weenalovecookie

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

Think like a winner 12

เราถูกครอบครองด้วยอัตตาจนาดใหญ่และทรงพลังซึ่งบังคับให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆจากมุมมองของเราเป็นหลัก เราจะไปไกลสุดขั้วที่จะหาเหตุผลมาสนับสนุนพฤติกรรมของเรา และพิสูจน์ว่าเราถูกต้อง แม้ว่าเราจะมีความคลางใจว่าเราเองก็ผิดมหันต์ ทว่าเราปกป้องตัวเองโดยธรรมชาติจากการตำหนิ เมืีอคนอื่นถูกเข้ามาเกี่ยวข้องในความล้มเหลวเกือบจะทุกโอกาส เราพบหนทางและวิธีการที่จะพิสูจน์แก่ตัวเรา ว่าเราถูกต้องและคนอื่นผิด

การเอาแต่สนใจตัวเอง คือ ความสนใจที่วางผิดที่ เพราะว่าเรามีสิ่งที่ต้องสูญเสียมากกว่าได้รับมากมายจากทักษะการาัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างย่ำแย่และไม่มีประสิทธิผล มันไม่ได้รับใช้จุดประสงค์ใดที่จะหาเหตุผลมาอธิบายและซ่อนตัวอยู่หลังอัตตาของเราขณะที่โอกาสสำหรับความร่วมมือผ่านหน้าเราไป ไม่ว่าเราละเมิดกฏของสิ่งแวดล้อมเชิงกายภาพหรือเชิงมนุษย์ ราคาที่สูงมากย่อมถูกจ่ายออกไปเสมอ

จอห์น ดี ร็อคกี้เฟลเลอร์ กล่าวไว้ว่า 'ข้าพเจ้าจะจ่ายให้สำหรับความสามารถที่จะดำเนินการกับผู้คน มากกว่าความสามารถอื่นใดภายใต้ดวงอาทิตย์นี้' 3 คุณสมบัติที่กล่าวโดยผู้สำเร็จที่จำเป็นในการทำงานให้สำเร็จคือ คุณต้องอยากทำงานนั้น คุณต้องมีความรู้และความสามารถในการทำงานนั้น และ คุณต้องสามารถที่จะเข้ากันได้กับคนอื่นๆ หลายงานศึกษาแสดงให้เห็นว่า การมีทักษะเรื่องคน มีความสำคัญในการประสบความสำเร็จของงาน 85%  มีเพียง 15% เท่านั้นที่เป็นความรู้ทางเทคนิค น่าเสียดายเมื่อพูดถึงโปรแกรมฝึกอบรมในองค์กรแล้ว ตัวเลขที่เกิดขึ้นมันสวนทางกัน เพราะพวกเขาทึกทักเอาว่าผู้คนรู้วิธีที่จะเริ่มสร้างและดำรงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ดีอยู่แล้ว

คนจำนวนน้อยซาบซึ้งในข้อเท็จจริงที่ว่า คุณมีที่จะให้ เพื่อที่จะได้รับ เรามีแนวโน้มที่จะสะสมสิ่งที่เราแสวงหาอย่างแทบสิ้นหวังเป็นกองพะเนิน เรายึดอยู่กับทรัพย์สินเหล่านี้แม้ว่ามันเป็นขุมพลังที่หมดไปได้ ในเวลาเดียวกัน เราวนไปทั่วที่จะสะสมสั่งสมทรัพย์สินเดียวกันนี้จากคนอื่นๆ ให้มากที่าุดที่เราจะสามารถทำได้ เพื่อที่จะทำให้ความกระหายของเราที่ไม่สามารถดับความพึงพอใจได้ ทุกคนหิวโหยที่จะได้รับการมองเห็นและการยกย่อง

ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการให้
- ความปรารถนาที่จะได้รับเป็นสัณชาตญาณตามธรรมชาติ ขณะที่ความปรารถนาที่จะให้ เป็นบางสิ่งที่จะต้องถูกเรียนรู้เข้ามา
- มันไม่ใช่เรื่องที่ว่า ผู้ให้เป็นคนดี และผู้เอาไปเป็นคนเลว มันเป็นเรื่องของความมีประสิทธิภาพ
- ผู้ให้ที่แท้จริงไม่ต้องการได้สิ่งใดๆอย่างมีจุดประสงค์ ทว่าพวกเขากลับได้รับอย่างอุดมล้นเหลือ

หลายคนลดค่าแนวความคิดของการให้ว่า เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นเป็นที่ตั้งและเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แต่แท้จริงมันไม่เป็นเช่นนั้น คุณรับสัดส่วนทางอ้อมจากปริมาณที่คุณให้ออกไปเสมอ กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้คนจะให้สิ่งที่คุณต้องการไปจนถึงระดับที่คุณให้พวกเขาในบางสิ่งที่เขาต้องการก่อน หากคุณเคารพผู้อื่นและรับรู้ถึงความสำคัญของพวกเขา โดยปกติพวกเขาจะทำสิ่งเดียวกันกับคุณ และหากคุณแสดงความไม่เคารพและดูถูกพวกเขา โดยปกติแล้วพวกเขาก็จะทำสิ่งเดียวกันกับคุณ ผู้คนสะท้อนพฤติกรรมที่คุณแสดงออกต่อพวกเขาเสมอ

มีผู้ให้ 3 ประเภทในโลกนี้
ประเภทแรก ให้เฉพาะตามเงื่อนไขที่เขาหรือเธอได้รับในสัดส่วนที่เท่ากันทุกโอกาส ที่จริงแล้ว บุคคลเช่นนี้ไม่ใช่เป็นผู้ให้เลย แต่เป็นผู้แลกเปลี่ยนเสียมากกว่า
ประเภทที่สอง ให้เพียงบางโอกาส โดยคาดหวังว่าเขาหรือเธอจะได้รับตอบแทนสักวันหนึ่งในอนาคต แต่บุคคลเช่นนี้แท้จริงเป็นนักลงทุน เป็นใครบางคนที่เฝ้าติดตาม สิ่งที่คุณเป็นหนี้ฉัน ที่เขาหรือเธอกำลังสั่งสมอยู่
ประเภทที่สาม เป็นผู้ให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ บุคคลที่ให้ออกมาจากเขาหรือเธออย่างเสรีในทุกโอกาส และไม่คาดหวังสิ่งใดกลับคืนเลย ไม่ต้องการเลย

การมองเห็นและการยกย่องเป็นความกระหายอย่างยิ่งในธรรมชาติของมนุษย์ มันเป็นการรับรู้ถึงความสำคัญของผู้คน คุณคือคนที่คุณคิดว่าคุณเป็น แต่คุณก็เป็นระบบการทำงานของสิ่งที่คนอื่นคิดถึงคุณ หากทุกคนรอบตัวคุณเริ่มที่จะปฏิบัติต่อคุณราวกับว่าเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ และเมินเฉยคุณเสียโดยสิ้นเชิง ไม่นานคุณก็จะเริ่มสงสัยว่าคุณและสิ่งที่คุณเคยเป็นคืออะไรกันแน่ อีกด้านหนึ่ง หากคนปฏิบัติต่อคุณว่ามีค่า มีความสำคัญและชอบที่จะอยู่รอบๆคุณ สิ่งนี้จะช่วยยืนยันแก่คุณในสิ่งที่คุณต้องการที่จะเชื่อ และยอมรับเกี่ยวกับตัวคุณเองอยู่แล้ว