weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

The power by Rhonda Byrne

คุณไม่ได้เกิดมาเพืี่อต่อสู้ดิ้นรน คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อจะมีชีวิตที่ได้พบกับความสดชื่นสมหวังแค่นานทีปีหน คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อตรากตรำทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน แล้วมีความสุขนิดหน่อยเฉพาะวันหนุดสุดสัปดาห์ คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อจะมีชีวิตที่ตกค่ำก็หมดสภาพสิ้นเรี่ยวแรงทุกๆวัน คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อจะวิตกกังวลหรือหวาดกลัว คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อทนทุกข์ หากเป็นเช่นนั้นแล้วชีวิตคุณจะมีความหมายอันใดเล่า คุณควรจะได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีทุกอย่างที่คุณต้องการ ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมด้วยความสุขสดชื่น สุขภาพแข็งแรง ความมีชีวิตชีวา ความตื่นเต้นและความรัก เพราะว่านี่คือชีวิตที่น่าอัศจรรย์

ชีวิตในฝันของคุณ ทุกอย่างที่คุณต้องการจะเป็น ทำ หรือมีนั้น อยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คุณรู้ เพราะว่าอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ อยู่ในตัวคุณนี่เอง

มีอำนาจสูงสุดและพลังมหาศาลที่คอยกำหนดควบคุมจักรวาลอันไร้ขอบเขต และคุณก็เป็นส่วนหนึ่งของอำนาจนี้ " เพรสทิซ มัลฟอร์ด


คุณควรจะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่รักและต้องการ งานของคุณควรสนุกเร้าใจ และควรจะประสบความสำเร็จในทุกด้านที่ต้องการ คุณควรจะมีเงินทองมากพอที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปตลอดชาติ คุณควรจะมีชีวิตดุจฝันในทุกๆด้าน ถ้าอยากเดินทางท่องเที่ยว ก็ควรได้ไป ถ้าอยากเริ่มธุรกิจก็ควรได้ทำ อยากเป็นนักร้อง ดารา นักธุรกิจ หรือไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณอยากเป็น คุณ'ควรเป็นได้หมด!'

คนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำอย่างไรจึงได้สิ่งเหล่านั้นมา แต่พวกเขาได้ทำอะไรบางอย่างลงไป พวกเขาใช้พลังอำนาจซึ่งเป็นต้นเหตุของทุกๆสิ่งที่ดีในชีวิต ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่รายเดียว บุคคลผู้มีชีวิตที่ดีทุกคน ใช้'ความรัก'เพื่อให้ได้มา อำนาจที่จะดลบันดาลให้เกิดสิ่งที่ดีงาม และด้านบวกทั้งปวงในชีวิต ก็คือ ความรัก

ความรักที่นักบุญและนักคิดที่ยิ่งใหญ่ของโลกต่างพูดถึงนั้น แตกต่างจากความรักที่คนส่วนใหญ่เข้าใจมากนัก เป็นมากกว่าความรักที่มีต่อครอบครัว มิตรสหาย หรือสิ่งต้องใจ ทั้งนี้เพราะความรักไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึก แต่ความรักคือพลังบวกอย่างหนึ่ง ความรักไม่ใช่ความอ่อนแอหรืออ่อนด้อย หากเป็นพลังบวกสำหรับชีวิต ความรักคือต้นตอบ่อเกิดของทุกๆอย่าง ที่เป็นด้านบวกและดีงาม ชีวิตไม่ได้มีพลังบสกมากมายหลายอย่าง มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

ถ้าคุณมีอำนาจที่จะกำหนดชีวิตตัวเอง และอำนาจนั้นก็มีพร้อมอยู่ในตัวคุณ แล้วทำไมชีวิตคุณถึงไม่น่าอัศจรรย์เสียที ทำไมด้านต่างๆของชีวิตคุณถึงไม่ดีเลิศเสียที ทำไมคุณไม่ได้ทุกอย่างที่ต้องการ ทำไมคุณทำทุกอย่างที่คิดอยากจะทำไม่ได้ ทำไมคุณไม่รู้สึกปลาบปลื้มเปรมกับทุกๆวันในชีวิต

คำตอบคือ เพราะคุณเลือกได้นั่นเอง คุณเลือกได้ว่าจะรักและใช้พลังบวกนี้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม คุณต้องเลือกตลอดเวลาโดยไม่มีข้อยกเว้น ทุกครั้งที่คุณได้ประสบกับความดีงามในชีวิต คุณได้รักและใช้พลังบวกของความรักนี้ และทุกครั้งที่คุณเจอกับสิ่งที่ไม่ดีงาม คุณไม่ได้รักและผลก็จะออกมาเป็นลบ ความรักคือต้นตอบ่อเกิดของสิ่งดีงามทั้งปวงในชีวิตคุณ การขาดความรักคือต้นตอบ่อเกิดของสิ่งต่างๆในด้านลบและความทุกข์ทรมานทั้งปวง ช่างน่าเสียดายที่ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ในโลก รวมทั้งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของมนุษย์ชาติ ไม่ยอมรับรู้และไม่เข้าใจพลัวอำนาจของความรักเลยสักนิด

ความคิดของคุณเป็นตัวชี้ขาด ว่าคำพูดและการกระทำของคุณจะออกมาเป็นบวกหรือลบ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าความคิดของคุณเป็นบวกหรือว่าเป็นลบ ความคิดของคุณเป็นบวก เมื่อคุณคิดถึงสิ่งที่คุณรักและต้องการ และความคิดติดลบก็คือ ความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณไม่รักและไม่ต้องการ เป็นเรื่องง่ายๆเช่นนี้เอง

คนส่วนใหญ่ใช้เวลาคิดและพูดถึงสิ่งที่ตนเองไม่ได้รัก มากกว่าสิ่งที่ตนเองรักและต้องการ พวกเขาให้ความคิดที่ติดลบมากกว่าให้ความรัก เช่นนี้แล้ว พวกเขาก็ได้แต่ตัดตัวเองออกจ่กสิ่งดีๆในชีวิตทั้งปวง

เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะมีชีวิตที่สุขสมบูรณ์โดยปราศจากความรัก คนที่ชีวิตอยู่ดีมีสุข จะคิดถึงและพูดถึงสิ่งที่ตนรัก มากกว่าสิ่งที่ไม่รัก ส่วนคนที่ชีวิตดิ้นรนทนทุกข์ก็คิดและพูดถึงสิ่งที่ตนไม่รัก มากกว่าสิ่งที่รัก

เวลาที่คุณคุยเรื่องความยากลำบากทางการเงิน ความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ ธุรกิจที่ผลกำไรลดลง คุณไม่ได้พูดถึงสิ่งที่คุณรัก เวลาที่คุณพูดถึงข่าวร้ายในหน้าหนังสือพิมพ์ การบ่นว่าวันร้ายๆของคุณ การไปไม่ทัน รถติด ก็เป็นการพูดถึงสิ่งที่คุณไม่รัก ไม่ชอบ ในแต่ละวันมีเรื่องเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน ถ้าคุณมัวพูดถึงสิ่งที่คุณไม่รักไม่ชอบ เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนั้นจะนำความหงุดหงิดรำคาญมาสู่ชีวิตคุณมากขึ้นไปอีก