รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ความหมายของชีวิต
ความหมายที่แท้จริงของความศรัทธา:
ทั้งหมดนี้ หัวใจสำคัญอยู่ที่การสามารถบรรลุผลสำเร็จในงานต่างๆที่คนอื่นพบว่ายากเย็นแสนเข็ญหรือเป็นไปไม่ได้ มีเป้าหมายอยู่สักเท่าไหร่ที่คุณตั้งเอาไว้โดยมีพื้นฐานอยู่ในสิ่งที่เห็นเด่นชัด สิ่งที่คุณมองเห็นได้ สิ่งที่คุณมีอยู่ หรือสิ่งที่คุณคิดว่าสมเหตุสมผล อย่าตั้งเป้าโดยยึดจากสิ่งที่คุณมีอยู่หรือสิ่งที่คุณเคยทำมาก่อน แต่ให้อิงสิ่งที่คุณต้องการและจุดที่คุณอยากจะไปให้ถึงในบั้นปลายเป็นหลัก
ความศรัทธา ไม่ใช่อะไรในเชิงศาสนาหรือที่รู้กันในวงแคบๆ หากเป็นข้อเท็จจริงที่หนักแน่นในิงจิตวิทยาหรือสรีรวิทยา เมื่อคุณเข้าใจว่าสมองและจิตใจทำงานร่วมกันอย่างไร คุณก็จะรู้ว่าความศรัทธา หรือ การเชื่อก่อนที่ตาจะเห็น ก็คือกระบวนการสร้างตามธรรมชาติดีๆนี่เอง แค่เล็งไปยังสิ่งที่คุณต้องการ แล้วก็ยอมให้ข้อมูลที่จะช่วยคุณสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไม่เคร่งเครียด และไม่ต้องบุกบ่าฝ่าฟันได้ผ่านเข้ามา ความจริงนั้นมีอยู่ว่า อะไรก็ตามแต่ที่คุณมองหาอยู่ก็มองหาคุณด้วยในเวลาเดียวกัน ทุกอย่างเริ่มขึ้นด้วย การเชื่ิอก่อนที่ตาจะเห็นแท้ๆเลย
มนุษย์ทุกคนต่างก็มีความปรารถนาโดยกำเนิดที่จะใช้ศักยภาพของตัวเองให้ถึงขีดสุด ปัญหาก็คิอ ความปรารถนาที่จะเติบโตและก้าวหน้านี้ ทำให้เราไม่เป็นสุขกับการที่สิ่งต่างๆเป็นไป มีความเชืีอหลักๆเกี่ยวกับชีวิตอยู่สามอย่าง ที่กีดกันเราไว้จากการเป็นสุขและความพอใจ
ความเชื่อแรกก็คือ สิ่งที่ฉันไม่มีดีกว่าสิ่งที่ฉันมีอยู่จริงๆ นี่เป็นความเชื่อที่แปรมาจากแนวคิดที่ว่าหญ้าที่อยู่อีกฝั่งของแนวรั้วเขียวชอุ่มกว่าเสมอ
ความเชื่อที่สองคือ การมีมากขึ้นย่อมดีกว่า ไม่ว่าฉันจะมีอยู่้วสักแค่ไหน การมีมากขึ้นย่อมดีกว่าแน่นอน
ความเชื่อที่สาม พอได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ฉันจะเป็นสุข นี่เป็นความจริงอันแท้จริงหรือ
บางทีคุณอาจคิดว่าคนรักใหม่ บ้านหลังใหม่ การมีลูด หรือการหาเงินได้มากขึ้นจะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ ซึ่งในที่สุดคุณก็ได้สิ่งเหล่านั้นมา แต่คุณก็ยังไม่เป็นสุขอยู่ดี เหตุผลมันเรียบง่ายจะตายไป ไม่มีอะไรที่อยู่นอกตัวเราจะมีวันทำให้เราเป็นสุขไปได้ เพราะความสุขคือ ประสบการณ์จากข้างในไปข้างนอก
มีพวกเราอยู่มากเหลือเกินที่ไม่เป็นสุข ไม่ว่าเราจะมีสิ่งโน้นสิ่งนี้อยู่มากมายเพียงไร ดูเหมือนเราจะอยากได้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ครอบครองอยู่เรื่อย และเมื่อเราได้ในสิ่งที่ต้องการมาในที่สุด มันก็เหมือนกับเพลง 'is that all there is' แปลได้ว่า ทั้งหมดก็เนี่ยเหรอ!! เราคิดว่าพอจรวดพุ่งออกไป ชีวิตก็จะสมหวังเป็นที่สุด แต่แล้วความผิดหวังก็บังเกิด เพราะรู้สึกว่ายังมีอย่างอื่นขาดหายไปอีก
สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับการยอมรับจุดที่คุณยืนอยู่ในตอนนี้ และรื่นรมย์กับสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วก็คือ การที่คุณสามารถมีจิตใจที่สงบสุข มีสันติสุข และมีความเบิกบานยินดีได้ตอนนี้ แบบเดียวกับที่คุณคิดว่าตัวเองจะรู้สึกเมื่อไปถึงจุดที่อยากจะไปได้ในที่สุด นี่คือข้อความที่สำคัญที่สุด การอยู่กับปัจจุบันไม่ได้หมายความว่า คุณแค่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่และเลิกสร้างไปเสียเฉยๆ มันแค่หมายความว่า คุณมีสิ่งที่ตัวเองต้องการในระดับ 'การเป็น' อยู่แล้ว และที่ระดับของการเป็นในจุดที่คุณอยู่ ณ ขณะนี้ คุณได้ประสบความสำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว
ชีวิตไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการ 'ได้':
ชีวิตของคนส่วนใหญ่นั้นมีแต่การ 'ได้' อะไรบางอย่างมา แต่ความจริงก็คือ มันไม่มีอะไรให้ได้หรอก ทั้งหมดที่เราต้องทำก็คือ 'การเป็น' การเป็นจะก่อให้เกิดผลลัพธ์บั้นปลายขึ้นมาเอง มันจำเป็นสุดๆที่คุณจะเข้าใจว่าส่วนที่เป็นการทำ และการมีในชีวิตของคุณไม่ใช่สิ่งที่กำหนดคุณภาพของชีวิต แง่มุม 'การเป็น' ต่างหากล่ะที่เป็นตัวกำหนด 'คุณเป็นใคร' การรับรู้อย่างมีสติถึงการเป็นของคุณ นี่เองที่จะควบคุมสิ่งที่เกิดกับคุณ
เวลาที่เรามุ่งความสนใจไปที่การแก้ปัญหาและพยายามทำอะไรดีๆขึ้น จะมีสิ่งที่น่าสนใจมากๆเกิดขึ้น นั่นคือ คุณมองไม่เห็นสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ฉะนั้นหนทางเดียว ที่จะได้พบกับความสุขและความพึงพอใจก็คือ การรื่นรมย์กับสิ่งที่คุณมีอยู่ในตอนนี้ ไม่ได้บอกว่า คุณไม่ควรตั้งเป้าหมายหรือวางแผน แต่คุณควรยินดีปรีดาไปกับชั่วขณะปัจจุบัน เพราะนี่คือทั้งหมดที่คุณมี 'จงสร้างสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่ใช้ชีวิตอยู่ในวันนี้และเพื่อวันนี้'
เรามีทางเลือกอยู่แค่สองอย่างในชีวิต อย่างแรกคือ การรื่นรมย์ไปกับสิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้ อย่างที่สองก็คือ การร้อนรนกระวนกระวายเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่มี และมุ่งสนใจอยู่กับวันพรุ่งนี้โดยหวังว่ามันจะดีขึ้น ไม่มีทางทางเลือกใดอื่นแล้ว