พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะขออะไร และยังไม่รู้อีกว่ามีอะไรรอเราอยู่ เพราะเราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น หรือเราขาดการติดต่อกับตัวเองเสียจนไม่รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ตัวเองต้องการและปรารถนาอย่างแท้จริง บางคนตายด้านจนไม่รู้สึกถึงความอยากและความต้องการโดยธรรมชาติ เราไม่รู้อีกต่อไปแล้วว่า สิ่งที่เราต้องการจริงๆนั้นคืออะไร
พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีที่จะขอ เราไม่เคยเรียนรู้ศาสตร์ของการขออย่างไรให้ได้ผล เราไม่เคยเห็นทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผลจากแบบอย่างในบ้าน และไม่ได้ถูกสอนในโรงเรียน หรือในที่ทำงาน
พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะขอจากใคร และขอเมื่อไหร่ เราไม่เคยเรียนรู้วิธีที่จะระบุตัวคนที่มีวี่แววจะให้สิ่
ที่เราขอได้ ไม่ว่าจะเป็นอ้อมกอด คำแนะนำฉลาดๆ หลายคนไม่เคยเรียนรู้ที่จะอ่านภาษาท่าทางที่บอกใบ้ให้เรารู้ว่า 'ฉันเห็นด้วยกับคุณตอนนี้'หรือ 'ไม่ใช่ตอนนี้'
'ความกลัว เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสมอ' ราล์ฟ วัลโด เอมอร์สัน
พวกเราส่วนใหญ่ขาดการติดต่อกับความต้องการและความปรารถนาที่แท้จริง เพราะเรายังคงถูกเพิกเฉย ถูกปฏิเสธ หรืออายที่จะแสดงมันออกมาเหมือนเด็กๆ พวกเราอาจถูกวิพากย์วิจารณ์ ถูกปฏิเสธและถูกเยาะเย้ยที่ขอสิ่งที่เราต้องการ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหน้าไม่อาย ฉะนั้นมันจึงดูปลอดภัยกว่าและเจ็บตัวน้อยกว่าถ้าจะไม่ขอ พวกเราขุดหลุมฝังความปรารถนาของเราไปง่ายๆอย่างนั้น
หนึ่งในคำที่เราได้ยินบ่อยๆคือ 'ถ้าเธอรักฉันจริง ฉันก็ไม่เห็นต้องร้องขออะไรจากเธอเลยนี่' จริงๆแล้วไม่ใช่เลย มันอาจเป็นไปได้ที่มครบางคนรักคุณ แต่ยังไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร คนสองคนไม่จำเป็นต้องเข้ากันได้ทุกเรื่องนี่! ความเชืีอที่ว่า ถ้าใครรักเรา เขาหรือเธอจะต้องรู้โดยสัณชาตญาณ และคาดเดาความต้องการทุกอย่างของเราล่วงหน้าได้ ทำให้คนผิดหวังและเป็นทุกข์มานักต่อนักแล้ว
เนื่องจากประสบการณ์ด้านลบ ความเจ็บปวด และความละอายในวัยเด็ก พวกเรากลัวที่จะมีส่วนร่วม กลัวที่จะไล่ล่าสิ่งต่างๆที่เราต้องการและปรารถนาอย่างแท้จริง กลัวการปฏิเสธ กลัวจะถูก ตราหน้าว่าเป็นคนโง่ กลัวเสียหน้า และกลายเป็นคนอ่อนแอ ถูกคนอื่นทำร้าย ผลของความกลัวเหล่านี้ พวกเราจึงกลายเป็นคนอยู่เฉยๆไม่ดิ้นรน ยอมรับสิ่งที่ด้อยกว่าความต้องการที่แท้จริงของเรา และนั่งตัดสินคนอื่นที่ได้รับสิ่งที่เราต้องการ พวกเราไม่กล้าที่จะขอหรือไม่มีวินัยในตัวเองที่จะสร้าง เราเลยใช้พลังของเราทั้งหมดไปกับการป้องกันตัวเอง จากเหล่าอสูรกายที่เราสร้างขึ้นในความคิด แทนที่จะใช้พลังสร้างสรรค์สิ่งที่เราต้องการ
พวกเราส่วนใหญ่รู้สึกไม่สมควรแก่การได้ความรัก ความสุขและความสมบูรณ์แบบ แกร่งไม่พอที่จะสร้างวิถีชีวิตในแบบที่เราต้องการ พวกเราทนทุกข์ทรมานจากปมด้อย จากความรู้สึกผิดอย่างให้อภัยไม่ได้ ขาดความมั่นใจในตัวเอง ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงไม่เชื่อว่าความต้องการและความปรารถนาของเรานั้น เป็นเรื่องสำคัญและคู่ควรแก่การไล่ล่าเอามาให้ได้
เมื่อเราไม่ได้สิ่งที่เราต้องการจากคนสำคัญในชีวิตแล้ว เรามักสรุปว่า สิ่งที่เราต้องการนั้นไม่สำคัญ จริงๆแล้วเราอาจไปไกลกว่านั้น ไปสู่สภาวะที่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่น ที่เชื่อว่าความต้องการและความปรารถนาของคนอื่นนั้นสำคัญกว่าของตัวเราเอง แล้วเราก็จะหยุดร้องขอ
ผู้ที่รอให้เป็ดย่าง บินมาเข้าปากเอง ก็จงรอต่อไป " สุภาษิตจีน
ถ้าคุณไม่ขอ คุณก็จะไม่ได้ " คานธี
คลื่นลม มักอยู่เคียงข้างคนเดินเรือที่เก่งที่สุดเสมอ " เอ็ดเวิร์ด กิบบอน
คุณสอนให้คนอื่นปฏิบัติต่อคุณ ด้วยวิธีที่คุณปฏิบัติต่อตัวคุณเอง " มาร์ติน รัท
การจะได้พรแห่งชีวิตนั้น คุณต้องเชื่อว่า คุณสมควรจะได้รับมัน
ขอด้วยความแน่ใจ พวกเขารู้ว่าจะต้องได้ในสิ่งที่ขอ บางคนเรียกว่าความศรัทธา แต่บางคนเรียกว่าความมั่นใจในตัวเอง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มันคือความเชื่อว่า มันเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น