ทุกคนตัองการจะเป็นฝ่ายถูก อย่างน้อยก็ถูกนิดหน่อยเกี่ยวกับสิ่งที่เขาหรือเธอเชื่อ ผู้คนต้องการที่จะได้รับการยอมรับและมองเห็นและยกย่องในสติปัญญา ไอเดีย และความคิดเห็นพื้นฐาน และมันก็เป็นการยาก ว่าคนคนหนึ่งถูกต้องทั้งหมดและอีกคนหนึ่งผิดทั้งหมดเกี่ยวกับบางสิ่ง
คนที่พยายามให้ปรากฏว่าตัวเองถูกต้อง 100% และที่จะพิสูจน์ว่าคนอื่นผิด 100% จะสร้างปัญหามากขึ้นในโลกนี้ คนที่ปิดใจและมีความเคารพคนอื่นน้อย ไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จและมีความสุขที่สามารถได้จากมนุษย์สัมพันธ์ที่เหนือชั้นกว่าได้
หลายคนแทบจะหมดบุคลิกลักษณะไปเลย หากคุณเอาความโกรธทั้งน้อยใหญ่และความเกลียดชังที่โปรดปรานของพวกเขาออกไป พวกเขาอยู่ที่จุดที่ดีที่สุดก็ในตอนที่พวกเขากำลังทำให้คนอื่นตกต่ำ พวกเขาเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกก็คือ เป็นฝ่ายถูก น่าเสียดาย พวกเขาผิด นี่คือหนทางที่ให้ผลผลิตน้อยที่สุดในการได้รับความเคารพนับถือและความร่วมมือจากคนอื่น ดังที่เฮนรี่ ฟอร์ด ได้พูดไว้ว่า 'หากมีเคล็ดลับความสำเร็จหนึ่งใดละก็ มันอยู่ตรงที่ความสามารถที่จะเข้าใจมุมมองของคนอื่น และมองเห็นสิ่งต่างๆจากมุมมองของเขาเช่นเดียวกับของคุณเอง'
มนุษย์สัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จแท้จริง ก็คือ ศิลปของการทำให้คนอื่นรู้สึกดีเกี่ยวกับตัวเองของพวกเขา มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการแบ่งปันความต้องการและความจำเป็นที่เกี่ยวเนืีองกับอัตตา เมื่อผู้คนรู้สึกสำคัญ พวกเขาก็จะชอบตัวเองมากขึ้น และมีเพียงผู้คนที่ชอบตัวเองอย่างจริงใจเท่านั้น ที่จะสามารถมีความเอื้อเฟื้อและให้ความร่วมมือในการดำเนินการกับผู้อื่น
ผู้คนที่ไม่มีสิ่งดีที่จะพูดเกี่ยวกับคนอื่น โดยปกติก็ไม่มีสิ่งดีที่พูดเกี่ยวกับตัวเอง จำเรื่องนี้ไว้เมื่อถึงครั้งต่อไป ที่คุณรู้สึกถูกกระตุ้นให้อยากวิจารณ์คนอื่น
การฟังอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างเจตนา คุณกำลังให้คำชมเชยอย่างจริงใจแก่พวกเขา คุณกำลังสาธิตให้เห็นว่าคุณพิจารณาพวกเขาและสิ่งที่พวกเขาจะพูดว่าเป็นสิ่งสำคัญและมีค่าควรแก่การพิจารณา การฟังอย่างมีประสิทธิผลเพิ่มคุณค่าแก่คนอื่น และสร้างระดับความนับถือตนเองของพวกเขาให้สูงขึ้น
คนส่วนมากพูดในอัตรา 125 คำต่อนาที ขณะที่สมองปฏิบัติงานตามระบบระหว่าง 450-500 คำต่อนาที สิ่งนี้ทำให้คุณสามารถคิดเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆได้ประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของเวลาขณะที่อีกฝ่ายกำลังพูด โดยธรรมชาติจิตใจของคุณมีแนวโน้มที่ล่องลอยไปเมื่อมันไม่ได้ถูกใช้งานถึงระดับขีดความสามารถสูงสุด เมื่อคุณพยายามที่จะฟังและคิดในเวลาเดียวกัน คุณจะลงเอยด้วยการไม่ได้ทำทั้งสองอย่างได้ดี กลเม็ดก็คือ ให้ใช้เวลาส่วนที่เหลือนั้นมุ่งสมาธิอย่างละเอียดไปยังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดนั่นเอง
องค์กรหนึ่งจะยิ่งใหญ่ได้ เท่ากับผู้คนที่อยู่ข้างใน และผู้คนจะยิ่งใหญ่ได้ เท่ากับที่องค์กรยอมให้พวกเขายิ่งใหญ่ได้
หนังสือชื่อ Leader: the strategies for taking charge. กล่าวไว้ว่าในปี 1983 มีผลการสำรวจแรงงานในอเมริกาพบว่า
น้อยกว่า 25% ของผู้มีงานทำ กล่าวว่าพวกเขากำลังทำงานอย่างเต็มศักยภาพในปัจจุบัน
50% กล่าวว่า พวกเขาใส่แรงพยายามแค่เพียงพอลงไปในงาน เพื่อที่จะรักษามันไว้
75% กล่าวว่าพวกเขาน่าจะมีประสิทธิผลได้อย่างมีนัยสำคัญมากกว่าที่เป็นในปัจจุบันนี้
60% ของคนอเมริกันเชื่อว่า พวกเขาไม่ได้ทำงานหนักเท่ากับที่เคยทำ
การทำให้ได้มาซึ่งความต้องการและความจำเป็นที่เกี่ยวเนื่องกับอัตตาส่งผลถึงภาพแห่งตน (self image) ของคนและความรู้สึกของค่าแห่งตนในทางบวก ในทางตรงข้าม การปฏิเสธความต้องการและความจำเป็นในสิ่งเดียวกันนี้ลดค่าภาพแห่งตนและลักษณะที่บุคคลรู้สึก มันเป็นเรืีองจำเป็นที่ต้องรู้ว่า ความกระหายต่อความชอบตนเอง และความนับถือตนเอง จะไม่มีวันสมใจครั้งเดียวและคงความรู้สึกเช่นนั้นตลอดกาล มันเช่นเดียวกับความอยากอาหารที่มาแล้วก็ไป วันแล้ววันเล่า แต่ไม่เคยหายไปอย่างสิ้นเชิง คุณไม่สามารถกินครั้งเดียวแล้วไม่หิวอีกตลอดกาล เช่นเดียวกับที่คุณไม่สามารถสมปรารถนาที่ได้ความนับถือตัวเองครั้งเดียวแล้วจะเยียวยาได้ตลอดกาล
ความนับถือตัวเอง ไม่สามารถมาจากแหล่งภายนอกได้แก่ ความคิดเห็น มุมมองจากคนอื่นได้ มันต้องมาจากแหล่งภายในคือ ในจิตใจของตัวเราเองด้วย แต่บ่อยครั้งเหลือเกินที่ชื่อเสียงและการชื่นชมจากภายนอก ถูกแสวงหาเพื่อแทนที่ความกระหายอยากภายในต่อการชอบและเคารพตัวเอง เช่น คุณสามารถได้รับการชื่นชมจากคนอื่นด้วยสาเหตุหลากหลาย แต่ยังคงมองตัวเองว่ายังไม่สมควรได้รับสิ่งนั้น คุณสามารถได้การยกย่องชมเชยด้วยรางวัลมากมาย ทว่ายังเชื่อว่าคุณบรรลุเพียงสิ่งที่สำคัญเล็กน้อยเท่านั้น คุณสามารถได้รับการยกย่องโดยคนนับล้าน ทว่าตื่นเช้าขึ้นมากลับพบความหลอกหลอนของความกลัวและความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย ท้ายทีีสุด พฤติกรรมทั้งมวลของคุณถูกปรับแต่งรูปร่างและควบคุมโดยใครและอะไร ที่ คุณคิด ว่าคุณเป็นอยู่