weenalovecookie

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Reinvention

ตามกฏแห่งความคาดหวัง ยิ่งคาดหวังให้เป้าหมายนี้เป็นรูปธรรมในชีวิต คุณก็ยิ่งทำสิ่งต่างๆเพื่อให้เป้าหมายกลายเป็นจริง ตามกฏแห่งการดึงดูด ยิ่งคิดถึงเป้าหมายด้วยความมุ่งมั่นและกระตือรือร้นมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งทำให้ความคิดเป็นรูปธรรม แล้วดึงดูดผู้คนและทรัพยากรที่คุณต้องการเข้ามา เพื่อการบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น เร็วขึ้นเท่านั้น

นักจิตวิทยากล่าวว่า การที่คุณรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญอย่างไร จะเป็นเครื่องบ่งชี้คุณภาพชีวิตของคุณ โดยดูว่าคุณพึงพอใจและเคารพตัวเองแค่ไหน ยิ่งคุณพอใจและเคารพตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งพอใจและเคารพผู้อื่นมากเท่านั้น ขณะที่ผู้อื่นก็จะพึงพอใจและเคารพคุณตอบมากเท่านั้นเช่นกัน

เมื่อคุณชื่นชอบตัวเองอย่างจริงใจ คุณจะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นให้ตัวเอง และเพียรพยายามมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและมีความสำคัญ คุณจะดูแลตัวเองให้มากขึ้นในทุกด้าน ยิ่งคุณชื่นชอบตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งคุณเต็มใจยอมเสี่ยงมากเท่าไร คุณก็จะได้ลองสิ่งใหม่ๆมากขึ้นเท่านั้น

แต่ละคนย่อมมองงานของตนว่าเป็นสิ่งที่พิเศษ ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนอื่น เสมือนเป็นสิ่งที่ขยายออกจากบุคลิกภาพของตนเองและเป็นส่วนสำคัญของชีวิต แต่เรามองงาน สินค้าหรือบริการ ของผู้อื่นเสมือนเป็นสินค้าที่เราพยายาม ให้ได้มาภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด ในฐานะบุคคล คุณมีค่าอย่างประเมินไม่ได้ แต่ในฐานะลูกจ้างหรือแม้แต่เจ้าของบริษัท สิ่งที่ผู้คน ลูกค้าและนายจ้าง ยอมจ่ายให้งานที่คุณทำเท่านั้น ที่จะเป็นตัวกำหนดคุณค่าของคุณ

สินทรัพย์ทางการเงินที่มีค่าที่สุดของคุณคืออะไร บ้าน รถ หรือธุรกิจ แท้จริงแล้วความสามารถในการหารายได้ที่คุณต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อพัฒนาความสามารถขึ้นมา คือสิ่งที่มีค่าที่สุด คุณอาจเสียเงิน บ้านหรือรถไป แต่ตราบใดที่คุณยังมีความ

คนส่วนใหญ่มักไม่ตระหนักถึงความสามารถในการหารายได้ของตน โดยปล่อยให้ความสามารถค่อยๆปรากฏขึ้นแล้วพัฒนาโดยไม่มีแบบแผน และปล่อยไปตามบุญตามกรรม อาชีพการทำงานของคนส่วนใหญ่ได้มาโดยไม่ตั้งใจ ย้่ายจากที่ทำงานหนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่ง ตอบโต้และตอบสนองตามสิ่งที่คนอื่นบอก อาชีพการงานของพวกเขามักถูกตัดสินหรือกำหนดโดยผู้อื่น เพราะเขาไม่ได้ตระหนักว่าความสามารถในการทำงานให้ได้ผลลัพท์ของตัวเองต่างหากที่เป็นสิ่งพิเศษสุด

คุณเป็นลูกจ้างตัวเองตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนเกษียณ ไม่ว่าใครจะเป็นคนจ่ายค่าจ้างให้ก็ตาม คุณทำงานให้ตัวเอง คุณเป็นประธานบริษัท 'ฉันจำกัด' บริษัทสำหรับผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างเพียงคนเดียวคือ ตัวคุณเอง บริษัทนี้มีสินค้าขายในตลาดที่มีการแข่งขันเพียงชนิดเดียว คือบริการของคุณเอง

จากการศึกษาพบว่า ลูกจ้างที่มองว่าตนเองเป็นเจ้านายตัวเองมีเพียง 3% เท่านั้น และไม่น่าแปลกใจเลยว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในองค์กร พวกเขาปฏิบัติต่อองค์กรเหมือนเป็นเจ้าของ พวกเขายินดีมาเร็วกว่าเวลาเล็กน้อย ทำงานหนักกว่าคนอื่น กลับทีหลัง จึงมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนามากขึ้น องค์กรเองก็พยายามเพิ่มขีดความสามารถของพวกเขา