weenalovecookie

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

www.weenalovecookie.blogspot.com: ระบบความเชื่อ

www.weenalovecookie.blogspot.com: ระบบความเชื่อ: "ด็อกเตอร์ มาร์ติน เซลิกแมน ผู้เขียน Learn optimism บอกว่า รูปแบบความเชื่อที่ทำให้คนเรารู้สึกสิ้นหวังและเป็นตัวทำลายทุกแง่มุมในชีวิตมี 3 แบบค..."

ระบบความเชื่อ

ด็อกเตอร์ มาร์ติน เซลิกแมน ผู้เขียน Learn optimism บอกว่า รูปแบบความเชื่อที่ทำให้คนเรารู้สึกสิ้นหวังและเป็นตัวทำลายทุกแง่มุมในชีวิตมี 3 แบบคือ 1)ความเชื่อว่าปัญหาใดๆที่เกิดในชีวิตเป็นเรื่องถาวร มันจะคงอยู่ตลอดไป 2) การกระจายของปัญหา หากคุณทำอะไรผิดพลาดแล้ว คุณก็จะผิดพลาดอีกเรื่อยไป 3)มันคือปัญหาส่วนตัว เป็นความบกพร่องของตัวเอง ตำหนิ บ่นว่าตัวเอง เราอาจไม่ตายในทันที แต่เราได้ตายแล้วทางอารมณ์ เราจึงต้องหลีกเลี่ยงมันอย่างสิ้นเชิง
วิธีเปลี่ยนความเชื่อ

ความเชื่อหลายประการของเราถูกสนับสนุนโดยข้อมูลที่เรารับมาจากคนอื่นๆ โดยที่เราไม่สนใจที่จะสงสัยในตอนนั้น หากเราตรวจสอบมันก่อน เราอาจจะพบว่าสิ่งที่เราเชื่อโดยไม่รู้ตัวมาเป็นเวลาหลายปีนั้น มาจากการสมมติล่วงหน้าผิดๆ คำถามสามารถให้พลังกับเราอย่างมหาศาล หากเราใช้มันตรวจสอบความเป็นจริงของความเชื่อที่เรายึดถือมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

มีความเชื่อสักเท่าไหร่ที่คุณเชื่ออยู่ในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับว่าคุณเป็นใคร หรือว่าคุณสามารถทำหรือไม่สามารถทำอะไรได้ หรือผู้คนควรจะกระทำอย่างไร หรือลูกๆคุณมีความสามารถอะไรที่คุณไม่เคยสงสัยไต่ถามเลยเช่นกัน อันเป็นความเชื่อที่ดึงพลังซึ่งคุณกำลังเริ่มจะยอมรับที่จะเป็นข้อจำกัดชีวิตของคุณและคุณไม่รู้ตัวเลย
หากคุณถามคำถามในเรื่องหนึ่งเรื่องใดมากพอ ในที่สุเคุณจะเกิดความสงสัยเรื่องนั้นว่าเป็นจริงหรือไม่ รวมถึงสิ่งที่คุณเชื่อที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย หลายปีก่อนโน้น
เมื่อใดก็ตามที่เราไม่เต็มใจที่แม้แต่จะมองหรือพิจารณาความเป็นไปได้ที่ว่า ความเชื่อของเราไม่ละเอียดถูกต้อง เรากำลังดักตัวเองเอาไว้ในความตายที่ขยับไม่ได้ ซึ่งสามารถนำทางเราไปสู่ความล้มเหลวในระยะยาว บางทีมันอาจจะเหมาะกว่าที่จะมีความเชื่อเกี่ยวกับบางสิ่งแทนที่จะเป็นความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่ง

ความคิดเห็น คือบางสิ่งที่เรารู้สึกค่อนข้างแน่ใจ แต่ความแน่วแน่มีอยู่ไม่ถาวร เพราะสามารถถูกเปลี่ยนไปได้ง่ายดาย บางครั้งอาจมาจากเพียงแค่ความประทับใจเท่านั้น ธรรมชาติของความคิดเห็น มักเฉไปได้ง่าย และปกติจะมีพื้นฐานจากข้ออ้างอิงไม่กี่ประการที่บุคคลหนึ่งมุ่งความสนใจในเวลานั้น

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

ระบบความเชื่อ

บ่อยครั้งมากเหลือเกิน ที่คนเราพัฒนาความเชื่อที่สร้างข้อจำกัดให้กับตัวเองขึ้นมาเกี่ยวกับว่าพวกเขาเป็นใครและมีความสามารถอะไร เนื่องจากว่าพวกเขายังไม่ประสบความสำเร็จมาในอดีต พวกเขาจึงเชื่อว่าไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในอนาคต
คนที่ความจริงแล้วอยู่กับโลกแห่งความกลัว ขยาดที่จะต้องผิดหวังอีกครั้งหนึ่ง จากความกลัวที่มีอยู่ในตัวนั้น พวกเขาพัฒนาความเชื่อที่เป็นสาเหตุให้ตัวเองลังเล ไม่ทุ่มไปสุดตัว และผลที่ตามมาก็คือ พวกเขาได้ผลลัพท์ที่จำกัด

หากคุณกำลังจะสร้างข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนขึ้นในชีวิต ก็จงทำในแง่ของการประเมินความสามารถตัวเองสูงเกินไป จะว่าไปแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ยากจะทำได้ เนื่องจากว่าความสามารถที่มีอยู่ในตัวมนุษย์นั้นมีมากมายหลายเท่าเสียจนที่ เราส่วนใหญ่ไม่อาจฝันถึง
คนมองโลกในแง่ดี จะผลิตหลักฐานอ้างอิงจากความเชื่อโดยไม่ต้องการข้อพิสูจน์หรือศรัทธาขึ้นมา รวบรวมจินตนาการมุ่งไปข้างหน้า เห็นภาพตัวเองกำลังทำสิ่งที่แตกต่างในครั้งถัดไป และกำลังประสบความสำเร็จ
สาเหตุที่ความสำเร็จหลีกหนีไปจากผู้คนส่วนใหญ่ก็เพราะว่า พวกเขาไม่มีข้ออ้างแห่งความสำเร็จในอดีตมากเพียงพอ แต่คนมองโลกในแง่ดีจะดำเนินการพร้อมกับความเชื่อ 'อดีตไม่เท่าอนาคต' ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทั้งปวงทุกคนซึ่งบรรลุความสำเร็จในด้านใดด้านหนึ่งในชีวิต รู้จักพลังแห่งการไล่ล่าวิสัยทัศน์อย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีรายละเอียดอยู่เลยว่า จะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร

มีเพียงจินตนาการของคนเรา ที่ทำความจริงทุกสิ่ง ค้นหาจนพบความคงอยู่ที่มีประสิทธิผลและไม่อาจปฏิเสธได้ เป็นจินตนาการ หาใช่ประดิษฐกรรมที่เป็นสุดยอดศิลปะแห่งชีวิต 'โจเซฟ คอนราด
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดประการหนึ่งในชีวิตใครก็ตาม คือการรู้จักแปลความหมายคำว่า'ล้มเหลว'การรู้จักจัดการกับ'ความพ่ายแพ้ ของชีวิตและสิ่งที่เรามุ่งมั่น เป็นเหตุที่จะก่อให้เกิดรูปลักษณ์ชะตาชีวิตของเรา ลักษณะที่เรารับมือกับอุปสรรคและความท้าทายต่างๆในชีวิต จะเป็นตัวกำหนดชีวิตของเรามากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด บางทีเราได้รับเหตุการณ์อ้างอิงของความเจ็บปวดและความล้มเหลวมากเหลือเกิน จนทำให้เราประกอบมันขึ้นเป็นความเชื่อที่ไม่มีอะไรที่เราทำจะช่วยให้ดีขึ้น บางคนเริ่มที่จะรู้สึกว่าสิ่งต่างๆไร้จุดหมาย ตัวเองไร้ค่าและสิ้นหวัง หรือไม่ว่าจะพยายามทำอะไรก็ตามก็จะต้องสูญเสียอยู่ดี เหล่านี้คือชุดความเชื่อที่จะต้องไม่ฝักใฝ่หากเราคิดที่จะประสบความสำเร็จหรือบรรลุสิ่งต่างๆในชีวิต ความเชื่อนี้ฉีกพลังของเราและทำลายความสามารถในการปฏิบัติ หรือเรียกว่า 'การสิ้นหวังจากการเรียนรู้' เมื่อคนเราได้รับประสบการณ์ความล้มเหลวในบางสิ่งมากเพียงพอ พวกเขาจะรับรู้และแปลความหมายการทุ่มเทความพยายามของพวกเขาว่าไร้ประโยชน์ และพัฒนาความท้อใจในลักษณะที่สิ้นหวังจากการเรียนรู้ในท้ายที่สุด