weenalovecookie

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Unlimited power by Anthony Robbins

การลงเอยที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต ไม่ใช่ความรู้ แต่เป็นการกระทำ 'โธมัส เฮนรี่ ฮักซ์เลย์

พลังอำนาจสูงสุดคือ ความสามารถในการผลิตผลลัพท์ที่คุณต้องการมากที่สุด และสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นในกระบวนการที่คุณดำเนินไป พลังอำนาจคือ ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ เป็นความสามารถในการทำให้สิ่งต่างๆทำงานสนับสนุนคุณไม่ใช่ต่อต้านคุณ ในยุคโบราณพลังอำนาจเกิดจากการใช้ร่างกายเท่านั้น ใครแข็งแกร่งกว่าเร็วกว่าชนะมีพลังในการกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเองและผู้อื่น

ไม่ใช่ว่าใครที่คุณรู้จัก สถานที่ที่คุณไปและสมบัติที่คุณเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เกณท์วัดที่แท้จริงของความสำเร็จแห่งบุคคล แท้จริงแล้ว ความสำเร็จเป็นกระบวนการที่ดำเนินอยู่เรื่อยไปในแนวทางที่มากขึ้น กลายเป็นคนที่ดีขึ้น มันเป็นโอกาสที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทางอารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ ร่างกาย สติปัญญา และการเงิน ไปพร้อมๆกับการเสียสละในสิ่งที่ดีให้กับผู้อื่น ถนนสู่ความสำเร็จอยู่ระหว่างการก่อสร้างเรื่อยไป มันเป็นเส้นทางที่ก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่จุดสุดท้ายที่ปลายทาง

แม้ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร แต่การมีเพียงข้อมูลและข่าวสารเท่านั้นยังไม่เพียงพอ ถ้าทั้งหมดที่เราจำเป็นต้องมีเพียงแค่ไอเดียและความคิดบวกเท่านั้น เราทุกคนก็คงจะมีลูกม้าไว้ขี่ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแล้ว แต่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย การกระทำสิ ถึงจะเป็นตัวรวบรวมความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ทั้งมวล การกระทำเป็นตัวที่ทำให้เกิดผล ความรู้เป็นเพียงพลังอำนาจที่สถิตย์อยู่เท่านั้น จนกว่ามันจะตกไปอยู่ในมือของคนที่รู้ว่า จะทำให้ตนเอง ลงมือกระทำอย่างมีประสิทธิผลได้อย่างไร จะว่าไปแล้ว ความหมายตามตัวอักษรของ พลังอำนาจ คือ ความสามารถในการก่อให้เกิดการกระทำนั้นเอง

สิ่งที่เราทำในชีวิตถูกกำหนดมาจาก ลักษณะที่เราสื่อความกับตัวเองไว้อย่างไร คุณภาพชีวิตของเรามาจากคุณภาพของการสื่อความ สิ่งที่เราวาดภาพและพูดกับตัวเอง เรามักจะถูกขังอยู่ในความคิดของตัวเอง มองเห็นความสำเร็จมหึมาของผู้อื่น และคิดว่าพวกเขาอยู่จุดนั้นได้เพราะพวกเขามีพรสวรรค์พิเศษบางอย่าง ที่คุณเองไม่มี พรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมที่เหนือคนทั่วไป คือ ความสามารถที่จะทำให้ตัวเองลงมือปฏิบัติ และเราทุกคนบนโลกนี้สามารถสร้างพรสวรรค์นี้ได้

คุณเองเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะรู้สึกและกระทำอย่างไรตามที่ตัวเองมองเห็นเหตุการณ์นั้นๆ ไม่มีอะไรจะมีความหมาย เว้นเสียแต่ความหมายที่คุณมอบให้กับมัน เราต่างยอมให้การแปลความหมายเป็นไปอย่างไร้การควบคุมกันมามาก แต่แท้ที่จริงแล้ว เราสามารถดึงเอาพลังนี้กลับคืนมาได้ และเปลี่ยนประสบการณ์ที่เรามีต่อโลกได้ในพริบตา

ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความแตกต่างระหว่างคนที่ผลิตผลลัพธ์ทางบวกและคนที่ไม่นั้น ไม่ใช่การทอดลูกเต๋า จะต้องมีการปฏิบัติที่มีรูปแบบและคงเส้นคงวา บนเส้นทางเฉพาะที่นำไปสู่ความเป็นเลิศซึ่งเราทุกคนล้วนทำได้ เราทุกคนสามารถปลดปล่อยความมหัศจรรย์ในตัวเองได้ เพียงแต่เราจะต้องเรียนรู้วิธีการเปิดสวิทช์และใช้งานจิตใจและร่างกายในลักษณะที่ให้พลังอำนาจและได้ประโยชน์สูงสุด

คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงแตกต่างอย่างมากมายจากคนที่ล้มเหลวในความเชื่อ ความเชืีอของเราว่าเราคือใครและเราสามารถเป็นใคร เป็นสิ่งที่กำหนดได้อย่างแม่นยำว่าเราจะเป็นใครและเราสามารถเป็นใคร เป็นสิ่งที่กำหนดได้อย่างแม่นยำว่าเราจะเป็นใคร หากเราเชื่อในความมหัศจรรย์เราจะใช้ชีวิตอย่างมหัศจรรย์ ถ้าเราเชื่อว่าชีวิตถูกกำหนดให้เดินอยู่ในทางที่แคบๆและจำกัด เราทำให้ข้อจำกัดนั้นกลายเป็นความจริงขึ้นมาทันที สิ่งใดที่เราเชื่อว่าเป็นความจริง สิ่งใดที่เราเชื่อว่าเป็นไปได้ สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นจริง

มีคนถาม บังเกอร์ ฮันท์ มหาเศรษฐีน้ำมันในรัฐเทกซัสว่า ขอคำแนะนำสักข้อแก่ผู้คนว่าทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ เขากล่าวว่าง่ายนิดเดียว ข้อแรก คุณต้องตัดสินใจก่อนว่าอะไรที่คุณต้องการกันแน่ ข้อสอง ตัดสินใจที่จะเต็มใจทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำให้มันเกิดขึ้น แล้วจากนั้นก็ยังทุ่มเทต่อไป ถ้าคุณไม่ทำตามข้อสอง คุณก็จะไม่ได้ในสิ่งที่คุณต้องการในระยะยาว และน่าเสียดายมากที่น้อยคนมากที่ทำ

อะไรคือความแตกต่างระหว่างผู้ที่มี กับผู้ที่ไม่มี ทำไมบางคนจึงเอาชนะอุปสรรคที่เลวร้ายเหนือจินตนาการและทำให้ชีวิตประสบชัยชนะ ในขณะที่ผู้อื่นซึ่งมีเพียบพร้อมทุกอย่างกลับพาชีวิตเข้าสู่ความหายนะ คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มีปัญหาน้อยกว่าคนที่ล้มเหลวแต่อย่างใด มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราหรอกที่แบ่งแยกความล้มเหลวออกจากความสำเร็จ แต่เป็นเรื่องราวที่ว่า เรารับรู้และตีความหมายมันอย่างไร และเราทำอะไร กับสิ่งที่เกิดขึ้นต่างหาก ที่ทำให้เกิดความแตกต่างจริงๆ