weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

Think like a winner8

คุณสามารถที่จะเลือกเส้นทาง ที่คุณต้องการเดินไป และตุณรู้ล่วงหน้าว่าทางเลือกแต่ละอย่างมีผลที่ตามมาในแบบเฉพาะของมัน ความรับผิดชอบสำหรับทางเลือกและผลที่จะตามมาอยู่ในมือของคนแต่ละคน

ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบประหลาดขึ้น คือ ต้องการมากขึ้นแต่ทำน้อยลง พวกเขาต้องการปรับปรุงและเต็มใจที่จะจ่ายราคา'บางส่วน'เพื่อมัน เป็นราคาต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในรูปแบบของเงินหรือความพยายาม เช่น พวกเขาใคร่ที่จะลดน้ำหนัก 5 กิโล แต่ไม่ต้องการลดการกิน และไม่ต้องการออกกำลังกายหรือออกกำลังกายให้น้อยที่สุด พวกเขาอยากจะมีรถยนต์หรูราคาหลายล้าน แต่จ่ายไปหลักแสนแทนราคาเต็มหลักล้าน โดยใช้การผ่อน มีเพียงคนที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่รับผิดชอบเท่านั้น ที่จะหวังได้เป้าหมายเป็นสูงๆ โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ไม่น่าแปลกใจที่นักการเมืองพร่ำพูดเรื่องการลดภาษีและเพิ่มประโยชน์ดึงดูดความสนใจของผู้ลงคะแนนที่มีความคิดระดับปานกลาง หรือการที่ล็อตเตอร์รี่เป็นธุรกิจที่เบ่งบานด้วยการโฆษณาว่า 'เราทำให้ท่านกลายเป็นเศรษฐีได้ ด้วยเศษเงิน !!'

หากคุณจะใช้เวลาคิดเกี่ยวกับมันสักครู่ คุณจะพบว่ากฏแห่งเหตุและผลเป็นคนละเรื่องกับการที่จะได้อะไรมาโดยที่ไม่ต้องจ่ายอะไรไปเลย คุณต้องจ่ายราคาสำหรับทุกสิ่งที่เข้ามาหาคุณเสมอ กุญแจก็คือ วินิจฉัยว่าคุณต้องการอะไร และอะไรที่คุณจะต้องจ่ายเพื่อให้ได้มันมา แล้วก็ตัดสินใจที่จะจ่ายตามราคานั้น หรือแม้กระทั่งมากกว่าราคานั้นเสียด้วย เพราะว่าการทำเช่นนี้จะ นำสิ่งที่คุณต้องการให้มากยิ่งขึ้นไปอีก คุณสามารถคาดหวังที่จะเก็บเกี่ยวได้ เฉพาะสิ่งที่คุณหว่านเอาไว้เท่านั้น

น้อยคนสำนึกคุณในคุณค่าแท้ของเวลา เพราะเวลาที่เสียโดยไร้ประโยชน์หาได้หวนคืนมาไม่ เวลาเป็นเพียงบรรณาการสิ่งเดียว ที่ถูกจัดแบ่งมาให้เท่าๆกันทุกคน ไม่ว่ารวยหรือจน หญิงหรือชาย ฉลาดหรือไม่ฉลาด จุดที่สร้างความต่างอย่างเดียวของคนทุกคนบนโลกนี้ คือผลลัพท์ที่เขาสร้างขึ้น จากเวลาที่เขามีที่เท่ากับทุกคน

ทำในสิ่งที่ควรจะทำในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสม แทนที่จะทำได้ดีไม่ว่าจะเป็นอะไรที่เกิดขึ้นมาให้ทำ ด้วยการควบคุมที่ดีขึ้นก็จะก่อให้เกิดเสรีภาพมากขึ้นที่จะทำอะไรได้มากขึ้น และทำได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นเรื่อยๆด้วย ไม่มีใครมีทางเลือกในสถานการณ์ทั้งหมดที่จะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ ตรงเป๊ะตามที่คุณต้องการมัน แต่คุณมีทางเลือกเป็นส่วนมากอย่างแน่นอน และมันคือสถานการณ์เหล่านี้เองที่คุณต้องการสร้างประโยชน์ให้ได้สูงสุด

ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'ไม่มีเวลา'อย่างแท้จริง ทุกคนมีเวลาเพียงพอที่ตะทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำให้สำเร็จ อย่างนัอยก็คือสิ่งที่สำคัญมากที่สุดซึ่งมีความหมายจริงๆคุณอาจรู้จักผู้คนที่ดูจะยุ่งน้อยกว่าคุณ ทว่าสามารถที่จะทำอะไรให้สำเร็จมากมายกว่ามาก มันไม่ใช่เรื่องของการมีเวลามากกว่า มันเป็นเรื่องขอวการใช้เวลาที่มีอยู่ให้ได้ประโยชน์มากกว่าต่างหาก

จงกลายเป็นผู้คุมสถานการณ์ในชีวิตของคุณ จงเป็นคนแบบโปรแอคทีฟ จงทำอะไรบางอย่าง แทนการปล่อยชีวิตตามยถากรรม แล้วก็เป็นคนที่เอาอต่มีปฏิกิริยากับสิ่งรอบๆตัว จงเห็นแก่ตัวกับเวลาของคุณ และในกระบวนการทำเช่นนั้น จงกลายเป็นใครสักคนที่มีตัวตน " โจเซฟ ดี เคเนดี้

เรียนรู้ที่จะเป็นเลิศในสิ่งที่คุณทำ ภูมิใจในงานของคุณและส่งเสริมกำลังใจนี้แก่คนอื่นๆ ให้รับเอาทัศนคติที่ว่า หากมันคุ้มค่ากับการทำ ก็ควรทำให้ถูกต้อง ไปให้เกินกว่าที่สัดว่าจะต้องทำเท่านั้น ทำมากกว่าที่คนอื่นคาดหวังจากคุณเสมอ

สิ่งใดๆในชีวิตก็เป็นไปได้ หากคุณต้องการมันมากอย่างยิ่ง จนต้องได้มันมา หาความท้าทายและเป้าหมายใหม่ๆให้ตัวเองอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่ถูกต้อง ออกกำลังกาย ทัศนคติที่ถูกต้อง เท่านี้คุณก็สามารถใช้ชีวิตได้เต็มพิกัด .. จงดูแลตัวเอง ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ' แจ็ค ลาเลนน์ ผู้ที่บุกเบิกฟิตเนสและโภชนาการที่ฉลองอายุ 70 ปี ด้วยการว่ายน้ำหนึ่งไมล์ในอ่าวลองบีช ด้วยการมัดมือมัดเท้า ลากเรือเจ็ดสิบลำที่เต็มไปด้วยแขกที่เขาเชิญมา

อุดมคติ เป็นเหมือนดวงดาว คุณจะไม่ประสบความสำเร็จในการสัมผัสด้วยมือของคุณ แต่ราวกับชาวเรือที่อยู่บนห้วงน้ำอันอ้างว้าง คุณเลือกให้มันเป็นผู้นำทางของคุณ และตามมันไปจนกว่าจะถึงเป้าหมายปลายทางของคุณ" คาร์ล เชิท์ซ

พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า 'หากเจ้ามีศรัทธา ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้า' เราถูกสร้างขึ้นด้วยคุณลักษณะที่สูงที่สุด มีความสามารถพิเศษและความสามารถทั่วไปมากมายภายใน ซึ่งแม้ตัวคุณก็ไม่สามารถครุ่นคิดออกมาได้ จนกว่าคุณจะยอมรับ'ศรัทธา'ที่คุณมีต่อความสามารถเหล่านั้น และเริ่มสำรวจมันผ่านแรงพยายามที่มีจุดประสงค์คงเส้นคงวา ศรัทธา คือ ความเชื่อที่ไม่มีข้อสงสัย ด้วยการยอมรับว่าคุณเป็นเจ้าของความสามารถบางอย่างที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ คุณก็แค่เพียงนำมันออกมาใช้ ด้วยการใช้เวลากับแรงพยายามที่จะแสดงความเป็นตัวตนของคุณออกมาอย่างเต็มส่วน ในลักษณะที่ไม่เหมือนใคร คุณเพียงแค่แสดงสำนึกของความขอบคุณต่อของขวัญที่คุณได้รับมา และให้คืนกลับไปด้วยคุณค่าบางอย่างที่ถูกลงทุนไว้ในตัวคุณแล้วเท่านั้น

Think like a winner. 8

ในบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตทั้งมวลบนโลก มีเพียงมนุษย์ที่เกิดมาโดยไม่มีโปรแกรมติดตั้งมาพร้อมเพื่อความสำเร็จ มนุษย์เป็นอิสระที่จะจินตนาการตัวเองว่าสำเร็จหรือล้มเหลว ในฐานะผู้ชนะหรือผู้แพ้ หรือในฐานะบวกหรือลบ แน่นอน คุณได้แน่นอนอย่างที่คุณมองเห็นและครุ่นคิดถึงมัน คุณสามารถพัฒนาจิตสำนึกของความสำเร็จด้วยการตัดสินใจอย่างแน่นอนเจาะจงว่าอะไรที่คุณต้องการ และเริ่มต้นที่จะก้าวในแบบเฉพาะไปสู่มัน


มหาวิทยาลัยเยล ทำการศึกษาความสัมพันธ์ของการตั้งเป้าหมายกับความสำเร็จ 1953 
             3% ของนักศึกษาที่จบและเขียนเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน
             10% เขียนแบบหลวมๆ
              87% ไม่เขียนอะไรเลย
      20 ปีต่อมา 1973 เขาติดตามผลและพบว่า 3% ที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน มีผลสัมฤทธิ์มากกว่า 97% รวมกัน

หลักการตั้งเป้าหมายที่เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ
1. ระบุเป้าหมายหลักใหญ่ที่ท้าทายและสำคัญกับคุณ สามารถวัดผลเป็นตัวเลขที่เฉพาะเจาะจง
2. ระบุวันที่แน่นอนที่ต้องการได้เป้าหมายนั้น
3. ระบุ ทางเลือกหลายๆทาง ที่รวมกันแล้วสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้
4. กำหนดแผนงานอย่างละเอียดที่ตัดสินใจทำ เช่น ความรู้อันจำเป็นที่จะให้ผลสำเร็จได้, พัฒนาทักษะต่างๆ, ผู้คนที่คุณต้องพบปะด้วย
5. รวบรวมอุปสรรคใหญ่ๆที่คุณต้องเอาชนะ
6. รวบรวมประโยชน์ใหญ่ๆที่คุณจะได้รับเมื่อสำเร็จ
7. เขียนแผนนั้นออกมาเป็นแม่บท
8. อ่านออกเสียงดังๆ 2 ครั้งต่อวัน ตื่นเช้าและก่อนนอน บันทึกเทปและเปิดฟัง
9. เชื่อและเห็น รู้สึกว่าตัวเองบรรลุแล้ว
10. เริ่มดำเนินการตามแผนทันที ไม่ว่าคุณจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม

ตราบนานเท่านาน ที่บุคคลหนึ่งจินตนาการว่าเขาไม่สามารถทำนี่หรือทำนั่นได้ ตราบนานที่เขามุ่งมั่นที่จะไม่ทำมัน และจากผลของมัน ก็จะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา ที่ควรจะทำมันตราบนานเท่านาน' เบเนดิคท์ สปิโนซ่า

ชะตาชีวิตไม่ได้เป็นเรื่องของความบังเอิญ มันเป็นเรื่องของการเลือก มันไม่ใช่สิ่งที่จะไปรอคอย แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกทำให้บรรลุ' วิลเลี่ยม เจนนิงส์ ไบรอัน รัฐบุรุษอเมริกัน

มีความสัมพันธ์ตรงระหว่างปริมาณการควบคุมที่คุณมีความสุขกับมัน กับปริมาณความรับผิดชอบที่คุณยอมรับ ผู้ชนะยอมรับความรับผิดชอบเต็มสำหรับสิ่งที่พวกเขาคิด สิ่งที่พวกเขาพูด และสิ่งที่พวกเขาทำ ด้วยวิธีนี้พวกเขาจึงสามารถที่จะควบคุมด้านเหล่านี้ในชีวิตได้ ผู้แพ้ตำหนิใครบางคนหรือสิ่งอื่นๆเสมอสำหรับผลลัพท์ที่พวกเขาได่ โดยที่พวกเขาไม่สามารถที่จะควบคุมผู้คนและสิ่งต่างๆรอบๆตัวเองได้ทั้งหมด พวกเขาจึงหลุดออกจากการควบคุมไปไกลเกินกว่าจะช่วยเหลือได้ พวกเขาพัดไปตามกระแสลมและถูกควบคุมบงการโดยความบังเอิญและเหตุการณ์แวดล้อมทุกอย่างที่เข้ามาในหนทางของพวกเขา

ลักษณะที่เด่นที่สุดของมนุษย์ที่บรรลุความสำเร็จสูงและเป็นผู้ใหญ่จริงๆก็คือ ความเต็มใจที่จะยอมรับความรับผิดชอบทั้งหมดต่อชีวิตพวกเขาในทุกๆด้าน ผู้คนส่วนใหญ่ล้มเหลวที่จะเข้าใจแนวคิดที่เป็นกุญแจสำคัญนี้ ที่ว่าการยอมรับความรับผิดชอบทั้ง 100% สำหรับทุกสิ่งเป็นหนทางเดียวที่จะเรียนรู้ เติบโต และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในชีวิต

การที่ไม่ยอมรับความรับผิดชอบก็คือ การตำหนิและวิจารณ์คนอื่นๆ การยกข้ออ้างขึ้นมาแก้ตัว และทำลายสิ่งต่างๆรอบตัวคุณเอง แต่คุณไม่สามารถทำลายสิ่งต่างๆรอบตัวคุณได้ โดยปราศจากการทำลายตัวเองให้ลงไปอยู่ในระดับเดียวกับมันในกระบวนการนั้น คุณไม่มีวันที่จะสามารถหวังที่จะบรรลุความสำเร็จในระดับสูงได้หากคุณรู้สึกขมขื่น วิจารณ์ตัวเองมากเกินควร และทุกข์ระทมจากการเก็บกักอารมณ์ลบที่ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยพฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบได้

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

Think like a winner 7

ต่อไปนี้คือสถิติ เมื่อนำคน 100 คนที่มีอายุ 25 ปี มาศึกษาความก้าวหน้าในชีวิต เมืีอพวกเขาอายุครบ 65ปี ผลปรากฏว่า 1 คนจะมั่งคั่ง 4 คนจะมีอิสรภาพทางการเงิน 15 คนจะมีเงินเก็บปานกลาง และที่เหลืออีก 80 คนจะถังแตกโดยสิ้นเชิง อยู่อย่างไม่มีเงินเก็บและอาศัยบำนาญเล็กๆน้อยๆหรือประกันสังคมไปตลอดชีวิต หรือกล่าวได้ว่า จากคน 100 คนที่กำลังทำงานอยู่ในเวลานี้ มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่จะลงเอยด้วยการมีอิสรภาพทางการเงิน หรือโอกาสคือ 1 ใน 20 เท่านั้น

จริงๆแล้วในช่วงยุคเรานี้ เป็นสังคมที่ร่ำรวยและมั่งคั่งที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกมา ทว่าหลายคนยังไม่มีความสุขกับสิ่งที่พวกเขามี พวกเขาไม่มีความสุขกับงานของตน การแต่งงานของตน รายได้ของตน หรือไม่มีความสุขกับตัวของเขาเอง ผู้คนกินมากเกินไป ดื่มมากเกินไป สูบบุหรี่มากเกินไป ผู้คนที่อยู่กับปัญหาเหล่านี้ ขาดทิศทางในชีวิตของตน ดังที่ ซิก ซิกลาร์กล่าวไว้ว่า " พวกเขาทำสิ่งทั่วๆไป อย่างไร้จุดหมาย แทนที่จะทำสิ่งที่เฉพาะเจาะจงแบบมีจุดหมาย"

คนส่วนใหญ่ ไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไรจริงๆในชีวิต พวกเขารับเอาแต่สิ่งที่ถูกส่งมาให้ในหนทางของตน และเมื่อเห็นว่ามันไม่เพียงพอ พวกเขาก็พยายามที่จะเอาให้มากขึ้น แต่ไม่มีจุดใดในเส้นทางที่พวกเขาจะเข้าไปรับผิดชอบในการกระทำหรือ ผลลัพท์ของพฤติกรรมของตน บุคคลที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ใด ไม่มีความหวังที่จะไปถึงที่นั่นเลย

สำนึกที่รุนแรงของจุดมุ่งหมายในชีวิตเป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงทั้งมวลที่มีความหมาย จุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดทิศทาง ความหมาย และความคาดหวังเชิงบวก ด้วยแต่ละขั้นตอนของการก้าวไปข้างหน้าก่อให้เกิดสำนึกของความสมหวัง ด้วยสำนึกของความสมหวัง ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ความรู้สึกดีๆที่เกี่ยวเนื่องตามมาพร้อมกับความนับถือตนเองและการรู้ค่าตนเองในระดับสูง คุณรู้สึกว่าคุณกำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายหลักที่ไหนสักแห่ง รู้สึกว่าตนเองกำลังก้าวหน้าไปเรื่อยๆ และรู้สึกว่าความก้าวหน้านี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากแรงพยายามของคุณเอง

คุณจะมีขนาดเล็กเท่ากับความปรารถนาที่คุณควบคุมไว้ให้เล็กๆ และ คุณใหญ่เท่ากับความทะเยอทะยานที่สูงส่งที่กำลังครอบงำคุณ 'เนินเขาจะกลายเป็นเหยื่อที่พิชิตง่าย เมื่อเป้าหมายของคุณ คือ การปีนภูเขาสูง

จุดที่คนส่วนใหญ่ล้มเหลว คือ พวกเขาไม่เคยตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่ คนส่วนมากล่องลอยไปในชีวิต ต้องการสิ่งต่างๆมากมายหลายอย่างเหลือเกิน แต่ไม่ต้องการหนึ่งสิ่งใดที่มากกว่าที่เหลือทั้งหมด พวกเขาลงเอยด้วยการตกลง ณ จุดที่อยู่ห่างมากมายจากจุดที่สามารถจะไปถึงได้ ดังนั้น สิ่งแรกที่สำคัญที่คุณต้องทำ คือ ตัดสินใจ ว่าคุณต้องการอะไร สิ่งที่สอง คือ วินิจฉัยถึงราคาที่คุณต้องจ่ายเพื่อให้ได้มันมา แล้วตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะจ่ายราคานั้น แต่หลายคนที่ผ่านขั้นตอนแรก ไม่เคยไปถึงขั้นตอนที่สอง พวกเขาไม่เคยตระหนักว่ามีราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความสำเร็จ

เป้าหมายใหญ่ที่ท้าทายเท่านั้น สามารถให้ความหมายและจุดมุ่งหมายแก่ชีวิตของคุณ มันให้บางอย่างแก่คุณที่จะเล็ง ที่จะทำงานไปสู่ และที่จะมองไปข้างหน้าหามัน โดยปราศจากเป้าหมาย คุณจะล่องลอยไปเรื่อยๆรอบๆราวกับไก่ที่ไร้หัว ไม่มีทิศทางเชื่อมต่อกับแรงพยายามของคุณ โดยที่คุณไม่สามารถสัดความก้าวหน้าใดๆ คุณไม่สามารถรู้สึกได้ถึงสำนึกของความสำเร็จใดๆ

ไม่เจ็บปวดซะบ้าง ย่อมไม่มีกล้ามขึ้น (No pain, no gain) เมื่อไร้เป้าหมาย ย่อมไม่มีชัย

แม็กเวล มอล์ซ ได้เปรียบเทียบจิตใจของมนุษย์กับระบบวิ่งเข้าหาเป้าหมายของตอร์ปิโด หรือระบบนำทางอัตโนมัติในเครื่องบิน เมื่อตอร์ปิโดล็อคเป้าแล้ว ระบบทุกอย่างจะปรับจูนจนกระทั่งมันเข้าชนเป้าหมายสำเร็จ หากล้มเหลวที่จะล็อคเป้าหมาย ตอร์ปิโดจะวิ่งวนเป็นวงกลมราวกับเรือที่ไม่มีพายและในที่สุดเชื้อเพลิงก็จะหมด ทำนองเดียวกัน ผู้คนที่ปราศจากเป้าหมายก็ล่องลอยไปรอบๆอย่างไร้จุดหมายในชีวิต และก็สงสัยว่าเหตุใดตนเองจึงไม่ไปไหนซ่ะที มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปถึงสถานที่หนึ่งได้หากคุณไม่รู้ว่าจะไปไหน

คุณต้องทำการตัดสินใจอย่างจงใจชัดเจน เกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการทำให้สำเร็จในชีวิต หากคุณล้มเหลวที่จะวางแผน คุณก็กำลังวางแผนที่ล้มเหลว จิตใต้สำนึกของคุณสามารถกดปุ่มให้ทำงานได้ด้วยเป้าหมายที่เป็นภาพของสิ่งที่คุณต้องการอันชัดเจนและมุ่งเป้าเท่านั้น เมื่อคุณตัดสินใจว่าเป้าหมายใดแล้ว กดปุ่มทำงานระบบกลไกค้นหาเป้าหมายที่อยู่ในระดับจิตใต้สำนึกให้ออกมาทำงาน มันก็เคลื่อนที่เข้าสู่เป้าหมายของคุณและเป้าหมายของคุณก็วิ่งเข้าหาคุณในขณะเดียวกัน