weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

สะท้อนมุมมองของคนทำงาน โดย Weena Stylecoach


หลายบริษัทเมื่อรู้สึกว่าผลงานของพนักงานทั้งเดียวหรือกลุ่มยังไม่เป็นที่น่าพอใจ หรือรู้สึกว่ามีปัญหา  มักนิยมส่งพนักงานไปอบรม สัมนาความรู้ต่างๆในเรื่องงาน เพราะคิดว่าน่าจะแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้ แต่หลายความพยายามก็ดูเหมือนเปล่าประโยชน์ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? 
บางทีความรู้ในเรื่องงานที่มีมากมาย อาจไม่ช่วยให้พนักงานทำงานได้ดีเท่าความรู้ที่มีอยู่นั้นก็ได้ แต่การเติมเต็มด้านจิตใจ การให้กำลังใจจากหัวหน้า การชื่นชมจากบริษัท หรือความรู้สึกได้รับการยอมรับจากทีม การรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีความสำคัญกับบริษัท ซึ่งไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรนัก แต่ต้องใช้ใจที่กว้างของการยอมรับอย่างจริงใจ ซึ่งทำไม่ได้ง่ายนัก แต่ผลที่ได้รับนั้น คุ้มเกินการลงทุน อาจเป็นตัวเลือกที่ดูง่าย อยู่ใกล้แต่มักถูกมองข้ามไป " Weena StyleCoach



พ่อแม่ในยุคการแข่งขันสูงนี้ ดูเหนื่อยหนักกว่ารุ่นพ่อแม่เราเมื่อก่อนมาก เพราะความคาดหวังจากทั้งของพ่อแม่เอง สังคมที่พ่อแม่อยู่ โรงเรียนของลูก หน้าตาหรือการยอมรับจากคนอื่นๆ ทำให้ลูกต้องเรียนพิเศษ ต้องเข้าคลาสนั้นแล้วไปต่อคลาสนี้ จนความสนุกของวัยเด็กของลูกก็ผ่านไป โอกาสตักตวงประสบการณ์ การใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว ความรู้สึกสนุกประสาเด็กผ่านไป จนต้องใช้จินตนาการ่วมด้วย ... ในความจริงที่แท้ มนุษย์ต้องการอยู่แบบมีความสุข เรียบง่าย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มคน เข้าถึงธรรมชาติ เข้าใจตัวเองและผู้อื่น เข้าถึงความสุขที่แท้...
มีหลายหลักสูตร หลายการเรียนรู้ ที่โรงเรียนไม่มีสอน แต่จำเป็นกับเด็กๆ เพื่อให้เขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข สิ่งที่พวกเขาต้องการ อาจไม่ใช่ยศด้านหน้าชื่อ หรือนามสกุลดังด้านหลังชื่อ มันอาจเป็นคนธรรมดาๆที่มีป้ายติดที่มองไม่เห็นที่หน้าอกว่า 'ฉันเป็นคนที่มีความสุข' แล้วสิ่งเหล่านี้ พ่อแม่คิดว่าจะไปหาที่เรียนที่ไหนให้ลูก? " Weena Stylecoach 



สัมภาษณ์ยังไง ให้ได้งาน?
ช่วงนี้สัมภาษณ์น้องๆเยอะๆ เลยอยากฝากข้อคิดเรืีองการสัมภาษณ์งานไว้ 
หนึ่ง          บุคลิกในวันสัมภาษณ์ ต้องดี เนี้ยบ เกินมาตราฐานของวันปกติของเรา 
สอง       ทำตัวให้ Active ถึงแมักิริยาสำรวม แต่ให้คนอื่นสัมผัสรู้สึกถึงพลังข้างใน
สาม ศึกษาข้อมูล บริษัทหรือหน่วยงานที่เราจะมาสัมภาษณ์ ให้มากพอที่จินตนาการถึงได้
สี่   เมืีอเล่าถึงตัวเอง ให้เต็มไปด้วยความรู้สึกดีกับตัวเอง ชีวิตชีวา เปี่ยมด้วยทัศนคติที่ดี
ห้า      เป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตัวเอง พูดถึงตัวเองในทางบวก อันนี้คนละอย่างกับหลงตัวเองน่ะ
หก ชัดเจน ว่าตัวเองเก่งอะไร อยากทำอะไร หากมีโอกาสได้ร่วมงาน เราจะมีส่วนสำคัญสำหรับองค์กรอย่างไร

ไม่สำคัญว่าตำแหน่งที่เราจะเข้าไปคืออะไร เราเคยทำอะไรได้บ้าง แต่ที่สำคัญคือ เราจะมีคุณค่าอะไรในการเข้าไปอยู่ในองค์กรของเขา ทำไมเขาต้องรับเรา ... นี่ต่างหาก คือ สาระที่สำคัญ




Present งานยังไง ให้ 'ว๊าว'?
หนึ่ง  บุคลิกวันนั้น ดูดีเกินชีวิตปกติประจำวัน หาก link กับเรื่องที่จะพูดหรือสินค้าหรือบริษัทได้ ยิ่งดี สภาพรวม ดูแล้วต้องไม่มีคำถาม 
สอง ศึกษาเรืีองที่จะพูดมาอย่างดี มีความเข้าใจในระดับ ประยุกต์เรืีองราวหรือเปรียบเทียบกับเรื่องอื่น เพื่อให้เข้าใจง่ายได้อย่างดี
สาม ดำเนินเรื่อง ด้วยความตื่นเต้น (ไม่มากเกินไป) กระตือรือร้น
สี่ น้ำเสียงตื่นเต้น (อย่าถึงขั้นสั้นเครือ อันนี้เยอะไป) มีพลัง อย่าโมโนโทน ดังฟังเทศน์
ห้า พูดเรื่องที่เข้าใจง่าย ความยากหรือการศัพท์เทคนิค พูดไทยปนอังกฤษ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนพูดกับคนฟัง
หก มั่นใจ แต่ถ่อมตน
การนำเสนอที่ดี ไม่ใช่พูดให้จบ แต่พูดยังไงให้สัมผัสคนฟัง การพูดที่ประสบความสำเร็จแทบ ไม่ต้องใช้แบบประเมิน ความรู้สึกหลังพูดจบคือตัววัดที่คนพูดเองจะสัมผัสได้
" Weena Stylecoach