weenalovecookie

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Think like a winner2

คุณภาพของการคิดซึ่งนำทางสติปัญญาของคุณ มีความสำคัญมากกว่าปริมาณสติปัญญาที่คุณมีอยู่จริงมาก

ทั้งหมดที่คุณทำจนสำเร็จ หรือ ล้มเหลวที่จะทำให้สำเร็จในชีวิตของคุณ เป็นผลลัพท์โดยตรงของมโนภาพที่คุณยึดไว้ในความนึกคิดของคุณ

'เราสร้างอนาคตของเรา จากความคิดแล้วความเล่า เพืีอสิ่งดีหรือแย่ กระนั้นกลับไม่รู้จักมัน ทว่า เช่นเดียวกันที่จักรวาลถูกสร้างขึ้น ความคิดเป็นอีกชื่อหนึ่งของชะตาชีวิต ฉะนั้นจงเลือกจุดหมายของชีวิตที่เรารอคอย ด้วยรักนำรักมาสู่ และเกลียดนำเกลียดมาให้ - เฮ็นรี่ แวน ไดค์'

ทีวี มีผลอย่างเหลือเกินต่อการแยกผู้ชมออกจ่กสมองของพวกเขา ตั้งแต่ความสามารถที่จะคิดและมีความสร้างสรรค์ในฐานะที่เป็นปัจเจกชน คนติดทีวีชอบให้คนอื่นคิดแทนเขา สิ่งนี้สามารถหมายความได้เพียงอย่างเดียวว่า พวกเขาดูทีวีเพื่อที่จะหนีจากความคิดของเขาเอง 
ณ ปัจจุบัน บ้านชาวอเมริกันมากกว่า 96% มีทีวี 59% มีสองเครืีองหรือมากกว่า 20% มีสามเครื่องหรือมากกว่า 22% มี 15 ช่องหรือมากกว่าที่จะชม ในเวลาเดียวกันประชากรน้อยกว่า 10% อ่านหนังสือเป็นประจำ

เราต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิตของเรา เพื่อที่จะดำรงผู้คนที่มีขีดความสามารถเชิงการแข่งขัน มีความสามารถ และเพื่อที่จะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆในฐานะมนุษย์

คุณไม่ได้เรียนรู้อะไรในโรงเรียนหรือวิทยาลัยเกี่ยวกับการสั่งสมความมั่งคั่งยิ่งใหญ่ วิธีการพัฒนาทัศนคติทางจิตใจที่เป็นบวก หรือวิธีการทำให้ความฝันเป็นความจริง ขณะที่ระบบการศึกษาของเราล้มเหลวที่จะสอนผู้คนในสิ่งเหล่านี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น มีชีวิตที่สมปรารถนาขึ้น แรกทีเดียว เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะอ่าน จากนั้นเราก็จำเป็นที่จะต้องอ่าน เพื่อการเรียนรู้ ผู้คนเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนใหญ่จากผลของหนังสือที่พวกเขาอ่านและผู้คนที่พวกเขาพบ สองสิ่งนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อลักษณะเฉพาะทางการคิดของคน สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หนังสือประเภทไหนที่คุณกำลังอ่าน และบุคคลประเภทใดที่คุณกำลังคบหาสมาคมด้วย ?

ตัวอย่างในหลายชีวิต คุณมีแนวโน้มที่จะถูกบอกมาในตอนเยาว์วัยว่า หากคุณเรียนไม่เก่ง คุณจะไม่สามารถทำได้ดีในชีวิต ดังนั้นหากคุณเป็นนักเรียนที่อ่อน คุณอาจจะถอนตัวไปสู่ชีวิตที่อับเฉา โดยเชื่อว่าคุณไม่สามารถจะมีวันทะยานขึ้นสู่สิ่งใดๆที่สำคัญได้ แต่งานวิจัยและการศึกษาระดับโลกได้แสดงให้เห็นว่า ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการบรรลุความสำเร็จทางการศึกษา กับการได้อะไรต่างๆในชีวิต

นักเรียนที่เรียนเก่งๆหลายคน เติบโดขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่าหากพวกเขาทำได้ดีในการเรียน พวกเขาก็จะสามารถทำได้ดีในชีวิตเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นคนที่พอใจแล้วกับสิ่งที่มีอยู่และมีความมั่นใจเกินจริง ประกอบกับทึกทักว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำงานหนักในตอนเป็นผู้ใหญ่เพื่อที่จะประสบความสำเร็จอีกต่อไป เขาก็เลยเป็นส่วนหนึ่งของสถิติความจริงที่ว่า หลายคนที่เรียนเก่ง แต่ไม่อาจประสบความสำเร็จเมื้อเทียบกับคนที่มีผลการเรียนไม่ดี แต่สามารถมีชีวิตที่สุดยอดได้

ความสงสัยในตนสามารถหยุดคุณบนเส้นทาง มันสามารถสูบความปรารถนาออกไป ในอีกทางหนึ่ง ความเชื่อมั่นสามารถจุดไฟให้กับโลกของคุณ เมื่อคุณคิดว่าสามารถเอื้อมถึงความฝันที่พิเศษ คุณมีข้อได้เปรียบที่จำเป็นแล้ว เพื่อจะบรรลุมันง่ายขึ้นกว่าที่มันดูจะะเป็น เมื่อคุณเชื่อว่าคุณสามารถบรรลุผล และเชื่ออย่างหมดใจของคุณ คุณมีทรัพย์อันทรงพลัง คุณมีโอกาสมากที่จะบรรลุเป้าหมายของคุณ

ระบบความเชื่อส่วนตัวของคุณสร้างควาทเป็นจริงของคุณขึ้นมา นี่เป็นกฏที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ของจักรวาล ความเชื่อส่วนตัวเป็นฐานรากโดยแท้ของชีวิตคุณ คุณอาจประหลาดใจและไม่อยากยอมรับว่า ความเชื่อในปัจจุบันจำนวนมากของคุณเป็นความเชื่อที่ผิดพลาด ความเชืีอที่ผิดพลาดยากนักที่จะทำนุบำรุงคุณได้ เพราะว่ามันบังตาคุณไม่ให้มองเห็นโอกาสต่างๆในชีวิต และความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่รอบๆตัวคุณ ที่คุณอาจไม่เคยได้รู้สึกถึงมัน

ด้วยการเพ่งมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปที่เหตุการณ์ลบๆ เช่น ข่าวสาร คนที่พูดลบๆ ในชีวิตคุณก็มีแนวโน้มที่จะรับเอามุมมองที่เป็นลบต่อสิ่งต่างๆมาใช้มากขึ้น ข่าวลบๆจะนำคุณหล่นลงไปสู่ระดับที่เป็นทางทำลายของมันเสมอ มันจะไม่มีวันนำคุณสูงขึ้นไปสู่ระดับการสร้างสรรค์มากขึ้น มันไม่คุ้มเลยที่คุณจะกลืนกินความเป็นลบจากที่นั่นที่นี่เข้าไปในตัว ถ้าคุณทำเช่นนั้น ไม่ว่ารู้หรือไม่รู้ตัว คุณจะดำรงการสร้างรูปแบบความคิดในทำนองเดียวกันต่อไป แบะทั้งหมดคือความสูญเสีย

ความนึกคิดของคุณ คือแรงที่อยู่เบื้องหลังระบบความสำเร็จอันยอดเยี่ยมมหัศจรรย์ที่อยู่ภายในตัวคุณ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณเชื่อ ที่คุณสร้างภาพขึ้นในจิตใจของคุณ และคิดเกี่ยวกับมันตลอดเวลา ในที่สุดคุณจะนำมันมาสู่ความเป็นจริง หากคุณพูดกับตัวเองว่า 'ฉันทำไม่ได้หรอก, ฉันไม่มีค่าพอสำหรับมันหรอก, มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับฉันหรอก' แล้ว สิ่งนี้ก็คือสิ่งที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ ด้วยการเชื่อในความขาดแคลน คุณจะมองเห็นแต่ความขาดแคลน คุณจะได้รับประสบการณ์แห่วความขาดแคลน และสำหรับคุณ มันจะมีแต่ความขาดแคลน