weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

สะท้อนมุมมองของคนทำงาน โดย Weena Stylecoach


หลายบริษัทเมื่อรู้สึกว่าผลงานของพนักงานทั้งเดียวหรือกลุ่มยังไม่เป็นที่น่าพอใจ หรือรู้สึกว่ามีปัญหา  มักนิยมส่งพนักงานไปอบรม สัมนาความรู้ต่างๆในเรื่องงาน เพราะคิดว่าน่าจะแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้ แต่หลายความพยายามก็ดูเหมือนเปล่าประโยชน์ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? 
บางทีความรู้ในเรื่องงานที่มีมากมาย อาจไม่ช่วยให้พนักงานทำงานได้ดีเท่าความรู้ที่มีอยู่นั้นก็ได้ แต่การเติมเต็มด้านจิตใจ การให้กำลังใจจากหัวหน้า การชื่นชมจากบริษัท หรือความรู้สึกได้รับการยอมรับจากทีม การรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีความสำคัญกับบริษัท ซึ่งไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรนัก แต่ต้องใช้ใจที่กว้างของการยอมรับอย่างจริงใจ ซึ่งทำไม่ได้ง่ายนัก แต่ผลที่ได้รับนั้น คุ้มเกินการลงทุน อาจเป็นตัวเลือกที่ดูง่าย อยู่ใกล้แต่มักถูกมองข้ามไป " Weena StyleCoach



พ่อแม่ในยุคการแข่งขันสูงนี้ ดูเหนื่อยหนักกว่ารุ่นพ่อแม่เราเมื่อก่อนมาก เพราะความคาดหวังจากทั้งของพ่อแม่เอง สังคมที่พ่อแม่อยู่ โรงเรียนของลูก หน้าตาหรือการยอมรับจากคนอื่นๆ ทำให้ลูกต้องเรียนพิเศษ ต้องเข้าคลาสนั้นแล้วไปต่อคลาสนี้ จนความสนุกของวัยเด็กของลูกก็ผ่านไป โอกาสตักตวงประสบการณ์ การใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว ความรู้สึกสนุกประสาเด็กผ่านไป จนต้องใช้จินตนาการ่วมด้วย ... ในความจริงที่แท้ มนุษย์ต้องการอยู่แบบมีความสุข เรียบง่าย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มคน เข้าถึงธรรมชาติ เข้าใจตัวเองและผู้อื่น เข้าถึงความสุขที่แท้...
มีหลายหลักสูตร หลายการเรียนรู้ ที่โรงเรียนไม่มีสอน แต่จำเป็นกับเด็กๆ เพื่อให้เขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข สิ่งที่พวกเขาต้องการ อาจไม่ใช่ยศด้านหน้าชื่อ หรือนามสกุลดังด้านหลังชื่อ มันอาจเป็นคนธรรมดาๆที่มีป้ายติดที่มองไม่เห็นที่หน้าอกว่า 'ฉันเป็นคนที่มีความสุข' แล้วสิ่งเหล่านี้ พ่อแม่คิดว่าจะไปหาที่เรียนที่ไหนให้ลูก? " Weena Stylecoach 



สัมภาษณ์ยังไง ให้ได้งาน?
ช่วงนี้สัมภาษณ์น้องๆเยอะๆ เลยอยากฝากข้อคิดเรืีองการสัมภาษณ์งานไว้ 
หนึ่ง          บุคลิกในวันสัมภาษณ์ ต้องดี เนี้ยบ เกินมาตราฐานของวันปกติของเรา 
สอง       ทำตัวให้ Active ถึงแมักิริยาสำรวม แต่ให้คนอื่นสัมผัสรู้สึกถึงพลังข้างใน
สาม ศึกษาข้อมูล บริษัทหรือหน่วยงานที่เราจะมาสัมภาษณ์ ให้มากพอที่จินตนาการถึงได้
สี่   เมืีอเล่าถึงตัวเอง ให้เต็มไปด้วยความรู้สึกดีกับตัวเอง ชีวิตชีวา เปี่ยมด้วยทัศนคติที่ดี
ห้า      เป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตัวเอง พูดถึงตัวเองในทางบวก อันนี้คนละอย่างกับหลงตัวเองน่ะ
หก ชัดเจน ว่าตัวเองเก่งอะไร อยากทำอะไร หากมีโอกาสได้ร่วมงาน เราจะมีส่วนสำคัญสำหรับองค์กรอย่างไร

ไม่สำคัญว่าตำแหน่งที่เราจะเข้าไปคืออะไร เราเคยทำอะไรได้บ้าง แต่ที่สำคัญคือ เราจะมีคุณค่าอะไรในการเข้าไปอยู่ในองค์กรของเขา ทำไมเขาต้องรับเรา ... นี่ต่างหาก คือ สาระที่สำคัญ




Present งานยังไง ให้ 'ว๊าว'?
หนึ่ง  บุคลิกวันนั้น ดูดีเกินชีวิตปกติประจำวัน หาก link กับเรื่องที่จะพูดหรือสินค้าหรือบริษัทได้ ยิ่งดี สภาพรวม ดูแล้วต้องไม่มีคำถาม 
สอง ศึกษาเรืีองที่จะพูดมาอย่างดี มีความเข้าใจในระดับ ประยุกต์เรืีองราวหรือเปรียบเทียบกับเรื่องอื่น เพื่อให้เข้าใจง่ายได้อย่างดี
สาม ดำเนินเรื่อง ด้วยความตื่นเต้น (ไม่มากเกินไป) กระตือรือร้น
สี่ น้ำเสียงตื่นเต้น (อย่าถึงขั้นสั้นเครือ อันนี้เยอะไป) มีพลัง อย่าโมโนโทน ดังฟังเทศน์
ห้า พูดเรื่องที่เข้าใจง่าย ความยากหรือการศัพท์เทคนิค พูดไทยปนอังกฤษ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนพูดกับคนฟัง
หก มั่นใจ แต่ถ่อมตน
การนำเสนอที่ดี ไม่ใช่พูดให้จบ แต่พูดยังไงให้สัมผัสคนฟัง การพูดที่ประสบความสำเร็จแทบ ไม่ต้องใช้แบบประเมิน ความรู้สึกหลังพูดจบคือตัววัดที่คนพูดเองจะสัมผัสได้
" Weena Stylecoach 



The 3rd Alternative 6

รางวัลที่เป็นรูปธรรมอย่างผลการเรียนยอดเยี่ยม หรือตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต เงินทองมากมาย ผู้คนแก่งแย่งชิงดีเพื่อให้ได้ความสำเร็จเหล่านี้ ซึ่งนับวันยิ่งมีจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ความสำเร็จที่สำคัญมากๆเป็นสิ่งที่อยู่ภายใน คือ ความรู้สึกดีต่อตัวเอง การค้นพบความสามารถของตนเอง การยอมรับตนเองและมีคนอื่นยอมรับ ความปีติในใจที่ได้มีส่วนร่วม โดยแสดงความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์และมีความคิดสร้างสรรค์ รางวัลที่ทรงคุณค่านี้มีพอเพียงสำหรับทุกคน จึงไม่ต้องมีการแก่งแย่งชิงดีกัน อีกทั้งความสำเร็จที่รองๆลงมาก็จะตามมาเองโดยธรรมชาติ

เมื่อมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ผู้ที่ชนะในคดี ที่แท้จริงแล้ว เป็นผู้ชนะแต่ในนาม เพราะมักต้องพ่ายแพ้ให้ค่าดำเนินการ ค่าใช้จ่ายต่างๆ และเวลาที่สูญเสียไป' อับราฮัม ลินคอร์น

ทุกคนถูกแวดล้อมไปด้วยโลกในมุมมองของตนเอง และถูกฟูมฟักขึ้นมาในโลกใบนั้น พวกเขาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับคนอื่น เช่นเดียวกันคนอื่นก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเราเหมือนกัน และไม่ว่าเราจะอยากให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่ เราก็คงยังต้องอยู่ร่วมกันไปตลอด เราจึงควรเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการอยู่ร่วมกัน จำต้องทลายกำแพงในใจพวกเรา และจำต้องเริ่มรู้จักและเข้าใจกันและกัน

ขอให้เชื่ออยู่เสมอว่า งานที่สำคัญที่สุดรอคอยคุณอยู่ข้างหน้า มันไม่เคยอยู่ข้างหลังคุณ การอยู่กับความเชื่อนี้เป็นสิ่งจำเป็นมาก ไม่ว่าคุณจะเคยพบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ทุกคนต่างมีภาระสำคัญที่ต้องกระทำ คุณอาจได้ทำสิ่งที่ต่างจากที่เคยทำในอดีต อาจมีสาระที่สำคัญแตกต่างกันไป เราควรหลีกเลี่ยงภาพลวงที่ล่อหลอกให้เรามองแต่กระจกหลัง เพืีอย้อนดูสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว แต่เราควรมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่สดใสมากกว่า

คนที่คิดว่าตนเองประสบความสำเร็จทุกด้านแล้ว คือคนที่เริ่มเดินสู่มรณภาพ ไม่ว่าคนๆนั้นจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม

ชีวิตที่มีภารกิจคอยผลักดันไปข้างหน้านั้น เป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยชีวา การเกษียณในวัยที่ยังมีเจตนารมย์และความสามารถอยู่สูงที่จะทำกิจกรรมต่างๆได้ จะก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทางจิตใจ เรียกว่า โรคเกษียณ คนอีกกลุ่มที่ไม่ยอมหยุดตัวเองเพราะคำว่าเกษียณ กลับพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุด อุทิศตนทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นปีแล้วปีเล่า นี่คือคนที่ใช้ชีวิตอย่างเพิ่มพูนสู่จุดสูงสุด

มีคนมากมายใฝ่ฝันถึงการพักผ่อนตลอดชีวิต บางคนเฝ้ารอคอยมันมาตลอดชีวิตการทำงาน เราต่างเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ในชีวิต จึงเป็นธรรมดาที่เราจะฝันถึงการได้พักอย่างที่ใจอยาก แต่หากคิดว่าการหนีจากชีวิตจริงจะทำให้เรามีความสุข เท่ากับเราหลอกตัวเองอยู่ เพราะนั่นคือการฝืนธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงจังหวะใดของชีวิต เราอาจติดกับดักแห่งความสูญเปล่า ทั้งการจ้องหน้าจอรายการทีวีไปอย่างไร้สติ ติดเกมและการเที่ยวเตร่ การนอนกินบ้านกินเมือง สิ่งเหล่านี้สามารถลดคุณค่าในชีวิตคนเราได้

การมุ่งหน้าไขว้คว้าความสำเร็จจากภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ชื่อเสียง หน้าตาในสังคม เป็นต้นเหตุให้เรากำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียความสุขที่แท้จริง ที่ได้จากความสำเร็จภายใน นั่นคือ ความรัก ความไว้วางใจ และความซาบซึ้งจากบุคคลรอบข้างเรา

ฝึกฝนตนเองให้มีใจเผื่อแผ่ผู้อื่น ทั้งเวลา หัวใจ การให้อภัย และให้ความมั่นใจ จงฉลาดและใจกว้างในการเอื้อเฟื้อสิ่งที่คุณมีแก่ผู้ที่ต้องการ จงใจกว้างกับตนเองและให้อภัยตนเอง คนเราล้วนมีจุดอ่อนและจุดแข็ง มองไปข้างหน้าและก้าวต่อไป สิ่งเหล่านี้จะบ่มเพาะทัศนคติแห่งการมีจิตใจที่กว้างขวาง

จงเรียนรู้ที่จะกระตือรือร้นแสวงหาวิธีการสร้างชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้อื่น ชัยชนะที่ช่วยเพิ่มพูนสันติภาพ ความสุข และความเจริญรุ่งเรืองของผู้อื่น ชัยชนะนี้ติดต่อถึงกันได้ และคุณจะพบว่าผู้อื่นก็จะกระทำแบบเดียวกันนี้ให้คุณ นี่คือกุญแจไปสู่การสร้างสรรค์พลังทวีอันยอดเยี่ยม

หากสิ่งต่างๆเลวร้ายนัก ให้พักเสียก่อน ออกไปเดินเล่น นอนพักให้สบาย แล้วกลับมาต่อกรกับมันด้วยความสดชื่นและมุมมองของวันใหม่

หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงแบบ ชนะ-ชนะ ได้ จงระลึกไว้ว่า 'การไม่ตกลงอะไรกัน' บางครั้งก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

เมื่อเป็นเรื่องของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นกิริยาของเขา นิสัยของเขา หรือจุดอ่อนของเขา จงยิ้มเข้าไว้ แต่หากเป็นความทุกข์ระทมในชีวิตคุณ จงเตือนตัวเองไว้ว่า 'แล้วมันก็จะผ่านพ้นไปเช่นกัน'

Endddndndnsnddndndnddnddndnddndndnddmdm

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

The 3rd Alternative5

แต่ความเหมือนกันไม่ใช่ความเป็นหนึ่งเดียว นอกจากนี้ การมีมาตราฐานแบบเดียวกัน ก็ไม่ใช่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ครอบครัวนั้นคือ ทีมงานที่ช่วยเติมเต็มให้แก่กันในรูปแบบที่ดีที่สุด ความสามัคคีในครอบครัวจะเกิดขึ้นได้ เมื่อมีคนที่มีความสามารถแตกต่างกัน รักใคร่ซึ่งกันและกัน รวมไปถึงชื่นชมกับบทบาท มุมมอง และศักยภาพที่แตกต่างกัน

อย่าพยายามปรับเปลี่ยนคู่ชีวิต แต่จงพยายามทำให้เขามีความสุข แน่นอน เราย่อมอยากให้คู่ชีวิตเป็นเหมือนเรา ประหนึ่งว่าหนทางของเราย่อมดีกว่า วิธีการนี้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าไม่ได้ผล และยังเป็นการละเลยคุณลักษณะที่ไม่เหมือนใครซึ่งพวกเขานำมาสู่ชีวิตสมรสด้วย แทนที่จะพยายามปรับเปลี่ยนให้พวกเขาเป็นเงาของคุณ จงชื่นชมความแตกต่างของพวกเขา ก้าวไปพร้อมกับเขา และทุ่มเทความพยายามทำให้พวกเขามีความสุข เพื่อให้สุขไปด้วยกัน

การทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว เป็นเรื่องน่าขมขื่น เหมือนรอยบากบนผิวหนังที่ไม่มีทางจะสมานสนิทได้ หนทางเยียวยาความบาดหมางในครอบครัว คือ การค้นหาตัวตนของคนที่คุณรัก และฝึกฝนการสนทนาด้วยใจที่ต้องการรับฟังเขาด้วยความรักอย่างจริงใจ แม้การทะเลาะเบาะแว้งเป็นเรื่องของคนมากกว่าหนึ่งคน แต่การเริ่มต้นกระบวนการบรรเทาเรื่องนี้ ต้องการคนเพียงคนเดียวก็พอแล้ว

เวลาที่สามีหรือภรรยา ลูกๆ ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน มาบอกคุณว่าเขามีปัญหา การให้คำแนะนำอย่างเดียวก่อให้เกิดปัญหามากมาย ไม่ว่าคำแนะนำนั้นจะดีมากแค่ไหน เพราะเท่ากับคุณกำลังปิดกั้นโอกาสที่เขาเหล่านั้นจะได้พัฒนาตัวเอง ปิดโอกาสการเล่าถึงความรู้สึกอันซับซ้อนที่มีต่อปัญหานั้น คุณไปตัดไหวพริบในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา คุณปล้นโอกาสไปจากพวกเขา ทำให้เขาต้องอยู่ในภาวะพึ่งพาคนอื่น การอยู่ในภาวะพึ่งพาคนอื่นทำให้รู้สึกว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งแน่นอนมันลงไปถึงการควรทำบางอย่างแต่ไม่ทำ เพราะรู้สึกว่าตัวเองช่วยตัวเองไม่ได้นั่นเอง

จุดเริ่มต้นของปัญญาคือ การฟังด้วยความเข้าใจ จะช่วยให้พ่อแม่ 'ได้ยิน' ความรู้สึกและสิ่งที่ลูกได้ประสบมา คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ ต้องเปิดความคิดและหัวใจให้กว้าง ซึ่งจะช่วยให้ได้ยินความจริงทุกประการ ไม่ว่ามันจะเป็นความจริงที่น่ายินดีหรือไม่ก็ตาม แต่พ่อแม่หลายคู่ มักหวาดกลัวที่จะฟัง เพราะเกรงว่าอาจจะไม่ชอบใจนักกับสิ่งที่ได้ยิน "เฮม จีนอตต์

'อย่าเริ่มต้นการสนทนากับลูก พร้อมคำตอบในใจของตัวเอง จงหยุด และรับฟังสิ่งที่ลูกๆอยากพูดเสียให้จบก่อน'

ในวัฒนธรรมการแก้ปัญหาแบบรีบจัดการโดยเร็ว ชนิดไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด เราสูญเสียโอกาสได้รับรู้มุมมองที่มีอยูหลากหลาย เนืีองจากความอดทนไม่มากพอที่จะรับฟังเรื่องราวของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวอันซับซ้อนเกี่ยวกับความทุกข์ทน ความทรมาน ความสูญเสีย และชัยชนะของแต่ละคน ซึ่งล้วนแต่มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร เพราะเราคิดว่า เรารู้ทุกอย่างดีแล้ว

หนึ่งในอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ คือการที่เรามักไม่สามารถมองเห็นได้กระจ่างชัดในหัวใจ ในความรู้สึก และในสิ่งที่ผู้อื่นได้รับมา สถานการณ์แบบนี้มักก่อให้เกิดปัญหาในชีวิตสมรส แม้เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เราก็คิดว่าเรารู้จักคู่ของเราดีเสียแล้ว เมื่อเป็นแบบนี้ เราจึงเมินเฉย หลีกเลี่ยงหรือเปิดหูรับฟังเรืีองราวของกันและกัน และแทนที่จะรับฟังกัน เรากลับแยกตัวเองกับลูกๆออกมาจากความขัดแย้ง ผลเลยกลายเป็นการไม่เข้าใจคนอื่น

การเข้าใจเรื่องราวของผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง ย่อมหนีไม่พ้นที่จะก่อให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจความเศร้าโศกของอีกฝ่าย เมื่อไหร่ที่รู้สึกถึงสิ่งที่อยู่ในใจของคนที่เรารัก เมื่อนั้นเราจะเกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เด็กวัยรุ่นที่เสียคนอาจเป็นเด็กสาวหรือเด็กหนุ่มที่เดียวดายทุกข์ทน สามีที่เงียบขรึมและเจ้าอารมณ์อาจเป็นชายที่ต้องทนต่อสู้กับความแห้งแล้งในใจและความกดดัน เราได้เห็นภายในหัวใจของแม่สูงวัย ผู้มีอารมณ์ไม่มั่นคงซึ่งรู้สึกเสียดายกับโอกาสที่ไม่หวนคืนมา ความท้อแท้ในชีวิตที่ริบหรี่ลง หัวใจแต่ละดวงล้วนบอบบางและอ่อนโยน และเมื่อเราได้รับสัมผัสความอ่อนโยนนั้น ก็เหมือนกับได้อยู่ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว

ความรู้ที่ไม่ได้ทำประโยชน์ให้ท่าน ได้มากไปกว่าที่เป็นอยู่ เป็นสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าความไม่รู้เสียอีก" ศาสนาอิสลาม

ความเข้าใจคือ จุดเริ่มต้น แต่น่าเสียดาย ที่หลายคนกลับหยุดชะงักไปกลางคัน ก่อนจะไปถึงเส้นชัย". เจ ดี เทราท์

คนที่เป็นคู่สมรสกันอาจอยู่ร่วมกันได้หลายสิบปีในสภาพของ 'การหย่าร้างทางจิตใจ' ต้องทะเลาะกันครั้งแล้วครั้งเล่าในเรื่องเดิมๆ เพราะไม่มีใครริเริ่มจะถามอีกฝ่ายว่า 'คุณอย่กจะมีสภาพที่ดีกว่าที่เราเป็นอยู่นี่หรือเปล่า?'


วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

The 3rd alternative 4

ศิลปะการป้องกันตัวสมัยใหม่ ที่อยู่บนพื้นฐานของการใช้พลังทวี คือ ไอคิโด หรือ วิถีแห่งสันติ แก่นแท้คือ เราจะต้องไม่ต้านกำลังของผู้อื่น ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาได้ โดยการไม่ต่อต้่านความคิดความเชื่อของผู้อื่น เราปรารถนาจะเรียนรู้ในสิ่งที่ผู้อื่นคิด ปรารถนาที่จะเรียนรู้แรงบันดาลใจและจิตวิญญาณของผู้อื่น เมื่อทำได้แล้ว เราจะสบายใจและเดินหน้าไปพร้อมกับเรื่องเหล่านั้น และมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เหล่านั้นได้

ชัยชนะ เป็นเรื่องน่าอภิรมย์ แต่หนทางสูัยชนะมีมากกว่าหนึ่ง ชีวิตไม่ใช่กีฬาที่มีผู้เล่นเพียงหนึ่งเดียวที่จะกำชัยชนะได้ สิ่งที่น่าอภิรมย์ยิ่งกว่าคือ การได้ชัยชนะร่วมกัน


อาการที่เด่นชัดของคนที่อัตตา คือ เวลาคุณพูด ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับคุณ, เวลาคุณถาม ไม่ค่อยมีฟีดแบคจากคนอื่น, หากรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้พูดมากกว่าผู้ฟัง หรือ น้อยครั้งที่มีคนชวนคุณร่วมสนทนา นั่นอาจถึงเวลา ที่ต้องสำรวจตัวเองแล้ว

เวลาที่คนอื่นหรือเพื่อนร่วมงานไม่เห็นด้วยกับคุณ หรือมีมุมมองที่แตกต่างจากคุณ หากคุณพร้อมเปิดใจรับฟังเขา คุณอาจต้องรับฟังสิ่งที่ทำให้เจ็บแค้นใจ อาจรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าตอนที่คู่สนทนาระบายอารมณ์ใส่ แต่จงปล่อยให้เรื่องเหล่านั้นออกมา อย่าเผลอตัวพูดปกป้องตัวเอง เพราะโอกาสของคุณจะมาถึงหลังจากนั้น การสนทนาครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจ มิใช่การต่อสู้กัน
เมื่อเรารู้สึกเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ การด่วนตัดสินใจโดยมีอคติย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย บ่อยครั้งที่เราปฏิเสธความรับผิดชอบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยปัดว่าเป็นความผิดของผู้อื่น วิธีการแบบนี้อาจกัดจิตใจเราจนกร่อนไปเรื่อยๆ และทำให้เรามีทัศนคติปกป้องตนเอง อีกทั้งยังเพิ่มพูนความขุ่นเคืองใจมากขึ้น วงจรความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงจึ้นจนส่งผลเสียต่องานของเรา


กุญแจสู่ชีวิตที่มีความหมายนั้น มิใช่การเป็นผู้รับ แต่คือการเป็นผู้ให้ มิใช่การสะสมวัตถุสิ่งของ แต่เป็นการสั่งสมการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น

จงระลึกไว้ว่าความรู้สึกของการปราศจากจุดมุ่งหมาย ความรู้สึกโดดเดี่ยว คนที่ไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ จะมีแต่ความกังขาในตัวเอง กำแพงหนึ่งเดียวที่เขามีคือ กำแพงในใจเขาเอง กำแพงภายในใจจะคุมขังเราเอาไว้ใตพื้นที่เล็กๆ และทัศนคติที่มีแค่คำตำหนิและการปกป้องตนเอง

ไม่มีใครทำให้คุณต่ำต้อยได้ หากคุณไม่ปรารถนาจะเป็นเช่นนั้น " เอลิเนอร์ รูสเวท์

น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ามีพื้นที่ในจิตใจที่ยิ่งใหญ่อยู่ในตัว เมื่อไม่ทราบถึงอืสรภาพของตนเอง การตอบสนองที่ทำก็ทำเหมือนตัวเองไม่มีทางเลือก แต่คุณสามารถือกที่จะอยู่เหนือความรรู้สึกเหล่านั้นได้ หรือเลือกที่จะยอมให้เป็นผู้ถูกกระทำได้ก็ได้่เช่นกัน ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ คุณเลือกที่จะเป็นแบบนั้นเอง ในพื้นที่ว่างนั้น คุณมีอำนาจตัดสินใจในการเลือกที่จะไม่เป็นผู้ถูกกระทำ ไม่มีใครทำให้คุณอับอายได้ คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ตนเองอับอาย คุณควบคุมพฤติกรรมคนอื่นไม่ได้ แต่เลือกควบคุมการตอบสนองต่อพฤติกรรมต่างๆได้

ถามว่าเราควรสอนอะไรให้เด็กๆ เราสอนให้รู้ว่า 2+2=4 สอนให้รู้ว่าปารีสเป็นเมืองหลวงของฝรั่งเศส เมื่อไหร่กันที่เราจะสอนว่า พวกเขาคือใคร เราควรจะบอกเด็กๆแต่ละคนว่า เธอรู้หรือไม่ว่าเธอคือสิ่งมหัศจรรย์ เธอไม่เหมือนใครในโลกนี้ ไม่มีเด็กคนไหนเหมือนเธอ เธออาจเป็นเชคสเปียร์, ไมเคิล แองเจโล, บีโธเฟน,ฯ เธอมีศักยภาพจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ นั่นคือความจริง เธอคือสิ่งมหัศจรรย์ และเมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอจะทำร้ายคนอื่นที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์เช่นเดียวกับเธอได้หรือ

เหตุผลยอดนิยม เมื่อคู่รักต้องการเลิกลา หย่าร้างกันก็คือ เราไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เราต่างกันเกินไป เราเข้ากันไม่ได้ แต่ความสนใจที่แตกต่าง ความสามารถพิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียว ตลอดจนบุคคลที่แปลกผิดธรรมดา สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้ชีวิตและความรักเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ สิ่งที่ขาดหายไปในความสัมพันธ์นี้ ก็คือ การมองบุคคลที่เรารักว่าเป็นดังขุมทรัพย์เลอค่าที่หาไม่ได้อีกแล้ว และมองว่าความแตกต่างของเธอนั้นเป็นของขวัญ


สามีภรรยาหลายคู่ ต้องการนำภาพลักษณ์ของตนเองเข้าไปให้คู่ชีวิต พ่อแม่จำนวนมากต้องการโคลนนิ่งตัวเองมากกว่าจะต้องการมีลูก การทำให้ลูกๆเป็นเหมือนพ่อแม่ ทำให้มีหน้าตาในสังคม และทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคงแบบผิดๆ เมื่อคุณมีลูกที่คิดเหมือนคุณ มีพฤติกรรมเหมือนคุณ พูดจาและแต่งตัวเหมือนคุณ เมื่อนั้นคถณก็จะรู้สึกว่าอัตลักษณ์ตนเองเติมเต็มให้สมบูรณ์

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556

มุมมองชีวิต โดย Weena StyleCoach


ถ้าถามคนที่ทำงานอยู่ ส่าเขามีแผนการในอนาคตของเขาอย่างไร? ร้อยทั้งร้อยต่างตอบว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ถามต่อไปอีกว่า ธุรกิจที่อยากทำคืออะไร? น้อยมากที่ระบุได้อย่างเจาะจง ถ้าอย่างนี้ สิ่งที่เรามีเป็นเพียงความอยาก เป็นเพียงฝัน ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นไม่มี เหมือนผูกผ้าปิดตา แล้วบอกว่าฉันจะชกเป้าให้ถูก มันแทบไม่มีทาง ... เริ่มจากเขียนความฝันออกมา อยากได้อะไร ให้เฉพาะเจาะจง ให้มีเวลาเริ่มและกำหนดเสร็จ สร้างภาพในจินตนาการ ให้จินตนาการถึงมัน รู้สึกถึงมัน เหมือนคุณได้มันมาแล้ว คิดถึงมันทุกลมหายใจเข้าออก และ ลงมือทำ ทำ ทำ อย่าล้มเลิก ถ้าวิธีเดิมที่ทำแล้วไม่ได้ผล ให้เปลี่ยนวิธี แต่อย่าเปลี่ยนเป้าหมาย 'การเปลี่ยนความฝัน ให้เป็นจริงได้ มีอย่างเดียวคือ ทำให้มันเป็นจริง' Weena StyleCoach 

อย่าคิดว่าชีวิต ไม่มีทางเลือก 'ฉันเลือกชีวิตไม่ได้ ฉันมันได้แค่นี้' คำพูดนี้เป็นของคนที่หลอกตัวเอง ไม่กล้า ไม่อยากเสี่ยง กลัวอะไรบางอย่างที่ตัวเองก็ไม่บอกไม่ได้ว่ากลัวอะไร แล้วก็ปล่อยชีวิตไปตามยถา ทนทุกข์ อยู่ไปวันๆ... ชีวิตเกิดมาเป็นตัวเรา ที่พิเศษไม่เหมือนใคร ครั้งเดียว ถ้าวันนี้ยังไม่ได้ ก็พยายามต่อ ทำไป พยายามต่อไป อย่ายอมรับสภาพที่ตัวเองก็รู้ว่าไม่ใช่ เชื่อให้สุดหัวใจว่าคุณเป็นคนสุดยอด ถ้าคนอื่นทำได้ คุณก็ทำได้ คนที่รวยที่สุด กับ คนที่จนที่สุด ในทางกายภาพ ไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ในความคิด ความเชื่อ นี่แหละที่เป็นตัวตัดสิน... ความคิด ความพยายาม ความเชื่อ ว่าเราทำได้และเราสุดยอด ไม่ต้องใช้ตังค์ ถ้าปัจจุบันชีวิตที่มียังไม่ ok ทำไมไม่ให้ตัวเองได้ลองสักครั้ง " Weena StyleCoach

ถ้าคุณทำงานบริษัท เป็นพนักงาน เป็นลูกจ้าง อย่ารอให้บริษัทมาพัฒนาคุณ อย่ารอให้หัวหน้ามาบอกว่าคุณต้องทำอะไร อย่าคิดว่าหน้าที่ในการพัฒนาตัวคุณ แล้วแต่บริษัท แล้วแต่หัวหน้า ... เดินหมากเอง พัฒนาตัวเอง เพิ่มคุณค่าตัวเอง ขัดรองเท้าให้มันวับ แต่งตัวให้ดีทุกวัน เรียนรู้ ลงมือทำ ให้ดาวเล็กๆในตัวคุณ ส้องประกายเจิดจ้าทุกวัน รางวัลในชีวิต อาจไม่ได้วัดที่ตำแหน่ง หรือเงินเสมอไป บางทีความสุขใจ การรู้สึกมีคุณค่า ความรู้สึกว่าตัวเองยอดเยี่ยม ... ความรู้สึกยอดเยี่ยมนี้ จินตนาการไม่ได้ ต้องสัมผัสเอง " Weena StyleCoach

หลายครั้งที่ได้เห็นทั้งผู้บริหาร หรือพนักงาน ที่พยายามตั้งกระทู้ ถามคำถามกับอีกฝ่ายในห้องประชุม มีอารมณ์ไม่เห็นด้วยและตั้งใจแสดงออกถึงอารมณ์นั้นอย่างเต็มที่ เป้าหมายคือ ความเห็นของฉันถูกต้อง ส่วนความเห็นของอีกฝ่ายดูไม่เข้าท่าด้วยกรณีทั้งปวง ด้วยความพยายามที่ต้องการเอาชนะ ทำให้เรามองไม่เห็นตัวเองในเวทีนั้น ว่าเราสร้างความสูญเสียให้แก่ตัวเองมากเพียงใด มุมมองของคนรอบข้างต่อตัวเราเปลี่ยนแปลงไปสักเพียงใด สุดท้ายอาจดูเหมือนเราชนะในเวทีนั้น แต่ลึกๆแล้ว ถ้าไม่หลอกตัวเอง ลองสำรวจดูความว่างเปล่าจากชัยชนะ แท้ที่จริงแล้ว เราได้อะไร?  " Weena Stylecoach 

หลายคนไปทำงาน ด้วยชุดที่สบายๆดูลำลองๆ แล้วก็บอกว่าตัวเองว่า ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ก็ไม่ได้เจอใครเป็นพิเศษ, ไม่รู้จะแต่งไปให้ใครดู ก็พวกเดิมๆทั้งนั้น, ฯ แล้วการเป็นและความรู้สึกนั้นก็ทำจนเคยชิน จนสร้างบุคลิกตัวเองแบบสบายๆในการทำงาน เช่น กางเกงยีนส์เสื้อยืด รองเท้ากึ่งแตะ,ฯ

 ในอีกมุมหนึ่ง บริษัทหรือหัวหน้ากลับมองว่า ทุกวันในการทำงาน พนักงานคือตัวแทน หรือ presenter พรีเซ็นเตอร์ของบริษัทหรือ สินค้า ต้องแต่งตัว ทำตัวให้เหมาะให้สมกับบริษัทหรือสินค้า ใน 2 มุมมองนี้ อาจไม่มีโอกาสเจอกันจากคนส่วนใหญ่ แต่ถ้ามีใครสักคนที่เข้าใจมุมนี้ เมืีอไหร่ที่โอกาสมา เขาหรือเธอคนนั้นก็จะได้อานิสงฆ์นี้ไป " Weena Stylecoach 


หลังเกษียณ คนที่เคยทำงานมานานจะทำไปอะไร? 
คนที่ทำงานจนกระทั่งถึงเวลาเกษียณ ในมุมเดิมคือ คนแก่ อายุมาก หมดแรง ช้า ล้าสมัย ทำอะไรไม่ไหวแล้ว 
ในอีกมุมคือคนที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนานในงานหนึ่งๆ ผ่านถูกผ่านผิดมามาก ต่างกับน้องใหม่ๆที่ต้องมานั่งลองผิดลองถูกกันอีกพักใหญ่ กว่าจะเข้าใจ คนกลุ่มนี้สามารถมองและคาดเดาเหตุการณ์ออกตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น แท้จริงมุมมองของคนกลุ่มนี้มีค่าอนันต์ แต่ด้วยอายุที่สมควรแก่เวลา ต้องเกษียณกลับไปอยู่บ้าน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงแมว อะไรกันไป
แท้ที่จริง คนกลุ่มนี้เหมาะกับการเป็นที่ปรึกษา เป็นโค้ช เป็นพี่เลี้ยงมาก ด้วยประสบการณ์และมุมมองที่สั่งสมมา ความใจเย็นแบบผู้ใหญ่ ไม่ผลีผลาม มองรอบ... 
บางที อะไรๆที่เคยทำตามๆกันมานานเนิน เราก็ทำตามเขาไป โดยบางทีก็ไม่เข้าใจเหตุผลที่เขาทำเหมือนกัน หากตรึกตรองดูตามความเป็นจริง เราอาจได้ประโยชน์มากมายจากการคิดต่าง ... ชีวิตของเรา ก็ไม่เห็นต้องเหมือนใคร " Weena Stylecoach 


รถยนต์ต้องเข้า maintenance ทุก 10,000 กิโล ถ้าถึงเวลายังไม่ได้ทำ มอนิเตอร์ก็จะเตือนว่า 'ถึงเวลาแล้วน่ะ เช็ครถได้แล้ว.. ตุ๊ด ตุ๊ด' 
สำหรับคนเรา ร่างกาย จิตใจ ไม่มีเครื่องใดๆคอยเตือนให้รู้ว่า ได้เวลาแล้ว หลายคนก็ใช้ ใช้ ใช้ อย่างสมบุกสมบัน ทั้งกายและใจ 'ถึงเวลา'สำหรับบางคนคือ เมื่อสายไป ทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากทำใจ
ถ้าเราหมั่นดูแลกาย และใจ ดูแลความรู้สึกให้สุดยอดทุกวัน... คุณจะได้สัมผัสกับภาวะที่ทรงประสิทธิภาพทั้งกายและใจ ที่คุณจะได้สัมผัสกับความสุขแบบไร้เงื่อนไข มันยิ่งกว่าติดปีกบิน อิสระ ไร้กังวล สุข เต็ม อิ่มเอม ... ครั้งสุดท้ายที่คุณดูแลตัวเอง ทั้งกายและใจ มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว ? " Weena  StyleCoach