สิ่งเดียวที่ยืนขวางระหว่างคนกับสิ่งที่เขาต้องการในชีวิต มักจะเป็นเพียงความตั้งใจที่จะลองมัน และความศรัทธา ที่เชื่อว่ามันมีทางเป็นไปได้ 'ริชาร์ด เอ็ม ดีวอส
บางทีกฏข้อที่สำคัญที่สุดในกฏแห่งจิตทั้งมวลอาจจะเป็นกฏแห่งความเชื่อ กฏนี้บอกว่าอะไรก็ตามที่คุณเชื่อด้วยความมั่นใจ จะกลาเป็นความจริงของคุณ คุณไม่ได้เชื่อในสิ่งที่เห็น แต่คุณเห็นในสิ่งที่เชื่ออยู่แล้ว คุณมองโลกผ่านแว่นคุณเองในความเชื่อ แว่นของทัศนคติ คุณไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดว่าคุณเป็น แต่คุณเป็นอย่างที่คุณคิด
พัฒนาการทั้งหมดในชีวิตของเราล้วนมาจากการเปลี่ยนความเชื่อของเราเกี่ยวกับความเป็นไปได้และเกี่ยวกับตัวเรา ความเจิญส่วนตัวมาจากการเปลี่ยนแปลงความเชื่อของเราเกี่ยวกับสิ่งที่เราสามารถทำได้และเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับเรา เราอยากมีรายได้เพิ่มเป็น 2 เท่ามั๊ย ต้องอยากแน่นอน! คำถามคือ เราเชิ่อหรือไม่ว่ามันเป็นไปได้ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ทุกๆอย่างที่เราทำหรือได้รับในชีวิตทุกความคิดและความรู้สึกหรือการกระทำ ล้วนถูกควบคุมและกำหนดโดยแนวความคิดของตัวเอง แนวความคิดของเราจะมาก่อนและเป็นตัวทำนายความสามารถและประสิทธภาพในทุกอย่างที่เราทำ แนวความคิดของตัวเองคือคำสั่งหลักของคอมพิวเตอร์ในสมองของเรา มันเหมือนระบบพื้นฐาน ทุกอย่างที่เป็นผลสำเร็จในโลกภายนอกของเรา ล้วนเป็นผลมาจากความคิดภายใน
สิ่งที่นักจิตวิทยาค้นพบคือ แนวความคิดของเราประกอบด้วย ความเชื่อทั้งหมด ทัศนคติทั้งหมด ความรู้สึกทั้งหมด และความเห็นทั้งหมดของเรา เกี่ยวกับตัวเราเองและโลกของเรา ด้วยเหตุนี้เราจึงมักปฏิบัติอย่างสอดคล้องกับแนวความคิดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบก็ตาม
ใส่ขยะเข้าไป ได้ขยะออกมา
นี่เป็นการค้นพบที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวความคิดของตัวเอง ต่อให้แนวความคิดของเราเองประกอบด้วยความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับตัวเองหรือโลกของเรา แต่ตราบใดที่เราคิดว่ามันคือความจริง เราก็จะรู้สึก คิด และกระทำตามนั้น
ความเชื่อที่แย่ที่สุดก็คือ ความเชิ่อที่จำกัดตัวเอง ถ้าเราเชื่อว่าตัวเองถูกจำกัดในบางอย่าง ไม่ว่ามันจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม มันจะกลายเป็นความจริงสำหรับตัวเราถ้าเราเชื่อมัน เราจะทำตัวเองให้สอดคล้องกับความเชื่อนั้น ราวกับว่าเราขาดกรือไม่สามารถในเรื่องนั้นๆเอาจริงๆ การเอาชนะความเชื่อที่จำกัดตัวเองและการถูกยัดเยียดข้อจำกัดให้ตัวเอง มักเป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ขวางกั้นระหว่างตัวเรากับความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดของตัวเรา
ความเชื่อที่จำกัดตัวเอง ที่บางครั้งเกิดจากประสาการณ์เพียงครั้งเดียวหรือจากคำพูดพล่อยๆของใครบางคน สามารถฉุดรั้งเราไว้ได้เป็นเวลาหลายปี คนส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์ของการใช้ทักษะในงานที่ตัวเองคิดว่าไม่สามารถทำได้ แล้วก็ต้องประหลาดใจในตัวเอง ว่าแนวความคิดที่จำกัดตัวเราเองนั้น ไม่มีพื้นฐานความจริงเลยซักนิด
ตัวเรา ดีกว่าที่เรารู้: หลุยส์ เฮย์ นักเขียนเคยกล่าวไว้ว่า รากเหง้าของปัญหาส่วนใหญ่ในชีวิตเรา เกิดจากความรู้สึกที่ว่า 'ฉันไม่ดีพอ' ความจริงก็คือ เรามีความสามารถมากกว่าที่เราเคยนำมาใช้ตลอดชีวิต ไม่มีใครดีกว่าเรา และไม่มีใครฉลาดไปมากกว่าเรา คนอื่นจะฉลาดกว่าหรือดีกว่าในเรื่องที่ต่างออกไป ในเวลาที่ต่างกันเท่านั้นเอง
ดร โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ แห่งฮาร์วาร์ด กล่าวว่าเรามีสติปัญญาที่แตกต่างกันอย่างน้อย 10 อย่าง และเราอาจเป็นอัจฉริยะในอย่างใดอย่างหนึ่งได้ หน้าที่ของเราคือต้องหาให้พบว่าเราเก่งหรือเป็นอัจฉริยะด้านไหน
จอร์จ บิลลิงส์ดาราตลกกล่าวไว้ว่า ' มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์รู้ ที่ทำให้เขาเจ็บปวด แต่เป็นสิ่งที่เขาไม่รูจริงต่างหากที่ทำร้ายเขา'
ไม่มีถนนสายไหนยาวเกินไป สำหรับคนที่เดินไปข้างหน้าด้วยความตั้งใจและไม่ล่าช้าเกินควร
ไม่มีเกียรติยศใดไกลเกินไป สำหรับคนที่เตรียมพร้อมสำหรับมันด้วยความอดทน' ฌอง เดอลา บูรเยร์
เรามีอำนาจทางความคิดที่เหลือเชื่อ แต่เรามักติดนิสัยที่จะไม่นำมันมาใช้ให้เต็มที่ การตั้งเป้าหมายอย่างมีระบบให้กับชีวิตและการวางแผนที่จะบรรลุมัน จะช่วยให้เราประหยัดเวลาหลายปีในการทำงานหนัก เพื่อไปให้ถึงความสำเร็จในระดับเดียวกัน การตั้งเป้าหมายทำให้เราสามารถใช้อำนาจทางความคิดได้มากกว่าคนส่วนใหญ่
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สร้างอนาคตของคุณเอง
ตั้งปณิธานไว้ว่าจะคิดถึงอนาคตที่ดีเลิศไว้เกือบตลอดเวลา จงจำไว้ว่าวันที่ดีที่สุดของชีวิตคุณรออยู่ข้างหน้า ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคุณยังไม่มาถึง รายได้สูงสุดที่คุณจะได้จะเป็นจริงในอีกไม้กี่เดือนกี่ปีข้างหน้า อนาคตจะดีกว่าทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของคุณ มันไม่มีขีดจำกัด
ชีวิตเราดำเนินจากข้างในออกมาข้างนอก แก่นกลางของบุคลิกคุณคือ คุณค่าของคุณ เป็นสิ่งที่ทำให้คุณเป็นคนอย่างที่คุณเป็น ทุกอย่างที่คุณทำภายนอกล้วนถูกบังคับและกำหนดโดยคุณค่าจากข้างใน ยม่ว่าชัดเจนหรือเลือนลาง ยิ่งเราชัดเจนกับคุณค่าภายในของเราเท่าไร กาวกระทำภายนอกก็จะยิ่งถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนใหญ่แล้วเราสามารถบอกได้ว่าผู้คนคิดยังไงโดยดูจากสภาพภายนอกของชีวิตพวกเขา อริสโตเติลเคยพูดไว้ว่า จุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์สุดท้ายของชีวิตมนุษย์ก็คือการได้รับความสุขของตัวเอง คุณจะมีความสุขมากที่สุดเมื่อสิ่งที่เราทำจากภายนอกสอดคล้องกับคุณค่าภายในของเรา เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในแนวเดียวกับลิ่งที่เรามองว่าเป็นความถูกต้อง ดีงามและเป็นจริง เราจะมีความสุข รู้สึกดีกับตัวเองและโลกของเราโดยอัตโนมัติ
ความพยายามที่จะใช้ชีวิตภายนอกให้ขัดแย้งกับคุณค่าภายในของตัวเอง จะก่อให้เกิดความเครียด คงามรู้สึกในแง่ลบ ความทุกข์ การมองโลกในแง่ร้าย แม้กระทั่งความโกรธ หงุดหงิด ดังนั้นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของเราคือ เราต้องสร้างความชัดเจนอย่างแท้จริงเกี่ยวกับคุณค่าของเราในทุกอย่างที่เราทำ
สตีเฟน อาร์โควีย์ กล่าวไว้ว่า 'จงแน่ใจว่าขณะที่เราพยายามปีนขึ้นบันไดสู่ความสำเร็จ บันไดนั้นกำลังพิงอยู่กับตึกที่ถูกต้อง' หลายคนทำงานหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่พวกเขาคิดว่าตัวเองต้องการ เพียงเพื่อจะพบว่าในตอนสิ้นสุดวัน พวกเขาไม่มีความสุขหรือพึงพอใจจากความสำเร็จเลย 'ทั้งหมดมีแค่นี้เองหรือ?' เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อความสำเร็จภายนอก ไม่สอดคล้องกับคุณค่าภายในของตัวเอง
คุณอยากให้ผู้คนบรรยายถึงคุณเวลาที่คุณไม่อยู่ด้วยว่าอะไร อยากให้ใครบางคนพูดถึงตัวคุณในงานศพของคุณว่าอะไร คุณอยากให้ครอบครัว เพื่อนฝูงระลึกถึงตัวคุณอย่างไร แล้วปัจจุบันตัวคุณมีชิ่อเสียงด้านไหน ในอนาคตคุณอยากมีชื่อเสียงแบบไหน คถณจะต้องเริ่มทำอะไรในวันนี้เพื่อสร้างสิ่งนั้น
จงมองหาวิธีที่ง่ายที่สุด และตรงไปตรงมามากที่สุดในการเริ่มก้าวออกจากที่ที่คุณอยู่ไปยังที่ที่คุณอยากไป มองหาวิธีแก้ที่มีขั้นตอนน้อยที่สุด และเหนือสิ่งอื่นใด จงลงมือทำ ลุยไป ทำตัวให้ไม่ว่าง เพื่อ 'สร้างสำนึกแห่งความร้อนรน' แนวความคิดที่ดีที่สุดในโลก จะไม่มีคุณค่าอะไรจนกว่าพวกมันจะถูกนำมาใช้ให้ได้ผล จอห์น กรีนลีฟ วิททิเออร์ 'ในบรรดาคำที่น่าเศร้าที่สุด คือ คำว่า " มันน่าจะเป็นฉัน"'
ถ้าเรารู้ว่าในวันนี้เราเหลือเวลาอีก 6 เดือน เราจะใช้เวลาสุดท้ายในโลกใบนี้ยังไง เราจะใช้เวลากับใคร จะไปไหน จะทำอะไร จะพยายามทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จ เมื่อตั้งคำถามนี้ สิ่งที่โผล่ขึ้นมาในหัวจะสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของเรา คำตอบของเรามักรวบรวมคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเราไว้ด้วยเสมอ คงไม่มีใครในสถานการณ์อย่างนี้ที่จะพูดว่า 'ฉันอยากกลับไปที่ทำงาน แล้วโทรหาลูกค้าซักสองสามราย!'
ถ้าคุณได้รางวัลเป็นเงินสด 1 ล้านบาททันที คถณจะเปลี่ยนแปลงชีวิตยังไง คถณจะทำอะไรต่างไปจากนี้ จะทำอะไรมากขึ้นหรือน้อยลง นี่เป็นวิธีการตั้งคำถาม คุณจะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณยังไง ถ้าคุณมีอิสระที่จะเลือกอย่างเต็มที่ สาเหตุหลักที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ใช่ที่ดีที่สุดสำหรับเรา ก็เพราะเรากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อนึกวาดภาพว่าคุณสามารถมีเท่าที่คุณต้องการ เป้าหมายที่แท้ของคุณจะโผล่ออกมา
อย่ากลัวความล้มเหลว: อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำอยู่เสมอ แต่ไม่กล้าพยายาม เวลาที่คุณเหลียวมองไปรอบๆตัว และเห็นผู้อื่นกำลังทำในสิ่งที่คุณชื่นชม อะไรในสิ่งนั้นที่คุณอยากทำอยู่เสมอเช่นกัน อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำ แต่ไม่กล้าพยายาม
ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน: การตั้งเป้าหมายที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ การตั้งเป้าหมายทางการเงิน ถ้าคุณสามารถหาเงินได้และสะสมทั้งหมดที่ต้องการเอาไว้ คุณก็อาจจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ไม่ใช่เรื่องเงินเกือบทั้งหมดของคุณได้เร็วขึ้น
ชีวิตเราดำเนินจากข้างในออกมาข้างนอก แก่นกลางของบุคลิกคุณคือ คุณค่าของคุณ เป็นสิ่งที่ทำให้คุณเป็นคนอย่างที่คุณเป็น ทุกอย่างที่คุณทำภายนอกล้วนถูกบังคับและกำหนดโดยคุณค่าจากข้างใน ยม่ว่าชัดเจนหรือเลือนลาง ยิ่งเราชัดเจนกับคุณค่าภายในของเราเท่าไร กาวกระทำภายนอกก็จะยิ่งถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนใหญ่แล้วเราสามารถบอกได้ว่าผู้คนคิดยังไงโดยดูจากสภาพภายนอกของชีวิตพวกเขา อริสโตเติลเคยพูดไว้ว่า จุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์สุดท้ายของชีวิตมนุษย์ก็คือการได้รับความสุขของตัวเอง คุณจะมีความสุขมากที่สุดเมื่อสิ่งที่เราทำจากภายนอกสอดคล้องกับคุณค่าภายในของเรา เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในแนวเดียวกับลิ่งที่เรามองว่าเป็นความถูกต้อง ดีงามและเป็นจริง เราจะมีความสุข รู้สึกดีกับตัวเองและโลกของเราโดยอัตโนมัติ
ความพยายามที่จะใช้ชีวิตภายนอกให้ขัดแย้งกับคุณค่าภายในของตัวเอง จะก่อให้เกิดความเครียด คงามรู้สึกในแง่ลบ ความทุกข์ การมองโลกในแง่ร้าย แม้กระทั่งความโกรธ หงุดหงิด ดังนั้นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของเราคือ เราต้องสร้างความชัดเจนอย่างแท้จริงเกี่ยวกับคุณค่าของเราในทุกอย่างที่เราทำ
สตีเฟน อาร์โควีย์ กล่าวไว้ว่า 'จงแน่ใจว่าขณะที่เราพยายามปีนขึ้นบันไดสู่ความสำเร็จ บันไดนั้นกำลังพิงอยู่กับตึกที่ถูกต้อง' หลายคนทำงานหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่พวกเขาคิดว่าตัวเองต้องการ เพียงเพื่อจะพบว่าในตอนสิ้นสุดวัน พวกเขาไม่มีความสุขหรือพึงพอใจจากความสำเร็จเลย 'ทั้งหมดมีแค่นี้เองหรือ?' เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อความสำเร็จภายนอก ไม่สอดคล้องกับคุณค่าภายในของตัวเอง
คุณอยากให้ผู้คนบรรยายถึงคุณเวลาที่คุณไม่อยู่ด้วยว่าอะไร อยากให้ใครบางคนพูดถึงตัวคุณในงานศพของคุณว่าอะไร คุณอยากให้ครอบครัว เพื่อนฝูงระลึกถึงตัวคุณอย่างไร แล้วปัจจุบันตัวคุณมีชิ่อเสียงด้านไหน ในอนาคตคุณอยากมีชื่อเสียงแบบไหน คถณจะต้องเริ่มทำอะไรในวันนี้เพื่อสร้างสิ่งนั้น
จงมองหาวิธีที่ง่ายที่สุด และตรงไปตรงมามากที่สุดในการเริ่มก้าวออกจากที่ที่คุณอยู่ไปยังที่ที่คุณอยากไป มองหาวิธีแก้ที่มีขั้นตอนน้อยที่สุด และเหนือสิ่งอื่นใด จงลงมือทำ ลุยไป ทำตัวให้ไม่ว่าง เพื่อ 'สร้างสำนึกแห่งความร้อนรน' แนวความคิดที่ดีที่สุดในโลก จะไม่มีคุณค่าอะไรจนกว่าพวกมันจะถูกนำมาใช้ให้ได้ผล จอห์น กรีนลีฟ วิททิเออร์ 'ในบรรดาคำที่น่าเศร้าที่สุด คือ คำว่า " มันน่าจะเป็นฉัน"'
ถ้าเรารู้ว่าในวันนี้เราเหลือเวลาอีก 6 เดือน เราจะใช้เวลาสุดท้ายในโลกใบนี้ยังไง เราจะใช้เวลากับใคร จะไปไหน จะทำอะไร จะพยายามทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จ เมื่อตั้งคำถามนี้ สิ่งที่โผล่ขึ้นมาในหัวจะสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของเรา คำตอบของเรามักรวบรวมคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเราไว้ด้วยเสมอ คงไม่มีใครในสถานการณ์อย่างนี้ที่จะพูดว่า 'ฉันอยากกลับไปที่ทำงาน แล้วโทรหาลูกค้าซักสองสามราย!'
ถ้าคุณได้รางวัลเป็นเงินสด 1 ล้านบาททันที คถณจะเปลี่ยนแปลงชีวิตยังไง คถณจะทำอะไรต่างไปจากนี้ จะทำอะไรมากขึ้นหรือน้อยลง นี่เป็นวิธีการตั้งคำถาม คุณจะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณยังไง ถ้าคุณมีอิสระที่จะเลือกอย่างเต็มที่ สาเหตุหลักที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ใช่ที่ดีที่สุดสำหรับเรา ก็เพราะเรากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อนึกวาดภาพว่าคุณสามารถมีเท่าที่คุณต้องการ เป้าหมายที่แท้ของคุณจะโผล่ออกมา
อย่ากลัวความล้มเหลว: อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำอยู่เสมอ แต่ไม่กล้าพยายาม เวลาที่คุณเหลียวมองไปรอบๆตัว และเห็นผู้อื่นกำลังทำในสิ่งที่คุณชื่นชม อะไรในสิ่งนั้นที่คุณอยากทำอยู่เสมอเช่นกัน อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำ แต่ไม่กล้าพยายาม
ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน: การตั้งเป้าหมายที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ การตั้งเป้าหมายทางการเงิน ถ้าคุณสามารถหาเงินได้และสะสมทั้งหมดที่ต้องการเอาไว้ คุณก็อาจจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ไม่ใช่เรื่องเงินเกือบทั้งหมดของคุณได้เร็วขึ้น
วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554
เป้าหมาย มีไว้ให้พุ่งชน
คุณกำหนดชีวิตของคุณเองจนถึงทุกวันนี้ ด้วยทางเลือกและการตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจของคุณ ถ้ามีอะไรบางอย่างในชีวิตที่คุณไม่ชอบ คุณต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง ไม่ใช่คนอื่นหรือสิ่งอื่น คุณอยู่ในที่ที่คุณอยู่และเป็นอย่างที่คุณเป็นอยู่ในืุกวันนี้ เพราะคุณเองเป็นคนตัดสินใจจะอยู่ตรงนั้น
ปฏิเสธที่จะโอดครวญและบ่นโวยวายถึงเหตุการณ์ในอดีตซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่จงหมุนตัวเองไปหาอนาคตแทนและคิดถึงสิ่งที่คุณต้องการและที่ที่คุณจะไป เหนือสิ่งอื่นใดจงคิดถึงเป้าหมายของคุณจะทำให้คุณมีอารมณ์ในแง่บวกและเต็มไปด้วยจุดประสงค์อีกครั้ง
คุณจะกลายเป็นคนเล็กๆ เท่ากับความปรารถนาของคุณที่คอยแต่จำกัดตัวคุณไว้ และกลายเป็นคนยิ่งใหญ่ได้เท่ากับความปรารถนาที่มีพลังแรงกล้าของคุณ " เจมส์ อัลเลน
ดร เอ็ดเวิร์ด แบนฟิลด์ แห่งฮาร์วาร์ด สรุปผลจากการวิจัยเป็นเวลากว่า 50 ปีว่า 'มุมมองในระยะยาว'คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จส่วนตัวและความสำเร็จทางการเงินในชีวิต มุมมองระยะยาวเป็นความสามารถในการคิดถึงระยะเวลากลายปีในอนาคต ระหว่างที่ทำการตัดสินใจในปัจจุบัน คุณยิ่งคิดไกลไปในอนาคตได้มากแค่ไหน คุณจะยิ่งตัดสินใจในปัจจุบันเพื่อทำให้อนาคตกลายเป็นความจริงได้ดีขึ้นเท่านั้น
อุปสรรคเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการตั้งเป้าหมายก็คือ 'ความเชื่อในขีดจำกัดของตัวเอง' มันรวมไปถึงขอบเขตที่คุณเชื่อว่าตัวเองถูกจำกัด คุณอาจเชื่อว่าตัวคุณไม่เหมาะสมพอ ตำ่ต้อยบางอย่าง เช่นสติปัญญา ความสามารถ พรสวรรค์ บุคลิกฯด้วยเหตุนี้คุณจึงเจียมเนื้อเจียมตัว การประเมินตัวเองตำ่ไปคือการที่คุณไม่ได้ตั้งเป้าหมาย หรือตั้งเป้าหมายไว้ตำ่กว่าความสามารถของตัวเอง
นึกวาดภาพว่าตัวเอง ไม่มีขีดจำกัด: การผสานแบบอย่างที่ดีเลิศเข้ากับการกำหนดทิศทางอนาคตจะทำให้คุณสามารถยุติหรือทำให้กรขบวนการจำกัดตัวเองนี้เป็นกลาง ลองนึกวาดภาพช่วงเวลาที่คุณไม่มีขีดจำกัดเลยสักนิด วาดภาพว่าคุณเป็นคนมีสวรรค์ มีความสามารถทั้งหมดที่ต้องการในการบรรลุเป้าหมายทุกอย่างที่ตั้งไว้ ลองนึกวาดภาพว่าคุณไม่มีขีดจำกัดอะไรเลยในสิ่งที่คุณจะเป็น จะมี หรือจะทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญต่อคุณจริงๆ
เวลาที่คุณนึกวาดภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบคำถามเดียวของคุณก็คือทำอย่างไร? มันเป็นคำถามที่มีอานุภาพมากที่สุด ถามมันซำ้ๆ จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจุดชนวนความคิดที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย คนที่ไม่ประสบความสำเร็จจะสงสัยเสมอว่าเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งจะมีทางเป็นไปได้หรือไม่ แต่คนที่ประสบความสำเร็จสูงจะถามคำถามแต่คำว่า 'ทำอย่างไร' แล้วก็พยายามหาวิธีเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับเป้าหมายของพวกเขาให้กลายเป็นความจริง
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงกับผู้ที่ประสบความสำเร็จตำ่ก็คือ 'แนวโน้มการกระทำ' คนที่ประสบความสำเร็จมากจะมีแนวโน้มการกระทำสูง คนพวกนี้จะเคลื่อนไหวตลอดเวลา พวกเขาจะวุ่นวายเสมอ ถ้าเกิดความคิดขึ้นมาเมื่อไหร่ พวกเขาจะลงมือทำทันที แต่คนที่ประสบผลสำเร็จตำ่ หรือคนที่ไม่ประสบผลสำเร็จเลย จะเต็มไปด้วยเจตนาดี แต่มักมีข้ออ้างเสมอที่จะไม่ลงมือทำในวันนี้
ปฏิเสธที่จะโอดครวญและบ่นโวยวายถึงเหตุการณ์ในอดีตซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่จงหมุนตัวเองไปหาอนาคตแทนและคิดถึงสิ่งที่คุณต้องการและที่ที่คุณจะไป เหนือสิ่งอื่นใดจงคิดถึงเป้าหมายของคุณจะทำให้คุณมีอารมณ์ในแง่บวกและเต็มไปด้วยจุดประสงค์อีกครั้ง
คุณจะกลายเป็นคนเล็กๆ เท่ากับความปรารถนาของคุณที่คอยแต่จำกัดตัวคุณไว้ และกลายเป็นคนยิ่งใหญ่ได้เท่ากับความปรารถนาที่มีพลังแรงกล้าของคุณ " เจมส์ อัลเลน
ดร เอ็ดเวิร์ด แบนฟิลด์ แห่งฮาร์วาร์ด สรุปผลจากการวิจัยเป็นเวลากว่า 50 ปีว่า 'มุมมองในระยะยาว'คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จส่วนตัวและความสำเร็จทางการเงินในชีวิต มุมมองระยะยาวเป็นความสามารถในการคิดถึงระยะเวลากลายปีในอนาคต ระหว่างที่ทำการตัดสินใจในปัจจุบัน คุณยิ่งคิดไกลไปในอนาคตได้มากแค่ไหน คุณจะยิ่งตัดสินใจในปัจจุบันเพื่อทำให้อนาคตกลายเป็นความจริงได้ดีขึ้นเท่านั้น
อุปสรรคเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการตั้งเป้าหมายก็คือ 'ความเชื่อในขีดจำกัดของตัวเอง' มันรวมไปถึงขอบเขตที่คุณเชื่อว่าตัวเองถูกจำกัด คุณอาจเชื่อว่าตัวคุณไม่เหมาะสมพอ ตำ่ต้อยบางอย่าง เช่นสติปัญญา ความสามารถ พรสวรรค์ บุคลิกฯด้วยเหตุนี้คุณจึงเจียมเนื้อเจียมตัว การประเมินตัวเองตำ่ไปคือการที่คุณไม่ได้ตั้งเป้าหมาย หรือตั้งเป้าหมายไว้ตำ่กว่าความสามารถของตัวเอง
นึกวาดภาพว่าตัวเอง ไม่มีขีดจำกัด: การผสานแบบอย่างที่ดีเลิศเข้ากับการกำหนดทิศทางอนาคตจะทำให้คุณสามารถยุติหรือทำให้กรขบวนการจำกัดตัวเองนี้เป็นกลาง ลองนึกวาดภาพช่วงเวลาที่คุณไม่มีขีดจำกัดเลยสักนิด วาดภาพว่าคุณเป็นคนมีสวรรค์ มีความสามารถทั้งหมดที่ต้องการในการบรรลุเป้าหมายทุกอย่างที่ตั้งไว้ ลองนึกวาดภาพว่าคุณไม่มีขีดจำกัดอะไรเลยในสิ่งที่คุณจะเป็น จะมี หรือจะทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญต่อคุณจริงๆ
เวลาที่คุณนึกวาดภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบคำถามเดียวของคุณก็คือทำอย่างไร? มันเป็นคำถามที่มีอานุภาพมากที่สุด ถามมันซำ้ๆ จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจุดชนวนความคิดที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย คนที่ไม่ประสบความสำเร็จจะสงสัยเสมอว่าเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งจะมีทางเป็นไปได้หรือไม่ แต่คนที่ประสบความสำเร็จสูงจะถามคำถามแต่คำว่า 'ทำอย่างไร' แล้วก็พยายามหาวิธีเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับเป้าหมายของพวกเขาให้กลายเป็นความจริง
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงกับผู้ที่ประสบความสำเร็จตำ่ก็คือ 'แนวโน้มการกระทำ' คนที่ประสบความสำเร็จมากจะมีแนวโน้มการกระทำสูง คนพวกนี้จะเคลื่อนไหวตลอดเวลา พวกเขาจะวุ่นวายเสมอ ถ้าเกิดความคิดขึ้นมาเมื่อไหร่ พวกเขาจะลงมือทำทันที แต่คนที่ประสบผลสำเร็จตำ่ หรือคนที่ไม่ประสบผลสำเร็จเลย จะเต็มไปด้วยเจตนาดี แต่มักมีข้ออ้างเสมอที่จะไม่ลงมือทำในวันนี้
วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Goals!
อริสโตเติลกล่าวไว้ว่า จุดประสงค์สุดท้ายในการกระทำทุกอย่างของมนุษย์ คือ การบรรลุความสุขส่วนตัว เขาบอกว่าไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม จุดประสงค์ของมันคิอการเพิ่มพูนความสุขของคุณด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง คุณอาจจะประสบความสำเร็จหรืออาจไม่ แต่ความสุขของคุณคือจุดประสงค์สุดท้ายเสมอ
กุญแจสู่ความสุข: การตั้งเป้าหมาย การพยายามเดินหน้าไปหามันทุกวัน และบรรลุมันในที่สุด คือกุญแจสู่ความสุขในชีวิต การตั้งเป้าหมายมีอานุภาพมากเสียจน แค่คิดถึงเป้าหมายของคุณก็ทำให้คุณมีความสุขก่อนที่คุณจะย่างก้าวไปสู่การบรรลุมันด้วยซำ้
ในการไขและปลดปล่อยขีดความสามารถเต็มๆของคุณ คุณควรเพาะนิสัยตั้งเป้าหมายและบรรลุเป้าหมายในแต่ละวันไปจนตลอดชีวิต คุณควรสร้างพลังของการมุ่งมองที่เหมือนแสงเลเซอร์ เพื่อให้คุณคิดและพูดถึงสิ่งที่ต้องการอยู่เสมอ แทนที่จะคิดถึงสิ่งที่ต้องการ
ไม่มีเครื่องรับประกันของชีวิตที่ยืนยาว มีความสุข สุขภาพดีและความเจริญรุ่งเรืองไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่คุณพยายามเป็น พยายามมี และพยายามบรรลุสิ่งที่คุณต้องการจริงๆอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายที่ชัดเจนช่วยให้คุณสามารถปลดปล่อยขีดความสามารถเต็มๆของคุณออกมา เพื่อความสำเร็จส่วนตัวและความสำเร็จในอาชีพการงานของคุณ เป้าหมายช่วยให้คุณเอาชนะอุปสรรคและช่วยทำให้ความสำเร็จในอนาคตของคุณไร้ขีดจำกัด
กฏทั่วไปบอกว่า มนุษย์ไม่มีอะไรเมื่อตอนที่เขาเกิดมา เพราะมนุษย์คือสิ่งที่เขาจะสร้างขึ้นมา ในภายหลังให้กับตัวของเขาเอง 'อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบล
อีลีเนอร์ รูสเวลท์ เคยกล่าวไว้ว่า 'ไม่มีใครสามารถ ทำให้คุณรู้สึกตำ่ต้อยได้ ถ้าคุณไม่ยินยอม'
จงปฏิเสธที่จะวิพากษ์วิจารณ์ หรือตำหนิผู้อื่นในเรื่องอะไรก็ตาม ทุกครั้งที่คุณวิจารณ์หรืออุทรณ์ในบางอย่างที่คุณไม่ชอบ หรือตำหนิผู้อื่นในอะไรบางอย่างที่เขาหรือไม่ได้ทำ คุณกำลังจุดประกายแง่ลบและความโกรธขึ้นในตัวเอง และคุณคือคนที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ความรู้สึกแง่ลบของคุณไม่มีผลกระทบต่อผู้อื่นเลยสักนิด การโกรธใครบางคนคือการยอมให้เขาหรือเธอควบคุมอารมณ์ของคุณและบ่อยครั้งควบคุมคุณภาพชีวิตคุณในระยะยบวด้วย มันเป็นเรื่องงี่เง่าโดยแท้
กุญแจสู่ความสุข: การตั้งเป้าหมาย การพยายามเดินหน้าไปหามันทุกวัน และบรรลุมันในที่สุด คือกุญแจสู่ความสุขในชีวิต การตั้งเป้าหมายมีอานุภาพมากเสียจน แค่คิดถึงเป้าหมายของคุณก็ทำให้คุณมีความสุขก่อนที่คุณจะย่างก้าวไปสู่การบรรลุมันด้วยซำ้
ในการไขและปลดปล่อยขีดความสามารถเต็มๆของคุณ คุณควรเพาะนิสัยตั้งเป้าหมายและบรรลุเป้าหมายในแต่ละวันไปจนตลอดชีวิต คุณควรสร้างพลังของการมุ่งมองที่เหมือนแสงเลเซอร์ เพื่อให้คุณคิดและพูดถึงสิ่งที่ต้องการอยู่เสมอ แทนที่จะคิดถึงสิ่งที่ต้องการ
ไม่มีเครื่องรับประกันของชีวิตที่ยืนยาว มีความสุข สุขภาพดีและความเจริญรุ่งเรืองไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่คุณพยายามเป็น พยายามมี และพยายามบรรลุสิ่งที่คุณต้องการจริงๆอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายที่ชัดเจนช่วยให้คุณสามารถปลดปล่อยขีดความสามารถเต็มๆของคุณออกมา เพื่อความสำเร็จส่วนตัวและความสำเร็จในอาชีพการงานของคุณ เป้าหมายช่วยให้คุณเอาชนะอุปสรรคและช่วยทำให้ความสำเร็จในอนาคตของคุณไร้ขีดจำกัด
กฏทั่วไปบอกว่า มนุษย์ไม่มีอะไรเมื่อตอนที่เขาเกิดมา เพราะมนุษย์คือสิ่งที่เขาจะสร้างขึ้นมา ในภายหลังให้กับตัวของเขาเอง 'อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบล
อีลีเนอร์ รูสเวลท์ เคยกล่าวไว้ว่า 'ไม่มีใครสามารถ ทำให้คุณรู้สึกตำ่ต้อยได้ ถ้าคุณไม่ยินยอม'
จงปฏิเสธที่จะวิพากษ์วิจารณ์ หรือตำหนิผู้อื่นในเรื่องอะไรก็ตาม ทุกครั้งที่คุณวิจารณ์หรืออุทรณ์ในบางอย่างที่คุณไม่ชอบ หรือตำหนิผู้อื่นในอะไรบางอย่างที่เขาหรือไม่ได้ทำ คุณกำลังจุดประกายแง่ลบและความโกรธขึ้นในตัวเอง และคุณคือคนที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ความรู้สึกแง่ลบของคุณไม่มีผลกระทบต่อผู้อื่นเลยสักนิด การโกรธใครบางคนคือการยอมให้เขาหรือเธอควบคุมอารมณ์ของคุณและบ่อยครั้งควบคุมคุณภาพชีวิตคุณในระยะยบวด้วย มันเป็นเรื่องงี่เง่าโดยแท้