weenalovecookie

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

The 20% Factor (2)

รายงานจากการวิจัยแนะนำว่า'55% ของความปวะทับใจแรกมาจากภาพลักษณ์ 38% มาจากสิ่งที่เราแสดงออกในรูปแบบความมั่นใจ นำ้เสียงและสำเนียง มีเพียงแค่ 7% เท่านั้นที่มาจากสิ่งที่เราตั้งใจจะบอก
ข้อแนะนำเรื่องการแต่งกาย: การแต่งกายจะสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรของคุณ, ลองเลียนแบบคนเหนือกว่าที่ประสบความสำเร็จ แล้วนำมาปรับให้เข้ากับคุณ, พยายามสร้างความประทับใจ เมื่อแรกพบให้ดีที่สุด, แต่กายอย่างใช้สมอง และคิดถึงภาพลักษณ์ที่จะออกมา

คำชมช่วยให้นักศึกษามีผลงานที่พัฒนาขึ้น 87.5% ในทางตรงกันข้าม การประจานต่อหน้าสาธารณชนจะทำให้นักศึกษาผลงานแย่ลง 65.1% ความจริงแล้วมีวิธีการตำหนิเพียงวิธีเดียวที่เป็นที่ยอมรับ นั่นคือ การตำหนิเป็นการส่วนตัว ซึ่งจะทำให้ผลงานดีขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะหรือไม่ 80% ของความคิดลร้างสรรค์ มาจากการฝึกฝน ระเบียบวินัย การทำงานหนัก และการสั่งสมประสบการณ์ ส่วนอีก 20% นั้นเกิดขึ้นตามธรรมชาติและเป็นความสามารถพิเศษ

ความสุขและความสำเร็จมาจากการแบ่งปันคุณค่า เป้าหมายร่วมกันระหว่างบุคลากรและองค์กร
ลองจินตนาการว่าองค์กรเป็นคนแต่ละคน อย่าเหมารวมว่าเหมือนกันหมด
เรียนรู้ที่จะฟังและคิดไปพร้อมๆกัน อย่าฟังแค่เพียงผ่าน
80% ของงานเขียนที่ดี เกิดจากการเตรียมตัวและเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้อ่าน
จงทำให้การกล่าวสุนทรพจน์หรือรายงาน เป็นไปอย่างสั้นๆและมีสไตล์

จิตวิญญาณของการช่วยเหลือตัวเองคือรากแก้ว ของการเติบโตอย่างแท้จริงของคน มันแสดงออกมาให้เห็นในชีวิตของหลายๆคน และเป็นบ่อเกิดแห่งความแข็งแรงและชีวิตชีวาอย่างแท้จริง การไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครนั้นมักทำให้เราสิ้นหวัง แต่การช่วยเหลือที่มาจากภายในตัวเราเองนั้น จะลร้างความชุ่มชื่นให้กับเราตลอดไป
จริงๆแล้วคนซึ่งทุ่มเทแรงกายพากเพียร จนสามารถยกระดับตัวเองจากจุดที่อยู่ขึ้นไปสูงขึ้นหรือสูงสุดในตำแหน่งอันทรงเกียรติทางสังคมนั้นมีมากมาย จนไม่มีคนไหนที่ดูเด่นเป็นพิเศษ แต่เมื่อลองดูความเป็นมาของบุคคลตัวอย่าง การได้เผชิญกับความยากลำบากและสถานการณ์เลวร้ายในช่วงต้น นั้นถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้ของความสำเร็จ
การเป็นคนที่สำเร็จ เป็นที่รู้จักในระดับชาติหรือในวงสังคม ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ พวกเราเห็นสิ่งนั้น เมื่อพวกเขาได้มันมาแล้ว แต่เรามองข้ามไปว่า พวกเขาใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะได้มันมา