รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556
www.weenalovecookie.blogspot.com: การไม่ตัดสินใจ ปล่อยไปเรื่อยเปื่อย ทำตัวเป็นเด็กๆแ...
www.weenalovecookie.blogspot.com: การไม่ตัดสินใจ ปล่อยไปเรื่อยเปื่อย ทำตัวเป็นเด็กๆแ...: การไม่ตัดสินใจ ปล่อยไปเรื่อยเปื่อย ทำตัวเป็นเด็กๆและให้คนอื่นคอยบอกบทนั้นปลอดภัยกว่า การตัดสินใจเผยให้เห็นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวคุณเสมอ ก...
การไม่ตัดสินใจ ปล่อยไปเรื่อยเปื่อย ทำตัวเป็นเด็กๆและให้คนอื่นคอยบอกบทนั้นปลอดภัยกว่า การตัดสินใจเผยให้เห็นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวคุณเสมอ การตัดสินใจจะบอกคนอื่นว่าคุณเป็นใคร โดยหลักๆแล้ว การตัดสินใจจึงเป็นการเปิดเผยความลับอันยิ่งใหญ่ ถ้าจุดมุ่งหมายในชีวิตคุณไม่ใช่การเปิดเผยว่า คุณเป็นใคร งั้นคุณก็จะทำตัวแบบตัดสินใจไม่ได้อยู่ร่ำไป
อีกเหตุผลสำหรับการไม่ยอมตัดสินใจก็คือ ความกลัวที่ว่าเราต้องสละอะไรบางอย่าง เพราะการเลือกเป้าหมายหนึ่งหมายความว่าคุณอาจต้องตัดเป้าหมายอื่นทิ้งไป ถ้าคุณตัดสินใจในทางใดทางหนึ่ง มันหมายความว่าคุณอาจต้องทิ้งเส้นทางอื่นไป มันหมายความว่าคุณไม่อาจเป็นได้ทุกอย่าง ทำทุกอย่าง และมีทุกอย่างในเวลาเดียวกัน มันหมายความว่าคุณไม่สามารถทำให้ใครๆพอใจได้ทุกคน เมื่อคุณตัดสินใจเลือกแล้ว คุณก็จะเสี่ยงต่อการปฏิเสธค่านิยมของคนบางคน พวกเขาอาจเห็นคุณอย่างที่คุณเป็นจริงๆ ไม่ใช่ในแบบที่พวกเขาอยากให้คุณเป็น พูดอีกอย่างคือ ไม่เหมือนพวกเขา ฉะนั้น ด้วยการไม่ทำอะไรเลย คุณก็จะสามารถคงไว้ซึ่งการยอมรับจากคนที่แตกต่างกัน ซึ่งมีค่านิยมที่ขัดแย้งกัน อีกทั้งการตัดสินใจไม่ได้ของคุณยังจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการพยายามประนีประนอมสถานการณ์ต่างๆที่ไม่มีทีท่าว่าจะประนีประนอมกันได้ด้วย
ทุกอย่างในชีวิตเป็นการเลือก:
ทุกอย่างในชีวิตเป็นเรื่องของการเลือกทั้งสิ้น มีเพียงสองสิ่งที่เราไม่อาจเลือกได้ เราไม่อาจหลีกเลี่ยงสองสิ่งนี้ได้ไม่ว่าเราจะพยายามหนักหน่วงแค่ไหน อย่างแรกคือ เราต้องตาย ความตายคือสิ่งที่แน่นอนที่สุด และอย่างที่สองที่เราไม่มีทางเลือกได้ก็คือ เราต้องใช้ชีวิตไปจรกว่าเราจะตาย ที่นี้ก็เข้าใจด้วยว่า ทุกอย่างในชีวิตที่คุณคิดว่าต้องทำ หรือว่าจำเป็นต้องทำ ล้วนเป็นทางเลือกทั้งสิ้น
เราทำทุกอย่างเพราะเรา เลือก ที่จะทำทั้งนั้น เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเราจะตาย หรือเราจะต้องใช้ชีวิตไปจนกว่าจะตายได้ก็จริง แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นได้ทั้งหมด เพราะเรื่องอื่นนั้นเป็นการตัดสินใจเลือกทั้งสิ้น ดูด้านต่างๆในชีวิตคุณสิ แล้วก็ตระหนักว่าคุณทำทุกอย่างในชีวิตเพราะว่าคุณเลือก ที่จะทำ ไม่่ใช่เพราะคุณ จำเป็นต้องทำ จำไว้ว่ามีอยู่เพียงสองอย่างเท่านั้นที่ คุณเลือกไม่ได้ นั่นคือ คุณจะต้องตาย และต้องอยู่ไปจนกว่าจะตายด้วย แค่นั้น จบ!
มองสิว่าตอนนี้คุณอยู่จุดไหนในชีวิตแล้ว จุดที่คุณอยู่ในตอนนี้ก็คือจุดที่คุณอยากที่จะอยู่นั่นเอง คุณได้เลือกเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะโดยที่รู้ตัวหรือเปล่าก็ตาม ถ้าคุณอยากไปที่ไหนสักแห่ง คุณก็ต้องเข้าใจจุดที่ตัวเองยืนอยู่ในตอนนี้เสียก่อน มีคนอยู่มากมายที่โกหกตัวเองเกี่ยวกับจุดที่พวกเขายืนอยู่ แล้วก็ปฎิเสธสถานการณ์ในชีวิต แต่มันสำคัญสุดๆของสุดๆ ที่คุณจะยอมรับจุดที่คุณยืนอยู่เสียก่อน แล้วถึงจะเดินหน้าต่อไปได้
ชีวิตของคุณดำเนินไปในแบบที่คุณอยากให้เป็นหรือเปล่า คุณอยู่ตรงจุดที่อยากจะอยู่มั๊ย คุณมีสิ่งต่างๆที่อยากจะมีหรือเปล่า ถ้ามีที่ตอบว่า 'ไม่' งั้นก็จงมองไปยังผลตอบแทนของการอยู่ ณ จุดที่คุณอยู่ในตอนนี้ คุณน่ารื่นรมย์ตรงไหนที่ได้ปฏิเสธตัวเอง คุณสนุกตรงไหนที่ได้ทำตัวไร้สุข คุณได้อะไรที่ชวนปลื้มจากการทำตัวอึดอัดและรู้สึกว่าอยู่ผิดที่ผิดทางบ้าง คุณยินดีตรงไหนเมื่อเอาแต่คิดแบบขาดแคลนและจำกัดจำเขี่ย
คุณต้องเตือนตัวเองว่าทุกอย่างที่คุณทำในชีวิตไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบ ต่างก็มีรางวัลหรือผลตอบแทนพ่วงมาด้วยทั้งสิ้น ฉะนั้น จงมองไปที่ผลตอบแทน การสังเกตคือขั้นแรกในการเปลี่ยรแปลวอะไรๆ เมื่อคุณสังเกต นั่นเท่ากับคุณได้เหยียบย่างก้าวแรกที่นำไปสู่อิสรภาพ แล้วที่นี้ ขณะที่สังเกต คุณก็จะเริ่มมองเห็นรูปแบบความคิดของตัวเอง
อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ:
จงระลึกไว้ว่าที่ระดับของ'การเป็น' คุณจะกุมอำนาจไว้ทั้งหมด และสามารถสร้างอะไรก็ได้ที่ต้องการ นึกถึงสิ่งที่ทำให้คุณตื่นเต้น ครั้งสุดท้ายที่คุณรู้สึกเนื้อเต้นจริงๆนี่ เมื่อไหร่กันล่ะ ครั้งสุดท้ายที่คุณรู้สึกกระตือรือร้นหรือปั่นป่วนเพราะอะไรบางอย่างคือเมื่อไหร่ ถ้าคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้ นั่นแสดงว่าคุณรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ ซึ่งนับว่าทรงพลังอยู่มาก แต่ถ้าคำตอบคือ คุณแทบไม่เคยรู้สึกเนื้อเต้นเลย งั้นก็แสดงว่าคุณใช้ชีวิตอยู่กับการปฏิเสธความจริง
เมื่อมีอิสระที่จะเลือก คุณจะใช้เวลาของตัวเองยังไงบ้าง คุณจะเอามันไปทำกิจกรรที่ดึงความสนใจคุณได้ตลอดบ้างหรือเปล่า ในางตรงกันข้าม ถ้าคุณพบว่าเวลาที่ว่างนั้น คุณไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนอน ฝันกลางวัน หรือดูทีวี นั่นก็เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างแจ่มแจ้งแล้วล่ะว่า คุณไม่ยอมให้ตัวเองได้ประสบพบเจอกับสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริงเลย
วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556
www.weenalovecookie.blogspot.com: การเป็นที่แท้ของเรา
www.weenalovecookie.blogspot.com: การเป็นที่แท้ของเรา: เรามีทางเลือกอยู่แค่สองอย่างในชีวิต อย่างแรกคือ การรื่นรมย์ไปกับสิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้ อย่างที่สองก็คือ การร้อนรนกระวนกระวายเกี่ยวกับสิ่...
การเป็นที่แท้ของเรา
เรามีทางเลือกอยู่แค่สองอย่างในชีวิต อย่างแรกคือ การรื่นรมย์ไปกับสิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้ อย่างที่สองก็คือ การร้อนรนกระวนกระวายเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่มี และมุ่งสนใจอยู่กับวันพรุ่งนี้โดยหวังว่ามันจะดีขึ้น ไม่มีทางทางเลือกใดอื่นแล้ว
อย่าลืมว่าการได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการนั้น ไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณในระดับของ 'การเป็นที่แท้ของตัวเรา' เลย ฉะนั้น อย่ายอมให้สิ่งที่คุณมีอยู่มาตัดสินว่า คุณเป็นใคร เป็นอันขาด ไม่งั้นคุณก็จะรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างอยู่ร่ำไป ถ้าคุณยึดติดอยู่กับการไปให้ถึงที่ไหนสักแห่ง หรือการได้อะไรบางอย่างมาเพื่อทำให้คุณเป็นสุข คุณก็จะอยู่บนลู่วิ่งไปตลอดชีวิต คุณจะทำอะไรๆโดยมีความเชื่อ เหมือนถูกสะกดจิตว่า 'ยิ่งมาก ยิ่งดี' และตรงโน้น ดีกว่าตรงนี้ตั้งเยอะ
'จงติดตามสิ่งที่คุณต้องการ แต่ขอให้สนุกกับการเดินทางนั้น' ชีวิตคือการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายเดิน จงรู้ว่าเมื่อคุณได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการแล้ว มันจะไม่เปลี่ยนแปลงคนที่คุณเป็นในระดับของ 'การเป็น' ฉะนั้น จงรื่นรมย์กับตัวเอง รักตัวเองอย่างไร้เงื่อนไข และเข้าร่วมในการเดินทางนั้น รางวัลในชีวิตไม่ได้มาจากการบรรลุความสำเร็จ แต่มาจากการเข้าไปเกี่ยวพันด้วยตลอดทางต่างหาก การเขียนสคริปต์ของคุณขึ้นมาเอง หมายความว่าคุณเป็นคนที่ตัดสินใจว่าการเดินทางนั้นจะเกี่ยวกับอะไร และจุดมุ่งหมายจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
เจตนารมณ์ของคุณจะผลักดัน ให้จักรวาลเคลื่อนไปไม่มีหยุด:
จักรวาลจะไหลไปในทิศทางของเจตนารมณ์ ฉะนั้น มันจึงสำคัญมากที่คุณจะชัดเจนกับเจตนารมณ์ของตัวเองในสถานการณ์นั้นๆ ถ้าคุณชัดเจนสุดๆว่าตัวเองมุ่งหมายไว้ยังไง กลไกความสำเร็จในจิตใต้สำนึกของคุณจะเกื้อหนุนให้คุณไปถึงจุดนั้น คนส่วนใหญ่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆในการสร้างชีวิตในแบบที่พวกเขาต้องการ เพราะพวกเขาไม่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าอยากไปที่ไหน หรือวาดภาพไว้ชัดๆว่ามันจะมีหน้าตายังไงเมื่อพวกเขาไปถึงที่นั่น คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมายและประสบความสำเร็จสามารถไปถึงจุดนั้นได้ ก็เพราะว่าพวกเขามีภาพที่แจ่มชัดของสิ่งที่อยากจะสร้างขึ้นมาในชีวิตนั่นเอง
คุณเคยสงสัยมั๊ยว่า ทำไมปณิธานของปีใหม่ถึงไม่ได้ผล ทั้งๆที่เรามีเจตนาที่ดีซ่ะขนาดนั้น หากสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเรามักพูดอะไรอย่าง 'ฉันจะไม่กินของหวานอีกแล้ว' 'ฉันจะเลิกตะโกนด่าลูกๆแล้วล่ะ' หรือ 'ฉันจะเลิกกินมากเกินไปแล้ว' จงสังเกตว่าปณิธานปีใหม่ ไม่ใช่เรื่องของสิ่งที่คุณ'ต้องการ'เลย กลับเป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการต่างหากล่ะ มันไม่ใช่มโนภาพของผลลัพธ์ในบั้นปลาย แต่เป็นปฏิกิริยาในแง่ลบ เป็นรูปแบบของการคุยกับตัวเองแบบลบๆ เกี่ยวกับสิ่งที่คุณไม่ต้องการ และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมปัญหาระดับโลก ปัญหาธุรกิจ และปัญหาส่วนตัวตั้งมากมายถึงได้อยู่กันทนเหลือเกิน ก็แต่ละคนเอาแต่มุ่งเน้นไปที่ปัญหาและสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้น แทนที่จะเป็นผลลัพธ์ในบั้นปลายหรือสิ่งที่พวกเขาต้องการ
มองการตั้งเป้าหมายเสียใหม่:
การตั้งเป้าหมายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของคุณในส่วนที่เป็นการ 'ทำ' หรือ 'มี' ของชีวิต แปลกมั๊ยที่เรามีเป้าหมายสำหรับการเที่ยว การช็อปปิ้ง เล่นกีฬา แต่เราแทบไม่ได้สร้างเป้าหมายให้กับการเดินทางที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด นั่นคือ การเดินทางของชีวิตเรา
พอถึงจุดหนึ่ง คุณก็ต้องตัดสินใจ จงระลึกไว้ว่า ถ้าคุณ ไม่ตัดสินใจ คนอื่น ก็จะตัดสินใจให้คุณและการตัดสินใจของพวกเขาก็อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการจริงๆก็ได้
เริ่มด้วยการตัดสินใจ:
'การไม่ตัดสินใจ ก็คือ การตัดสินใจ' สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้การตัดสินใจไม่ได้ก็คือ เป้าหมายในการเป็นฝ่ายถูกตลอดศก ตราบใดที่เราไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เราก็จะไม่มีวันคิดผิด ไม่มีวันทำพลาด และด้วยเหตุฉะนี้เราจึงไม่มีวันผิดหวัง เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า ห้ามทำพลาด การทำตัวแบบตัดสินใจไม่ได้จะทำให้เราคงความเป็นเด็กอยู่ได้ นาทีที่เราตัดสินใจว่าจะควบคุมชีวิตตัวเอง ก็คือนาทีที่เราปีกกล้าขาแข็งอย่างแท้จริง เมื่อเราเริ่มตัดสินใจด้วนตัวเอง นั่นเท่ากับเราผงาดได้เอง
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)