weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

How to win friend

วิธีปฏิบัติ 6 ประการ เพื่อให้ผู้อื่นชอบท่าน
1) จงเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อผู้อื่น
2) ยิ้ม
3) จงจำไว้ว่าชื่อของบุคคลใดก็ตาม สำหรับบุคคลนั้นเป็นสำเนียงหวานที่สุดและสำคัญที่สุดในภาษามานุษย์
4) จงเป็นนักฟังที่ดี จงสนับสนุนให้อีกฝ่ายหนึ่งคุยถึงเรื่องของเขา
5) สนทนาในเรื่องที่อีกฝ่ายสนใจ
6) จงทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ และจงทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
' How to win friend and influence people

ท่านไม่สามารถชนะการโต้แย้ง: ท่านไม่สามารถชนะได้ ก็เพราะถ้าท่านเป็นฝ่ายแพ้ ท่านก็จะแพ้ และหากท่านเป็นฝ่ายชนะ ท่านก็จะแพ้เช่นเดียวกัน ทำไมน่ะรึ? ถ้าสมมุติว่าท่านชนะอีกฝ่ายด้วยการแสดงให้เห็นว่าเหตุผลของเขาช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน มันจะเกิดอะไรขึ้น? ท่านจะดีใจในฐานะผู้ชนะ แล้วอีกฝ่ายเล่า ท่านจะทำให้เขารู้สึกน้อยเนื้อตำ่ใจ ท่านจะทำลายความภาคภูมิของเขา เขาจะรู้สึกเจ็บใจต่อชัยชระของท่าน และ 'คนที่จำใจต้องเชื่อ ในสิ่งที่เขาไม่เชื่อ ความคิดเห็นของเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง'

'ถ้าท่านโต้แย้ง พูดให้เจ็บใจ และเถียง ท่านอาจจะประสบชัยชนะในบางครั้ง แต่เป็นชัยชนะที่ว่างเปล่า ทั้งนี้ก็เพราะท่านจะไม่สามารถรับไมตรีจิตจากอีกฝ่ายหนึ่ง'

อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า 'บุคคลใดมีเจตนาที่จะได้ประโยชน์อย่างสูงสุดเพื่อตัวของเขาเอง เขาจะไม่ใช้เวลาให้หมดไปด้วยการโต้เถียงเป็นอันขาด การโต้เถียงย่อมจะเป็นผลให้เกิดโทสะ และทำลายอำนาจบังคับของตัวเอง จงยอมจำนนต่อการโต้เถียงในเรื่องใหญ่ซึ่งท่านจะได้รับ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการอวดตนว่าท่านไม่แพ้ใคร และจงยอมจำนนต่อการโต้เถียงเล็กๆแม้ท่านจะมีสิทธิ์ที่จะกระทำได้อย่างเต็มที่ จงให้ทางแก่สุนัขแทนการต่อสู้กับมัน เพิ่อรักษาสิทธิ์ของท่านจนถูกมันกัดเอา แม้ท่านจะฆ่าสุนัขตัวนั้นเสีย แต่ท่านก็ยังคงมีแผลถูกมันกัดอยู่ดี'

'มนุษย์จะต้องถูกสอน เหมือนกับท่านมิได้สอน
และสิ่งใดที่เขาไม่รู้ จงเสนอแก่เขา เหมือนหนึ่งเขาลืมมันไป'
'เจ้าจงเป็นผู้ฉลาดกว่าผู้อื่นถ้าเจ้าสามารถเป็นเช่นนั้นได้ แตอย่าได้บอกให้เขารู้ว่า เจ้าฉลาดกว่าเขา' ลอร์ดเชสเตอร์ฟีล

โซเครติส สอนลูกศิษย์ว่า 'มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ข้าพเจ้ารู้ดี นั่นก็คือ ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย'
'นักวิทยาศาสตร์ ไม่เคยพยายามจะพิสูจน์สิ่งใด เขาเพียงแต่พยายามหาข้อเท็จจริงเท่านั้น'

ด้วยการยอมรับว่าท่านอาจจะเป็นผู้ผิด ท่านจะไม่มีเรื่องกับใครเป็นอันขาด เพราะการพูดเช่นนี้จะยุติการถกเถียงลงอย่างสิ้นเชิง และจะจูงใจอีกฝ่ายให้กลายเป็นมิตรและมีใจกว้างเหมือนท่าน และทำให้เขายอมรับว่าตัวเขาเอง อาจจะเป็นฝ่ายผิดด้วยก็ได้

ในบางครั้งเราจะพบว่าเร่เปลี่ยนใจของเราอย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีเรื่องสะเทือนใจใดๆ แต่ถ้าหากว่ามีใครมาบอกว่า 'เราผิด' เราจะรู้สึกกรุ่นอยู่ข้างใน และใจเราเริ่มรู้สึกกระด้างกระเดื่อง ถ้าหากมีใครมาข่มเหงนำ้ใจเรา เราตะเกิดความเชื่อในสิ่งที่เราเชื่ออย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ไม่ใช่ความคิดของเราหรอกที่เราหวงแหน แต่เราหวงแหนตัวตนความนับถือตัวตนของเราโดยไม่ยอมให้ถูกข่มเหงต่างหาก

เราต่างปลงใจเชื่อโดยอาศัยความเคยชินของเรา ในสิ่งที่เรายอมรับนับถือว่าเป็นความจริงโดยจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เราจะเกิดความขุ่นเคืองเมื่อมีผู้ใดมาทำให้เกิดความพิศวงงงวยในความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่งของเรา ซึ่งจะเป็นเหตุให้เราหาเหตุผลมาโต้แย้งเพื่อพิสูจน์ว่าความเชื่อถือของเรานั้นถูกต้องดีแล้ว ในการเชื่อถือสิ่งต่างๆ ถ้าเราจะต้องหาเหตุผลมาโต้แย้งกับผู้อื่นเพื่อพิสูจน์ว่าเราถูก ผลก็คือเราส่วนมาก เราจะเชื่อถือในสิ่งนั้นๆต่อไป เช่นเดียวกับที่เราเคยเชื่อมาแล้ว

เมื่อเราทำผิด เราอาจจะยอมรับผิดกับตัวของเราเอง ถ้าผู้อื่นรู้จักปฏิบัติต่อเราด้วยวิธีอันละมุ่นละไมและถูกกาละเทศะ เราอาจจะยอมรับผิดกับผู้นั้นอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา โดยปราศจากความสะทกสะท้าน แต่เราจะไม่ยอมรับผิดเป็นอันขาด ถ้ามีใครมาบังคับขู่เข็ญให้เราพูดความจริง

ถ้าเรารู้ตัวว่าเราได้ทำผิด จะไม่ดีกว่าหรือที่เราจะกล่าวถึงความผิดของเราก่อนอีกฝ่ายจะแย้มปาก การตำหนิติเตียนตนเอง ย่อมจะน่าฟังกว่าคนแปลกหน้าหรือคนอื่นมาตำหนิตัวเรา

คนโง่มักจะพยายามแก้ตัวเมื่อได้ทำผิด และคนโง่ส่วนมากต่างปฏิบัติเช่นนี้ แต่ด้วยการสารภาพผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่เพียงจะทำให้คนเรากลายเป็นผู้อยู่สูงกว่าฝูงสัตว์ หากจะทำให้มีจิตใจสูงขึ้นด้วย