ถ้าคุณมีปัญหา เชิญเข้ามาเล่าให้เราฟังว่า คุณมีปัญหาอะไร
ถ้าคุณไม่มีปัญหา ก็เชิญเข้ามาเล่าให้ฟังหน่อยสิว่า คุณทำได้อย่างไร
คุณต้องให้เพื่อรับ
คุณสามารถได้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเท่าที่คุณต้องการ ถ้าเพียงแต่คุณจะช่วยเหลือคนอื่นในจำนวนมากพอ มห้พวกเขาได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ " ซิก ซิกล่าร์
สุดท้ายคนที่ล้มเหลว มีแต่คนที่ไม่พยายามเท่านั้น " เดวิด สก๊อต
อย่าสร้างแรงต้าน: การขอที่มีพลังนั้น จะมีพลังได้ก็ต่อเมื่อคุณเต็มใจที่จะถูกปฏิเสธ คุณไม่สามารถขอสิ่งที่คุณต้องการจะได้ที่มีเพียงการตอบรับเท่านั้น เพราะมันตัดโอกาสที่อาจเป็นไปได้แล้วกว่าครึ่งหนึ่ง เหมือนคุณตัดความจริงออกไปแล้วครึ่งหนึ่ง ยิ่งคุณเต็มใจจะถูกปฏิเสธมากเท่าไร คุณยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะได้รับคำตอบมากขึ้นเท่านั้น จริงแล้วคำปฏิเสธนั้นเป็นเหมือนโบนัสพิเศษ แทนที่จะทำให้มันเป็นความพ่ายแพ้ มห้ถือว่ามันเป็นความสำเร็จ
'ถ้าเขารักฉันจริง ฉันไม่เห็นจะต้องขอเลย'
ความเชื่อผิดๆอย่างนี้ สร้างความทุกข์และความเจ็บปวดอย่างไม่สิ้นสุดให้กับคู่รักมานักต่อนักแล้ว ยกเว้นแต่ว่าคุณจะแต่งงานกับคนที่มีญาณทิพย์สามารถอ่านใจคุณออก แท้ที่จริงคู่ของคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณต้องการอะไรจนกว่าคุณจะขอกับเขาหรือเธอ แค่ง่ายๆอย่างนี้แหละ มันไม่ได้หมายความว่าคู่ของคุณไม่ได้รักคุณ มันแค่หมายความว่าเขาหรือเธอไม่มีพลังจิตวิเศษเท่านั้น !
การกอด:
ผลการวิจัยชี้ชัดว่า มนุษย์เราต้องการกอด 4 ครั้งต่อวันเพื่อให้สามารถมีชีวิตรอดได้ 8 ครั้งต่อวันเพื่อประคับประคองชีวิต และ 12 ครั้งต่อวันเพื่อการเติบโต การกอดมีผลต่อการรักษาทางกาย การกอดกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย การกอดช่วยให้เรารู้สึกเป็นคนพิเศษ มันหล่อเลี้ยงความเป็นเด็กที่มีอยู่ภายในตัวเราทุกคน มันช่วยทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดกับครอบครัวและเพื่อนๆของเรา
โชคไม่ดีที่พวกเราส่วนใหญ่เติบโตมาในครอบครัวที่ไม่นิยมการกอดมากนัก และเราอาจรู้สึกลำบากใจที่จะให้กอดด้วย เราอาจถูกเย้ยหยันว่า เป็นคนที่ 'ต้องการมากไป' ระหว่างการวิจัยเป็นเวลาหนึ่งปี เราพบว่า 83% ของกลุ่มที่เราทำการวิจัยตะถูกกอดน้อยกว่า 1 ครั้งต่อวัน 97% ของคนกลุ่มนี้ต้องการกอดมากกว่าที่พวกเขาได้รับ อย่าอายต่อความต้องการสัมผัสและกอด มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์
เมื่อคุณอยากให้คู่ของคุณเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาหรือเธอ ลองใช้สูตรต่อไปนี้
เมื่อคุณ........ ฉันคิดว่า....... และฉันรู้สึกว่า ....... ฉันอย่กขอให้คุณ........
เมื่อคุณใช้สูตรนี้ในการสื่อความหมาย คุณยอมรับความรู้สึกของตัวเอง คุณไม่ต้องให้คนอื่นรับผิดชอบต่อความรู้สึกของคุณ คุณเพียงบอกเขาว่าคุณรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่เขาทำ แล้วคุณกำลังขอ เขามีสิทธิ์ที่จะให้หรือไม่ก็ได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็รู้แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ และเพราะอะไรคุณถึงต้องการสิ่งนั้น
'อัตราของผู้หญิง อยากดูผู้ชายล้างจาน มีมากกว่าอยากดูเขาเต้นระบำเปลื้องผ้าถึง 61%' นิตยสารดีเทล มีนาคม 1995
ผู้หญิงต้องการให้สามีหรือเพื่อนชายของเธอ ช่วยงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็นล้างจาน เอาขยะไปทิ้ง อุ้มลูกเข้านอน ทำความสะอาด จัดการธุระให้ เมื่อพวกเธอไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ พวกเธอมีแนวโน้มที่จะเก็บงำความรู้สึกขุ่นเคืองต่อผู้ชายเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณภรรยายังต้องทำงานวันละ 8 ชั่วโมงอีกต่างหาก ถ้าความขุ่นเคืองนี้ไม่ได้ระบายออกมาและเปลี่ยนเป็นการขอร้องที่ชัดเจนแล้ว ในที่สุดมันอาจนำไปสู่หุบเหวแห่งอารมณ์ในความสัมพันธ์ได้ ความรักหวานชื่นจางหาย ความใกล้ชิดหมดไป มันจำเป็นมากที่จะต้องสื่อความปรารถนาทั้งหมดของคุณออกมาให้ชัดเจน เพื่อทำให้ความรักเบ่งบาน
ผู้หญิงกลัวที่จะขอสิ่งที่เธอต้องการ เพราะพวกเธอเกิดความกลัวจากจิตใต้สำนึกที่อยู่ลึกๆว่า พวกเธอจะถูกคนอื่นเข้ามาแทนที่โดยคนที่มีความต้องการน้อยกว่าเธอ และเข้ากันได้ดีมากกว่าเธอ พวกผู้ชายไม่เคยแม้แต่จะรู้ว่าพวกเธอต้องการหรืออยากได้อะไร เพราะถ้าพวกเขารู้ มันดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ใช่ลูกผู้ชายแท้ๆ ดังนั้น เราถึงมีคนสองคนนั่งอยู่ด้วยกัน ปรารถนาหลายสิ่งหลายอย่างจากอีกฝ่ายซึ่งสามารถให้ได้มากพอสมควร แต่ไใ่เคยมีการพูดจากันถึงเรื่องนี้ แล้วพวกเขาทั้วคู่ต่างก็จะรู้สึกซึมเศร้า ขุ่นข้องหมองใจ รู้สึกเหมือนด้อยโอกาส พวกเขาหลอกลวงซึ่งกันและกัน แล้วในที่สุดทั้งคู่ที่รักกันก็ต้องแยกทางกัน ทุกสิ่งเป็นเรืีองป้องกันได้ด้วยการพูดจากันตรงๆและขออย่างชัดเจน " บาร์บาร่า เดอ แองจิลิส