weenalovecookie

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การมอบหมายและจูงใจผู้อื่น

ถ้าคุณให้ปลาแก่สักคน จะทำให้เขาอยู่รอดได้เพียง 1 วัน ถ้าคุณสอนให้เขาตกปลา จะทำให้เขาอยู่รอดไปชั่วชีวิต 'คำคมของตะวันออก

อย่าให้เงินสดและสิ่งของแก่ลูก จงให้เป้าหมาย เพื่อให้เขาเดินถูกทาง

ไม่ว่าจะเป็นเด็ก พนักงาน หรือผู้ใหญ่ เราต่างก็เหมือนๆกัน เมื่อใดก็ตามที่เรามีความมั่นใจที่จะตัดสินใจ และไว้ใจตัวเอง จงทำไปเลย ใครก็ตามที่คอยแต่จะถามคนอื่นเพื่อขอความมั่นใจ จะต้องถูกโน้มน้าวให้เชื่อว่า พวกเขามีดีอยู่ในตัว และพวกเขาทำได้

คุณภาพ
มันไม่ฉลาดที่จะจ่ายแพงจนเกินไป แต่การจ่ายน้อยเกินไปก็ไม่ฉลาดเช่นกัน เมื่อคุณจ่ายมากเกิน คุณจะสูญเสียเงินมากขึ้นอีกหน่อย มันก็เท่านั้น เมื่อคุณจ่ายน้อยเกิน บางครั้งคุณก็จะสูญเสียทุกสิ่ง เพราะสิ่งที่คุณซื้อมานั้น ไม่ดีพอจะทำหน้าที่ ที่คุณจ่ายเงินเพื่อให้มันมาทำ กฏสามัญของความสมดุลทางธุรกิจก็คือ ห้ามจ่ายแต่น้อย โดยหวังจะรับมาก มันเป็นไปไม่ได้ หากคุณเลือกทำธุรกิจกับคนที่ให้ราคาตำ่ที่สุด คุณจะต้องแบกรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และหากคุณเลือกเช่นนั้น คุณย่อมจะมีเงินพอสำหรับสิ่งที่ดีกว่านั้น

สิ่งที่เราพูดกับตัวเองในใจ จะทำให้เราก้าวไปในทิศทางที่กำลังคิด แต่มันไม่มีคำว่า 'บังเอิญ' หากความคิดเราคือสิ่งที่ควบคุมทิศทางที่เรากำลังเคลื่อนไป การกระทำของเรามักจะควบคุมสิ่งที่จะเกิดกับเราด้วยเช่นกันหากเรายอมรับพลังที่กำลังไหลออกจากตัวเราไปสู่โลกภายนอก และดึงดูดเอาสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต เมื่อนั้นเราจะรู้สึกถึงอำนาจในการดึงสิ่งมดๆก็ได้ที่ต้องการนับจากนี้ไป

เราจะต้องทำให้เงินหมุนเวียนเข้าและออกจากชีวิตเหมือนอากาศ เราจะต้อง 'รับ' และ 'ให้' มันเป็นหลักการง่ายๆ แต่ก่อนที่เราจะเร่งรีบออกไปบริจาคเงินให้คนอื่นด้วยความใจดี จงใชเ้วลาสักนาทีเพื่อคิดว่า เราให้เงินเขาเพราะอะไร

คำพูดและการแสดงท่าทางจะไร้ความหมาย ดูว่างเปล่าหากมันไม่ได้มาจากความจริงใจ 'ความตั้งใจ' คือสิ่งที่ทำให้คำพูดและท่าทางของเรามีอานุภาพ เมื่อเราให้อะไรแก่ใครบางคน เพื่อหวังสิ่งที่จะได้ตอบแทนกลับมา จักรวาลนี้จะรับรู้และปฏิเสธความสำเร็จใดๆในชีวิต นั่นคือเหตุผลที่การทำงานหนักไม่ได้ช่วยให้เราประสบความสำเร็จเสมอไป

'การทำลายตัวเอง' คือการที่จิตใต้สำนึกที่คอยบอกเราให้กลับไปที่ระดับบินที่เราคุ้นเคย หรือไปอยู่ในเขตความสบายเดิมของเรา จงตระหนักและระวังมันให้ดี เมื่อพบว่าเรากำลังพูดดูถูกตัวเอง เราก็จะรู้ว่ามันถึงเวลาที่จะต้องมา 'จดจ่อกับสิ่งที่ต้องการ' ไม่ใช่ 'สิ่งที่ไม่ต้องการ'

วิธีแต่งกายของเราเป็นสิ่งที่เราบอกคนอื่นๆว่า เรามีความคิดเห็นอย่างไรต่อตัวเอง และสะท้อนความคิดว่า เราอยากจะก้าวหน้าแค่ไหนในองค์กรนี้ ให้เริ่มใส่ใจกับการแต่งกาย การนำเสนอตัวเอง ใครคือคนที่ดีที่สุดในวงการของเรา เขาแต่งกายอย่างไร นำเสนอตัวเองอย่างไร แล้วนำสิ่งนั้นมาปรับใช้กับตัวเอง เพราะนั่นคือมาตราฐานแล้ว ทำไมต้องไปเริ่มจากศูนย์ใหม่

'ภาพพจน์ดีๆ เพียงน้อยนิด มีค่าเท่ากับผลงานที่มหาศาล'
'เราจะบอกได้ว่า ใครเป็นศิลปินที่วาดรูปเก่ง จากพู่กันของเขา'

บางคนรู้สึกว่า หัวข้อเรื่อง 'ภาพพจน์' นั้นช่างไร้สาระและผิวเผิน มันก็จะเป็นอย่างนั้น จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆโดยไม่ประสบความสำเร็จ หรือธุรกิจพวกเขากำลังยำ่แย่ เมื่อนั่นแหละเขาถึงจะมานั่งมองและสังเกตุดู จึงเห็นได้ว่า ทุกคนก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน และมุมมองนั้นก็เป็นความจริง

เราทั้งหลายต่างกระหายที่จะได้รับความยกย่องนับถือและความเป็นคนสำคัญ ซึ่งเราจะยินดีทำเกือบทุกอย่างเพื่อได้สิ่งนี้ แต่ไม่มีใครต้องการความไม่สุจริตใจ ไม่มีใครต้องการคำพูดประจบสอพลอ

ความหยาบช้า คือมะเร็งที่เกาะกินความรักให้วอดวาย ใครๆต่างก็รู้ความจริงอันนี้ แม้กระนั้นเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า เราสุภาพแก่คนแปลกหน้ายิ่งไปกว่าญาติพี่น้องและลูกเมียของเรา