ทางหนึ่งที่จะบอกว่าคุณได้เจอความถนัดของคุณแล้ว คือ คุณรู้สึกกระชุ่มกระชวยในสิ่งที่คุณทำ และคุณรู้สึกทึ่งกับระดับความสามารถของคุณมั็ย ถ้าคำตอบคือใม่ แสดงว่าคุณยังไม่ได้เจอความถนัดของคุณ
เอ แอล วิลเลี่ยม เจ้าของบริษัทประกันมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ ชอบที่จะเล่า เพราะเขาเชื่อว่ามันให้ความหวังและกำลังใจกับคนที่ถูกเรียกว่าเป็น 'คนธรรมดา' ซึ่งคิดอย่างผิดๆ ว่าตัวเองไม่มีทางประสบความสำเร็จ เขาเชื่อว่าไอคิว ระดับการศึกษา และฐานะทางสังคมไม่ใช่ทางสู่ความสำเร็จ แต่เป็นการล่าฝันที่สอดคล้องกับความเชื่อและค่านิยมของคุณต่างหาก
จิตใจของเราสามารถจดจ่อไปกับแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับเราที่จะใช้เวลาทุกๆวัน เพื่อให้แน่ใจว่าเรากำลังคิด และจินตนาการภาพที่ถูกต้อง ถ้าเราจดจ่อจิตไปกับเป้าหมายของเราเท่านั้น สิ่งรบกวนภายนอกและความผิดหวังในชีวิตประจำวันก็จะกลายเป็นสิ่งรบกวนเล็กน้อย แทนที่จะเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง 5 ขั้นตอนที่จะบริหารและควบคุมสภาวะจิต
1)หาที่เงียบๆและผ่อนคลายทั้งจิตใจและกาย
2)พูดกับตัวเองด้วยความเชื่อใหม่ๆ ที่คุณต้องการจะเชื่อซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมที่คุณต้องการจะมี
3)นึกภาพว่าตัวเองมีความเชื่อนั้นอยู่ในใจ และกำลังกระทำการสู่เป้าหมายโดยใส่รายละเอียดเข้าไปด้วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
4)เอ่อล้นไปด้วยความปิติยินดี ในขณะที่ภาพในฉากนี้กำลังบรรเจิด
5)เพิ่ม'ความทรงจำ นี้เข้าไปในจิตใจ และขณะนี้คุณจะสามารถเรียกความทรงจำนี้ขึ้นมาได้ทันที เพื่อที่จะดึงเอาความรู้สึกดีๆออกมา
มีบางอย่างที่เป็นด้านบวกอยู่ในเหตุการณ์ที่ลบที่สุดเสมอ ถ้าเพียงแต่เราหามันอย่างยาวนานและอดทน สิ่งนี้แม้จะไม่สามารถเอาชนะผลกระทบทางลบที่มีตั้งแต่แรก แต่วิธีการนี้อย่างน้อยก็จะสร้างความสมดุลย์และสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้แก่การมีขึ้นมีลงของชีวิตที่เราอระสบทุกวัน เช่น ถ้าเราถูกให้ออกจากงาน เราสามารถใช้เวลาทั้งหมดของเราจมอยู่ในการสงสารตัวเอง และรู้สึกชีวิตพังทลาย หรือเราสามารถมองหาทางเลือกใหม่ เตรียมแผนหางานใหม่ๆ ที่อาจให้ผลตอบแทนมากกว่า ความท้าทายมากกว่า และสุขใจมากกว่า มนุษย์นั้นเห็นเฉพาะที่'อยากเห็น สักวันคุณอาจต้องกลับมารู้สึกขอบคุณที่ออกจากงานนั้น ไม่งั้นคุณก็คงไม่ได้พบสิ่งที่ดีกว่าที่ได้เจอตอนนี้ก็เป็นได้