รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
อย่ารอ 'พรุ่งนี้'
การรอคอยคือกับดักอย่างหนึ่ง: ทำไมเราถึงต้องรอให้ตัวเองแข็งแรง มีความสุข มีชีวิตชีวา มั่งคั่ง เริ่มธุรกิจได้ ตกหลุมรัก การรอคอยเป็นกับดักดีๆนี่เอง เราต่างรอให้อัตราดอกเบี้ยต้ำลง รอให้เศรษฐกิจดีขึ้น รอให้บางคนเปลี่ยนแปลงไป รอให้เทศกาลเฉลิมฉลองผ่านไปก่อนค่อยลดน้ำหนัก แต่มันจะมีเหตุผลให้รอคอยต่อไปอยู่เสมอ
ความปรารถนาที่จะให้คนอื่นหยิบยื่นความสุขแก่เรา หรือเชื่อว่าเราสามารถมอบความสุขให้คนอื่น เป็นเหตุให้มีกระบวนการอันไม่จบสิ้น ของการวางแผนทางสังคมและการผลักดันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวให้มีโลกที่ดีกว่า
ระบบของสังคมในการเปลี่ยนแปลงจึงรังแต่จะโปะภาระใหม่ลงไปบนภาระเก่า จิตใจอันท่วมท้นล้นปรี่ของเราไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับแผนการโน่นนี่ที่สังคมยัดเยียดมาให้ แต่การดิ้นรนสุดชีวิตที่จะทำให้อะไรๆดีขึ้นได้บีบให้เรา พยายามทำ 'สิ่งที่ไม่ได้เรื่อง'ให้มันได้เรื่อง ปัญหาคือเราพยายามจะทำให้ สิ่งผิดๆ ของโลกกลายเป็นสิ่งถูก โดยลงมือจากข้างนอกเข้ามาข้างใน เราตะเกียกตะกายที่จะปฏิรูปโลกภายนอก ด้วยการบีบบังคับสภาวะภายนอกให้เปลี่ยนแปลง โชคร้ายตรงที่วิธีแบบข้างนอกเข้ามาข้างในเช่นนี้จะต้องล้มเหลวท่าเดียว เพราะเราไปจัดการกับผล แทนที่จะจัดการกับเหตุนั่นเอง
เราต้องเตือนตัวเองและทุกคนบนโลกนี้ ว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกจากในออกนอกได้ และต้องทำเช่นนั้นด้วย เรามีข้อพิสูจน์อยู่ล้นโลกที่บอกว่าวิธีแบบนอกเข้าในมันไม่ได้ผล ทางออกในระยะยาวสำหรับความยากจน ความขาดแคลน และขีดจำกัดอยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนศักยภาพภายในของเรา ให้กลายเป็นความจริง
วิธีเดียวที่จะเยียวยาโลกนี้ได้อย่างแท้จริง ก็คือ เยียวยาตัวเราเองก่อน ถึงนี่จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เราก็ต้องเตือนตัวเองว่า เราเป็นใคร และทำอะไรได้บ้าง เราต้องเป็นคนก่อกำเนิดทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา จากกฏแห่งการดึงดูด เราเป็นคนดึงดูดทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราเข้ามา ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ไม่ว่าคนอื่นจะทำอะไรกับเรา เราต่างมีส่วนร่วมในการกระทำเหล่านั้นทั้งสิ้น และเป็นต้นเหตุของมันในระดับหนึ่งทั้งสิ้น หลักๆก็คือ โลกนี้ไม่มีเหยื่อ มีแต่คนที่ทำโดยสมัครใจ นี่อาจจะเหมือนยาที่กลืนลงยากสักหน่อย แต่เราไม่มีทางเปลี่ยนอะไรๆให้ดีขึ้นได้เลย นอกจากจะยอมรับอย่างนี้เสียก่อน
เรากลายเป็นวัฒนธรรมแห่งการกล่าวโทษไปแล้ว เช่น ถ้านาฬิกาข้อมือของคุณบอกเวลาผิด คุณจะทำยังไงกับมันล่ะ คุณจะไปขอให้เพื่อนบ้านช่วยตั้งนาฬิกาให้คุณใหม่หรือเปล่า หรือว่าจะทำเอง โชคไม่ดีที่เราไม่แก้ไขด้วยวิธีเดียวกันเมื่อชีวิตมันไม่ยอมเดินดีๆ แทนที่จะทำเช่นนั้น เรากลับยืนกรานว่าสภาพความเป็นจริงควรจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ ความคิดผิดๆของตัวเรา
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
อำนาจอันไร้ขีดจำกัดของคุณอยู่ที่ความสามารถในการควบคุมความคิด จิตใจอันสับสนจะทำงานในทิศทางของความเจ็บไข้ได้ป่วย ความยากจน ความขาดแคลน และข้อจำกัดมากกว่าจะทำงานในทิศทางของความมั่งคั่ง ความแข็งแรง และความสำเร็จ ถ้าเราไม่สร้างชีวิตในแบบที่อยากให้เป็น นั่นแสดงว่าเราสร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แต่เนื่องจากชีวิตคือ ความสำนึกรู้ งานที่สำคัญที่สุดของเรา จึงเป็นการพัฒนาความสำนึกรู้ที่สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ขึ้นมา เราทำแบบนี้ได้ด้วยการมองไปยังสภาวะต่างๆของชีวิตเรา แล้วก็ท้าทายความเชื่อที่มีอยู่ ถึงแม้มันจะเป็นการคุกคามอีโก้ของเราก็ตาม เมื่อไหร่ที่เราต้องการอะไรสักอย่างในชีวิต เราจะต้องทิ้งอะไรก็ตามแต่ที่มาขวางระหว่างสิ่งที่เราเชื่อ กับสิ่งที่เราต้องการ
ในใจนั้น คุณรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร และถ้าคุณจะยอมฟังการหยั่งรู้ของคุณ มันก็จะบอกคุณเอง จิตใจ(ความคิด) ของคุณ อาจทำให้คุณเสียท่าได้ แต่การหยั่งรู้จะไม่มีวันทำอย่างนั้น การหยั่งรู้ของคุณ ก็คือ ความเชื่อมโยงที่คุณมีต่ออำนาจอันเป็นที่สุด จงหัดเชื่อใจมัน คนอื่นสามารถควบคุมคุณผ่านทางจิตใจ( ความคิด)ของคุณได้ แต่พวกเขาไม่มีวันควบคุมคุณผ่านทางการหยั่งรู้ของคุณได้เลย