแย่กว่าคนอื่น แทนที่จะเป็นเช่นนั้น จงพยายามรู้จักตนเองในฐานะคนแบบที่คุณเป็นอยู่จริงๆ และคนแบบที่คุณอยากจะเป็น
ถ้าคุณมองบ้านที่ยังค้างๆคาๆ ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ คุณจะไม่ประณามสภาวะที่ไม่เสร็จสมบูรณ์ของมัน คุณจะไม่บอกว่ามันต่ำต้อยกว่าบ้านหลังอื่น แล้วก็ไม่กังวลกับรูปร่างหน้าตาของมันด้วย ทั้งหมดที่คุณทำก็คือตระหนักว่ามันต้องการให้จัดการอะไรๆเพิ่มเติม จงนำวิธีคิดนี้ไปใช้กับตัวเองสิ ไม่ว่าสภาวะปัจจุบันของคุณจะเป็นยังไง แค่ตระหนักว่ามันต้องการให้ต่อเติมอีกก็พอ ให้ใจเย็นกับตัวเอง แต่หนักแน่นกับงานที่จำเป็นต้องทำกับมัน
ค่าแห่งตนคือ ความมีค่าที่มาจากตัวเอง เหตุนี้แหละมันจึงไม่ถูกเรียกว่า'ค่าของคนอื่น' ถ้าความมีค่าของคุณมาจากคนอื่น คุ็ก็จะไม่มีวันรักตัวเองได้เลย เมืีอคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องตัวเองแล้ว คุณก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคนอื่นด้วย คนที่มีสำนึกจะรู้จักตัวเอง เขารู้ถึงธรรมชาติของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับคนอื่นที่มีธรรมชาติอย่างเดียวกับเขา จงรู้จักตัวเองในแบบที่คุณเป็น แล้วคุณจะรู้จักคนอื่นในแบบที่พวกเขาเป็น