1) แยกแยะปัญหา: ปัญหาที่ได้รับการแยกแยะ เท่ากับมันคลี่คลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
2) จงถามว่าอะไรคือสาเหตุที่เป็นไปได้ของปัญหาทั้งหมดนี้
3) จงถามว่าวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ทั้งหมดคืออะไรบ้าง
4) จงถามว่าวิธีการแก้ไขนี้จะบรรลุผลอะไร
5) มอบหมายความรับผิดชอบหรือรับผิดชอบ
คนธรรมดาทั่วไปที่มีระบบหรือมีสูตรสำหรับการแก้ปัญหา จะสามารถไปได้เร็วกว่าคนที่ฉลาดกว่า หรือคนที่มีการศึกษา ที่ทุ่มเทตัวเองให้กับการแก้ปัญหาที่ปราศจากวิธีการหรือขบวนการแก้
มีคุณสมบัติ 2 อย่างสำหรับความสำเร็จ อย่างแรกคือ 'เข้าถึงมัน'และสองคือ 'เกาะติดมัน' ไม่มีความล้มเหลวสำหรับคนที่ตระหนักได้ในอำนาจของเขา คนที่ไม่รู้ยามที่เขาพ่ายแพ้ ไม่มีความล้มเหลวสำหรับความมานะบากบั่นที่แน่วแน่และสำหระบกำลังใจที่ไม่อาจพิชิตได้ ไม่มีความล้มเหลวสำหรับคนที่ลุกขึ้นทุกครั้งที่เขาล้ม คนที่สะท้อนกลับเหมือนลูกบอลยาง คนที่บากบั่นไม่ลดละในขณะที่ทุกคนยอมแพ้ คนที่ผลักดันต่อไปในขณะที่ทุกคนหันหลังกลับ " โอลิสัน สเว๊ต มาร์เดน ในหนังสือชื่อ Pushing to the front
ขงจื้อเคยพูดไว้เมื่สองพันกว่าปีก่อนว่า 'ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา ไม่ใช่อยู่ที่การไม่เคยล้ม แต่อยู่ที่การลุกขึ้นทุกครั้งที่เราล้ม'
เอลเบิร์ต ฮับบาร์ดเคยเขียนไว้ว่า 'ไม่มีความล้มเหลว เว้นแต่จะไม่พยายามอีกต่อไป ไม่มีคำว่าพ่ายแพ้ เว้นแต่มันออกมาจากข้างใน ไม่มีอุปสรรคใดที่ไม่อาจก้าวข้ามพ้นได้จริงๆ ยกเว้นความอ่อนแอในการบรรลุเป้าหมายที่ติดเป็นนิสัยของเราเอง'
ดวงตาคือหน้าต่างของจิตวิญญาณ: ความรู้สึกของคุณ และวิธีที่คุณบอกให้โลกรู้ว่ารู้สึกอย่างไร จะสื่อสารผ่านดวงตาของคุณ มันเป็นเริ่องยากสำหรับคนส่วนใหญ่ที่จะโกหกขณะที่กำลังมองตาใครอยู่ เพราะมันจะเหมือนกับว่าพวกเขาจะเห็นภาพสะท้อนที่แท้จริงของตนเอง และคงไม่มีใครอยากเห็นตัวตนที่ไม่ซื่อสัตย์ของตนเอง
"คนที่เป็น 'ครู' จะกลับมาเยือนเราเรื่อยๆ จนกว่าลูกศิษย์อย่างเราจะเรียนรู้"
ทุกคนที่เราได้พบหรือได้ติดต่อด้วยนั้น ต่างก็สะท้อนบางส่วนในตัวคุณออกมา ดังนั้นหากจะมีใครเหล่านั้น มาทำให้เรารำคาญใจแล้วล่ะก็ แม้มันจะเจ็บปวดแค่ไหน มันก็เป็นสิ่งที่สอนใจเราได้อยู่ดี
เมื่ิอเรากล่าวโทษใคร ก็เท่ากับว่าเราได้มอบอำนาจให้แก่คนๆนั้นแล้ว เมื่อเรารับผิดชอบสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตเราเอง ก็เท่ากับว่าเราได้มอบอำนาจให้กับตัวเองเป็นคนควบคุมแล้ว
'คนที่คุณอยากจะให้เขาเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือคนที่จะให้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่แก่คุณ'
คนที่คิดและพูดลบ คือคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง และมักชอบแสดงความกล้าหาญแบบจอมปลอม หรือชอบใช้คำพูดที่รุนแรง สิ่งสำคัญก็คือ ในใจของพวกเขาจะรู้สึกกลัว วิธีที่พวกเขาจะป้องกันคนไม่ให้เข้าใกลเเขามากเกินไป คือ รักษาระยะห่างไว้ด้วยความคิดลบ
คนอีกประเภทที่แท้จริงต้องการความช่วยเหลือ แต่มักแสดงออกในทางตรงกันข้าม คือคนที่ 'ไม่ เอาไว้ก่อนกับทุกเรื่อง'เป็นคนที่มักชอบคุยโอ้อวดว่า เขาเก่งอย่างโน้นอย่างนี้ แต่สิ่งนี้กลับสะท้อนว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้เชื่ออย่างนั้น พวกเขากำลังถามหาความมั่นใจและยืนยันจากชาวโลกว่า พวกเขา 'ใช้ได้'