weenalovecookie

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คนที่คุณเห็นในกระจก

นี่เป็นบทกลอนที่ถูกพบในห้องของนักโทษที่ถูกประหาร 2 คนในสหรัฐอเมริกา

หากคุณได้สิ่งที่ต้องการจากการฝ่าฟันให้แก่ตัวเอง
และโลกนี้ยอมให้คุณเป็นราชาได้เพียงหนึ่งวัน
จงไปที่กระจกและมองดูตัวเอง
และดูว่าคนในกระจกนั้นว่าอย่างไร

มันไม่ได้อยู่ที่คนอื่น คนแก่ รอบๆตัว
ที่จะเป็นคนตัดสินอะไรให้เรา
คนที่มีคำตัดสินที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในชีวิตของเรา
ก็คือคนที่จ้องเรากลับจากในกระจก

ตัวเราคือคนที่เราจะต้องเอาใจใส่ โดยไม่สนใจอะไรอื่น เพราะเขาจะอยู่กับเราจนวาระสุดท้าย
เราจะผ่านการทดสอบ แท้จะอันตรายและความยินดีลำบากที่สุด
หากเราเป็นเพื่อนกับคนในกระจก

เราสามารถหลอกคนทั้งโลกได้เป็นเวลาหลายปี
อาจได้รับคำชม การตบบ่า
แต่รางวัลสุดท้ายที่เราจะได้ คือความเสีนใจและนำ้ตา
หากเราหลอกลวงคนในกระจก... ซึ่งก็คือตัวเราเอง

ทัศนคติ

ยิ่งฉันอยู่นานเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งตระหนักถึงผลกระทบของทัศนคติที่มีต่อชีวิต
มันสำคัญเสียยิ่งกว่าการศึกษา

ยิ่งกว่าเงินทอง ยิ่งกว่าสภาวะแวดล้อม
ยิ่งกว่าความล้มเหลว ยิ่งกว่าความสำเร็จ
ยิ่งกว่าอะไรก็ตามที่คนเราอาจพูดหรือทำ

มันสำคัญเสียยิ่งกว่าภาพลักษณ์ พรสวรรค์หรือทักษะ
สิ่งที่น่าสัอเกตก็คือ เรามีทางเลือกที่จะสรรค์สร้าง ทัศนคติที่เรามีในแต่ละวัน

เราจะเปลี่ยนอดีตไม่ได้
เราจะเปลี่ยนท่าทีของคนอื่นไม่ได้
เราไม่อาจจะเปลี่ยนสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เราเปลี่ยนได้ ก็คือสิ่งที่เราควบคุมมันได้
นั่นคือทัศนคติของเรา

ฉันเชื่อว่าชีวิตเรานี้ มาจาก
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา 10%
และสิ่งที่เกิดจากการตอบสนองของเรา 90%

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

You can do it by Paul Hanna

คุณคือผู้ตัดสินใจ ในการบังคับชีวิตของตัวเองที่จะบินสูงขึ้นหรือตำ่ลง ไม่มีใครอีกแล้วที่จะทำแทนคุณได้ คำพูดที่คุณพูดกับตนเองในแต่ละวัน ความนับถือตนเองจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณโปรแกรมระบบบินอัตโนมัติของตัวเองอย่างไร และคุณจะบินได้สูงแค่ไหนในชีวิตนี้

ถ้าคุณอยากบินให้สูงขึ้น ต้องเตรียมตัวให้พร้อมโดยตั้งเป้าหมายไว้ล่วงหน้า แต่เป้าหมายที่ไม่มีเส้นตาย ก็ยังเป็นเพียงความฝันอยู่รำ่ไป คุณต้องกำหนดเส้นตายให้เป้าหมาย และปฏิบัติให้ได้ตามแผนนั้น เมื่อนั้นระดับความสูงที่คุ้นเคย จะเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ

เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับสิทธิที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในสภาพแวดล้อมแบบใดก็ตาม ขอเพียงแต่คุณมุ่งมั่นในเป้าหมายมุมานะ อุตสาหะมีความนับถือตัวเอง และมีความคิดที่เป็นบวก คุณก็ทำได้เช่นกัน

ทัศนคติของคุณ จะควบคุมระดับความสำเร็จในชีวิตของคุณ: เช่นเดียวกับนักบินของโบอิง 747 ที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม คุณสามารถควบคุมทุกอย่างที่อยู่ปลายนิ้ว เพื่อจะเดินเครื่องและบินในระดับไหนก็ได้ตามที่ต้องการ แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่หลายคนก็ยังบินในระดับเดิมๆ ทั้งที่สามารถบินสูงขึ้นกว่านั้นได้และเสียเวลาอยู่ในทีเดิมๆเป็นเวลานานหลายปี

ภาพพจน์ที่เรามองตนเอง: ภาพพจน์ของตัวเอง หรือความเห็นที่เรามีต่อตัวเองคือสิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราเดินหน้าหรือสะดุด อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะเราเปลี่ยรแปลงมันไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเปลี่ยนได้ ก็คือ วิธีที่เรามองเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือวิธีที่เราประเมินมัน

ความคิดต่อตัวเองนี้เปรียบได้กับการใส่แว่นตาที่ใช้อ่านหนังสือ คุณเป็นคนตัดสินว่าคุณจะมองโลกอย่างไร คุณอาจจะเลือกไม่ใช้แว่นและปล่อยให้ตัวเองมองเห็นอย่างจำกัด หรือหยิบแว่นมาใส่ทำให้มองเห็นอะไรชัดขึ้น ทว่าโลกก็ไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด ไม่ว่าคุณจะใส่แว่นหรือไม่ก็ตาม มันอยู่ที่คุณมองต่างหาก

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดเกี่ยวกับภาพพจน์ที่คุณมองตนเองก็คือ คุณเป็นคนตัดสินใจให้ชีวิตตนเองบินสูงขึ้นหรือตำ่ลง ไม่มีใครอีกแล้วที่จะทำแทนคุณได้ 'คำพูดที่เราพูดกับตัวเองในแต่ละวัน จะเป็นตัวกำหนดว่า เราตั้งโปรแกรมบินอัตโนมัติอย่างไร และจะบินได้สูงแค่ไหนในชีวิตนี้'

'วิธีที่เราพูดกับตัวเอง จะเป็นตัวกำหนดว่า ในที่สุดชีวิตเราจะไปได้ดีแค่ไหน'

ให้สัญญากับตัวเองเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ว่าจะพูดแต่คำพูดที่น่าฟังไม่ว่าคุณจะพูดกับตัวเอง, เพือ่นๆหรือครอบครัว เราต่างก็กำลังมุ่งไปในทิศทางเดียวกับความคิดของเรา ดังนั้นการที่คุณมาอยู่ที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คุณนั่นแหละที่เป็นคนตัดสินใจที่ตะมาอยู่ที่นี่ คุณเป็นคนวางแผนให้ตัวเองมาอยู่ที่นี่ ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่ แต่คุณสามารถเปลี่ยนทิศทางในชีวิตได้... หากต้องการ

เมื่อคุณหว่านความคิด คุณจะเก็บเกี่ยว ได้การกระทำ
เมื่อคุณหว่านการกระทำ คุณจะเก็บเกี่ยว ได้อุปนิสัย
เมื่อคุณหว่านอุปนิสัย คุณจะเก็บเกี่ยว ไ้ด้บุคลิกลักษณะ
เมื่อคุณหว่านบุคลิกลักษณะ คุณจะเก็บเกี่ยว ได้โชคชะตา " ราล์ฟ วัลโด อีเมอร์สัน

ไม่มีใครจะทำให้คุณไม่พอใจ ถ้าคุณไม่ยินยอม: เรามักจะให้อำนาจในการควบคุม การยอมรับนับถือตัวเองของเรา แก่คนอื่นๆที่อยู่รอบตัวเรา เช่น พ่อแม่ สามีภรรยา หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน เราจึงต้องอยู่กลางคลื่นลมของคำพูดคนอื่นที่เราควบคุมไม่ได้ตลอดเวลา

'ขนาดของคนจะถูกกำหนดโดยสิ่งที่จะทำให้เขาไม่พอใจ' คนที่ 'ไม่พอใจอะไรง่ายๆ' เท่ากับทุกครั้งที่เกิดความไม่พอใจอะไร เขาได้ถอนความภาคภูมิใจออกไปจากบัญชีและืำให้ตัวเองบินตำ่ลงไปเรื่อยๆ ยิ่งเขาบินลงตำ่ลวเท่าไรก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งไม่พอใจมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งโทษสิ่งอื่น คนอื่นมากขึ้นเท่านั้น เป็นวงจรน่าเศร้าที่หาจุดจบไม่ได้

'เราควบคุมทิศทางลมไม่ได้ แต่เราปรับใบเรือของเราได้' สิ่งที่ทำให้เราไม่พอใจ ไม่ได้อยู่ที่เหตุการณ์หรือคำวิจารณ์ของคนอื่นๆที่พูดเกี่ยวกับตัวเรา แต่อยู่ที่ว่าเราตีความหมายของมันอย่างไร

การดูวิถีดวงดาว การดูหมอ หรือเข้าบ่อนคาสิโน ซื้อล๊อตเตอรีอย่างไม่ยั้ง แล้วลุ้นจนตัวโก่งทุกเดือน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณว่าคุณได้ล้มเลิกความหวังในตัวเอง แล้วฝากความหวังไว้กับสิ่งอื่นๆ เพราะคุณไม่คิดว่า คุณทำได้

คุณทำได้!! แต่คุณต้องตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ก่อนว่า นับแต่นี้ รางวัลและความสำเร็จในชีวิตจะมาจากความพยายามเท่านั้น ความสำเร็จของคุณจะมาจากการมีสมาธิ เป้าหมายและแรงบันดาลใจ จะเป็นความจริงได้จากความสามารถในการฟื้นตัว ความมานะอุตสาหะ ด้วยการวางแผนและปฏิบัติให้ได้ตามแผน ไม่ว่าสิ่งต่างๆจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม

เป้าหมาย คือภาพที่อยู่บนกล่องจิ๊กซอว์: ถ้าเช่นนั้นทำไมเราจึงดำเนินชีวิตไปโดยไม่มี 'ภาพตัวอย่าง' จากกล่องล่ะ เป้าหมายเปรียบได้กับภาพตัวอย่างจากกล่องแห่งชีวิต มันทำให้คุณจดจ่อและมองไปข้างหน้า ที่สำคัญที่สุดก็คือ มันยอมให้คุณนำเอาชิ้นส่วนมาต่อกันง่ายขึ้น มากกว่าที่คุณจะพยายามโดยที่ไม่มีอะไรเป็นเคริ่องนำทาง