จงครุ่นคิดกับหลักคิดนี้เสมอ คุณต้องรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วถึงจะคิดออกว่าจะได้มันมาด้วยวิธีใด การระบุให้ได้ก่อนว่าอะไรมีค่าสำหรับคุณนั้นเท่ากับอนุญาตให้ข้อมูลที่สำคัญสำหรับคุณผ่านการกรองเข้าไปโดยอัตโนมัติ คุณจะได้รับทราบได้มากขึ้นถึงโอกาสและข้อมูลอันมีค่าซึ่งจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย
มีข้อมูลพุ่งมาหาเราอย่างต่อเนื่องมากมายเหลือเกิน เป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกอย่างจะผ่านเข้าไปได้ เราจึงต้องกำหนดแบบชัดเปรี๊ยะว่าต้องการอะไรบ้าง นี่จะอนุญาตให้กลไกทางสมองและจิตใจได้เลือกเฟ้นเต็มที่ว่าข้อมูลไหนมีค่าสำหรับเราอย่างแท้จริง
คนส่วนใหญ่พยายามแก้ไขปัญหาโดยไม่กำหนดเสียก่อนว่าพวกเขาอยากบรรลุอะไร พวกเขาตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงหรือทรัพยากรที่มีอยู่ขณะนั้น ซึ่งการตอบสนองตามธรราติคือ 'เราทำไม่ได้หรอก เราไม่รู้ว่าเงินจะมาจากไหน ใครจะมาช่วยเราล่ะ เราไม่มีความสามารถพอ' แท้ที่จริงส่งที่คุณควรรู้คือ ผลลัพธ์ในบั้นปลายคืออะไร เราอยากจะไปลงเอยที่ตรงไหน เรายากจะสร้างอะไรขึ้นมา ตั้งเป้าหมายไว้ก่อน แล้วข้อมูลที่จำเป็นจะไหลเข้ามาเอง การมีข้อมูลก่อน โดยไม่มีเป้าหมายรังแต่จะทำให้จิตใจสับสนงุนงง
คิดออกไปนอกขีดจำกัดของเรา:
อีกเหตุผลที่เรามองไม่เห็นโอกาส ก็คือ เราจำกัดตัวเองด้วยวิธีการคิดของเรา เราต้องเต็มใจที่จะคิดออกไปนอกขีดจำกัดของตัวเอง บ่อยครั้งที่เรารู้สึกอึดอัดอยู่ในใจเมื่อเจอกับความคิดเห็น ความเชื่อ ทัศนคติที่ขัดแย้งหรือไม่ลงรอยอยู่ในเวลาเดียวกัน โดยทั่วไปแล้ว เวลาที่คนเราโดนจับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ใหม่อันไม่คุ้นเคย จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือการปรับแก้ทัศนคติเพื่อบรรเทาหรือกำจัดความวิตกกังวลอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงนั้น คนเรามักดิ้นรนที่จะคงไว้ซึ่งความสมดุลทางจิตใจ โดยพยายามทำให้อะไรๆเข้ากันได้ภายในตัวเรา
วิธีที่เกร่อที่สุดในการปลดปล่อยความขัดแย้ง ก็คือ การตัดสินใจแบบหาเหตุผลสนับสนุน การหาเหตุผลสนับสนุนคือสิ่งที่คนใช้ยามที่พวกเขาอธิบายตรรกะหรือเหตุผลสำหรับการกระทำใดๆ ความเห็นหรือพฤติกรรมของตัวเอง การที่คนคนหนึ่งจะดูไม่เห็นแก่ตัวหรือทำความผิดพลาดอันน่าขายหน้านั้น เขาจะต้องรวบรวมผู้คนและข้อมูลสนับสนุนความคิดเห็นหรือพิสูจน์ความสมเหตุสมผลของพฤติกรรมตัวเอง
โขคไม่ดีที่เมื่อเราพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองถูกต้องที่ทำไปเช่นนั้น เรา จะเป็นสิ่งที่เราเลือกหรือ เลือก สิ่งที่เราเลือก เราจะปิดกั้นข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับเราในการตัดสินใจอย่างหาเหตุผลสนับสนุน โดยปิดหูปิดตาตัวเองจากความคิดเห็นอื่นๆเป็นหลัก เมื่อเรายึดอยู่กับไอเดียหรือเหตุผลที่ว่าทำไมอะไรบางอย่างถึงไม่ได้ผล ทางออกก็จะไม่ปรากฏให้เห็น
มุ่งสนใจทางออกแทนที่จะเป็นปัญหา:
แค่เรามองไม่เห็นทางออก ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีทางออก ถ้าคุณบอกตัวเองว่าไม่มีทางเลยที่จะขยายธุรกิจได้ ไม่มีทางเลยที่จะทำโครงการโน้นได้สำเร็จ ไม่มีทางที่จะทำอะไรได้สำเร็จสิ้นได้ในสิ่งที่คุณต้องการ นั่นเท่ากับคุณมุ่งสนใจไปที่ปัญหาแทนที่จะเป็นทางออก คุณจะใช้จิตใต้สำนึกมาช่วยให้คุณได้รับคำตอบและทางออกก็ได้ หรือจะใช้จิตใต้สำนึกตัวเดียวกันนี้แหละมาช่วยหาเหตุผลสนับสนุนหรือใช้เหตุผลตัดสินว่าทำไมถึงไม่มีวันทำสำเร็จก็ได้เหมือนกัน ทางเลือกมันอยู่ตรงนั้นเสมอ และการตัดสินใจก็เป็นของคุณเสมอ
เวลาที่ความหวาดกลัวเข้าครอบงำ เราจะใช้เหตุผลมาสนับสนุนได้อย่างง่ายดายว่าทำไมเราถึงควรจะถอย ถอดใจ ล้มเลิก หรือทำไมเราถึงทำอะไรบางอย่างไม่ได้ คุณใช้พลังงานไปกับการพยายามคิดว่าตัวเองขาดอะไรไปบ้าง หรือมีอะไรบ้างที่ไม่อาจเกิดขึ้นกับคุณได้ หรือคุณจะใช้พลังงานนั้นไปทุ่มให้กับการวิธีที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับชีวิตคุณก็ได้
เราจะดึงดูดสิ่งที่เรารู้สึกว่าตัวเองมีค่าคู่ควรเข้ามา:
อีกเหตุผลที่เรามองเห็นปัญหาและความล้มเหลว แทนที่จะเป็นทางออกหรือโอกาสคือ เราไม่รู้สึกว่าตัวเองมีค่าคู่ควรกับการเป็นทำ หรือมีสิ่งต่างๆที่เราปรารถนาอย่างแท้จริง ปัญหาก็คือ เราจะดึงดูดแต่สิ่งที่เรารู้สึกว่าตัวเองคู่ควรเข้ามาได้เท่านั้น ยิ่งคุณรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้นเท่านั้น ทั้งยังเสี่ยงได้มากขึ้นอีกด้วย ยิ่งคุณมองตัวเองดีขึ้นเท่าไหร่ คนอื่นก็ยิ่งอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณมากขึ้นเท่านั้น