weenalovecookie

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

The 3rd alternative 4

ศิลปะการป้องกันตัวสมัยใหม่ ที่อยู่บนพื้นฐานของการใช้พลังทวี คือ ไอคิโด หรือ วิถีแห่งสันติ แก่นแท้คือ เราจะต้องไม่ต้านกำลังของผู้อื่น ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาได้ โดยการไม่ต่อต้่านความคิดความเชื่อของผู้อื่น เราปรารถนาจะเรียนรู้ในสิ่งที่ผู้อื่นคิด ปรารถนาที่จะเรียนรู้แรงบันดาลใจและจิตวิญญาณของผู้อื่น เมื่อทำได้แล้ว เราจะสบายใจและเดินหน้าไปพร้อมกับเรื่องเหล่านั้น และมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เหล่านั้นได้

ชัยชนะ เป็นเรื่องน่าอภิรมย์ แต่หนทางสูัยชนะมีมากกว่าหนึ่ง ชีวิตไม่ใช่กีฬาที่มีผู้เล่นเพียงหนึ่งเดียวที่จะกำชัยชนะได้ สิ่งที่น่าอภิรมย์ยิ่งกว่าคือ การได้ชัยชนะร่วมกัน


อาการที่เด่นชัดของคนที่อัตตา คือ เวลาคุณพูด ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับคุณ, เวลาคุณถาม ไม่ค่อยมีฟีดแบคจากคนอื่น, หากรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้พูดมากกว่าผู้ฟัง หรือ น้อยครั้งที่มีคนชวนคุณร่วมสนทนา นั่นอาจถึงเวลา ที่ต้องสำรวจตัวเองแล้ว

เวลาที่คนอื่นหรือเพื่อนร่วมงานไม่เห็นด้วยกับคุณ หรือมีมุมมองที่แตกต่างจากคุณ หากคุณพร้อมเปิดใจรับฟังเขา คุณอาจต้องรับฟังสิ่งที่ทำให้เจ็บแค้นใจ อาจรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าตอนที่คู่สนทนาระบายอารมณ์ใส่ แต่จงปล่อยให้เรื่องเหล่านั้นออกมา อย่าเผลอตัวพูดปกป้องตัวเอง เพราะโอกาสของคุณจะมาถึงหลังจากนั้น การสนทนาครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจ มิใช่การต่อสู้กัน
เมื่อเรารู้สึกเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ การด่วนตัดสินใจโดยมีอคติย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย บ่อยครั้งที่เราปฏิเสธความรับผิดชอบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยปัดว่าเป็นความผิดของผู้อื่น วิธีการแบบนี้อาจกัดจิตใจเราจนกร่อนไปเรื่อยๆ และทำให้เรามีทัศนคติปกป้องตนเอง อีกทั้งยังเพิ่มพูนความขุ่นเคืองใจมากขึ้น วงจรความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงจึ้นจนส่งผลเสียต่องานของเรา


กุญแจสู่ชีวิตที่มีความหมายนั้น มิใช่การเป็นผู้รับ แต่คือการเป็นผู้ให้ มิใช่การสะสมวัตถุสิ่งของ แต่เป็นการสั่งสมการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น

จงระลึกไว้ว่าความรู้สึกของการปราศจากจุดมุ่งหมาย ความรู้สึกโดดเดี่ยว คนที่ไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ จะมีแต่ความกังขาในตัวเอง กำแพงหนึ่งเดียวที่เขามีคือ กำแพงในใจเขาเอง กำแพงภายในใจจะคุมขังเราเอาไว้ใตพื้นที่เล็กๆ และทัศนคติที่มีแค่คำตำหนิและการปกป้องตนเอง

ไม่มีใครทำให้คุณต่ำต้อยได้ หากคุณไม่ปรารถนาจะเป็นเช่นนั้น " เอลิเนอร์ รูสเวท์

น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ามีพื้นที่ในจิตใจที่ยิ่งใหญ่อยู่ในตัว เมื่อไม่ทราบถึงอืสรภาพของตนเอง การตอบสนองที่ทำก็ทำเหมือนตัวเองไม่มีทางเลือก แต่คุณสามารถือกที่จะอยู่เหนือความรรู้สึกเหล่านั้นได้ หรือเลือกที่จะยอมให้เป็นผู้ถูกกระทำได้ก็ได้่เช่นกัน ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ คุณเลือกที่จะเป็นแบบนั้นเอง ในพื้นที่ว่างนั้น คุณมีอำนาจตัดสินใจในการเลือกที่จะไม่เป็นผู้ถูกกระทำ ไม่มีใครทำให้คุณอับอายได้ คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ตนเองอับอาย คุณควบคุมพฤติกรรมคนอื่นไม่ได้ แต่เลือกควบคุมการตอบสนองต่อพฤติกรรมต่างๆได้

ถามว่าเราควรสอนอะไรให้เด็กๆ เราสอนให้รู้ว่า 2+2=4 สอนให้รู้ว่าปารีสเป็นเมืองหลวงของฝรั่งเศส เมื่อไหร่กันที่เราจะสอนว่า พวกเขาคือใคร เราควรจะบอกเด็กๆแต่ละคนว่า เธอรู้หรือไม่ว่าเธอคือสิ่งมหัศจรรย์ เธอไม่เหมือนใครในโลกนี้ ไม่มีเด็กคนไหนเหมือนเธอ เธออาจเป็นเชคสเปียร์, ไมเคิล แองเจโล, บีโธเฟน,ฯ เธอมีศักยภาพจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ นั่นคือความจริง เธอคือสิ่งมหัศจรรย์ และเมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอจะทำร้ายคนอื่นที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์เช่นเดียวกับเธอได้หรือ

เหตุผลยอดนิยม เมื่อคู่รักต้องการเลิกลา หย่าร้างกันก็คือ เราไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เราต่างกันเกินไป เราเข้ากันไม่ได้ แต่ความสนใจที่แตกต่าง ความสามารถพิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียว ตลอดจนบุคคลที่แปลกผิดธรรมดา สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้ชีวิตและความรักเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ สิ่งที่ขาดหายไปในความสัมพันธ์นี้ ก็คือ การมองบุคคลที่เรารักว่าเป็นดังขุมทรัพย์เลอค่าที่หาไม่ได้อีกแล้ว และมองว่าความแตกต่างของเธอนั้นเป็นของขวัญ


สามีภรรยาหลายคู่ ต้องการนำภาพลักษณ์ของตนเองเข้าไปให้คู่ชีวิต พ่อแม่จำนวนมากต้องการโคลนนิ่งตัวเองมากกว่าจะต้องการมีลูก การทำให้ลูกๆเป็นเหมือนพ่อแม่ ทำให้มีหน้าตาในสังคม และทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคงแบบผิดๆ เมื่อคุณมีลูกที่คิดเหมือนคุณ มีพฤติกรรมเหมือนคุณ พูดจาและแต่งตัวเหมือนคุณ เมื่อนั้นคถณก็จะรู้สึกว่าอัตลักษณ์ตนเองเติมเต็มให้สมบูรณ์