วิธีปฏิบัติ 6 ประการ เพื่อให้ผู้อื่นชอบท่าน
1) จงเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อผู้อื่น
2) ยิ้ม
3) จงจำไว้ว่าชื่อของบุคคลใดก็ตาม สำหรับบุคคลนั้นเป็นสำเนียงหวานที่สุดและสำคัญที่สุดในภาษามานุษย์
4) จงเป็นนักฟังที่ดี จงสนับสนุนให้อีกฝ่ายหนึ่งคุยถึงเรื่องของเขา
5) สนทนาในเรื่องที่อีกฝ่ายสนใจ
6) จงทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ และจงทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
' How to win friend and influence people
ท่านไม่สามารถชนะการโต้แย้ง: ท่านไม่สามารถชนะได้ ก็เพราะถ้าท่านเป็นฝ่ายแพ้ ท่านก็จะแพ้ และหากท่านเป็นฝ่ายชนะ ท่านก็จะแพ้เช่นเดียวกัน ทำไมน่ะรึ? ถ้าสมมุติว่าท่านชนะอีกฝ่ายด้วยการแสดงให้เห็นว่าเหตุผลของเขาช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน มันจะเกิดอะไรขึ้น? ท่านจะดีใจในฐานะผู้ชนะ แล้วอีกฝ่ายเล่า ท่านจะทำให้เขารู้สึกน้อยเนื้อตำ่ใจ ท่านจะทำลายความภาคภูมิของเขา เขาจะรู้สึกเจ็บใจต่อชัยชระของท่าน และ 'คนที่จำใจต้องเชื่อ ในสิ่งที่เขาไม่เชื่อ ความคิดเห็นของเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง'
'ถ้าท่านโต้แย้ง พูดให้เจ็บใจ และเถียง ท่านอาจจะประสบชัยชนะในบางครั้ง แต่เป็นชัยชนะที่ว่างเปล่า ทั้งนี้ก็เพราะท่านจะไม่สามารถรับไมตรีจิตจากอีกฝ่ายหนึ่ง'
อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า 'บุคคลใดมีเจตนาที่จะได้ประโยชน์อย่างสูงสุดเพื่อตัวของเขาเอง เขาจะไม่ใช้เวลาให้หมดไปด้วยการโต้เถียงเป็นอันขาด การโต้เถียงย่อมจะเป็นผลให้เกิดโทสะ และทำลายอำนาจบังคับของตัวเอง จงยอมจำนนต่อการโต้เถียงในเรื่องใหญ่ซึ่งท่านจะได้รับ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการอวดตนว่าท่านไม่แพ้ใคร และจงยอมจำนนต่อการโต้เถียงเล็กๆแม้ท่านจะมีสิทธิ์ที่จะกระทำได้อย่างเต็มที่ จงให้ทางแก่สุนัขแทนการต่อสู้กับมัน เพิ่อรักษาสิทธิ์ของท่านจนถูกมันกัดเอา แม้ท่านจะฆ่าสุนัขตัวนั้นเสีย แต่ท่านก็ยังคงมีแผลถูกมันกัดอยู่ดี'
'มนุษย์จะต้องถูกสอน เหมือนกับท่านมิได้สอน
และสิ่งใดที่เขาไม่รู้ จงเสนอแก่เขา เหมือนหนึ่งเขาลืมมันไป'
'เจ้าจงเป็นผู้ฉลาดกว่าผู้อื่นถ้าเจ้าสามารถเป็นเช่นนั้นได้ แตอย่าได้บอกให้เขารู้ว่า เจ้าฉลาดกว่าเขา' ลอร์ดเชสเตอร์ฟีล
โซเครติส สอนลูกศิษย์ว่า 'มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ข้าพเจ้ารู้ดี นั่นก็คือ ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย'
'นักวิทยาศาสตร์ ไม่เคยพยายามจะพิสูจน์สิ่งใด เขาเพียงแต่พยายามหาข้อเท็จจริงเท่านั้น'
ด้วยการยอมรับว่าท่านอาจจะเป็นผู้ผิด ท่านจะไม่มีเรื่องกับใครเป็นอันขาด เพราะการพูดเช่นนี้จะยุติการถกเถียงลงอย่างสิ้นเชิง และจะจูงใจอีกฝ่ายให้กลายเป็นมิตรและมีใจกว้างเหมือนท่าน และทำให้เขายอมรับว่าตัวเขาเอง อาจจะเป็นฝ่ายผิดด้วยก็ได้
ในบางครั้งเราจะพบว่าเร่เปลี่ยนใจของเราอย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีเรื่องสะเทือนใจใดๆ แต่ถ้าหากว่ามีใครมาบอกว่า 'เราผิด' เราจะรู้สึกกรุ่นอยู่ข้างใน และใจเราเริ่มรู้สึกกระด้างกระเดื่อง ถ้าหากมีใครมาข่มเหงนำ้ใจเรา เราตะเกิดความเชื่อในสิ่งที่เราเชื่ออย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ไม่ใช่ความคิดของเราหรอกที่เราหวงแหน แต่เราหวงแหนตัวตนความนับถือตัวตนของเราโดยไม่ยอมให้ถูกข่มเหงต่างหาก
เราต่างปลงใจเชื่อโดยอาศัยความเคยชินของเรา ในสิ่งที่เรายอมรับนับถือว่าเป็นความจริงโดยจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เราจะเกิดความขุ่นเคืองเมื่อมีผู้ใดมาทำให้เกิดความพิศวงงงวยในความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่งของเรา ซึ่งจะเป็นเหตุให้เราหาเหตุผลมาโต้แย้งเพื่อพิสูจน์ว่าความเชื่อถือของเรานั้นถูกต้องดีแล้ว ในการเชื่อถือสิ่งต่างๆ ถ้าเราจะต้องหาเหตุผลมาโต้แย้งกับผู้อื่นเพื่อพิสูจน์ว่าเราถูก ผลก็คือเราส่วนมาก เราจะเชื่อถือในสิ่งนั้นๆต่อไป เช่นเดียวกับที่เราเคยเชื่อมาแล้ว
เมื่อเราทำผิด เราอาจจะยอมรับผิดกับตัวของเราเอง ถ้าผู้อื่นรู้จักปฏิบัติต่อเราด้วยวิธีอันละมุ่นละไมและถูกกาละเทศะ เราอาจจะยอมรับผิดกับผู้นั้นอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา โดยปราศจากความสะทกสะท้าน แต่เราจะไม่ยอมรับผิดเป็นอันขาด ถ้ามีใครมาบังคับขู่เข็ญให้เราพูดความจริง
ถ้าเรารู้ตัวว่าเราได้ทำผิด จะไม่ดีกว่าหรือที่เราจะกล่าวถึงความผิดของเราก่อนอีกฝ่ายจะแย้มปาก การตำหนิติเตียนตนเอง ย่อมจะน่าฟังกว่าคนแปลกหน้าหรือคนอื่นมาตำหนิตัวเรา
คนโง่มักจะพยายามแก้ตัวเมื่อได้ทำผิด และคนโง่ส่วนมากต่างปฏิบัติเช่นนี้ แต่ด้วยการสารภาพผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่เพียงจะทำให้คนเรากลายเป็นผู้อยู่สูงกว่าฝูงสัตว์ หากจะทำให้มีจิตใจสูงขึ้นด้วย
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วิธีที่จะทำให้ผู้อื่น ติดเนื้อต้องใจตั้งแต่แรกพบ
เมื่อใดก็ตามที่ท่านออกจากบ้าน จงยื่นคางออกไป ซึ่งจะทำให้หัวของท่านตั้งตรงดหมือนมีมงกุฏอยู่ข้างบน จงสูดลมหายใจอย่างเต็มปอด จงโค้งทักทายมิตรสหายด้วยรอยยิ้ม ยิ้มอย่างอิ่มเอิบในการทักทายกับผู้อื่น อย่ากลังเกรงไปว่าคนอื่นจะเข้าใจท่านผิด และจงอย่าเสียเวลาแม้นาทีเดียวคิดถึงศัตรูของท่าน จงพยายามตั้งใจให้แน่วแน่มั่นคงในสิ่งืี่ท่านปรารถนาจะทำ โดยปราศจากการลังเลเหหัน ท่านจงมุ่งไปสู่จุดหมาย " เอ็ลเบอร์ตฮับเบอร์ด
สุภาษิตจีน บอกไว้ว่า 'คนที่ใบหน้าไม่ยิ้ม อย่าได้เปิดร้านค้าขาย'
คุณค่าของการยิ้ม ทำให้ผู้รับได้กำไร โดยผู้ให้มิต้องหมดเปลือง แม้จะเพียงแวบเดียว แต่บางครั้งฝังอยู่ในความจำของผู้รับตลอดชีวิต ยิ้ม... มันจะไม่มีประโยชน์แก่ใครเลย จนกว่ามันจะถูกส่งออกไป
กฏข้อที่ 1) จงเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อผู้อื่น
กฏข้อที่ 2) ยิ้ม
3) จำชื่อและรายละเอียด ของคู่สนทนา เหมือนเรารู้จักตัวเอง
4) จงเป็นนักฟังที่ดี จงสนับสนุนให้อีกฝ่ายหนึ่งคุยถึงเรื่องของเขา
5) สนทนาในเรื่องที่อีกฝ่ายหนึ่งสนใจ
' จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่ท่านต้องการจะให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อท่าน'
อะไรคือความลับ เคล็ดลับ ในการบรรลุความสำเร็จในการทำงาน ชาร์ล ดับบลิวเอเย่นต์ ตอบไว้ว่า 'ไม่มีความลับในเรืองการติดต่อธุรกิจจนบรรลุผลสำเร็จ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือ จงตั้งอกตั้งใจฟังคำพูดของอีกฝ่ายหนึ่งแต่อย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดอีกแล้วที่จะเป็นการแสดงความคารวะยิ่งไปกว่าการปฏิบัติเช่นนี้'
มีบุคคลเป็นจำนวนมากประสบความล้มเหลวที่จะเป็นผู้ได้รับความนิยมเนื่องมาจากไม่ฟังผู้อื่นพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาเหล่านี้เอาธุระอย่างจริงจังกับการที่จะพูดออกมา จนกระทั่งไม่ยอมเปิดหูฟัง บุคคลสำคัญบอกว่า ความสามารถเป็นนักฟังที่ดีของมนุษย์เป็นสิ่งหายากเกือบจะยิ่งกว่านิสัยที่ดีอื่นๆทั้งหลาย
'จงทำให้ผู้อื่น เกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ' เพราะความปรารถนาที่จะเป็นคนสำคัญ ความกระหายที่จะได้รับการยกย่อง เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนอย่างรุนแรงที่สุดแห่งธรรมชาติมนุษย์
ท่านต้องการความเลื่อมใสจากผู้ที่ท่านติดต่อสัมพันธ์ด้วย ท่านต้องการให้ผู้อื่นมองเห็นคุณค่าอันแท้จริงของท่าน ท่านต้องการความรู้สึกเป็นคนสำคัญอยู่ในโลกน้อยๆของท่าน ท่านไม่ต้องการที่จะฟังคำประจบสอพลอไร้ราคา แต่ท่านหิวกระหายต่อคำยกย่องสรรเสริญ ท่านต้องการให้มิตรสหาย เห็นพ้องกับท่านด้วยนำ้ใสใจจริงและยกย่องชมเชยอย่างเต็มที่ เราทุกคนต้องการสิ่งนี้ด้วยกันทั้งนั้น
ท่านไม่จำเป็นต้องคอยจนกว่าจะได้เป็นเอกอัครราชฑูตประจำประเทศฝรั่งเศส หรือเป็นนายกสมาคมอะไรสักแห่งหนึ่ง ถึงจะเริ่มชมเชย สรรเสริญผู้อื่น ท่านสามารถใช้มัน ให้ปรากฏผลอย่างน่าอัศจรรย์ได้ทุกวัน
คำพูดสั้นๆ เช่น 'เกรงใจมากที่ต้องรบกวน' 'คุณจะกรุณา..' 'ได้โปรดช่วย..' 'ไม่ทราบจะรบกวนมากไปมั๊ย ถ้าหากคุณจะช่วย...' 'ขอบคุณมากจริงๆ ในความกรุณา...' ความสุภาพอ่อนโยนเพียงเล็กน้อยเช่นนี้จะช่วยปลอบใจอีกฝ่ายให้หายเหน็ดเหนื่อย อีกประการหนึ่งมันหมายถึงว่า ผู้ที่พูดได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี
มีความจริงที่เป็นจริงอยู่ตลอดกาลว่า คนที่ท่านพบปะสนทนาด้วยเกือบทุกคน จะรู้สึกว่าเขาเหนือกว่าท่านในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งมีวิธีที่จะทำให้เขาเกิดความปลาบปลื้มก็คือ ท่านจงยกย่องความสำคัญในทางนั้นๆของเขาด้วยสุจริตใจ
สิ่งที่น่าเวทนาอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์บางคน ซึ่งปรารถนาจะทำตัวให้เหนือกว่าผู้อื่น ถึงกับหนุนความรู้สึกอันตำ่ต้อยของตนให้สูงขึ้น ด้วยการร้องตะโกน ทำเสียงอึกทึก แสดงความหมื่นทะลึ่งต่างๆนานา ซึ่งการกระทำนี้เป็นที่น่ารังเกียจชวนคลื่นเหียนอาเจียนแก่ผู้อื่น เชกสเปียร์ เคยกล่าวว่า 'มนุษย์ มนุษย์ผู้หยิ่งทะนง! เมื่อได้เป็นผู้มีอำนาจวาสนาในระยะสั้นๆ จะแสดงเล่ห์กลพิสดารนานาประการเฉพาะหน้าสวรรค์อันสูง จนกระทั่งเทวดาถึงกับร้องไห้'
ดอโรธี ดิกส์ บอกว่าผู้ชายก่อนที่จะแต่งงานควรฟังเรื่องนี้ ' อย่าเพิ่งแต่งงาน หากท่านไม่คิดว่าจะพูดชมเชยฝ่ายหญิงได้ การยกย่องชมเชยหลังจากสมรสเป็นความจำเป็น และจะนำสันติสุขมาให้ ชีวิตสมรสมิได้เป็นสิ่งที่ควรใช้วาจาโผงผางตรงไปตรงมา แต่จะต้องอาศัยชั้นเชิงทางการฑูตประกอบด้วย
ถ้าท่านปรารถนาจะกินอาหารอร่อยทุกวัน จงอย่าค่อนแคะการเป็นแม่บ้าน หรือไปเปรียบกับแม่ของท่านเด็ดขาด แต่ตรงกันข้าม จงชมเชยกิจการบ้านเรือนของหล่อนอยู่เป็นประจำ และจงแสดงความชื่นชมยินดีอย่างเปิดเผยเหมือนหนึ่งท่านได้สมรสกับหญิงเพียงคนเดียวเท่านั้นผู้ประกอบด้วยความดีและเป็นเจ้าของเสน่ห์ของเทพธิดาวีนัส แม้สเต็คจะเหนียวและข้าวจะแข็งไปบ้าง จงอย่าบ่น ท่านเพียงแต่บอกว่าอาหารวันนี้ยังไม่ดีบริบูรณ์เหมือนปกติ ซึ่งหล่อนจะยอมทนร้อนจนตัวเกรียมอยู่ที่เตาในครัว เพื่อจะเป็นหญิงในอุดมคติของท่าน'
สุภาษิตจีน บอกไว้ว่า 'คนที่ใบหน้าไม่ยิ้ม อย่าได้เปิดร้านค้าขาย'
คุณค่าของการยิ้ม ทำให้ผู้รับได้กำไร โดยผู้ให้มิต้องหมดเปลือง แม้จะเพียงแวบเดียว แต่บางครั้งฝังอยู่ในความจำของผู้รับตลอดชีวิต ยิ้ม... มันจะไม่มีประโยชน์แก่ใครเลย จนกว่ามันจะถูกส่งออกไป
กฏข้อที่ 1) จงเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อผู้อื่น
กฏข้อที่ 2) ยิ้ม
3) จำชื่อและรายละเอียด ของคู่สนทนา เหมือนเรารู้จักตัวเอง
4) จงเป็นนักฟังที่ดี จงสนับสนุนให้อีกฝ่ายหนึ่งคุยถึงเรื่องของเขา
5) สนทนาในเรื่องที่อีกฝ่ายหนึ่งสนใจ
' จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่ท่านต้องการจะให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อท่าน'
อะไรคือความลับ เคล็ดลับ ในการบรรลุความสำเร็จในการทำงาน ชาร์ล ดับบลิวเอเย่นต์ ตอบไว้ว่า 'ไม่มีความลับในเรืองการติดต่อธุรกิจจนบรรลุผลสำเร็จ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือ จงตั้งอกตั้งใจฟังคำพูดของอีกฝ่ายหนึ่งแต่อย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดอีกแล้วที่จะเป็นการแสดงความคารวะยิ่งไปกว่าการปฏิบัติเช่นนี้'
มีบุคคลเป็นจำนวนมากประสบความล้มเหลวที่จะเป็นผู้ได้รับความนิยมเนื่องมาจากไม่ฟังผู้อื่นพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาเหล่านี้เอาธุระอย่างจริงจังกับการที่จะพูดออกมา จนกระทั่งไม่ยอมเปิดหูฟัง บุคคลสำคัญบอกว่า ความสามารถเป็นนักฟังที่ดีของมนุษย์เป็นสิ่งหายากเกือบจะยิ่งกว่านิสัยที่ดีอื่นๆทั้งหลาย
'จงทำให้ผู้อื่น เกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ' เพราะความปรารถนาที่จะเป็นคนสำคัญ ความกระหายที่จะได้รับการยกย่อง เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนอย่างรุนแรงที่สุดแห่งธรรมชาติมนุษย์
ท่านต้องการความเลื่อมใสจากผู้ที่ท่านติดต่อสัมพันธ์ด้วย ท่านต้องการให้ผู้อื่นมองเห็นคุณค่าอันแท้จริงของท่าน ท่านต้องการความรู้สึกเป็นคนสำคัญอยู่ในโลกน้อยๆของท่าน ท่านไม่ต้องการที่จะฟังคำประจบสอพลอไร้ราคา แต่ท่านหิวกระหายต่อคำยกย่องสรรเสริญ ท่านต้องการให้มิตรสหาย เห็นพ้องกับท่านด้วยนำ้ใสใจจริงและยกย่องชมเชยอย่างเต็มที่ เราทุกคนต้องการสิ่งนี้ด้วยกันทั้งนั้น
ท่านไม่จำเป็นต้องคอยจนกว่าจะได้เป็นเอกอัครราชฑูตประจำประเทศฝรั่งเศส หรือเป็นนายกสมาคมอะไรสักแห่งหนึ่ง ถึงจะเริ่มชมเชย สรรเสริญผู้อื่น ท่านสามารถใช้มัน ให้ปรากฏผลอย่างน่าอัศจรรย์ได้ทุกวัน
คำพูดสั้นๆ เช่น 'เกรงใจมากที่ต้องรบกวน' 'คุณจะกรุณา..' 'ได้โปรดช่วย..' 'ไม่ทราบจะรบกวนมากไปมั๊ย ถ้าหากคุณจะช่วย...' 'ขอบคุณมากจริงๆ ในความกรุณา...' ความสุภาพอ่อนโยนเพียงเล็กน้อยเช่นนี้จะช่วยปลอบใจอีกฝ่ายให้หายเหน็ดเหนื่อย อีกประการหนึ่งมันหมายถึงว่า ผู้ที่พูดได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี
มีความจริงที่เป็นจริงอยู่ตลอดกาลว่า คนที่ท่านพบปะสนทนาด้วยเกือบทุกคน จะรู้สึกว่าเขาเหนือกว่าท่านในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งมีวิธีที่จะทำให้เขาเกิดความปลาบปลื้มก็คือ ท่านจงยกย่องความสำคัญในทางนั้นๆของเขาด้วยสุจริตใจ
สิ่งที่น่าเวทนาอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์บางคน ซึ่งปรารถนาจะทำตัวให้เหนือกว่าผู้อื่น ถึงกับหนุนความรู้สึกอันตำ่ต้อยของตนให้สูงขึ้น ด้วยการร้องตะโกน ทำเสียงอึกทึก แสดงความหมื่นทะลึ่งต่างๆนานา ซึ่งการกระทำนี้เป็นที่น่ารังเกียจชวนคลื่นเหียนอาเจียนแก่ผู้อื่น เชกสเปียร์ เคยกล่าวว่า 'มนุษย์ มนุษย์ผู้หยิ่งทะนง! เมื่อได้เป็นผู้มีอำนาจวาสนาในระยะสั้นๆ จะแสดงเล่ห์กลพิสดารนานาประการเฉพาะหน้าสวรรค์อันสูง จนกระทั่งเทวดาถึงกับร้องไห้'
ดอโรธี ดิกส์ บอกว่าผู้ชายก่อนที่จะแต่งงานควรฟังเรื่องนี้ ' อย่าเพิ่งแต่งงาน หากท่านไม่คิดว่าจะพูดชมเชยฝ่ายหญิงได้ การยกย่องชมเชยหลังจากสมรสเป็นความจำเป็น และจะนำสันติสุขมาให้ ชีวิตสมรสมิได้เป็นสิ่งที่ควรใช้วาจาโผงผางตรงไปตรงมา แต่จะต้องอาศัยชั้นเชิงทางการฑูตประกอบด้วย
ถ้าท่านปรารถนาจะกินอาหารอร่อยทุกวัน จงอย่าค่อนแคะการเป็นแม่บ้าน หรือไปเปรียบกับแม่ของท่านเด็ดขาด แต่ตรงกันข้าม จงชมเชยกิจการบ้านเรือนของหล่อนอยู่เป็นประจำ และจงแสดงความชื่นชมยินดีอย่างเปิดเผยเหมือนหนึ่งท่านได้สมรสกับหญิงเพียงคนเดียวเท่านั้นผู้ประกอบด้วยความดีและเป็นเจ้าของเสน่ห์ของเทพธิดาวีนัส แม้สเต็คจะเหนียวและข้าวจะแข็งไปบ้าง จงอย่าบ่น ท่านเพียงแต่บอกว่าอาหารวันนี้ยังไม่ดีบริบูรณ์เหมือนปกติ ซึ่งหล่อนจะยอมทนร้อนจนตัวเกรียมอยู่ที่เตาในครัว เพื่อจะเป็นหญิงในอุดมคติของท่าน'
วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
How to win friend and influenced people
การตำหนิติเตียนเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ ก็เพราะจะทำให้ผู้ถูกติเตียนแก้ตัวต่างๆนาๆและพยายามที่จะเข้าข้างตัวเอง การตำหนิติเตียนเป็นภัย เพราะมันสามารถทำให้จิตใจอันภาคภูมิของคนเราได้รับความปวดร้าว ทำลายความรู้สึกแห่งการเป็นคนมีความสำคัญ และก่อให้เกิดโทสะ
เราจงจำไว้ว่าการตำหนิติเตียน เปรียบเหมือนนกพิราบที่เลี้ยงไว้ตามบ้าน มันจะต้องกลับมาบ้านเสมอ บุคคลที่เราจะว่ากล่าวและตำหนิมักจะแก้ตัวและเข้าข้างตัวเอง ทั้งจะโทษเราเข้าให้บ้าง
อย่าบ่นในเรื่องหิมะรกรุงรังตามหลังคาเพื่อนบ้านของท่าน ในเมื่อบันไดหน้าบ้านของท่านเองก็ยังสกปรกอยู่ " ขงจื้อ
คนโง่เขลาเบาปัญญาเท่านั้นที่ชอบติเตียน ปรักปรำและบ่นว่า แต่คนโง่เขลาเบาปัญญาก็ปฏิบัติเช่นนั้น คนมีอุปนิสัยอันดีงาม รู้จักควบคุมตัวเองเท่านั้นจึงจะเข้าใจผู้อื่นและยินดีอภัยให้
'พระเจ้าเองไม่เคยมีความประสงค์ที่จะตัดสินบุคคลใด จนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของเขา'
ในบางครั้งมนุษย์เรากลายเป็นคนป่วย ทั้งที่มิได้ป่วยไข้ เพื่อหวังว่าจะได้รับความเห็นใจและความเอาใจใส่ และเพื่อจะได้รับ 'ความรู้สึกเป็นคนสำคัญ'
เราให้อาหารบำรุงร่างกายแก่ลูกของเรา มิตรสหายและพนักงานของเรา แต่เรามักจะไม่ค่อยให้อาหารใจด้วยการยกย่องชมเชยความสามารถของเขา เราเฉยเมยที่จะให้คำพูดแห่งความปรานีแก่เขาเป็นการยกย่องคำพูดซึ่งจะฝังอยู่อย่างซาบซึ้งอ่อนหวานในความทรงจำของเขาเป็นเวลานานปี
ทำไมเราจะพูดถึงสิ่งที่เราต้องการ? การกระทำเช่นนั้นเป็นลักษณะของเด็กดีๆนี่เอง มันเป็นความโง่เขลา แน่นอนเราย่อมจะต้องเอาใจใส่ในสิ่งที่เราต้องการ เราเอาใจใส่ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดของเราเสมอ แต่ความต้องก่รของเรา ไม่มีใครเอาใจใส่เหมือนตัวของเราเองหรอก เราทุกคนเหมือนกันทั้งนั้น เราเอาใจใส่ในสิ่งที่เราต้องการ
การที่เราจะเป็นผู้ได้รับความนิยมชมชอบจากคนทั่วไป ประสบความสุข และมีรายได้งาม เกี่ยวพันอย่างใหญ่หลวงกับความสามารถของเราในการติดต่อกับผู้อื่น
การผูกมิตรกับผู้อื่นจะสำเร็จเรียบร้อยภายในเวลา 2 เดือน ด้วยการเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อเขาผู้นั้น ซึ่งจะได้ผลยิ่งกว่าการผูกมิตรซึ่งใช้เวลา 2 ปี แต่ด้วยความพยายามให้ผู้อื่นนั้นเอาใจใส่ต่อตัวเรา ' หนังสือ how to win friend and influence people
ถ้าเราเพียงแต่พยายามจะให้ตัวเราเป็นที่น่าทึ่ง แก่ผู้อื่นและพยายามให้ผู้อื่นเอาใจใส่ต่อเรา เราจะไม่พบเพื่อนดีที่มีความซื่อสัตย์ต่อเรานัก เพื่อนดีโดยแท้จริง มิได้สร้างขึ้นมาจากการปฏิบัติเช่นนั้น
บุคคลใดที่ละเว้นการเอาใจใส่ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เพียงแต่เขาจะดำรงชีวิตอยู่โดยปราศจากความราบรื่น หากเขาจะเป็นมนุษย์ที่มีอันตรายอย่างใหญ่หลวงแก่ผู้อื่นด้วย มนุษย์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ห่างไกลจากความก้าวหน้าและความรุ่งเรืองในประการทั้งปวง
การยิ้ม สิ่งง่ายๆแต่หากเข้าใจ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสำเร็จได้ การยิ้ม มีความหมายว่า 'ฉันชอบคุณ คุณทำให้ฉันมีความสุข ฉันมีความสุขมากที่ได้พบคุณ จนไม่สามารถหยุดยิ้มได้เลย' ส่วนการยิ้มแบบไม่จริงใจ ยิ้มเพราะจำเป็น มันไม่มีประโยชน์เลย เพราะไม่สามารถตบตาใครได้ มันปราศจากความจริงใจและไม่มีใครชอบมัน การยิ้มอย่างแท้จริง ยิ้มด้วยไมตรีจิต ยิ้มที่มาจากหัวใจ ยิ้มชนิดที่ถ้าเป็นสิ่งซื้อขายกันได้ก็มีราคาสูงลิบลับ ... วันนี้ยิ้มของเราส่วนใหญ่เป็นแบบไหน
ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เรามี หรือเราอยู่ในฐานะใด หรือเราอยู่ที่ไหน หรือเรากำลังทำอะไรที่ช่วยให้เรามีความสุขหรือปราศจากความสุข มันอยู่ที่เราคิดถึงสิ่งเหล่านั้นอย่างไรต่างหาก ดังที่เชกสเปียร์กล่าวไว้ว่า 'ไม่มีสิ่งใดดีหรือเลว มีแต่ความคิด ที่ทำให้เป็นเช่นนั้น'
อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า 'คนส่วนมากจะมีความสุขได้มากน้อยเพียงใด แล้วแต่จะทำใจให้รู้สึกเช่นนั้น'
เราจงจำไว้ว่าการตำหนิติเตียน เปรียบเหมือนนกพิราบที่เลี้ยงไว้ตามบ้าน มันจะต้องกลับมาบ้านเสมอ บุคคลที่เราจะว่ากล่าวและตำหนิมักจะแก้ตัวและเข้าข้างตัวเอง ทั้งจะโทษเราเข้าให้บ้าง
อย่าบ่นในเรื่องหิมะรกรุงรังตามหลังคาเพื่อนบ้านของท่าน ในเมื่อบันไดหน้าบ้านของท่านเองก็ยังสกปรกอยู่ " ขงจื้อ
คนโง่เขลาเบาปัญญาเท่านั้นที่ชอบติเตียน ปรักปรำและบ่นว่า แต่คนโง่เขลาเบาปัญญาก็ปฏิบัติเช่นนั้น คนมีอุปนิสัยอันดีงาม รู้จักควบคุมตัวเองเท่านั้นจึงจะเข้าใจผู้อื่นและยินดีอภัยให้
'พระเจ้าเองไม่เคยมีความประสงค์ที่จะตัดสินบุคคลใด จนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของเขา'
ในบางครั้งมนุษย์เรากลายเป็นคนป่วย ทั้งที่มิได้ป่วยไข้ เพื่อหวังว่าจะได้รับความเห็นใจและความเอาใจใส่ และเพื่อจะได้รับ 'ความรู้สึกเป็นคนสำคัญ'
เราให้อาหารบำรุงร่างกายแก่ลูกของเรา มิตรสหายและพนักงานของเรา แต่เรามักจะไม่ค่อยให้อาหารใจด้วยการยกย่องชมเชยความสามารถของเขา เราเฉยเมยที่จะให้คำพูดแห่งความปรานีแก่เขาเป็นการยกย่องคำพูดซึ่งจะฝังอยู่อย่างซาบซึ้งอ่อนหวานในความทรงจำของเขาเป็นเวลานานปี
ทำไมเราจะพูดถึงสิ่งที่เราต้องการ? การกระทำเช่นนั้นเป็นลักษณะของเด็กดีๆนี่เอง มันเป็นความโง่เขลา แน่นอนเราย่อมจะต้องเอาใจใส่ในสิ่งที่เราต้องการ เราเอาใจใส่ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดของเราเสมอ แต่ความต้องก่รของเรา ไม่มีใครเอาใจใส่เหมือนตัวของเราเองหรอก เราทุกคนเหมือนกันทั้งนั้น เราเอาใจใส่ในสิ่งที่เราต้องการ
การที่เราจะเป็นผู้ได้รับความนิยมชมชอบจากคนทั่วไป ประสบความสุข และมีรายได้งาม เกี่ยวพันอย่างใหญ่หลวงกับความสามารถของเราในการติดต่อกับผู้อื่น
การผูกมิตรกับผู้อื่นจะสำเร็จเรียบร้อยภายในเวลา 2 เดือน ด้วยการเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อเขาผู้นั้น ซึ่งจะได้ผลยิ่งกว่าการผูกมิตรซึ่งใช้เวลา 2 ปี แต่ด้วยความพยายามให้ผู้อื่นนั้นเอาใจใส่ต่อตัวเรา ' หนังสือ how to win friend and influence people
ถ้าเราเพียงแต่พยายามจะให้ตัวเราเป็นที่น่าทึ่ง แก่ผู้อื่นและพยายามให้ผู้อื่นเอาใจใส่ต่อเรา เราจะไม่พบเพื่อนดีที่มีความซื่อสัตย์ต่อเรานัก เพื่อนดีโดยแท้จริง มิได้สร้างขึ้นมาจากการปฏิบัติเช่นนั้น
บุคคลใดที่ละเว้นการเอาใจใส่ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เพียงแต่เขาจะดำรงชีวิตอยู่โดยปราศจากความราบรื่น หากเขาจะเป็นมนุษย์ที่มีอันตรายอย่างใหญ่หลวงแก่ผู้อื่นด้วย มนุษย์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ห่างไกลจากความก้าวหน้าและความรุ่งเรืองในประการทั้งปวง
การยิ้ม สิ่งง่ายๆแต่หากเข้าใจ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสำเร็จได้ การยิ้ม มีความหมายว่า 'ฉันชอบคุณ คุณทำให้ฉันมีความสุข ฉันมีความสุขมากที่ได้พบคุณ จนไม่สามารถหยุดยิ้มได้เลย' ส่วนการยิ้มแบบไม่จริงใจ ยิ้มเพราะจำเป็น มันไม่มีประโยชน์เลย เพราะไม่สามารถตบตาใครได้ มันปราศจากความจริงใจและไม่มีใครชอบมัน การยิ้มอย่างแท้จริง ยิ้มด้วยไมตรีจิต ยิ้มที่มาจากหัวใจ ยิ้มชนิดที่ถ้าเป็นสิ่งซื้อขายกันได้ก็มีราคาสูงลิบลับ ... วันนี้ยิ้มของเราส่วนใหญ่เป็นแบบไหน
ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เรามี หรือเราอยู่ในฐานะใด หรือเราอยู่ที่ไหน หรือเรากำลังทำอะไรที่ช่วยให้เรามีความสุขหรือปราศจากความสุข มันอยู่ที่เราคิดถึงสิ่งเหล่านั้นอย่างไรต่างหาก ดังที่เชกสเปียร์กล่าวไว้ว่า 'ไม่มีสิ่งใดดีหรือเลว มีแต่ความคิด ที่ทำให้เป็นเช่นนั้น'
อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า 'คนส่วนมากจะมีความสุขได้มากน้อยเพียงใด แล้วแต่จะทำใจให้รู้สึกเช่นนั้น'
เด็กเรียนรู้จากชีวิต
หากเด็กอยู่กับคนช่างตำหนิ
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะประณามคนอื่น
หากเด็กอยู่กับความเกลียดชัง
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะต่อสู้
หากเด็กอยู่กับคำเยาะเย้ย
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะไม่เชื่อใจใคร
หากเด็กอยู่กับความน่าละอาย
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะรู้สึกผิด
หากเด็กอยู่กับความทุกข์ทรมาน
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะอดทน
หากเด็กอยู่กับสิ่งที่ให้กำลังใจ
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะมีความมั่นใจ
หากเด็กอยู่กับคำชม
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะชื่นชมผู้อื่น
หากเด็กอยู่กับความเสมอภาค
เขาย่อมเรียนรู้ถึงความยุติธรรม
หากเด็กอยู่กับความมั่นคง
เขาย่อมเรียนรู้ถึงความศรัทธา
หากเด็กอยู่กับความเห็นพ้อง
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะชอบตัวเอง
หากเด็กอยู่กับการยอมรับและมิตรภาพ
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะรักและห่วงใยโลกใบนี้
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะประณามคนอื่น
หากเด็กอยู่กับความเกลียดชัง
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะต่อสู้
หากเด็กอยู่กับคำเยาะเย้ย
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะไม่เชื่อใจใคร
หากเด็กอยู่กับความน่าละอาย
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะรู้สึกผิด
หากเด็กอยู่กับความทุกข์ทรมาน
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะอดทน
หากเด็กอยู่กับสิ่งที่ให้กำลังใจ
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะมีความมั่นใจ
หากเด็กอยู่กับคำชม
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะชื่นชมผู้อื่น
หากเด็กอยู่กับความเสมอภาค
เขาย่อมเรียนรู้ถึงความยุติธรรม
หากเด็กอยู่กับความมั่นคง
เขาย่อมเรียนรู้ถึงความศรัทธา
หากเด็กอยู่กับความเห็นพ้อง
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะชอบตัวเอง
หากเด็กอยู่กับการยอมรับและมิตรภาพ
เขาย่อมเรียนรู้ที่จะรักและห่วงใยโลกใบนี้
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)