เพื่อให้เป็นอะไรมากกว่าเพียงแค่มีชีวิตไปวันๆ คุณต้องผลักดันตัวเองไปข้างหน้าและพิชิตเป้าหมาย และเพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่คุณต้องการที่สุดในชีวิต คุณไม่สามารถหยุดอยู่แค่สิ่งที่คาดหวังไว้เท่านั้น แต่ต้องไปให้ไกลกว่านั้นอีก
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรำ่รวยหรือเป็นคนยากจน ความคิดฝังลึกที่เฝ้าแต่บอกว่า คุณทำไม่ได้นั้น มีพลังอย่างมากมายและสามารถสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง มันคือ 'ความคิดแห่งความยากจน'สามารถมีอยู่ในตัวใครก็ได้ มันจะค่อยๆกัดกร่อนตัวเรา โดยมันจะบอกแต่ถ้อยคำแห่งความตำ่ต้อยและพ่ายแพ้ และก่อให้เกิดพฤติกรรมแห่งความยากจน และมรดกแห่งความยากจนจะถูกส่งผ่่านไปยังคนรุ่นต่อไป
มาร์ค ทเวนกล่าวไว้ว่า 'นิสัยก็คือนิสัย ซึ่งไม่ใช่การพุ่งออกนอกกน้าต่างในครั้งเดียว แต่เป็นการค่อยๆโน้มน้าวให้เดินลงบันไดมาทีละก้าวๆ' ในการสร้างนิสัยใหม่นั้น ให้เริ่มจากสิ่งที่เป็นไปได้ก่อน แล้วค่อยขยับมุมมองของคุณขึ้นไปแทนการตั้งเป้าหมายอย่างเลิศหรู เพราะความล้มเหลวซำ้ๆในการสร้างนิสัยใหม่ๆ ก็ทำให้เกิดนิสัยบางอย่างได้ด้วยเช่นกัน นั่นคือนิสัยแห่งความล้มเหลว
นิสัยของมนุษย์มีแรงโน้มถ่วงมากมายเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่จะยอมรับ การล้มเลิกนิสัยที่ฝั่งแน่น เช่น ผัดวันประกันพรุ่ง การไม่อดทน ชอบวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น หรือเห็นแก่ตัว เป็นนิสัยที่ขัดกับหลักการพื้นฐานของประสิทธิภาพของมนุษย์ มิได้อาศัยเพียงแค่การตั้งใจนิดหน่อยกับการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในชีวิตแค่เล็กน้อยเท่านั้น การทะยานขึ้นต้องใช้แรงมหาศาล แต่เมื่อก้าวพ้นแรงโน้มถ่วงไปแล้ว ความเป็นอิสระที่เราจะได้รับเท่ากับพบมิติใปเลยทีเดียว
ทัศนคติคิดบวก เป็นมากกว่าแค่การมองโลกในแง่ดี แต่มันคือความเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตามผลลัพท์ที่ดีย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอ
อัจฉริยะจำนวนมากในโลกนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะขาดกำลังใจเพียงเล็กน้อย ทุกๆวันมีคนธรรมดาๆจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย ทั้งๆที่ขอแค่ได้เริ่มต้น พวกเขาก็มีโอกาสจะไปไกลได้ไม่น้อย ความเป็นจริงก็คือ ในการทำสิ่งใดในโลกที่เราเห็นว่าควรค่าแก่การกระทำนั้น เราจะต้องไม่ยืนขาสั้นอยู่ด้านหลัง และคิดถึงแต่ความหนาวเย็นอันตราย แต่ขอให้กระโจนเข้าไป และดิ้นรนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้