weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ลงมือทำวันนี้

1) ปลดปล่อยขีดความสามารถของคุณออกมา: จงจำไว้เสมอว่าความสามารถที่แท้จริงของคุณนั้นไม่มีขีดจำกัด อะไรก็ตามที่คุณทำสำเร็จในชีวิตมาจนถึงวันนี้ เป็นเพียงการเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งมหัศจรรย์ที่คุณสามารถทำสำเร็จในอนาคต
2) วางแผนการกระทำ: คนปกติทั่วไปที่มีแผนการซึ่งคอดไว้อย่างรอบคอบแล้ว จะวิ่งแซงอัจฉริยะที่ไม่มีแผนการ ความสามารถในการวางแผนและจัดการล่วงหน้า จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนที่สุดได้
3) เข้ารับผิดชอบและควบคุมชีวิตตัวเอง
4) สร้างอนาคตให้ตัวเอง
5) กำหนดเป้าหมายที่แท้จริงของตัวเอง: ชัดเจน
6) ตัดสินใจในจุดประสงค์แน่นอน ที่สำคัญของตัวเอง
7) วิเคราะห์ความเชื่อของตัวเอง
8) เริ่มที่จุดเริ่มต้น
9) วัดความก้าวหน้าของตัวเอง
10) ขจัดอุปสรรค
11) เป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการของตัวเอง
12) คบหาให้ถูกคน
13) บริหารเวลาให้ดี; 20/80
14) ทบทวนเป้าหมายของตัวเองทุกวัน
15) นึกเห็นภาพเป้าหมายตัวเองเป็นประจำ
16) กระตุ้นจิตเหนือสำนึก: ego, IT, super ego
17) ทำตัวยืดหยุ่นตลอดเวลบ
18) ไขตู้แห่งความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองทุกวัน
19) ทำ'อะไรบางอย่าง'ที่จะทำให้ใกล้เป้าหมายทุกวัน
20) ทำคุณค่าของตัวเองให้ชัดเจน
21) ตื้อจนกว่าจะสำเร็จ

ความกระตือรือร้น
คุณจะทำอะไรก็ได้ ถ้ามีความกระตือรือร้น
ความกระตือรือร้น คือเชื้อเพลิงที่จะทำให้คุณมีความหวังสูงขึ้นไปถึงดวงดาว

ความกระตือรือร้นคือประกายที่อยู่ในดวงตาของคุณ
มันโลดเต้นอยู่ในท่าทีที่คุณเคลื่อนไหว
ในมือที่คุณหยิบจับสิ่งของ
ในความตั้งใจที่มากขึ้นอย่างต้านทานไม่ไหว
และมันคือพลังที่จะสืบสานความคิดให้เป็นจริง

คนที่กระตือรือร้นจะเป็นนักสู้ พวกเขามีความอดทนและมีความเพียรที่จะทำต่อไป

ความกระตือรือร้นคือพื้นฐานของความก้าวหน้าทั้งมวล ถ้ามีความกระตือรือร้นย่อมมีความสำเร็จ
แต่ถ้าไม่มีสิ่งนี้เสียแล้ว มันก็มีแต่คำแก้ตัว
เฮนรี่ ฟอร์ด

การวางแผนการกระทำ

จริงๆแล้วทุกๆนาทีที่ใช้ไปในการวางแผนจะช่วยประหยัดเวลาในการกระทำได้ 10 นาที ทุกๆนาทีที่คุณใช้ในการวางแผนและคิดก่อนลงมือทำจะช่วยคุณประหยัดเวลา เงินทองและเรี่ยวแรงในการได้รับผลลัพท์ที่คุณปรารถนา ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของคำพูดว่า 'ความล้มเหลวในการวางแผนคือ การวางแผนที่จะล้มเหลว'

เหตุผลอันดับหนึ่งของความล้มเหลวคือ การกระทำโดยปราศจากการวางแผน คนที่พูดว่าพวกเขายุ่งมากจนไม่มีเวลาวางแผนล่วงหน้า ควรเตรียมพร้อมสำหรับความผิดพลาดที่ไม่จำเป็นและการสูญเสียเวลา เงินทองและเรี่ยวแรงครั้งใหญ่

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณ มักจะเลยจุดที่ทุกอย่างในใจของคุณ บอกให้เลิกแค่ก้าวเดียว 'คนส่วนใหญ่ยอมแพ้ เมื่อใกล้จะสำเร็จอยู่รอมร่อ พวกเขาเลิกบนเส้นทางอีกหนึ่งหลาถึงเส้นชัย พวกเขายอมแพ้ในนาทีสุดท้ายของเกมและห่างจากจุดทัชดาว์นแค่ฟุต้ชเดียว' เอช รอส เปอโร

นโปเลียน ฮิลล์ เขียนไว้ในหนังสือคลาสสิคของเขาที่ชื่อ think and grow rich ว่า 'ก่อนที่ความสำเร็จจะมาสู่ชีวิตของทุกคน เขาต้องพบเจอกับความปราชัยชั่วคราวและบางทีก็ความล้มเหลวบ้าง เมื่อความปราชัยอยู่เหนือคนๆหนึ่ง สิ่งที่ง่ายที่สุดและมีเหตุผลที่สุดที่จะทำคือ เลิก และนั่นคือสิ่งที่หญิงชายส่วนใหญ่ทำ'

'อย่าเลิก'
เมื่อทุกอย่างผิดพลาดซึ่งบางครั้งต้องปรากฏ
เมื่อเส้นทางที่คุณเดินดูเหมือนจะขึ้นเนินไปเสียหมด
เมื่อทุนรอนมีน้อย แต่หนี้สินบานตะไท
คุณอยากจะยิ้ม แต่กลับต้องถอนหายใจ
เมื่อภาระบีบคั้นคุณเล็กน้อย
พักผ่อนซ่ะถ้าจำเป็น แต่อย่าถอย
ชีวิตเป็นเรื่องแปลกด้วยเส้นทางที่เหหัก
ดังที่เราทุกคนบางครั้งได้ตระหนัก
มีความล้มเหลวมากมายที่พลิกผัน
เมื่อเขาอาจชนะถ้าทั้งหมดฝ่าฟัน
อย่ายอมแพ้ แม้จังหวะจะดูเชื่องช้า
คุณอาจจะชนะด้วยการสู้อีกครั้ง
ความสำเร็จคือความล้มเหลวที่พลิกผัน
เป็นสีเงินที่แต้มอยู่บนหมู่เมฆแห่ความกังขา
คุณไม่มีวันบอกได้ว่าคุณเฉียดใกล้ความสำเร็จเพียงใด
มันอาจอยู่ใกล้ แต่ดูเหมือนไกล
จงสู้ต่อไป เมื่อคุณถูกทำร้ายสุดๆ
เมื่อทุกอย่างเลวร้ายที่สุดนั่นแหละ ที่คุณ'ต้องไม่เลิก'

ความล้มเหลวหลายอย่างในชีวิต เกิดขึ้นเพราะคนเราไม่ตระหนักว่า เขาอยู่ใกล้ความสำเร็จมากแค่ไหน เมื่อพวกเขายอมแพ้ ' โธมัส เอดิสัน

ทุกความท้อถอยจะถูกแทนที่ด้วยโอกาสซึ่งเท่าเทียมกันหรือดีกว่า ถ้าคุณจดจ่อกับเป้าหมาย เมื่อมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น คุณจะเปรียบเทียบความท้อถอยกับเป้าหมายนี้ จากนั้นก็ตัดสินใจว่า คุณจะยอมให้สิ่งเหล่านี้มาสร้างความไม่พอใจหรือทำลายคุณมากแค่ไหน

จงให้อภัยและบำบัดชีวิตคุณ: การให้อภัยไม่เพียงเป็นสิ่งที่เราให้คนอื่น ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด มันเป็นสิ่งที่คุณให้แก่ตัวเอง คนที่มีความนับถือตนเองมากกว่า คือคนที่ขอโทษก่อน เมื่อคุณยกระดับความนับถือตนเองจะพบว่า คุณมีใจที่จะให้อภัยคนอื่น เพราะตอนนี้ คุณมีพื้นที่สำหรับความสุข ส่วนความโกรธและความเกลียดจะถูกสลัดออกไปจากใจ ในตอนนี้คุณจะมีพื้นที่สำหรับความสุขและความรัก

คำวิจารณ์ติชม คือ อาหารเช้าของแชมเปี้ยน
'ครูจะมา เมื่อลูกศิษย์พร้อม'

คุณกำลังปฏิบัติต่อโลกใบนี้ ตามที่คุณกำลังรู้สึกจากข้างใน: เมื่อคุณรู้สึกดีเยี่ยม คุณก็จะปฏิบัติต่อโลกและทุกคนในโลกอย่างดีเยี่ยม เมื่อคุณรู้สึกแย่ก็จะปฏิบัติต่อโลกนี้และทุกคนแย่ ตามที่คุณรู้สึก จากหลักการนี้คุณจะโกรธได้ก็แต่ตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งอื่นที่อยู่ภายนอก หากยอมรับว่าโลกใบนี้คือกระจกเงา มันก็มีเหตุผลที่จะยอมรับว่า เมื่อคุณโกรธใครสักคนหรือโกรธบางสิ่ง จริงๆแล้วคุณกำลังโกรธส่วนหนึ่งของตัวเอง

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รับมือกับปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

1) แยกแยะปัญหา: ปัญหาที่ได้รับการแยกแยะ เท่ากับมันคลี่คลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
2) จงถามว่าอะไรคือสาเหตุที่เป็นไปได้ของปัญหาทั้งหมดนี้
3) จงถามว่าวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ทั้งหมดคืออะไรบ้าง
4) จงถามว่าวิธีการแก้ไขนี้จะบรรลุผลอะไร
5) มอบหมายความรับผิดชอบหรือรับผิดชอบ

คนธรรมดาทั่วไปที่มีระบบหรือมีสูตรสำหรับการแก้ปัญหา จะสามารถไปได้เร็วกว่าคนที่ฉลาดกว่า หรือคนที่มีการศึกษา ที่ทุ่มเทตัวเองให้กับการแก้ปัญหาที่ปราศจากวิธีการหรือขบวนการแก้

มีคุณสมบัติ 2 อย่างสำหรับความสำเร็จ อย่างแรกคือ 'เข้าถึงมัน'และสองคือ 'เกาะติดมัน' ไม่มีความล้มเหลวสำหรับคนที่ตระหนักได้ในอำนาจของเขา คนที่ไม่รู้ยามที่เขาพ่ายแพ้ ไม่มีความล้มเหลวสำหรับความมานะบากบั่นที่แน่วแน่และสำหระบกำลังใจที่ไม่อาจพิชิตได้ ไม่มีความล้มเหลวสำหรับคนที่ลุกขึ้นทุกครั้งที่เขาล้ม คนที่สะท้อนกลับเหมือนลูกบอลยาง คนที่บากบั่นไม่ลดละในขณะที่ทุกคนยอมแพ้ คนที่ผลักดันต่อไปในขณะที่ทุกคนหันหลังกลับ " โอลิสัน สเว๊ต มาร์เดน ในหนังสือชื่อ Pushing to the front

ขงจื้อเคยพูดไว้เมื่สองพันกว่าปีก่อนว่า 'ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา ไม่ใช่อยู่ที่การไม่เคยล้ม แต่อยู่ที่การลุกขึ้นทุกครั้งที่เราล้ม'

เอลเบิร์ต ฮับบาร์ดเคยเขียนไว้ว่า 'ไม่มีความล้มเหลว เว้นแต่จะไม่พยายามอีกต่อไป ไม่มีคำว่าพ่ายแพ้ เว้นแต่มันออกมาจากข้างใน ไม่มีอุปสรรคใดที่ไม่อาจก้าวข้ามพ้นได้จริงๆ ยกเว้นความอ่อนแอในการบรรลุเป้าหมายที่ติดเป็นนิสัยของเราเอง'

ดวงตาคือหน้าต่างของจิตวิญญาณ: ความรู้สึกของคุณ และวิธีที่คุณบอกให้โลกรู้ว่ารู้สึกอย่างไร จะสื่อสารผ่านดวงตาของคุณ มันเป็นเริ่องยากสำหรับคนส่วนใหญ่ที่จะโกหกขณะที่กำลังมองตาใครอยู่ เพราะมันจะเหมือนกับว่าพวกเขาจะเห็นภาพสะท้อนที่แท้จริงของตนเอง และคงไม่มีใครอยากเห็นตัวตนที่ไม่ซื่อสัตย์ของตนเอง

"คนที่เป็น 'ครู' จะกลับมาเยือนเราเรื่อยๆ จนกว่าลูกศิษย์อย่างเราจะเรียนรู้"

ทุกคนที่เราได้พบหรือได้ติดต่อด้วยนั้น ต่างก็สะท้อนบางส่วนในตัวคุณออกมา ดังนั้นหากจะมีใครเหล่านั้น มาทำให้เรารำคาญใจแล้วล่ะก็ แม้มันจะเจ็บปวดแค่ไหน มันก็เป็นสิ่งที่สอนใจเราได้อยู่ดี

เมื่ิอเรากล่าวโทษใคร ก็เท่ากับว่าเราได้มอบอำนาจให้แก่คนๆนั้นแล้ว เมื่อเรารับผิดชอบสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตเราเอง ก็เท่ากับว่าเราได้มอบอำนาจให้กับตัวเองเป็นคนควบคุมแล้ว

'คนที่คุณอยากจะให้เขาเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือคนที่จะให้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่แก่คุณ'

คนที่คิดและพูดลบ คือคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง และมักชอบแสดงความกล้าหาญแบบจอมปลอม หรือชอบใช้คำพูดที่รุนแรง สิ่งสำคัญก็คือ ในใจของพวกเขาจะรู้สึกกลัว วิธีที่พวกเขาจะป้องกันคนไม่ให้เข้าใกลเเขามากเกินไป คือ รักษาระยะห่างไว้ด้วยความคิดลบ

คนอีกประเภทที่แท้จริงต้องการความช่วยเหลือ แต่มักแสดงออกในทางตรงกันข้าม คือคนที่ 'ไม่ เอาไว้ก่อนกับทุกเรื่อง'เป็นคนที่มักชอบคุยโอ้อวดว่า เขาเก่งอย่างโน้นอย่างนี้ แต่สิ่งนี้กลับสะท้อนว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้เชื่ออย่างนั้น พวกเขากำลังถามหาความมั่นใจและยืนยันจากชาวโลกว่า พวกเขา 'ใช้ได้'