สูตรเด็ด !
ใช้สรีระเท้าเรา มาหา ความสูงของรองเท้าสำหรับเรา
ตอบคำถาม รองเท้าส้นสูง สูงเท่าไหร่ ถึงจะ ใช่เรา กันเสียที !
.
.
ไม่มีอะไรจะสามารถแปลงร่างลุคได้ฉับพลันเท่ารองเท้าส้นสูง
กางเกงยีนส์ กับ เชิร์ตขาว จะดู Chic ขึ้นมาทันตา ถ้ามาประกอบกับส้นเช็ม
สาวๆที่ใส่รองเท้าส้นเตี้ย เมื่อมาใส่ส้นสูง จะเดินสวย หลังตรง เป็นหน้าเป็นขึ้นมาในทันใด
.
แต่รองเท้าส้นสูง ก็เจ็บ เมื่อย และ ก่อปัญหาสุขภาพได้
สวย แต่กัด เมื่อย เดินลำบาก จนหลายคนท้อใจ
.
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าใส่รองเท้าส้นเตี้ย นั้นดี จะไม่ปวดเท้า
สิ่งนี้ไม่เสมอไป
ที่แน่นอนกว่า และมีหลักการของเหตุผล คือ การใช้มุมของเท้าของเรา ในการหาความสูงที่พอเหมาะสำหรับเรา
.
Podiatrist หรือ หมอซึ่งรักษาโรคเท้า Emma Supple เขียนไว้ใน Daily Mail ว่า การเลือกความสูง ควรใช้ความยืดหยุ่นของข้อเท้า ซึ่งมาจากมุมของข้อเท้า กับ ส้นเท้าของเรา ศัพย์ทางการแพทย์เรียก Sinus Taris
.
สรุปออกมาว่า
ใครที่ข้อเท้าเป็นแนวตรง ควรใส่รองเท้าส้นเตี้ย
ใครที่ข้อเท้า วางตัวเป็นมุมกับส้นเท้า ก็ ฮาเลลูยา เราเหมาะกับการใส่รองเท้าส้นสูง
.
มาลองกันเลย
.
.
วิธีการ
- นั่งลงบนเก้าอี้ ที่ไม่นิ่มจนเกินไป หลังพิงพนัก เท้าวางไปกับพื้น
- ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมา ในแนวตรงสบายๆ ไม่ต้องเกร็งปลายเท้า ปล่อยตามสบาย
- ปลายเท้าจะโน้มไปข้างหน้า หรือ บางคนอาจจะตั้งตรง
- เราต้องให้เพื่อนช่วยใน Step ต่อไปนี้ คือ การวัด (ดูตามภาพ) เราก็จะได้ความสูงที่เหมาะสมกับ สรีระเท้าของเรา
.
.
สิ่งสำคัญอื่น ในการเลือกรองเท้านอกจากความสูง คือ
- พื้นที่ด้านหน้ารองเท้า ควรมีที่พอ ไม่บีบเท้า
รองเท้าสวยหลายคู่ ทำช่วงปลายแหลม นิ้วทุกนิ้วต้องรวบอยู่กันแบบกระจุกตัว เพื่อให้เท้าดูเรียวสวย แต่ถอดออกมา เท้าแดง เป็นตาปลา อะไรแบบนี้ ก็คงไม่ไหว
.
- ความสมดุลย์ มั่นคงของรองเท้า
โดยเฉพาะส้นเข้ม สมดุลย์ ความปลอดภัย อย่าให้เป็นรองความสวย
ล้ม ลื่น จากรองเท้าส้นสูงลงมา ท่าไม่ดีแน่
.
- วัสดุในการทำรองเท้า
เลือกวัสดุที่ใส่สบาย จะหนังไม่หนัง ก็ตามสะดวก
.
.
ส่วนสูง ของรองเท้า เท่าไหร่ถึงจะดี ?
1- 1.5 นิ้ว
ความสูงระดับนี้ ค่อนข้างจะสบายๆสำหรับทุกคน และออกจะดูเป็น Feminine น่ารักๆ
.
2-2.5 นิ้ว
ความสูงระดับนี้ สมบูรณ์แบบทั้งเพิ่มความสูงและความมั่นใจ ลุคดูดีกว่าส้นเตี้ย
บางทีก็เรียก Midi heel หรือ ส้นสูงแบบปานกลาง เป็นที่นิยมของสาวออฟฟิต หรือ งานปาร์ตี้เบาๆ
.
3-3.5 นิ้ว
ความสูงระดับนี้ ใส่ได้กับทุกโอกาสตั้งแต่ทำงานไปจนถึงปาร์ตี้
ความสูงระดับนี้เป็น Ideal ของส้นสูง
.
4-4.5 นิ้ว
ความสูงนี้ ช่วยให้เด่นเป็นสง่า เพิ่มคาแร็คเตอร์ เต้นรำ Dance อย่างเจิด ถ้าต้องการเจิดจรัส และไม่ได้มีปัญหาข้อเท้า ต้องมีไว้สักคู่
.
5 นิ้ว ขึ้นไป
ความสูงระดับนี้ หรือ สูงกว่า จะเวอร์เกินตัววัดมุมข้อเท้าแน่นอน ไม่ค่อยดีกับการใส่นัก เพราะขาดความสมดุลย์ โอกาสได้รับอันตรายจากการใส่มีมาก ควรเลี่ยงความสูงระดับนี้
.
Platform
รองเท้า Platform คือ รองเท้าที่มีด้านหน้าหนา เช่น
ถ้าเราอยากได้ความสูงสัก 5 นิ้ว
ถ้าส้นสูง 3.5 นิ้ว platform ด้านหน้า 1.5 นิ้ว เราก็ได้ความสูงที่เราต้องการ คือ 5 นิ้ว
.
.
เราได้รู้ ความสูงของรองเท้าที่เหมาะกับสรีระเท้าของเรา ที่เหลือก็แค่เอาไปใช้ดู
.
.
ชอบใจ ได้ประโยชน์จาก Post นี้
กดแชร์ต่อให้เพื่อนเราได้อ่านบ้าง
ช่วยให้คนได้หายเมื่อย พบทางสว่างกุศลแรงนะ จะบอกให้
.
.
#โค้ชวีณา
#โค้ชบุคลิกภาพมือหนึ่งของไทย
FB, IG, Line Weena Image Coach
.
cr: fashioniser, instragram
.
#ImageCoach
#Fashion
#รองเท้า
#highheelshoes
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
weenalovecookie
▼
วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559
วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559
งานประจำ ทำไปถึงเมื่อไหร่ดี ?
งานประจำ ทำไป ถึงเมื่อไหร่ดี ?
จุดที่ จะตัดสินใจ !
อาการ Office Sad Syndrome
และ ที่ทำงานที่ดี นั้นมีอยู่จริง !
.
คำถามนี้ " งานประจำ ทำไปถึงเมื่อไหร่ดี "
จะยังไม่เกิด ถ้าหลายสิ่งในที่ทำงาน ยังผ่านไปด้วยดี
จนเมื่อหลายคนเจอกับ
- วิกฤติในที่ทำงาน
- หรือ ผ่านมาหลายปี จนอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาเอง
- หรือ อยากทำอะไร ก็ไม่ ล่ายหลั่งจาย หงุดหงิดใจไปมา
- รอให้องค์กร โปรโมท แต่ทำไปเท่าไหร่ ก็ไม่เข้าตากรรมการซ่ะที
- อยากได้รายได้เพิ่ม อยากได้ตำแหน่งใหญ่กว่า
.
.
โค้ชเคยทำงานในองค์กรมา 23 ปี เข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะตัวเองเมื่อครั้งนั้น ก็ตกหลุมรักงานประจำ ดั่งชีวิตนี้มีสิ่งเดียว คือ งานที่ทำนี่แหละ
.
ด้วยความ Extreme ของตัวเอง ปรี้ดไปปรี้ดมา เพราะพลังล้น อยากทำโน้นอยากทำนี่ งานที่ได้ทำมันยังทำให้เราปล่อยพลังไม่หมดเสียที อาสาทำงาน ของานเพิ่ม อยากทำมากเกิน
โค้ชเองรู้สึกขอบคุณทุกที่ ที่โค้ชได้เคยทำงาน เพราะยอมรับเลยว่า ขณะที่ทำงาน ผลงานกับวีรกรรม มากด้วยกันทั้งคู่
.
จนอยู่ดีๆ ก็ตื่นขึ้นเอง
Moment นั้น มันเหมือนคนตระหนักรู้ เหมือนสติเข้าร่าง เกิดในชั่วแว๊บเดียว
แต่มันเปลี่ยนมุมมองที่เราเคยมี ของโค้ชคือ ความเชื่อใน 23 ปี เหมือนจุดของ U Turn ในความคิด ให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มันเหมือนการยอมรับ มันนิ่ง เงียบงัน และเข้าใจ
ทั้งๆที่ข้างในก็รู้แบบนี้ มานานแล้ว แต่โค้ชแสร้งไม่สนใจมัน
เหมือนยอมสิโรราบ เชื่อแล้ว อะไรประมาณนี้
.
มันเป็นแปลก !
แต่คงอยู่ และไม่รู้สึกกลับไปเหมือนเดิมอีก
.
ความรู้สึกนี้ มันไม่เหมือน การเปลี่ยนงาน
การเปลี่ยนงาน เราเปลี่ยนแค่ที่ทำงาน แต่สถานะของตัวเรายังเหมือนเดิม
เบื่อที่นี่ แล้วจะไปทำงานต่อที่นั่น เปลี่ยนวนไป
เปลี่ยนการทำงาน เป็นการเปลี่ยนแค่ชื่อบริษัท และตำแหน่งที่เรียก
การเปลี่ยนงาน กับ การเปลี่ยนความคิดในเรื่องการทำงาน
นั้นเป็นคนละเรื่องกัน !
.
.
จุดนี้ ของคนทำงานแต่ละคนมาถึง ต่างกัน
บางคนเกิดเร็ว
บางคนเกิดช้า
และ บางคนก็ไม่เกิด จนกระทั่งเกษียณ
.
.
แต่เมื่อมาถึง เราเองจะรู้สึกได้ถึงคำๆหนึ่ง คือ
ฉันตัดสินใจแล้ว และ ฉันพร้อมจะก้าวเดินในทางใหม่แล้ว
.
โดยแท้ อารมณ์นี้ มันเหมือน AHA moment
เป็นจุดที่คนมาถึงจุดสูงสุด ของการตัดสินใจ
.
.
คำถามตามจั่วหัวว่า ทำงานไป ถึงเมื่อไหร่ดี
ลองดูตัวเลือกของคำตอบดู
.
- คุณเบื่อดั่งบ้า มีอาการ Office Sad syndrome คือ ไม่อยากไปทำงานเลย ตัวเตอก็เลยไม่อยากจะแต่ง อารมณ์หงุดหงิดหงุนหง่าน ที่ไปทำงานเพราะอย่างเดียว คือ กลัวไม่ได้เงินเดือน
.
- คุณพอมี Skill หรือ ความเชี่ยวชาญด้านอื่น ที่น่าจะพอทำงานอย่างอื่นได้ และงานนั้น คุณรู้สึกสนุกกับมัน
.
- คุณมีธุรกิจอื่นรองรับ มีแหล่งของรายได้อื่นอยู่
.
- คุณไม่ได้ถึงขนาดปากกัดตีนถีบ หาเช้าเอาไว้กินค่ำ ถ้าเบื่อแบบสุดขั่วจริงจัง ก็น่าจะถึงเวลาตัดสินใจ
.
- ยิ่งทำงานนาน หัวหน้ายิ่งให้งานน้อยลง และเป็นงานที่ไม่สำคัญ ถึง Moment นี้ ถึงคุณจะไม่ได้เบื่อ แต่สิ่งนี้ เป็นสัญญาณว่า ที่ทำงานเขาเบื่อเราแล้ว
ทำต่อไป ก็ไม่มีอนาคตแน่นอน
.
- คุณอยากเป็นโน้นเป็นนี่ อยากได้โน้นอยากได้นี่ อีกหลายสิบอย่าง แต่ที่ทำงานเดิมโตแบบค่อยเป็นค่อยไป คุณรู้สึกการทำงานที่นี่ ไม่ตอบโจทย์
.
.
ก็ลองตรวจสอบดูว่า เผื่อใครมีอาการ Office Sad Syndrome ก็หายารักษาซ่ะ ว่าจะยังไงต่อไป
ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน
หลังได้ทบทวน ถ้าอาการหาย จะได้มุ่งหน้าตั้งใจทำงานกันต่อไป
.
.
ที่ทำงานที่ดี อาจจะไม่ได้หมายถึง ต้องเป็นบริษัทใหญ่โต
ที่ทำงานที่ดี อาจจะไม่ได้จ่ายเงินดือนมากมาย
ที่ทำงานที่ดี อาจจะไม่ต้องมีคนทำงานเต็มไปหมด
ที่ทำงานที่ดี หัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน อาจจะไม่ถึงกับ Perfect
.
ที่ทำงานที่ดี
อาจจะเป็นแค่
ที่ทำงานที่เรา รู้สึกสุขใจที่ได้ทำงาน
แค่นี้ บางทีก็อาจจะมากเกินพอแล้ว
.
.
#โค้ชวีณา
#โค้ชบุคลิกภาพที่ชอบสปาร์คพลังใจ
FB, IG, Line@Weena Image Coach
จุดที่ จะตัดสินใจ !
อาการ Office Sad Syndrome
และ ที่ทำงานที่ดี นั้นมีอยู่จริง !
.
คำถามนี้ " งานประจำ ทำไปถึงเมื่อไหร่ดี "
จะยังไม่เกิด ถ้าหลายสิ่งในที่ทำงาน ยังผ่านไปด้วยดี
จนเมื่อหลายคนเจอกับ
- วิกฤติในที่ทำงาน
- หรือ ผ่านมาหลายปี จนอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาเอง
- หรือ อยากทำอะไร ก็ไม่ ล่ายหลั่งจาย หงุดหงิดใจไปมา
- รอให้องค์กร โปรโมท แต่ทำไปเท่าไหร่ ก็ไม่เข้าตากรรมการซ่ะที
- อยากได้รายได้เพิ่ม อยากได้ตำแหน่งใหญ่กว่า
.
.
โค้ชเคยทำงานในองค์กรมา 23 ปี เข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะตัวเองเมื่อครั้งนั้น ก็ตกหลุมรักงานประจำ ดั่งชีวิตนี้มีสิ่งเดียว คือ งานที่ทำนี่แหละ
.
ด้วยความ Extreme ของตัวเอง ปรี้ดไปปรี้ดมา เพราะพลังล้น อยากทำโน้นอยากทำนี่ งานที่ได้ทำมันยังทำให้เราปล่อยพลังไม่หมดเสียที อาสาทำงาน ของานเพิ่ม อยากทำมากเกิน
โค้ชเองรู้สึกขอบคุณทุกที่ ที่โค้ชได้เคยทำงาน เพราะยอมรับเลยว่า ขณะที่ทำงาน ผลงานกับวีรกรรม มากด้วยกันทั้งคู่
.
จนอยู่ดีๆ ก็ตื่นขึ้นเอง
Moment นั้น มันเหมือนคนตระหนักรู้ เหมือนสติเข้าร่าง เกิดในชั่วแว๊บเดียว
แต่มันเปลี่ยนมุมมองที่เราเคยมี ของโค้ชคือ ความเชื่อใน 23 ปี เหมือนจุดของ U Turn ในความคิด ให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มันเหมือนการยอมรับ มันนิ่ง เงียบงัน และเข้าใจ
ทั้งๆที่ข้างในก็รู้แบบนี้ มานานแล้ว แต่โค้ชแสร้งไม่สนใจมัน
เหมือนยอมสิโรราบ เชื่อแล้ว อะไรประมาณนี้
.
มันเป็นแปลก !
แต่คงอยู่ และไม่รู้สึกกลับไปเหมือนเดิมอีก
.
ความรู้สึกนี้ มันไม่เหมือน การเปลี่ยนงาน
การเปลี่ยนงาน เราเปลี่ยนแค่ที่ทำงาน แต่สถานะของตัวเรายังเหมือนเดิม
เบื่อที่นี่ แล้วจะไปทำงานต่อที่นั่น เปลี่ยนวนไป
เปลี่ยนการทำงาน เป็นการเปลี่ยนแค่ชื่อบริษัท และตำแหน่งที่เรียก
การเปลี่ยนงาน กับ การเปลี่ยนความคิดในเรื่องการทำงาน
นั้นเป็นคนละเรื่องกัน !
.
.
จุดนี้ ของคนทำงานแต่ละคนมาถึง ต่างกัน
บางคนเกิดเร็ว
บางคนเกิดช้า
และ บางคนก็ไม่เกิด จนกระทั่งเกษียณ
.
.
แต่เมื่อมาถึง เราเองจะรู้สึกได้ถึงคำๆหนึ่ง คือ
ฉันตัดสินใจแล้ว และ ฉันพร้อมจะก้าวเดินในทางใหม่แล้ว
.
โดยแท้ อารมณ์นี้ มันเหมือน AHA moment
เป็นจุดที่คนมาถึงจุดสูงสุด ของการตัดสินใจ
.
.
คำถามตามจั่วหัวว่า ทำงานไป ถึงเมื่อไหร่ดี
ลองดูตัวเลือกของคำตอบดู
.
- คุณเบื่อดั่งบ้า มีอาการ Office Sad syndrome คือ ไม่อยากไปทำงานเลย ตัวเตอก็เลยไม่อยากจะแต่ง อารมณ์หงุดหงิดหงุนหง่าน ที่ไปทำงานเพราะอย่างเดียว คือ กลัวไม่ได้เงินเดือน
.
- คุณพอมี Skill หรือ ความเชี่ยวชาญด้านอื่น ที่น่าจะพอทำงานอย่างอื่นได้ และงานนั้น คุณรู้สึกสนุกกับมัน
.
- คุณมีธุรกิจอื่นรองรับ มีแหล่งของรายได้อื่นอยู่
.
- คุณไม่ได้ถึงขนาดปากกัดตีนถีบ หาเช้าเอาไว้กินค่ำ ถ้าเบื่อแบบสุดขั่วจริงจัง ก็น่าจะถึงเวลาตัดสินใจ
.
- ยิ่งทำงานนาน หัวหน้ายิ่งให้งานน้อยลง และเป็นงานที่ไม่สำคัญ ถึง Moment นี้ ถึงคุณจะไม่ได้เบื่อ แต่สิ่งนี้ เป็นสัญญาณว่า ที่ทำงานเขาเบื่อเราแล้ว
ทำต่อไป ก็ไม่มีอนาคตแน่นอน
.
- คุณอยากเป็นโน้นเป็นนี่ อยากได้โน้นอยากได้นี่ อีกหลายสิบอย่าง แต่ที่ทำงานเดิมโตแบบค่อยเป็นค่อยไป คุณรู้สึกการทำงานที่นี่ ไม่ตอบโจทย์
.
.
ก็ลองตรวจสอบดูว่า เผื่อใครมีอาการ Office Sad Syndrome ก็หายารักษาซ่ะ ว่าจะยังไงต่อไป
ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน
หลังได้ทบทวน ถ้าอาการหาย จะได้มุ่งหน้าตั้งใจทำงานกันต่อไป
.
.
ที่ทำงานที่ดี อาจจะไม่ได้หมายถึง ต้องเป็นบริษัทใหญ่โต
ที่ทำงานที่ดี อาจจะไม่ได้จ่ายเงินดือนมากมาย
ที่ทำงานที่ดี อาจจะไม่ต้องมีคนทำงานเต็มไปหมด
ที่ทำงานที่ดี หัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน อาจจะไม่ถึงกับ Perfect
.
ที่ทำงานที่ดี
อาจจะเป็นแค่
ที่ทำงานที่เรา รู้สึกสุขใจที่ได้ทำงาน
แค่นี้ บางทีก็อาจจะมากเกินพอแล้ว
.
.
#โค้ชวีณา
#โค้ชบุคลิกภาพที่ชอบสปาร์คพลังใจ
FB, IG, Line@Weena Image Coach
15 สิ่ง ผู้หญิง 40 จะบอกต่อไปให้ 30
15 สิ่ง ผู้หญิง 40 จะบอกต่อไปให้ 30
.
เมื่อวัยล่วงไป ถ้าเราเอาแต่ใช้ทุกสรรพสิ่งในร่างแบบไม่บันยะบันยัง ในวัยแตะเลข 4 เราจะเริ่มรับรู้ได้อย่างชัดเจน ถึงความเสื่อมถอยของร่าง
ใช้แบบไม่ดูแล ร่างก็จะร่วงไปเร็ว
ความเข้าใจ และการเตรียมพร้อมไว้ จะทำให้ ทุกอย่างดีขึ้น
.
1 นอนหลับไป ทั้งๆ MakeUp
หลายคนเหนื่อยสุดใจ จนขี้เกียจจะล้างเครื่องสำอางออก
เครื่องสำอางที่ค้างบนหน้าเรา จะทำให้การซ่อมแซมผิวหน้าในตอนกลางคืนเสียไป
แถมจะทำให้หน้าแห้งลง ความหนาของการเคลือบทุกสิ่งเอาไว้ ทำให้ผิวหน้าไม่สามารถรับออกซิเจนได้ดี
ทุกสิ่งอย่างนี้ จะนำมาซึ่งริ้วรอย และ ร่องลึกของความแก่
.
.
2 การใส่ส้นสูงตลอดเวลา จะนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพภายหลัง
ถ้าต้องใส่ส้นสูง ควรมีช่วงพักเท้า หรือ หลังจากใส่นานๆ การนวดเท้า การแช่น้ำอุ่นเป็นเรื่องที่ควรทำ
.
.
3 นอนดึก หน้าจะแก่
ฮอร์โมนช่วยซ่อมแซมร่างเรา จะทำงาน หลังและก่อน พระอาทิตย์ขึ้นและตก 3 ชั่วโมง โดยประมาณก็ 3 ทุ่ม ถึง ตี 3
ถ้าในช่วงนี้ เรายังไม่นอน เราก็จะเสียโอกาสดีๆแบบนี้ไป
อีกอย่าง การอดนอน นำมาซึ่งความเครียด เมื่อเครียด เหนื่อยล้า ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา สิ่งนี้ทำร้ายคอลลาจนที่รักของเรา
.
.
4 กันแดด ต้องทาตลอด ไม่ใช่ทาเฉพาะหน้าร้อน
แสงแดด ตัวสำคัญของการทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัย
ทา Everyday จะช่วยชะลอวัยได้ดี
.
.
5 อายุมากขึ้น ลดน้ำหนักได้ยากขึ้น
เราต่างเคยลดน้ำหนักมากันทั้งสิ้น
ช่วงวัยเลข 4 ไปแล้ว จะลดยากขึ้น
เพราะอัตราการเผาผลาญของเราลดลง
นี่ล่ะ คือเหตุที่ กินเท่าเดิม แต่ทำไมอ้วนขึ้น
.
.
6 ควรออกกำลังกาย เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ตั้งแต่เนิ่นๆ
เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของฮอร์โมนต่างๆลดลง กล้ามเนื้อเราก็พลอยลดลงตามฮอร์โมนนั้นไปด้วย การเผาผลาญอาหารก็ด้วย
นี่แหละ Double และเป็นคำตอบว่า ยิ่งสูงวัย ทำไมยิ่งอ้วน
.
.
7 ชื่นชมความงามตามวัย
เราไม่อาจจะมีแก้มสีชมพูระเรื่อใสกิ้กได้ในช่วงทุกวัย
ไม่ว่าวัยไหน ก็มีความงามของแต่ละช่วงวัย จงชื่นชมกับมัน
.
.
8 ใช้เวลาคุณภาพ กับ พ่อแม่
เราไม่ได้อายุมากขึ้นเพียงคนเดียว พ่อ-แม่ ของเราก็เช่นกัน
พูดคุย เจรจาสารทุกข์สุขดิบ
จะได้ไม่เสียใจ เวลาที่ท่านจากไป แต่เราไม่เคยได้ใช้เวลา
.
.
9 พูดให้น้อย ฟังให้มาก
อายุยิ่งมาก ยิ่งต้องพูดให้น้อย คิดไตร่ตรองให้มาก
หลายคนรู้สึกว่าตัวเองผ่านอะไรมามาก ก็พยายามจะพูด
คนเราพูดมาก ไม่น่ารักเท่า ฟังมาก
.
.
10 สร้างภูมิคุ้มกันความรู้สึกให้ตัวเอง
เจอคนเยอะ ก็เรื่องเยอะ เป็นธรรมดา
อย่าให้คำของใครมาทำร้าย หรือ มากำหนดชีวิตเรา
ช่วงวัยนี้ ทุกสิ่งควรจะเริ่มชัด ในทุกเรื่องสำหรับเรา อาชีพ รายได้ การเงิน สุขภาพ คู่ครอง ครอบครัว ความรัก
.
.
11 ไม่ต้องทำให้ทุกคนบนโลกนี้ พอใจ
ปฏิเสธให้เป็น Just say No !
คนแรกที่ควรจะรู้สึกดีและพอใจ คือ เรา
ถ้าต้องทำอะไร แต่ฝืนความรู้สึกเหลือเกิน หัดพูดปฏิเสธ ให้เป็น
.
.
12 เลือกสไตล์การใช้ชีวิต จะมีคู่ จะโสด ก็ว่าไป แต่ให้สุข
ถ้ามีคู่ ช่วงเวลาก่อนวัย 35 เหมาะกับการมีลูก เพราะหลังจาก 35 ผู้หญิงที่มีลูก อยู่ในภาวะเสี่ยง ที่จะให้กำเนิดบุตรที่สมบูรณ์
.
ถ้าจะโสด ก็อยู่ให้สุข
การมีครอบครัว ไม่ใช่ตัวการันตีอะไร
ทุกสถานะ อยู่ที่ใครเข้าใจมากกว่ากัน
.
.
13 สะสมเงินเก็บ เพื่อใช้ยามต้องการ
อย่ารูดเครดิตการ์ดจนเต็มวงเงิน เคลียร์หนี้ ทำตัวเองให้เบา
เวลามีเรื่องต้องใช้เงิน เราจะได้ไม่ลำบากมากนัก
วางแผนการเงินให้ดี
.
.
14 โฟกัสตัวเอง อย่าอยู่แบบต้องพึ่งพา หรือ ต้องมีผู้ชาย
เรื่องนี้ คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า
ชีวิตรักสวยหรู ตลอดเวลานั้น ไม่ต่างอะไรกับเรื่องเพ้อฝัน
ถึงจะมีผู้ชาย แต่ก็ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง
อย่าปล่อยตัว ไหวไปตามอารมณ์
.
.
15 อยู่แบบกล้าหาญ และพอเพียง
จงเป็นตัวของตัวเอง อยู่แบบใช้ศักยภาพเต็ม และเรียนรู้โลก
.
.
จะวัยไหน ก็เจ๋งทุกวัย
ถ้าใช้ชีวิตเป็น
.
.
#โค้ชวีณา
#โค้ชบุคลิกภาพมือหนึ่งของไทย
.
FB, IG, Line Weena Image Coach
.
เมื่อวัยล่วงไป ถ้าเราเอาแต่ใช้ทุกสรรพสิ่งในร่างแบบไม่บันยะบันยัง ในวัยแตะเลข 4 เราจะเริ่มรับรู้ได้อย่างชัดเจน ถึงความเสื่อมถอยของร่าง
ใช้แบบไม่ดูแล ร่างก็จะร่วงไปเร็ว
ความเข้าใจ และการเตรียมพร้อมไว้ จะทำให้ ทุกอย่างดีขึ้น
.
1 นอนหลับไป ทั้งๆ MakeUp
หลายคนเหนื่อยสุดใจ จนขี้เกียจจะล้างเครื่องสำอางออก
เครื่องสำอางที่ค้างบนหน้าเรา จะทำให้การซ่อมแซมผิวหน้าในตอนกลางคืนเสียไป
แถมจะทำให้หน้าแห้งลง ความหนาของการเคลือบทุกสิ่งเอาไว้ ทำให้ผิวหน้าไม่สามารถรับออกซิเจนได้ดี
ทุกสิ่งอย่างนี้ จะนำมาซึ่งริ้วรอย และ ร่องลึกของความแก่
.
.
2 การใส่ส้นสูงตลอดเวลา จะนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพภายหลัง
ถ้าต้องใส่ส้นสูง ควรมีช่วงพักเท้า หรือ หลังจากใส่นานๆ การนวดเท้า การแช่น้ำอุ่นเป็นเรื่องที่ควรทำ
.
.
3 นอนดึก หน้าจะแก่
ฮอร์โมนช่วยซ่อมแซมร่างเรา จะทำงาน หลังและก่อน พระอาทิตย์ขึ้นและตก 3 ชั่วโมง โดยประมาณก็ 3 ทุ่ม ถึง ตี 3
ถ้าในช่วงนี้ เรายังไม่นอน เราก็จะเสียโอกาสดีๆแบบนี้ไป
อีกอย่าง การอดนอน นำมาซึ่งความเครียด เมื่อเครียด เหนื่อยล้า ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา สิ่งนี้ทำร้ายคอลลาจนที่รักของเรา
.
.
4 กันแดด ต้องทาตลอด ไม่ใช่ทาเฉพาะหน้าร้อน
แสงแดด ตัวสำคัญของการทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัย
ทา Everyday จะช่วยชะลอวัยได้ดี
.
.
5 อายุมากขึ้น ลดน้ำหนักได้ยากขึ้น
เราต่างเคยลดน้ำหนักมากันทั้งสิ้น
ช่วงวัยเลข 4 ไปแล้ว จะลดยากขึ้น
เพราะอัตราการเผาผลาญของเราลดลง
นี่ล่ะ คือเหตุที่ กินเท่าเดิม แต่ทำไมอ้วนขึ้น
.
.
6 ควรออกกำลังกาย เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ตั้งแต่เนิ่นๆ
เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของฮอร์โมนต่างๆลดลง กล้ามเนื้อเราก็พลอยลดลงตามฮอร์โมนนั้นไปด้วย การเผาผลาญอาหารก็ด้วย
นี่แหละ Double และเป็นคำตอบว่า ยิ่งสูงวัย ทำไมยิ่งอ้วน
.
.
7 ชื่นชมความงามตามวัย
เราไม่อาจจะมีแก้มสีชมพูระเรื่อใสกิ้กได้ในช่วงทุกวัย
ไม่ว่าวัยไหน ก็มีความงามของแต่ละช่วงวัย จงชื่นชมกับมัน
.
.
8 ใช้เวลาคุณภาพ กับ พ่อแม่
เราไม่ได้อายุมากขึ้นเพียงคนเดียว พ่อ-แม่ ของเราก็เช่นกัน
พูดคุย เจรจาสารทุกข์สุขดิบ
จะได้ไม่เสียใจ เวลาที่ท่านจากไป แต่เราไม่เคยได้ใช้เวลา
.
.
9 พูดให้น้อย ฟังให้มาก
อายุยิ่งมาก ยิ่งต้องพูดให้น้อย คิดไตร่ตรองให้มาก
หลายคนรู้สึกว่าตัวเองผ่านอะไรมามาก ก็พยายามจะพูด
คนเราพูดมาก ไม่น่ารักเท่า ฟังมาก
.
.
10 สร้างภูมิคุ้มกันความรู้สึกให้ตัวเอง
เจอคนเยอะ ก็เรื่องเยอะ เป็นธรรมดา
อย่าให้คำของใครมาทำร้าย หรือ มากำหนดชีวิตเรา
ช่วงวัยนี้ ทุกสิ่งควรจะเริ่มชัด ในทุกเรื่องสำหรับเรา อาชีพ รายได้ การเงิน สุขภาพ คู่ครอง ครอบครัว ความรัก
.
.
11 ไม่ต้องทำให้ทุกคนบนโลกนี้ พอใจ
ปฏิเสธให้เป็น Just say No !
คนแรกที่ควรจะรู้สึกดีและพอใจ คือ เรา
ถ้าต้องทำอะไร แต่ฝืนความรู้สึกเหลือเกิน หัดพูดปฏิเสธ ให้เป็น
.
.
12 เลือกสไตล์การใช้ชีวิต จะมีคู่ จะโสด ก็ว่าไป แต่ให้สุข
ถ้ามีคู่ ช่วงเวลาก่อนวัย 35 เหมาะกับการมีลูก เพราะหลังจาก 35 ผู้หญิงที่มีลูก อยู่ในภาวะเสี่ยง ที่จะให้กำเนิดบุตรที่สมบูรณ์
.
ถ้าจะโสด ก็อยู่ให้สุข
การมีครอบครัว ไม่ใช่ตัวการันตีอะไร
ทุกสถานะ อยู่ที่ใครเข้าใจมากกว่ากัน
.
.
13 สะสมเงินเก็บ เพื่อใช้ยามต้องการ
อย่ารูดเครดิตการ์ดจนเต็มวงเงิน เคลียร์หนี้ ทำตัวเองให้เบา
เวลามีเรื่องต้องใช้เงิน เราจะได้ไม่ลำบากมากนัก
วางแผนการเงินให้ดี
.
.
14 โฟกัสตัวเอง อย่าอยู่แบบต้องพึ่งพา หรือ ต้องมีผู้ชาย
เรื่องนี้ คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า
ชีวิตรักสวยหรู ตลอดเวลานั้น ไม่ต่างอะไรกับเรื่องเพ้อฝัน
ถึงจะมีผู้ชาย แต่ก็ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง
อย่าปล่อยตัว ไหวไปตามอารมณ์
.
.
15 อยู่แบบกล้าหาญ และพอเพียง
จงเป็นตัวของตัวเอง อยู่แบบใช้ศักยภาพเต็ม และเรียนรู้โลก
.
.
จะวัยไหน ก็เจ๋งทุกวัย
ถ้าใช้ชีวิตเป็น
.
.
#โค้ชวีณา
#โค้ชบุคลิกภาพมือหนึ่งของไทย
.
FB, IG, Line Weena Image Coach








