'คนเก่งในงาน'ที่แท้คือต้องเก่งคนเหนือกว่าเก่งงาน หากเก่งงานแต่ขาดทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เห็นตัวเองแต่ไม่เห็นคนอื่นก็จะไม่ได้ความร่วมมือจากใคร งานยิ่งใหญ่ไม่สามารถทำได้โดยคนๆเดียว
'แกร่ง'หมายถึงไม่เปราะบางแตกหักง่าย มีอะไรกระทบกระทั่งก็น้อยใจ เพราะโลกควลมจริงปัญหากับการทำงานเป็นของคู่กัน เรือที่จะแล่นตัดคลื่นไปได้ต้องมีของหนักกดทับใต้ท้องเรือเพื่อไม่ให้เรือโคลงเคลง เปรียบกับคนที่ต้องมีความหนักแน่น จึงจะสามารถเผชิญกับคลื่นลมมรสุมของชีวิตและฝ่าฟันไปได้ คนที่ไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากปัญหาได้มากพอ จะรับผิดชอบงานใหญ่ได้อย่างไร
'กัดไม่ปล่อย' การมีจิตใจมุ่งมั่นแน่วแน่ ไม่ยอมแพ้กลางคัน ทำอะไรต้องทำถึงที่สุด ไม่หยุดยั้งถ้ายังไม่สำเร็จ งานบางอย่างอาจใช่เวลาเป็นปีหรือหลายปีหรือแม้กระทั่งตลอดชีวิตจึงจะเห็นผล ถ้าถอดใจเสียตั้งแต่ต้น เหมือนคนจับจด จะมีแค่เกือบได้ๆๆ แต่ก็ไม่ได้ซ่ะที เมื่อยังไม่ได้ก็ไปหาอะไรเริ่มใหม่ แต่สุดท้ายความอดทนไม่พอ กลายเป็นดูเหมือนทำมากมาย แต่หาผลงานไม่ได้ซ่ะอย่าง
'ถ้าผู้นำต้องการให้คนพูดความจริง อันดับแรกผู้นำต้องกล้ารับฟังความจริงเสียก่อน' นายกโจวเอินไหล
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553
CEO วิถีธรรมแห่งธุรกิจ
ธรรมะกับธุรกิจดูจะเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันจบกันได้ในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่อันที่จริงนักธุรกิจที่มีหลักธรรมประจำใจก็ปรากฏตัวอยู่ในทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ไม่ได้รับการบอกเล่าให้รับรู้อย่างกว้างขวาง เท่ากับเรื่องราวของนักธุรกิจเจ้าเล่ห์ ที่นิยมสร้างกำไรบนความเดือดร้อนของผู้อื่น
'แม้การค้าไม่บรรลุผล แต่มิตรภาพยังคงอยู่'จิ้นซัง นักธุรกิจจีน ซึ่งได้รับการสั่งสอนมาว่า ให้ความสภคัญกับความซื่อสัตย์และคุณธรรม ก่อนคำนึงถึงผลประโยชน์
ท่านประธานธนินทร์ เจียรวรนนท์ กับหลักการทางธุรกิจ
1. ยอมเสียเปรียบดีกว่าเอาเปรีรยบคนอื่น
2. มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ
'ธุรกิจมิได้วัดกันที่ผลกำไร แต่อยู่ที่ชนะใจคนต่างหาก'ผู้ที่ชนะใจลูกน้อง ชนะใจลูกค้า ชนะใจคนในสังคม จะเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในที่สุด
'คุณค่าแห่งความซื่อสัตย์' ความซื่อสัตย์ถือเป็นทรัพย์สินมหัศจรรย์ของบริษัท ซึ่งไม่สามารถสร้างได้ในเวลาชั่วข้ามคืน ในประเทศตะวันตก บริษัทต่างๆจะให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์รับผิดชอบต่อลูกค้าเพราะการแข่งขันสูง และมีกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มงวดอย่างยิ่ง หากบกพร่องอาจถูกฟ้องร้องจนล้มละลายได้
ต่างกับสังคมตะวันออก ที่ความรับผิดชอบลูกค้ามาจากจิตสำนึกที่มีคุณธรรม ได้รับการบ่มเพาะมาด้วยระบบการศึกษาที่ส่งเสริมคุณค่าจริยธรรม มุ่งเน้นให้มนุษย์พัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นอริยชน มิใช่รำ่เรียนแต่เพียงวิธีสร้างกำไรจากผู้อื่นให้ได้มากที่สุด
ค่านิยมของพ่อแม่ ที่อยากมีหน้าตาทั้งของตนเองและจากลูกๆ ก็จะคอยกดดันและสร้างการเรียนรู้และเห็นค่าของ'เปลือกนอกมากกว่าเนื้อแท้อันทรงค่า' พอเรามีเงิน ก็อยากมีรถหรูๆ เราซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกคือรถยนต์มาประดับบารมีแต่ไม่เคยเข้าใจถึงวัฒนธรรมการใช้รถ เพราะเรานำแต่ฮาร์ดแวร์ แต่ไม่ได้นำมารยาทที่ดีในการขับรถมาด้วย ซึ่งทางตะวันตกเขาเข้มงวดมาก การมีรถดีราคาแพง ควรมาคู่กับมารยาทและวัฒนธรรมการใช้รถที่ดีด้วย
ครูยุคใหม่ไม่ตีเด็ก ด้วย concept 'child center' คือมุ่งให้เด็กหาความรู้ใส่ตัวเอง แต่ก็ไม่ให้นำ้หนักที่จะสอนเรื่องคุณธรรม ศีลธรรม ให้เด็กได้เข้าใจโลก เข้าใจตัวเอง และประพฤติตัวเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ทำให้ความผูกพันเป็นแค่ภารกิจของคนเรียนกับคนสอนเท่านั้น ต่างกับครูยุคก่อนที่มี 'ไม้เรียว' และเป็นเครื่องมือที่ทโมนตัวน้อยๆกลัวจนลนลาน จนแอบตั้งฉายาสารพัดให้ แต่เมื่อจบไปแล้ว เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลับระลึกถึงครูที่คอยกวดขัน แวะเวียนไปมาหาสู่ท่านด้วยใจระลึกในบุณคุณ
คนที่มีความคิดจะไม่ปวะเมินคนจากข้อความบนนามบัตร หรือภาพลักษณ์ภายนอก แต่มีดวงตาแห่งปัญญาที่จะมองจนทะลุ'เนื้อทองของเจ้าเงาะ'ที่ซ่อนอยู่ภายใน เพราะคนเก่งจริง ดีจริงมักจะไม่ชอบอวดโอ้โชว์ฟอร์มอยู่แล้ว ต่างจากพวกของปลอมซึ่งชอบ'ตีโป่ง'เหมือนกำไลทองที่กลวงใน แต่ภายนอกดูใหญ่โตโก้หรู
'แม้การค้าไม่บรรลุผล แต่มิตรภาพยังคงอยู่'จิ้นซัง นักธุรกิจจีน ซึ่งได้รับการสั่งสอนมาว่า ให้ความสภคัญกับความซื่อสัตย์และคุณธรรม ก่อนคำนึงถึงผลประโยชน์
ท่านประธานธนินทร์ เจียรวรนนท์ กับหลักการทางธุรกิจ
1. ยอมเสียเปรียบดีกว่าเอาเปรีรยบคนอื่น
2. มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ
'ธุรกิจมิได้วัดกันที่ผลกำไร แต่อยู่ที่ชนะใจคนต่างหาก'ผู้ที่ชนะใจลูกน้อง ชนะใจลูกค้า ชนะใจคนในสังคม จะเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในที่สุด
'คุณค่าแห่งความซื่อสัตย์' ความซื่อสัตย์ถือเป็นทรัพย์สินมหัศจรรย์ของบริษัท ซึ่งไม่สามารถสร้างได้ในเวลาชั่วข้ามคืน ในประเทศตะวันตก บริษัทต่างๆจะให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์รับผิดชอบต่อลูกค้าเพราะการแข่งขันสูง และมีกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มงวดอย่างยิ่ง หากบกพร่องอาจถูกฟ้องร้องจนล้มละลายได้
ต่างกับสังคมตะวันออก ที่ความรับผิดชอบลูกค้ามาจากจิตสำนึกที่มีคุณธรรม ได้รับการบ่มเพาะมาด้วยระบบการศึกษาที่ส่งเสริมคุณค่าจริยธรรม มุ่งเน้นให้มนุษย์พัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นอริยชน มิใช่รำ่เรียนแต่เพียงวิธีสร้างกำไรจากผู้อื่นให้ได้มากที่สุด
ค่านิยมของพ่อแม่ ที่อยากมีหน้าตาทั้งของตนเองและจากลูกๆ ก็จะคอยกดดันและสร้างการเรียนรู้และเห็นค่าของ'เปลือกนอกมากกว่าเนื้อแท้อันทรงค่า' พอเรามีเงิน ก็อยากมีรถหรูๆ เราซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกคือรถยนต์มาประดับบารมีแต่ไม่เคยเข้าใจถึงวัฒนธรรมการใช้รถ เพราะเรานำแต่ฮาร์ดแวร์ แต่ไม่ได้นำมารยาทที่ดีในการขับรถมาด้วย ซึ่งทางตะวันตกเขาเข้มงวดมาก การมีรถดีราคาแพง ควรมาคู่กับมารยาทและวัฒนธรรมการใช้รถที่ดีด้วย
ครูยุคใหม่ไม่ตีเด็ก ด้วย concept 'child center' คือมุ่งให้เด็กหาความรู้ใส่ตัวเอง แต่ก็ไม่ให้นำ้หนักที่จะสอนเรื่องคุณธรรม ศีลธรรม ให้เด็กได้เข้าใจโลก เข้าใจตัวเอง และประพฤติตัวเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ทำให้ความผูกพันเป็นแค่ภารกิจของคนเรียนกับคนสอนเท่านั้น ต่างกับครูยุคก่อนที่มี 'ไม้เรียว' และเป็นเครื่องมือที่ทโมนตัวน้อยๆกลัวจนลนลาน จนแอบตั้งฉายาสารพัดให้ แต่เมื่อจบไปแล้ว เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลับระลึกถึงครูที่คอยกวดขัน แวะเวียนไปมาหาสู่ท่านด้วยใจระลึกในบุณคุณ
คนที่มีความคิดจะไม่ปวะเมินคนจากข้อความบนนามบัตร หรือภาพลักษณ์ภายนอก แต่มีดวงตาแห่งปัญญาที่จะมองจนทะลุ'เนื้อทองของเจ้าเงาะ'ที่ซ่อนอยู่ภายใน เพราะคนเก่งจริง ดีจริงมักจะไม่ชอบอวดโอ้โชว์ฟอร์มอยู่แล้ว ต่างจากพวกของปลอมซึ่งชอบ'ตีโป่ง'เหมือนกำไลทองที่กลวงใน แต่ภายนอกดูใหญ่โตโก้หรู
วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553
กระบี่อยู่ที่ใจ
ถ้าคุณคิดว่าชีวิตมีปัญหา เต็มไปด้วยความทุกข์คุณก็จะอยู่กับความทุกข์ ตั้งแตลืมตาตื่นจนเข้านอน แถมอาจไม่สามารถหลับได้เนื่องด้วยเหตุต่างๆของความทุกข์นั้น แต่ถ้าคุณเปลี่ยนมุมมอง มองปัญหาเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่าไม่ใช่ความทุกข์ เนื่องด้วยเป็นธรรมดาของชีวิตซึ่งทุกคนต้องเจอด้วยกันทั้งสิ้น อันที่จริงในทุกวันก็มีสิ่งดีๆแต่ถูกมองข้ามไป เพราะความใส่ใจเราไปพยายามอยู่กับทุกข์ เหมือนส่องแว่นขยายไปที่ 'ทุกข์'ของตน จนลืมว่ากรอบแว่นนั้นมันนิดเดียว หากเทียบพื้นที่ด้านนอกกรอบนั้น
หนุ่มสาวที่บอกว่าตนกำลังทนทุกข์จากการไม่สมหวังในความรัก หากลองใคร่ครวญให้ดีๆ ทุกข์เพราะรักจริงๆ แล้วไม่สมหวัง หรือทุกข์เพราะปกป้องอัตตาตัวเองจึงอยากเอาชนะ เพราะใม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นผู้พ่ายแพ้กันแน่ คำตอบจากการถามตัวเองนี้ อาจทำให้ความรู้สึกที่ว่าเราทุกข์เปลี่ยนไป
นักบริหารที่ดีต้องรู้เท่าทันอัตตาตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จสูง เพราะความสำเร็จในแต่ละระดับล้วนแต่เพิ่มอัตตาให้พอกพูนขึ้นเป็นเงาตามตัว และระดับความเสียหายก็จะร้ายแรงทวีคูณ จนอาจถึงขั้นทำลายอนาคตและชีวิตของเราเอง
'หาเงินเป็น สู้ใช้เงินเป็นไม่ได้' การรู้จักใช้ในเวลาที่ควรใช้ย่อมจะทำให้ชนะใจคน มีเพื่อนมากมายอยากอยู่ใกล้ชิดด้วย เมื่อมีเพื่อนฝูงมากก็จะมีคนนำโอกาสดีๆมาให้ และโอกาสเหล่านี้ก็จะกลายเป็นเงินทองจำนวนมหาศาล ตรงกันข้ามคนตระหนี่ถี่เหนียว ต่อให้อดออมไปชั่วชีวิตก็เก็บเงินได้นิดเดียว ไม่เคยมีโอกาสดีๆในชีวิต เพราะสังคมคับแคบ เนื่องจากไม่เคยเผื่อแผ่ให้ใคร
ลองมองดูคนที่อยู่ในสถานะผู้นำ จำเป็นต้องใช้ทั้งพระเดชพระคุณในการปกครอง ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งตรงกันข้ามแต่ต้องมีทั้งคู่ให้สมดุล หากมีแต่พระเดช บรรยากาศการทำงานก็จะตึงเครียด ลูกน้องขาดความจงรักภักดี มีแต่พระคุณ ลูกน้องอาจจงรักภักดีแต่ขาดความเกรงใจ ผู้นำจึงต้องผสมสองความต่างนี้ให้ลงตัว ลูกน้องจึงจะรักและเกรงใจ ทำงานสบายใจแต่ไม่กล้าออกนอกลู่นอกทาง
คุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ใครรวยกว่าใคร แต่อยู่ที่รู้จักความรักอันยิ่งใหญ่ และความสงบในใจ ซึ่งสิ่งนี้สมบูรณ์ในตัวเอง ไม่มีการเปรียบเทียบ ต่างจากความรวยที่มีหน่วยวัดเป็นค่าเงินต่างๆ แต่ไม่มีหน่วยวัดว่าใครมีความสุขมากกว่าใคร ดังนั้นผู้ที่ทำงานไม่ว่าเขเป็นระดับใด ถ้าทำงานอยู่กับความรักและให้ต่อสังคม มีความสงบในจิตใจ ก็เหมือนอยู่ในการปฏิบัติธรรมทุกนาที
เบื้องหลังภาพที่เห็นด้วยตา มีสิ่งที่มองไม่เห็นกำกับอยู่ เหมือนกระบี่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพราะได้กลายร่างเป็นกระบี่ไร้สภาพอยู่ภายในใจ แต่ยังคงมีฤิทธิ์เดช รอจังหวะสำแดงพลังออกมาในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสม สุดยอดกระบวนท่า คือไร้กระบวนท่า ทุกอย่างสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว สุดยอดการบริหาร คือการไม่ฝืนบริหาร ปล่อยให้ผู้บังคับบัญชาได้แสดงฝีมืออย่างเต็มศักยภาพ นักบริหารที่ดีไม่ใช่ผู้ที่ทำได้ทุกเรื่อง แต่คือผู้ที่รู้ว่าเรื่องใดควรทำ และเรื่องใดไม่จำเป็นต้องทำ
บทเรียนจากต้นใผ่ เป็นการผสมระหว่างความแข็งกับความอ่อน แต่เมื่ออยู่ร่วมกันแทนที่จะขัดแย้งกลับดูกลมกลืนและงดงาม ชีวิตมนุษย์เราก็เช่นกัน ในขณะที่จิตใจกำลังไขว่คว้าหาความสงบ แต่ชีวิตจริงกลับต้องเผชิญอยู่กับโลกที่โลาหลอลหม่าน เราก็ต้องพยายามปรับให้เราอยู่ในสองขั้วของความแตกต่างนี้ให้ได้ หรือเรียกตามทางพุทธว่าเดินสายกลาง อันเป็นสมดุลของชีวิต
หนุ่มสาวที่บอกว่าตนกำลังทนทุกข์จากการไม่สมหวังในความรัก หากลองใคร่ครวญให้ดีๆ ทุกข์เพราะรักจริงๆ แล้วไม่สมหวัง หรือทุกข์เพราะปกป้องอัตตาตัวเองจึงอยากเอาชนะ เพราะใม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นผู้พ่ายแพ้กันแน่ คำตอบจากการถามตัวเองนี้ อาจทำให้ความรู้สึกที่ว่าเราทุกข์เปลี่ยนไป
นักบริหารที่ดีต้องรู้เท่าทันอัตตาตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จสูง เพราะความสำเร็จในแต่ละระดับล้วนแต่เพิ่มอัตตาให้พอกพูนขึ้นเป็นเงาตามตัว และระดับความเสียหายก็จะร้ายแรงทวีคูณ จนอาจถึงขั้นทำลายอนาคตและชีวิตของเราเอง
'หาเงินเป็น สู้ใช้เงินเป็นไม่ได้' การรู้จักใช้ในเวลาที่ควรใช้ย่อมจะทำให้ชนะใจคน มีเพื่อนมากมายอยากอยู่ใกล้ชิดด้วย เมื่อมีเพื่อนฝูงมากก็จะมีคนนำโอกาสดีๆมาให้ และโอกาสเหล่านี้ก็จะกลายเป็นเงินทองจำนวนมหาศาล ตรงกันข้ามคนตระหนี่ถี่เหนียว ต่อให้อดออมไปชั่วชีวิตก็เก็บเงินได้นิดเดียว ไม่เคยมีโอกาสดีๆในชีวิต เพราะสังคมคับแคบ เนื่องจากไม่เคยเผื่อแผ่ให้ใคร
ลองมองดูคนที่อยู่ในสถานะผู้นำ จำเป็นต้องใช้ทั้งพระเดชพระคุณในการปกครอง ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งตรงกันข้ามแต่ต้องมีทั้งคู่ให้สมดุล หากมีแต่พระเดช บรรยากาศการทำงานก็จะตึงเครียด ลูกน้องขาดความจงรักภักดี มีแต่พระคุณ ลูกน้องอาจจงรักภักดีแต่ขาดความเกรงใจ ผู้นำจึงต้องผสมสองความต่างนี้ให้ลงตัว ลูกน้องจึงจะรักและเกรงใจ ทำงานสบายใจแต่ไม่กล้าออกนอกลู่นอกทาง
คุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ใครรวยกว่าใคร แต่อยู่ที่รู้จักความรักอันยิ่งใหญ่ และความสงบในใจ ซึ่งสิ่งนี้สมบูรณ์ในตัวเอง ไม่มีการเปรียบเทียบ ต่างจากความรวยที่มีหน่วยวัดเป็นค่าเงินต่างๆ แต่ไม่มีหน่วยวัดว่าใครมีความสุขมากกว่าใคร ดังนั้นผู้ที่ทำงานไม่ว่าเขเป็นระดับใด ถ้าทำงานอยู่กับความรักและให้ต่อสังคม มีความสงบในจิตใจ ก็เหมือนอยู่ในการปฏิบัติธรรมทุกนาที
เบื้องหลังภาพที่เห็นด้วยตา มีสิ่งที่มองไม่เห็นกำกับอยู่ เหมือนกระบี่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพราะได้กลายร่างเป็นกระบี่ไร้สภาพอยู่ภายในใจ แต่ยังคงมีฤิทธิ์เดช รอจังหวะสำแดงพลังออกมาในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสม สุดยอดกระบวนท่า คือไร้กระบวนท่า ทุกอย่างสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว สุดยอดการบริหาร คือการไม่ฝืนบริหาร ปล่อยให้ผู้บังคับบัญชาได้แสดงฝีมืออย่างเต็มศักยภาพ นักบริหารที่ดีไม่ใช่ผู้ที่ทำได้ทุกเรื่อง แต่คือผู้ที่รู้ว่าเรื่องใดควรทำ และเรื่องใดไม่จำเป็นต้องทำ
บทเรียนจากต้นใผ่ เป็นการผสมระหว่างความแข็งกับความอ่อน แต่เมื่ออยู่ร่วมกันแทนที่จะขัดแย้งกลับดูกลมกลืนและงดงาม ชีวิตมนุษย์เราก็เช่นกัน ในขณะที่จิตใจกำลังไขว่คว้าหาความสงบ แต่ชีวิตจริงกลับต้องเผชิญอยู่กับโลกที่โลาหลอลหม่าน เราก็ต้องพยายามปรับให้เราอยู่ในสองขั้วของความแตกต่างนี้ให้ได้ หรือเรียกตามทางพุทธว่าเดินสายกลาง อันเป็นสมดุลของชีวิต
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)