weenalovecookie

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

The meta secret. พลังความสุข

ทุกคนต้องตระหนักว่า พลังของชีวิตนั้นอยู่ในปัจจุบัน พอเราไปคิดถึงอนาคต แล้วก็ขว้างพลังทิ้งไปที่อนาคต อนาคตไม่มีหรอก เมื่อมันมาอยู่ตรงนี้ก็เรียกว่าเดี๋ยวนี้ ชั่วขณะนี้ พอเราคิดถึงอดีต เราก็ขว้างพลังทิ้งไปที่อดีต แต่อดีตนั้นไม่มี มันผ่านไปแล้ว เมื่อคุณคิดถึงอดีต คุณก็คิดอยู่ชั่วขณะนี้ มีก็แต่ชั่วขณะนี้เท่านั้น และคุณก็มีความสุขได้ในชั่วขณะนี้ เมื่อคุณอยู่ในปัจจุบันขณะ ทุกสิ่งก็เรียบร้อย ทุกอย่างก็เป็นตามทางด้วยดี

เอิร์ล ไนติงเกล พูดไว้ว่า 'ไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน ก็คงไม่ทำให้อะไรต่างออกไป ถ้าพูดกันในประเด็นว่าคุณจะมีความสุขหรือไม่มี คุณอาจมีสมบัติม่กมายแต่ก็ยังเป็นทุกข์ แต่นั่นก็ยังดีเพราะคุณยังได้อยู่กินสบาย'

เราต้องเข้าใจว่า เงินทองทั้งหลายในโลกนี้เป็นของเราได้ แต่เราก็ต้องรู้จักหามา ไม่ได้แปลว่าเราควรต้องทำงาน สุดยอดซีเคร็ตคือ บางทีการทำงานกลับเป็นวิธีที่แย่ที่สุดที่จะได้เงินมาด้วยซ้ำ เราควรทำงานด้วยความพึงพอใจ คนเราควรทำงานที่อยากทำ เมื่อคิดถึงเรืีองงาน เราก็พูดกันแค่ว่า ใช้เวลาไปกับมันอย่างไร งานอาจส่งผลหลายอย่างกลับมาที่ชีวิตเรา เราจึงควรเอาเวลาไปทำสิ่งที่เรารักให้คุ้มค่า " บ็อบ พร็อกเตอร์

การกลัวความล้มเหลวคือ การมองชีวิตตัวเองแล้วถามว่า 'ถ้าฉันทำตามความฝัน ความปรารถนา ความรัก แล้วไม่ได้ผล ฉันจะยังรับไหวไหม ฉันยังรักตัวเองไหม ชีวิตยังดำเนินต่อไปไหม' หากคำตอบของคุณคือ ได้ คุณก็จะสลัดความกลัวการล้มเหลวออกไปได้ เมื่อสลัดมันได้ คุณก็จะมีพลังเพื่อก้าวไปข้างหน้าและทำให้มันสำเร็จ แล้วจะกลัวความสำเร็จไปทำไม หากคุณประสบความสำเร็จ คุณย่อมทำให้โลกนี้ต่างออกไป ถ้าคุณอยากให้โลกนี้มีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ก็จงมอบความสุขและคนที่เจริญรุ่งเรืองคนนั้นแก่โลกด้วย... ตัวคุณไง' โจ วิเทล

เมื่อแสวงหาความสุข พวกเราส่วนใหญ่ก็จะมองหาบุคคลภายนอกที่สามารถทำให้เรามีความสุข หรือต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นก่อนแล้วถึงจะมีความสุข เช่น ต้องมีเงินมากกว่านี้ ต้องไปอยู่บริษัทนั้น ต้องไปเที่ยวที่นั่น ต้องกินที่นี่... แท้ที่จริง ความสุขกลับเป็นเรื่องข้างใน เมื่อคาดหวังจากภายนอก เราหมดเปลืองพลังไปกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราสร้างความสุขจากภายในได้หลายวิธี เช่น มองหาส่วนดีของตัวเอง ทำส่วนที่เรารัก สร้างคุณค่าให้ตัวเอง เมื่อเราตระหนักว่าความสุขนั้นเป็นเรื่องข้างใน เราก็แสวงหาความสุขให้ตัวเองได้จนเปี่ยมล้น โดยไม่ต้องฝากความหวังไว้กับใคร หรืออะไรที่อยู่ภายนอก " แจ็ค แคนฟีล

คุณมีภารกิจที่ต้องทำ คุณต้องค้นหาความหมายในชีวิตให้เจอและแบ่งปันให้คนอื่นรับรู้ โลกทั้งโลกกำลังทุกข์ทน เราสามารถเปลี่ยนมันได้ จงหาสิ่งดีๆในตัวคุณ หาแง่บวก นั้นจะทำให้เราเจริญเติบโต แบ่งปันสิ่งดีๆแก่ผู้คน แก่โลก คุณจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น นั่นคือวิธีที่ทำให้โลกเปลี่ยน คุณคือแรงบันดาลใจแห่งความสำเร็จ คุณคือแบบอย่างแห่งการเปลี่ยนแปลง คุณคือคนที่มีความหมายในชีวิต ทั้งทำให้ตัวเองและคนอื่น ทุกอย่างเริ่ม ที่ตัวคุณ
คนที่มีภาพในใจของเป้าหมายที่แน่นอนของตัวเองว่าต้องการอะไรอย่างแท้จริงคอยควบคุม ชีวิตก็จะไม่มีทิศทาง หาความแน่นอนให้ชีวิตไม่ได้ เพราะพวกเขาตกเป็นเครื่องเล่นของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว พวกเขามีชีวิตเหมือนใบไม้ที่ร่วงหล่นและล่องลอยไปตามยถากรรม แต่ถ้าคนที่ชีวิตมีทิศทางแล้ว พลังของเป้าหมายจะดึงดูดเหมือนแม่เหล็ก อันจะทำให้ภาพของความฝันที่ตั้งไว้เป็นจริงขึ้นมา " บ็อบ พร็อกเตอร์

รับมือกับความกังวล
เราทุกคนต่างวิตกกังวลกันเป็นครั้งคราว ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ แต่ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไร้ประโยชน์ ทำลายความสุขของเราได้ในชั่วพริบตา ความกังวลไม่มีวันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ ซ้ำร้าย มันจะหยุดยั้งทุกสิ่ง รวมทั้งไม่ได้แก้ไขอะไรให้ดีขึ้นมาเลย
แล้วคุณจะหยุดความกังวลได้อย่างไร? ขั้นแรก จดความกังวลอันดับต้นๆของคุณออกมา แล้วระบุว่าสิ่งไหนที่คุณกังวลมากที่สุด มีบางสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้คุณกังวลเป็นพิเศษรึป่าว เมื่อพบรูปแบบความเชื่อมโยงหรือสิ่งกระตุ้น คุณก็จะสร้างกลยุทธ์เพื่อเอาชนะความกังวลได้ 
ถามตัวเองว่าความกังวลนั้น น่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าให้คะแนน 1-10 โอกาสที่มันจะเกิดขึ้นมีมากน้อยแค่ไหน? สำคัญพอจะวางแผนรับมือหรือไม่ ถ้าใช่ คุณจะต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร หลังจากที่คุณรู้ถึงความกังวลนั้น ถ้าไม่ ก็ทำความเข้าใจและลืมมันไปซ่ะ

การเสริมพลังจิตด้วยความสุข( บอกตัวเองทุกวัน) 
1. ฉันสร้างความศรัทธา ความมั่นคง และเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ 2. ฉันมีความสุข เพราะฉันสร้างความสุขตนเองให้เป็นจริง 3. ฉันซาบซึ้งในคถณค่าของโลกรอบตัว และมองทุกสิ่งที่เกิดกับฉันว่าเป็นของขวัญที่ฉันเรียนรู้จากมันได้ 4. ฉันพบสิ่งดีๆในทุกคนและทุกสิ่ง 5. ฉันซาบซึ้งและเห็นคุณค่าในทุกสิ่งที่ฉันมีอยู่ 6. ฉันเข้าใจถึงความเป็นไปของทุกอย่าง ความเป็นไปของของขวัญล้ำค่าทั้งหลาย และกล้าไขว่คว้ามันมา 7. ฉันรับผิดชอบต่อความสุขของตนเอง เพราะฉันเชื่อมั่นว่าฉันเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆในชีวิตที่ฉันเลือกจะเปลี่ยนได้ 8. ชีวิตที่ดีของฉันแผ่ขยายออกไป ทุกขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ 9. สิ่งใดที่ฉันจินตนาการ ย่อมเป็นไปได้เสมอ 10. เมื่อฉันสลัดตัวตนและเปิดรับจิตใต้สำนึก ฉันก็จะได้รับความรู้และปัญญาเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด ฉันมั่นใจว่าทุกสิ่งที่ต้องการนั้นอยู่ภายในตัว