คุณไม่ได้สิ่งที่คุณขอเสมอไปหรอก แต่คุณจะไม่เคยได้ สิ่งที่คุณไม่เคยขอ " แฟรงคลิน บรูด์
คุณไม่สามารถขอสิ่งที่คุณต้องการได้ จนกว่าคุณจะรู้ว่ามันคืออะไร คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอะไรคือ สิ่งที่พวกเขาต้องการ หรือพวกเขาต้องการน้อยกว่าที่เขาสมควรจะได้
ข้อแรก คุณต้องคิดให้ออกว่าคุณต้องการอะไร
ข้อสอง คุณต้องคิดว่าคุณสมควรที่จะได้รับมัน
ข้อสาม คุณต้องเชื่อว่าคุณจะเอามันมาให้ได้
และข้อสี่ คุณต้องกล้าที่จะขอ " บาร์บารา เดอ แองเจลิส
วิธีเดียวที่จะพบขีดจำกัดของความเป็นไปได้ คือ ไปให้ไกล จนกว่าจะไปไม่ได้ " อาร์เธอร์ ซี คลาก
เขียนฝันออกมา และกำหนดภาพให้ชัด การกำหนดภาพให้ชัดเจนเป็นวิธีที่ดีที่ตะทำให้คุณมีความชัดเจน ในสิ่งที่คุณต้องการ มันช่วยให้คุณเข้าไปในจิตใต้สำนึกส่วนลึกของคุณ และติดต่อกับความปรารถนาที่แท้จริงในหัวใจของคุณ กุญแจสำหรับตรงนี้ไม่ใช่การคิดว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ แต่คุณต้องการมันหรือเปล่าต่างหาก เมื่อคุณมั่นใจว่าจะเอามันมาให้ได้ คุณจะคิดหาวิธีที่จะเอามันมาให้ได้ในที่สุด
เรื่องประหลาดในชีวิตมีอยู่ว่า เรามักไม่ค่อยได้เห็นวิธีที่เราสามารถเอาอะไรมาได้ จนกว่าเราจะมั่นใจในตอนแรกว่า เราได้มันมาแล้ว
เมื่อรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการแล้ว เราต้องเชื่อว่ามันมีทางที่เราจะเอามันมาให้ได้ มิฉะนั้น เราจะไม่มีความกล้าพอที่จะเรียกร้องขอมัน ดังนั้น ต้องตอกย้ำความเชื่อของตัวเอง วิธีีที่ทรงอานุภาพในการตอกย้ำความเชื่อ คือ การมองไปที่ผลที่ต้องการว่ามันเป็นสิ่งที่เราได้มาแล้ว และมองตัวเองอยู่ตลอดว่าเราบรรลุเป้าหมายแล้ว
จงทำสิ่งที่คุณกลัว แล้วความกลัวจะมลายหายไป 'ราล์ฟ วัลโด อีเมอร์สัน
ความกลัวส่วนใหญ่นั้น เราสร้างขึ้นมาเอง คนส่วนใหญ่อยู่ในภาพมายาที่ว่า สิ่งต่างๆที่อยู่ภายนอกนั้นเป็นสาเหตุของความกลัว เมื่อไหร่ก็ตามที่ความกลัวดูเหมือนเป็นเรื่องจริงมากสำหรับเรา ต้นตอของมันอยู่ในความคิดของเราเอง
จงรู้ไว้ว่า เราสร้างความกลัวทั้งหมดของเราเอง
ความกลัวส่วนใหญ่ ไม่สามารถทนทานต่อการทดสอบด้วยการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนได้ เมื่อเราฉายแสงของการพิจารณาอย่างรอบคอบไปที่ความกลัว มันจะมลายหายไป
อย่ากลัวที่จะขอ: มันเป็นการโง่ที่จะกลัวว่า คุณจะไม่ได้สิ่งที่คุณอยากได้ ถ้าคุณขอ เพราะแรกเริ่มเดิมทีคุณก็ไม่มีมันอยู่แล้วนี่ ถ้าคุณไม่ขอ คุณก็แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้ว มันน่าขำที่คนกลัวที่จะขอ สิ่งที่ตัวเองอยากได้ เพราะก่อนหน้าที่คุณจะขอ คุณก็ไม่มีมันอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลยที่จะขอ " มาร์เซีย มาร์ติน
มีกฏทางจิตวิทยาบอกว่า คุณไม่สามารถกำจัดสิ่งหนึ่งสิ่งใดออกไปได้โดยไม่หาสิ่งแทนที่ ธรรมชาติไม่ชอบความว่าง ถ้าเราพยายามจะกำจัดเรื่องลบโดยไม่หาเรื่องบวกมาแทนที่ ความว่างจะดึงดูดเอาเรื่องลบนั้นกลับเข้ามาอีก ถ้าเราไม่ระมัดระวังและมีสติ บางทีเราอาจเอาเรื่องลบอีกเรื่องหนึ่งมาแทนที่เรื่องลบเรื่องเดิมก็ได้ เช่น เมื่อเลิกสูบบุหรี่ น้ำหนักตัวจะเพิ่มมากขึ้น ทำไมน่ะเหรอ? เพราะพวกเขาเลิกบุหรี่แล้วหันไปกินน่ะซิ มันมีทางเลือกที่ดีที่อาจไม่ได้ถูกเลือก เช่น ออกกำลังกาย พัฒนาตัวเอง มีหลายเรื่องในโลกที่ดีที่เราสามารถทำได้
ถึงกลัวแต่ก็ทำ:
ความกลัวจะไม่หนีเราไปไหน ตราบใดที่เรายังคงยึดติดอยู่กับมัน สิ่งที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับความกลัวคือ ปล่อยมันไปซ่ะ ของ 2 สิ่งไม่สามารถอยู่ที่เดียวกันในเวลาเดียวกันได้ ถ้าเราเอาที่ที่ความกลัวเคยอยู่ และเอาความตั้งใจอย่างสร้างสรรค์และการกระทำที่มีเป้าหมายเจาะจงชัดเจนมาแทนที่ มันจะไม่มีที่ว่างสำหรับความกลัวอีกต่อไป
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
The Aladdin Factor โดย แจ็ค แคนฟีลล์
พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะขออะไร และยังไม่รู้อีกว่ามีอะไรรอเราอยู่ เพราะเราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น หรือเราขาดการติดต่อกับตัวเองเสียจนไม่รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ตัวเองต้องการและปรารถนาอย่างแท้จริง บางคนตายด้านจนไม่รู้สึกถึงความอยากและความต้องการโดยธรรมชาติ เราไม่รู้อีกต่อไปแล้วว่า สิ่งที่เราต้องการจริงๆนั้นคืออะไร
พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีที่จะขอ เราไม่เคยเรียนรู้ศาสตร์ของการขออย่างไรให้ได้ผล เราไม่เคยเห็นทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผลจากแบบอย่างในบ้าน และไม่ได้ถูกสอนในโรงเรียน หรือในที่ทำงาน
พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะขอจากใคร และขอเมื่อไหร่ เราไม่เคยเรียนรู้วิธีที่จะระบุตัวคนที่มีวี่แววจะให้สิ่
ที่เราขอได้ ไม่ว่าจะเป็นอ้อมกอด คำแนะนำฉลาดๆ หลายคนไม่เคยเรียนรู้ที่จะอ่านภาษาท่าทางที่บอกใบ้ให้เรารู้ว่า 'ฉันเห็นด้วยกับคุณตอนนี้'หรือ 'ไม่ใช่ตอนนี้'
'ความกลัว เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสมอ' ราล์ฟ วัลโด เอมอร์สัน
พวกเราส่วนใหญ่ขาดการติดต่อกับความต้องการและความปรารถนาที่แท้จริง เพราะเรายังคงถูกเพิกเฉย ถูกปฏิเสธ หรืออายที่จะแสดงมันออกมาเหมือนเด็กๆ พวกเราอาจถูกวิพากย์วิจารณ์ ถูกปฏิเสธและถูกเยาะเย้ยที่ขอสิ่งที่เราต้องการ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหน้าไม่อาย ฉะนั้นมันจึงดูปลอดภัยกว่าและเจ็บตัวน้อยกว่าถ้าจะไม่ขอ พวกเราขุดหลุมฝังความปรารถนาของเราไปง่ายๆอย่างนั้น
หนึ่งในคำที่เราได้ยินบ่อยๆคือ 'ถ้าเธอรักฉันจริง ฉันก็ไม่เห็นต้องร้องขออะไรจากเธอเลยนี่' จริงๆแล้วไม่ใช่เลย มันอาจเป็นไปได้ที่มครบางคนรักคุณ แต่ยังไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร คนสองคนไม่จำเป็นต้องเข้ากันได้ทุกเรื่องนี่! ความเชืีอที่ว่า ถ้าใครรักเรา เขาหรือเธอจะต้องรู้โดยสัณชาตญาณ และคาดเดาความต้องการทุกอย่างของเราล่วงหน้าได้ ทำให้คนผิดหวังและเป็นทุกข์มานักต่อนักแล้ว
เนื่องจากประสบการณ์ด้านลบ ความเจ็บปวด และความละอายในวัยเด็ก พวกเรากลัวที่จะมีส่วนร่วม กลัวที่จะไล่ล่าสิ่งต่างๆที่เราต้องการและปรารถนาอย่างแท้จริง กลัวการปฏิเสธ กลัวจะถูก ตราหน้าว่าเป็นคนโง่ กลัวเสียหน้า และกลายเป็นคนอ่อนแอ ถูกคนอื่นทำร้าย ผลของความกลัวเหล่านี้ พวกเราจึงกลายเป็นคนอยู่เฉยๆไม่ดิ้นรน ยอมรับสิ่งที่ด้อยกว่าความต้องการที่แท้จริงของเรา และนั่งตัดสินคนอื่นที่ได้รับสิ่งที่เราต้องการ พวกเราไม่กล้าที่จะขอหรือไม่มีวินัยในตัวเองที่จะสร้าง เราเลยใช้พลังของเราทั้งหมดไปกับการป้องกันตัวเอง จากเหล่าอสูรกายที่เราสร้างขึ้นในความคิด แทนที่จะใช้พลังสร้างสรรค์สิ่งที่เราต้องการ
พวกเราส่วนใหญ่รู้สึกไม่สมควรแก่การได้ความรัก ความสุขและความสมบูรณ์แบบ แกร่งไม่พอที่จะสร้างวิถีชีวิตในแบบที่เราต้องการ พวกเราทนทุกข์ทรมานจากปมด้อย จากความรู้สึกผิดอย่างให้อภัยไม่ได้ ขาดความมั่นใจในตัวเอง ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงไม่เชื่อว่าความต้องการและความปรารถนาของเรานั้น เป็นเรื่องสำคัญและคู่ควรแก่การไล่ล่าเอามาให้ได้
เมื่อเราไม่ได้สิ่งที่เราต้องการจากคนสำคัญในชีวิตแล้ว เรามักสรุปว่า สิ่งที่เราต้องการนั้นไม่สำคัญ จริงๆแล้วเราอาจไปไกลกว่านั้น ไปสู่สภาวะที่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่น ที่เชื่อว่าความต้องการและความปรารถนาของคนอื่นนั้นสำคัญกว่าของตัวเราเอง แล้วเราก็จะหยุดร้องขอ
ผู้ที่รอให้เป็ดย่าง บินมาเข้าปากเอง ก็จงรอต่อไป " สุภาษิตจีน
ถ้าคุณไม่ขอ คุณก็จะไม่ได้ " คานธี
คลื่นลม มักอยู่เคียงข้างคนเดินเรือที่เก่งที่สุดเสมอ " เอ็ดเวิร์ด กิบบอน
คุณสอนให้คนอื่นปฏิบัติต่อคุณ ด้วยวิธีที่คุณปฏิบัติต่อตัวคุณเอง " มาร์ติน รัท
การจะได้พรแห่งชีวิตนั้น คุณต้องเชื่อว่า คุณสมควรจะได้รับมัน
ขอด้วยความแน่ใจ พวกเขารู้ว่าจะต้องได้ในสิ่งที่ขอ บางคนเรียกว่าความศรัทธา แต่บางคนเรียกว่าความมั่นใจในตัวเอง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มันคือความเชื่อว่า มันเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น
พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีที่จะขอ เราไม่เคยเรียนรู้ศาสตร์ของการขออย่างไรให้ได้ผล เราไม่เคยเห็นทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผลจากแบบอย่างในบ้าน และไม่ได้ถูกสอนในโรงเรียน หรือในที่ทำงาน
พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะขอจากใคร และขอเมื่อไหร่ เราไม่เคยเรียนรู้วิธีที่จะระบุตัวคนที่มีวี่แววจะให้สิ่
ที่เราขอได้ ไม่ว่าจะเป็นอ้อมกอด คำแนะนำฉลาดๆ หลายคนไม่เคยเรียนรู้ที่จะอ่านภาษาท่าทางที่บอกใบ้ให้เรารู้ว่า 'ฉันเห็นด้วยกับคุณตอนนี้'หรือ 'ไม่ใช่ตอนนี้'
'ความกลัว เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสมอ' ราล์ฟ วัลโด เอมอร์สัน
พวกเราส่วนใหญ่ขาดการติดต่อกับความต้องการและความปรารถนาที่แท้จริง เพราะเรายังคงถูกเพิกเฉย ถูกปฏิเสธ หรืออายที่จะแสดงมันออกมาเหมือนเด็กๆ พวกเราอาจถูกวิพากย์วิจารณ์ ถูกปฏิเสธและถูกเยาะเย้ยที่ขอสิ่งที่เราต้องการ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหน้าไม่อาย ฉะนั้นมันจึงดูปลอดภัยกว่าและเจ็บตัวน้อยกว่าถ้าจะไม่ขอ พวกเราขุดหลุมฝังความปรารถนาของเราไปง่ายๆอย่างนั้น
หนึ่งในคำที่เราได้ยินบ่อยๆคือ 'ถ้าเธอรักฉันจริง ฉันก็ไม่เห็นต้องร้องขออะไรจากเธอเลยนี่' จริงๆแล้วไม่ใช่เลย มันอาจเป็นไปได้ที่มครบางคนรักคุณ แต่ยังไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร คนสองคนไม่จำเป็นต้องเข้ากันได้ทุกเรื่องนี่! ความเชืีอที่ว่า ถ้าใครรักเรา เขาหรือเธอจะต้องรู้โดยสัณชาตญาณ และคาดเดาความต้องการทุกอย่างของเราล่วงหน้าได้ ทำให้คนผิดหวังและเป็นทุกข์มานักต่อนักแล้ว
เนื่องจากประสบการณ์ด้านลบ ความเจ็บปวด และความละอายในวัยเด็ก พวกเรากลัวที่จะมีส่วนร่วม กลัวที่จะไล่ล่าสิ่งต่างๆที่เราต้องการและปรารถนาอย่างแท้จริง กลัวการปฏิเสธ กลัวจะถูก ตราหน้าว่าเป็นคนโง่ กลัวเสียหน้า และกลายเป็นคนอ่อนแอ ถูกคนอื่นทำร้าย ผลของความกลัวเหล่านี้ พวกเราจึงกลายเป็นคนอยู่เฉยๆไม่ดิ้นรน ยอมรับสิ่งที่ด้อยกว่าความต้องการที่แท้จริงของเรา และนั่งตัดสินคนอื่นที่ได้รับสิ่งที่เราต้องการ พวกเราไม่กล้าที่จะขอหรือไม่มีวินัยในตัวเองที่จะสร้าง เราเลยใช้พลังของเราทั้งหมดไปกับการป้องกันตัวเอง จากเหล่าอสูรกายที่เราสร้างขึ้นในความคิด แทนที่จะใช้พลังสร้างสรรค์สิ่งที่เราต้องการ
พวกเราส่วนใหญ่รู้สึกไม่สมควรแก่การได้ความรัก ความสุขและความสมบูรณ์แบบ แกร่งไม่พอที่จะสร้างวิถีชีวิตในแบบที่เราต้องการ พวกเราทนทุกข์ทรมานจากปมด้อย จากความรู้สึกผิดอย่างให้อภัยไม่ได้ ขาดความมั่นใจในตัวเอง ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงไม่เชื่อว่าความต้องการและความปรารถนาของเรานั้น เป็นเรื่องสำคัญและคู่ควรแก่การไล่ล่าเอามาให้ได้
เมื่อเราไม่ได้สิ่งที่เราต้องการจากคนสำคัญในชีวิตแล้ว เรามักสรุปว่า สิ่งที่เราต้องการนั้นไม่สำคัญ จริงๆแล้วเราอาจไปไกลกว่านั้น ไปสู่สภาวะที่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่น ที่เชื่อว่าความต้องการและความปรารถนาของคนอื่นนั้นสำคัญกว่าของตัวเราเอง แล้วเราก็จะหยุดร้องขอ
ผู้ที่รอให้เป็ดย่าง บินมาเข้าปากเอง ก็จงรอต่อไป " สุภาษิตจีน
ถ้าคุณไม่ขอ คุณก็จะไม่ได้ " คานธี
คลื่นลม มักอยู่เคียงข้างคนเดินเรือที่เก่งที่สุดเสมอ " เอ็ดเวิร์ด กิบบอน
คุณสอนให้คนอื่นปฏิบัติต่อคุณ ด้วยวิธีที่คุณปฏิบัติต่อตัวคุณเอง " มาร์ติน รัท
การจะได้พรแห่งชีวิตนั้น คุณต้องเชื่อว่า คุณสมควรจะได้รับมัน
ขอด้วยความแน่ใจ พวกเขารู้ว่าจะต้องได้ในสิ่งที่ขอ บางคนเรียกว่าความศรัทธา แต่บางคนเรียกว่าความมั่นใจในตัวเอง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มันคือความเชื่อว่า มันเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
บทส่งท้าย the power
ไม่มีอะไรดีหรือเลว มีแต่วิธีคิดที่ทำให้เป็นเช่นนั้น " วิลเลี่ยม เชคสเปียร์
คุณให้ความหมายแก่ทุกสิ่งในชีวิต ไม่มีสถานการณ์ใดที่ติดป้ายบอกมาว่า ดีหรือเลว ทุกสิ่งเป็นกลาง สายรุ้งและพายุไม่ได้ทั้งดีหรือเลว เป็นแค่สายรุ้งและพายุ คุณให้ความหมายแก่พายุด้วยวิธีที่คุณรู้สึกถึงพายุ และคุณให้ความหมายกับสายรุ้งด้วยวิธีที่คุณรู้สึกถึงสายรุ้ง และเป็นเช่นนี้กับทุกสิ่งด้วยวิธีที่คุณรู้สึก งานๆหนึ่งไม่ดีไม่แย่หรอก ก็เป็นแค่งานๆหนึ่งน่ะแหละ แต่คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับงานคุณ นั่นแหละคือตัวตัดสินว่างานนั้นดีหรือเลว สัมพันธภาพไม่ได้ดีหรือแย่ด้วยตัวของมันเอง ก็แค่สัมพันธภาพ แต่คุณรู้สึกอย่างไรต่างหาก จึงตัดสินว่ามันดีหรือแย่สำหรับคุณ
ที่จริงปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณยังเดินหน้าต่อไปหรือไม่ แต่อยู่ที่คุณกำลังเพลิดเพลินกับการเดินหน้าต่อไปหรือเปล่าต่างหาก 'รอเบิร์ต ทอร์แมน
ส่งท้าย The Power โดยรอนห์ดา เบิร์น
จงให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณ ให้ความรัก เพราะนั่นคือแม่เหล็กดึงดูดทรัพย์สินทั้งปวงในชีวิต และชีวิตคุณจะมั่งคั่งยิ่งกว่าที่คุณคิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะเมื่อคุณให้ความรัก คุณก็ได้ทำตามจุดประสงค์ของชีวิตได้หมด เมื่อคุณให้ความรัก คุณจะได้รับความรักและความรื่นรมย์ตอบกลับมา จนคุณรู้สึกว่าแทบจะรับไม่ไหว แต่คุณรับความรักและความรื่นรมย์นี้ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เพราะว่า นี่คือคุณ
พลังอำนาจ กับสัมพันธภาพ the power
ไม่ว่าการพบปะ จะมีขึ้นอย่างผิวเผินเพียงใด จงมอบความใส่ใจ ความเมตตา ความเข้าใจและความรัก ที่คุณมีให้แต่ละคน โดยไม่ต้องคิดถึงสิ่งตอบแทนใด แล้วชีวิตคุณจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป 'ออก แมนดิโน
สิ่งที่คุณให้ผู้อื่น คุณก็ให้ตนเองด้วย
มนุษย์ผู้รู้แจ้งที่สุดในประวัติศาสตร์บอกเราให้รักผู้อื่น ไม่ได้บอกให้รักผู้อื่นเพื่อให้เรากลายเป็นคนดี แต่เป็นการให้ความลับแก่ชีวิตเราด้วย สิ่งที่ให้นั้นเรียกว่ากฏแห่งแรงดึงดูด เมื่อคุณรักผู้อื่น คุณก็จะมีชีวิตอันน่าอัศจรรย์ เมื่อคุณรักผู้อื่น คุณก็จะได้รับชีวิตแบบที่คุณควรได้
บทบัญญัติทั้งหมดสรุปได้เป็นข้อเดียว จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
บางคนคิดว่า ที่สัมพันธภาพดีหรือเลว เป็นเพราะผู้อื่นทั้งสิ้น แต่ชีวิตไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอก คุณบอกกับพลังแห่งความรักไม่ได้ว่า 'ฉันจะให้ความรักก็ต่อเมื่อคนอื่นให้ฉันก่อน' คุณรับอะไรในชีวิตไม่ได้นอกจากว่าคุณจะให้ไปเสียก่อน คุณให้อะไรไป ก็ได้รับอย่างนั้น จึงไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย เกี่ยวกับตัวคุณทั้งหมดแหละ เกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังให้และสิ่งที่คุณกำลังรู้สึก
การพยายามเปลี่ยนคนอีกคน นั่นไม่ใช่การให้ความรัก การที่คิดว่าคุณรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคนอีกคน นั่นก็ไม่ใช่ความรัก การคิดว่าคุณถูกและอีกคนผิด นั่นไม่ใช่ความรัก การวิพากย์วิจารณ์ การตำหนิ บ่น เหน็บแหนม หรือการจับผิดอีกคน นั่นก็ไม่ใช่ความรัก!
"เอาชนะความเกลียดด้วยความเกลียดไม่ได้ พึงเอาชนะความเกลียดด้วยความรัก นี่คือ บทบัญญัติอันนิรันดร์"
เมื่อใดที่มีใครมาทำให้ข้าพเจ้าขุ่นเคือง ข้าพเจ้าตะพยายามยกจิตวิญญาณของตนเองให้สูงจนความขุ่นเคืองเอื้อมไม่ถึง " เรอเน เดการ์ต
ชีวิตเสนอทุกๆสิ่งให้คุณ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่คุณรัก และส่วนหนึ่งของสิ่งกำนัลจากชีวิตก็คือผู้คนหลากรูปแบบที่มอบให้คุณ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่คุณรักในคนเหล่านั้นได้ และหันหนีไปจากสิ่งที่คุณไม่รัก คุณไม่จำเป็นต้องสร้างความรักเพื่อคุณสมบัติที่คุณไม่รักในตัวใคร แค่หันหนีโดยไม่ต้องไปให้ความรู้สึกใดๆกับพวกเขา
เวลาคุณคุยกับใคร แล้วเขาเล่าเรื่องลบๆของใครก็ตาม หมายถึง พวกเขากำลังให้สิ่งลบๆ ขณะที่คุณฟัง คุณก็กำลังให้สิ่งลบๆด้วย เพราะคุณเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึก คุณจะคุยหรือฟังสิ่งที่เป็นลบโดยมีความรู้สึกดีๆไม่ได้
น้ำขุ่นโคลน ทิ้งให้นิ่งไว้ ก็จะใสได้เอง " เล่าจื้อ
พลังอำนาจมาจากภายใน แต่เรารับพลังนั้นไม่ได้ นอกจากเราจะให้เสียก่อน 'ชาลส์ ฮาเนล
เมื่อคนทั้งหมดในโลกรักคนอื่น คนแข็งแรงก็จะไม่มีอำนาจเหนือคนอ่อนแอ คนส่วนมากจะไม่กดขี่คนส่วนน้อย คนมั่งคั่งจะไม่ล้อเลียนคนจนยาก คนมีเกียรติจะไม่ดูหมิ่นคนต่ำต้อย และคนเจ้าเล่ห์จะไม่หลอกลวงคนไม่ฉลาด " ม่อจื้อ
ความรักที่ถั่งท้นออกมาเพื่อทุกสิ่งทุกอย่าง คือ ยาอายุวัฒนะแห่งชีวิตที่แท้ คือน้ำพุแห่งความยืนยาวของร่างกาย เพราะขาดสิ่งนี้ จึงเกิดความรู้สึกว่า แก่อยู่เสมอ 'โจโซอาห์ กัลเบิร์ต ฮอลแลนด์
เมื่อยังเป็นเด็กเล็กๆ คุณเป็นคนยืดหยุ่นและพร้อมจะเปลี่ยนแปลง ยังไม่ได้สร้างหรือยอมรับความเชื่อด้านลบมากมายในชีวิต พอโตขึ้น คุณก็รับเอาคสามรู้สึกว่ามีปมด้อยและด้านลบอื่นๆเข้าไป เลยทำให้คุณกลายเป็นคนที่มีรูปแบบของตนเอง ยืดหยุ่นน้อยลง แบบนี้ไม่เรียกว่าชีวิตอัศจรรย์หรอก นี่เรียกว่าชีวิตอันมีขีดจำกัด
ถ้าคุณเชื่อว่าร่างกายคุณจะเสื่อมโทรมไปตามวัย คุณก็กำลังให้ความเชื่อแบบนั้นออกไป กฏแห่งแรงดึงดูดจะคืนสภาวะแวดล้อมนั้นกลับมาให้คุณ 'จงรู้สึกเป็นเป็นสาว และหยุดรู้สึกเรื่องวัยที่ร่วงโรย' ร่างกายคุณจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่คุณต้องการ ด้วยการผ่านความรู้สึกรักและสำนึกรู้คุณ
ทำชีวิตให้ง่ายๆไว้เถอะเพื่อปกป้องความรู้สึกดีๆของคุณ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆทำให้คุณไขว้เขวและทำลายชีวิตคุณได้ ถ้าให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่ไม่จำเป็นมากไป เพราะเมื่อคุณกำตัดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ คุณก็จะสร้างพื้นที่สำหรับทุกสิ่งที่คุณต้องการให้หลั่งไหลเข้ามาในชีวิตได้
สิ่งที่คุณให้ผู้อื่น คุณก็ให้ตนเองด้วย
มนุษย์ผู้รู้แจ้งที่สุดในประวัติศาสตร์บอกเราให้รักผู้อื่น ไม่ได้บอกให้รักผู้อื่นเพื่อให้เรากลายเป็นคนดี แต่เป็นการให้ความลับแก่ชีวิตเราด้วย สิ่งที่ให้นั้นเรียกว่ากฏแห่งแรงดึงดูด เมื่อคุณรักผู้อื่น คุณก็จะมีชีวิตอันน่าอัศจรรย์ เมื่อคุณรักผู้อื่น คุณก็จะได้รับชีวิตแบบที่คุณควรได้
บทบัญญัติทั้งหมดสรุปได้เป็นข้อเดียว จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
บางคนคิดว่า ที่สัมพันธภาพดีหรือเลว เป็นเพราะผู้อื่นทั้งสิ้น แต่ชีวิตไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอก คุณบอกกับพลังแห่งความรักไม่ได้ว่า 'ฉันจะให้ความรักก็ต่อเมื่อคนอื่นให้ฉันก่อน' คุณรับอะไรในชีวิตไม่ได้นอกจากว่าคุณจะให้ไปเสียก่อน คุณให้อะไรไป ก็ได้รับอย่างนั้น จึงไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย เกี่ยวกับตัวคุณทั้งหมดแหละ เกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังให้และสิ่งที่คุณกำลังรู้สึก
การพยายามเปลี่ยนคนอีกคน นั่นไม่ใช่การให้ความรัก การที่คิดว่าคุณรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคนอีกคน นั่นก็ไม่ใช่ความรัก การคิดว่าคุณถูกและอีกคนผิด นั่นไม่ใช่ความรัก การวิพากย์วิจารณ์ การตำหนิ บ่น เหน็บแหนม หรือการจับผิดอีกคน นั่นก็ไม่ใช่ความรัก!
"เอาชนะความเกลียดด้วยความเกลียดไม่ได้ พึงเอาชนะความเกลียดด้วยความรัก นี่คือ บทบัญญัติอันนิรันดร์"
เมื่อใดที่มีใครมาทำให้ข้าพเจ้าขุ่นเคือง ข้าพเจ้าตะพยายามยกจิตวิญญาณของตนเองให้สูงจนความขุ่นเคืองเอื้อมไม่ถึง " เรอเน เดการ์ต
ชีวิตเสนอทุกๆสิ่งให้คุณ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่คุณรัก และส่วนหนึ่งของสิ่งกำนัลจากชีวิตก็คือผู้คนหลากรูปแบบที่มอบให้คุณ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่คุณรักในคนเหล่านั้นได้ และหันหนีไปจากสิ่งที่คุณไม่รัก คุณไม่จำเป็นต้องสร้างความรักเพื่อคุณสมบัติที่คุณไม่รักในตัวใคร แค่หันหนีโดยไม่ต้องไปให้ความรู้สึกใดๆกับพวกเขา
เวลาคุณคุยกับใคร แล้วเขาเล่าเรื่องลบๆของใครก็ตาม หมายถึง พวกเขากำลังให้สิ่งลบๆ ขณะที่คุณฟัง คุณก็กำลังให้สิ่งลบๆด้วย เพราะคุณเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึก คุณจะคุยหรือฟังสิ่งที่เป็นลบโดยมีความรู้สึกดีๆไม่ได้
น้ำขุ่นโคลน ทิ้งให้นิ่งไว้ ก็จะใสได้เอง " เล่าจื้อ
พลังอำนาจมาจากภายใน แต่เรารับพลังนั้นไม่ได้ นอกจากเราจะให้เสียก่อน 'ชาลส์ ฮาเนล
เมื่อคนทั้งหมดในโลกรักคนอื่น คนแข็งแรงก็จะไม่มีอำนาจเหนือคนอ่อนแอ คนส่วนมากจะไม่กดขี่คนส่วนน้อย คนมั่งคั่งจะไม่ล้อเลียนคนจนยาก คนมีเกียรติจะไม่ดูหมิ่นคนต่ำต้อย และคนเจ้าเล่ห์จะไม่หลอกลวงคนไม่ฉลาด " ม่อจื้อ
ความรักที่ถั่งท้นออกมาเพื่อทุกสิ่งทุกอย่าง คือ ยาอายุวัฒนะแห่งชีวิตที่แท้ คือน้ำพุแห่งความยืนยาวของร่างกาย เพราะขาดสิ่งนี้ จึงเกิดความรู้สึกว่า แก่อยู่เสมอ 'โจโซอาห์ กัลเบิร์ต ฮอลแลนด์
เมื่อยังเป็นเด็กเล็กๆ คุณเป็นคนยืดหยุ่นและพร้อมจะเปลี่ยนแปลง ยังไม่ได้สร้างหรือยอมรับความเชื่อด้านลบมากมายในชีวิต พอโตขึ้น คุณก็รับเอาคสามรู้สึกว่ามีปมด้อยและด้านลบอื่นๆเข้าไป เลยทำให้คุณกลายเป็นคนที่มีรูปแบบของตนเอง ยืดหยุ่นน้อยลง แบบนี้ไม่เรียกว่าชีวิตอัศจรรย์หรอก นี่เรียกว่าชีวิตอันมีขีดจำกัด
ถ้าคุณเชื่อว่าร่างกายคุณจะเสื่อมโทรมไปตามวัย คุณก็กำลังให้ความเชื่อแบบนั้นออกไป กฏแห่งแรงดึงดูดจะคืนสภาวะแวดล้อมนั้นกลับมาให้คุณ 'จงรู้สึกเป็นเป็นสาว และหยุดรู้สึกเรื่องวัยที่ร่วงโรย' ร่างกายคุณจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่คุณต้องการ ด้วยการผ่านความรู้สึกรักและสำนึกรู้คุณ
ทำชีวิตให้ง่ายๆไว้เถอะเพื่อปกป้องความรู้สึกดีๆของคุณ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆทำให้คุณไขว้เขวและทำลายชีวิตคุณได้ ถ้าให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่ไม่จำเป็นมากไป เพราะเมื่อคุณกำตัดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ คุณก็จะสร้างพื้นที่สำหรับทุกสิ่งที่คุณต้องการให้หลั่งไหลเข้ามาในชีวิตได้
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)