รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
พลังอำนาจ กับ เงินตรา
ความยากจน คือ ความรู้สึกว่าจน ' ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน
เมื่อท่านตระหนักว่า ไม่มีอะไรขาดแคลนเลย โลกทั้งโลกก็จะเป็นของท่าน ' เล่าจื้อ
เวลาคุณได้รับเงินเดือน หรือได้เงินมา จงขอบคุณเงินนั้น เพื่อเงินจะได้ทวีคูณ! คนส่วนใหญ่มักไม่รู้สึกดีเวลาได้รับเงินเดือน เพราะมัววิตกว่าจะทำอย่างไรถึงจะพอใช้ จึงพลาดโอกาสอันเหลือเชื่อที่จะให้ความรักทุกครั้งที่ได้รับเงินเดือน เมื่อมีเงินเข้ามาอยู่ในมือ ไม่ว่าจะน้อยนิดแค่ไหน จงขอบคุณ! จำไว้ว่า อะไรก็ตามที่คุณขอบคุณจะมวีคูณ การรู้สึกสำนึกคุณเป็นเครื่องเพิ่มค่าที่ยิ่งใหญ่นัก!
เราให้เท่าไหร่ไม่สำคัญ สำคัญว่าเราเติมความรักในการให้ ไปมากแค่ไหนต่างหาก 'แม่ชีเทรเรซ่า
อัจฉริยบุคคลที่ปราศจากหัวใจถือว่าไร้ค่า ใช่แต่เพียงมีความเข้าใจที่ยอดเยี่ยมเพียงอย่างเดียว หรือแม้ทั้งสองอย่างรวมกันที่ทำให้เป็นอัจฉริยบุคคล ความรักต่างหาก ความรัก! ความรัก! นั่นเองคือ จิตวิญญาณแห่งอัจฉริยบุคคล 'นิโคเลาส์ โยเซฟ ฟอน แจกควิน
แม้ไม่รู้ว่าอยากทำอะไรในชีวิต ทั้งหมดที่คุณควรทำคือ ให้ความรักผ่านทางความรู้สึกดีๆ แล้วคุณจะดึงดูดทุกสิ่งที่คุณรักเข้ามาหา ความรู้สึกแห่งความรักของคุณจะพาคุณไปสู่จุดหมาย งานในฝันของคุณอยู่ในคลื่นความถี่เดียวกันกับความรัก คุณแค่พาตัวเองไปให้ถึงตรงนั้นเท่านั้น
พลังแห่งความรักที่มีแรงดึงดูด มีวิธีไม่จำกัดเพื่อให้คุณได้รับสิ่งที่คุณต้องการ และมีเพียงหนึ่งเดียวในนั้นที่เกี่ยวข้องกับเงิน อย่าเข้าใจผิดและคิดว่าเงินเป็นทางเดียวที่คุณจะได้รับสิ่งต่างๆได้ นั่นเป็นวิธีคิดที่มีขีดจำกัดและคุณก็จะจำกัดชีวิตตนเอง
คุณจะไม่รู้วิธีที่คุณได้รับสิ่งที่คุณต้องการหรอก จนกว่าจะได้รับจริงๆแต่พลังแห่งความรักรู้ ฉะนั้นจงออกมาจากวิธีเดิมๆของคุณเสียและมีศรัทธา นึกจินตนาการสิ่งที่คุณต้องการ รู้สึกถึงความสุขภายในตัวคุณ และพลังแห่งความรักที่มีแรงดึงดูดจะหาวิธีที่เหมาะสมให้คุณได้รับเอง
สมองของมนุษย์เราอาจจะมีจำกัด แต่ความเฉลียวฉลาดของความรักไม่มีจำกัด วิธีการของพลังแห่งความรักอยู่เหนือความเข้าใจของเรา อย่าจำกัดชีวิตตนเองด้วยการคิดว่าเงินเป็นวิธีเดียวที่จะได้สิ่งที่คุณต้องการ อย่าทำให้เงินเป็นเป้าหมายเดียวของคุณ แต่วางเป้าหมายในสิ่งที่คุณอยากเป็น อยากทำ หรืออยากมี จงนึกจินตนาการ! สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมาหาคุณได้ด้วยวิถีทางที่ไม่มีขีดจำกัดเลย
ถ้าต้องการความรัก พยายามตระหนักให้ได้ว่า หนทางเดียวที่ตะได้ความรักคือต้องให้ก่อน จงตระหนักว่ายิ่งให้มากเท่าไหร่ ก็จะได้รับมากขึ้นเท่านั้น และหนทางเดียวที่คุณให้ความรักได้ ก็คือ เติมความรักให้ตนเองจนเต็มอิ่ม จนคุณกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดมา 'ชาล์ส ฮาเนล
คุณควรต้องมีเงินที่คุณต้องการเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตที่เต็มอิ่ม คุณไม่ควรต้องทนทุกข์จ่กการขาดแคลนเงิน เพราะความทุกข์จะเพิ่มด้านลบให้กับโลก ความงามของชีวิตก็คือ คุณมีความรักให้ได้ก่อน แล้วเงินทั้งหมดทั้งมวลที่คุณต้องการเพื่อใช้ชีวิตให้เต็มอิ่มก็จะมาหาคุณ
เติมความรักในชีวิตตัวเอง the Power
หน้าที่ของคุณ คือ การรักให้มากเท่าที่จะรักได้ในแต่ละวัน ถ้าวันนี้คุณให้เพียงความรักและความชื่นชมในทุกๆสิ่งเท่าที่จะทำได้ มองหาและรู้สึกถึงสิ่งต่างๆที่คุณรัก และหันหนีจากสิ่งทั้งหลายที่คุณไม่รัก วันพรุ่งนี้ของคุณจะเป็นวันที่มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกในทุกๆสิ่งที่คุณต้องการและรัก
ให้คอยถามจิตคุณไว้เป็นประจำ ยิ่งคุณถามคำถามมากเท่าไหร่ คุณก็จะควบคุมจิตได้มากเท่านั้น จิตจะทำงานไปกับคุณ และทำในสิ่งที่คุณต้องการให้ทำ แทนการทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
บางครั้งจิตคุณก็อาจล่องลอยไปเหมือนรถไฟบรรทุกสินค้า ที่วิ่งดิ่งลงภูเขาโดยไร้คนขับ หากคุณไม่พยายามควบคุมเอาไว้ คุณคือคนขับจิตตนเอง ฉะนั้นจงทำหน้าที่และคอยวุ่นอยู่กับการคอยบอกจิตว่าคุณอยากไปที่ไหน จิตจะล่องลอยไปตามลำพังถ้าคุณไม่คอยบอกว่าให้ทำอะไร
ทุกครั้งที่คุณรู้สึกสำนึกคุณ เท่ากับคุณกำลังให้ความรัก และไม่ว่าคุณให้อะไรไป คถณก็จะได้รับกลับมา ไม่ว่าคุณกำลังจะขอบึถณใครสักคน หรือสำนึกรู้คุณบริษัท งานที่ทำ รถยนต์ บ้าน อาหาร เสื้อผ้า อะไรที่อยู่รอบๆตัว คุณกำลังให้ความรักกับสิ่งเหล่านั้น แล้วคุณก็จะได้ความรื่นรมย์ สุขภาพ เงินทอง ประสบการณ์อันน่าทึ่ง ความสัมพันธ์ที่เหลือเชื่อ และโอกาสมากขึ้นกว่าเดิมกลับมาหาคุณ
เมื่อคุณรู้สึกสำนึกคุณในสิ่งที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม คุณก็จะได้รับสิ่งนั้นมากขึ้นอีก ถ้าคุณรู้สึกสำนึกรู้คุณในเงินทองที่มี ไม่ว่าจะจำนวนน้อยแค่ไหน คุณก็จะได้รับเงินทองมากขึ้น ถ้าคุณรู้สึกสำนึกคุณในงานที่มีอยู่ แม้จะไม่ใช่งานในฝันก็ตามที คุณก็จะได้รับโอกาสที่ดีงามในการงาน เพราะการสำนึกรู้คุณ คือเครื่องเพิ่มค่าที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต
ในชีวิตประจำวัน เราแทบไม่ได้ตระหนักว่าเราได้รับมามากล้น กว่าที่เราให้ออกไป และมีเพียงการสำนึกรู้คุณเท่านั้น ที่ชีวิตจะอุดมสมบูรณ์ " ดีทริซ บอนโฮเฟอร์
การใช้พลังแห่งการสำนึกคุณได้ คุณต้องฝึกฝน ยิ่งรู้สึกสำนึกรู้คุณมากแค่ไหน คุณก็ได้ให้ความรักไปมากเท่านั้น และยิ่งให้ความรักไปมากเท่าไร คุณก็จะได้รับมากเท่านั้น
จงขอบคุณ! การสำนึกรู้คุณไม่ได้ทำให้คุณเสียอะไรไป แต่กลับมีค่ามากกว่าทรัพย์สินใดๆในโลก การสำนึกรู้คุณทำให้คุณร่ำรวยทรัพย์ทุกประการในชีวิต เพราะไม่ว่าสิ่งใดที่คุณเอ่ยขอบคุณ สิ่งนั้นจะเพิ่มทวีคุณ
การเล่นเป็นเรื่องสนุก เวลาคุณเล่น คุณจึงเกิดความรู้สึกดีๆ แล้วในที่สุดอยู่ดีๆ เราก็หยุดเล่น หยุดสนุกสนานเหมือนที่เคยทำตอนเด็กๆ นี่เป็นผลมาจากการที่เรากลายเป็นผู้ใหญ่ และจริงจังกับชีวิตมากขึ้น แต่ความจริงจังกับชีวิตก็ทำให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่ตึงเครียดขึ้นมาในชีวิตด้วย เวลาคุณเล่นและสนุกสนาน คุณจะรู้สึกดีจริงๆ และแล้วสภาวะแวดล้อมที่ดีจริงๆก็จะเกิดขึ้นในชีวิตคุณ
ตรรกะ จะช่วยให้คุณขยับไปทีละขั้น
แต่จินตนาการ จะพาคุณไปได้ทุกแห่ง " อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
ทุกสิ่งที่คุณต้องการหรือปรารถนาจะเป็นของคุณได้ ทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงด้วยการจินตนาการ และรู้สึกว่าความปรารถนาของคุณประสบความสำเร็จ " เนวิลล์ ก็อดดาร์ด
ให้คอยถามจิตคุณไว้เป็นประจำ ยิ่งคุณถามคำถามมากเท่าไหร่ คุณก็จะควบคุมจิตได้มากเท่านั้น จิตจะทำงานไปกับคุณ และทำในสิ่งที่คุณต้องการให้ทำ แทนการทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
บางครั้งจิตคุณก็อาจล่องลอยไปเหมือนรถไฟบรรทุกสินค้า ที่วิ่งดิ่งลงภูเขาโดยไร้คนขับ หากคุณไม่พยายามควบคุมเอาไว้ คุณคือคนขับจิตตนเอง ฉะนั้นจงทำหน้าที่และคอยวุ่นอยู่กับการคอยบอกจิตว่าคุณอยากไปที่ไหน จิตจะล่องลอยไปตามลำพังถ้าคุณไม่คอยบอกว่าให้ทำอะไร
ทุกครั้งที่คุณรู้สึกสำนึกคุณ เท่ากับคุณกำลังให้ความรัก และไม่ว่าคุณให้อะไรไป คถณก็จะได้รับกลับมา ไม่ว่าคุณกำลังจะขอบึถณใครสักคน หรือสำนึกรู้คุณบริษัท งานที่ทำ รถยนต์ บ้าน อาหาร เสื้อผ้า อะไรที่อยู่รอบๆตัว คุณกำลังให้ความรักกับสิ่งเหล่านั้น แล้วคุณก็จะได้ความรื่นรมย์ สุขภาพ เงินทอง ประสบการณ์อันน่าทึ่ง ความสัมพันธ์ที่เหลือเชื่อ และโอกาสมากขึ้นกว่าเดิมกลับมาหาคุณ
เมื่อคุณรู้สึกสำนึกคุณในสิ่งที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม คุณก็จะได้รับสิ่งนั้นมากขึ้นอีก ถ้าคุณรู้สึกสำนึกรู้คุณในเงินทองที่มี ไม่ว่าจะจำนวนน้อยแค่ไหน คุณก็จะได้รับเงินทองมากขึ้น ถ้าคุณรู้สึกสำนึกคุณในงานที่มีอยู่ แม้จะไม่ใช่งานในฝันก็ตามที คุณก็จะได้รับโอกาสที่ดีงามในการงาน เพราะการสำนึกรู้คุณ คือเครื่องเพิ่มค่าที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต
การสำนึกรู้คุณเริ่มต้นด้วยคำธรรมดาๆ คือ ขอบคุณ
1. จงขอบคุณทุกสิ่งที่คุณได้รับมาแล้วในชีวิต
2. จงขอบคุณสิ่งที่คุณกำลังได้รับในชีวิต
3. จงขอบคุณสิ่งที่คุณต้องการในชีวิต ราวกับว่าคุณได้มันมาแล้ว
เวลาที่เรารู้สึกสำนึกรู้คุณ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะรู้สึกเศร้าหมองหรือเกิดความรู้สึกไปในทางลบใดๆ หากคุณอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบาก ให้มองหาสิ่งที่จะขอบคุณ เมืีอพบสิ่งหนึ่งก็ให้มองหาสิ่งอื่นๆอีกต่อเนืีองไปเรื่อยๆ เพราะทุกสิ่งืที่คุณพบและขอบคุณจะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ การสำนึกรู้คุณคือสะพานที่ทอดจากความรู้สึกแง่ลบ ไปสู่การใช้ประโยชน์จากพลังแห่งความรัก
การใช้พลังแห่งการสำนึกคุณได้ คุณต้องฝึกฝน ยิ่งรู้สึกสำนึกรู้คุณมากแค่ไหน คุณก็ได้ให้ความรักไปมากเท่านั้น และยิ่งให้ความรักไปมากเท่าไร คุณก็จะได้รับมากเท่านั้น
จงขอบคุณ! การสำนึกรู้คุณไม่ได้ทำให้คุณเสียอะไรไป แต่กลับมีค่ามากกว่าทรัพย์สินใดๆในโลก การสำนึกรู้คุณทำให้คุณร่ำรวยทรัพย์ทุกประการในชีวิต เพราะไม่ว่าสิ่งใดที่คุณเอ่ยขอบคุณ สิ่งนั้นจะเพิ่มทวีคุณ
การเล่นเป็นเรื่องสนุก เวลาคุณเล่น คุณจึงเกิดความรู้สึกดีๆ แล้วในที่สุดอยู่ดีๆ เราก็หยุดเล่น หยุดสนุกสนานเหมือนที่เคยทำตอนเด็กๆ นี่เป็นผลมาจากการที่เรากลายเป็นผู้ใหญ่ และจริงจังกับชีวิตมากขึ้น แต่ความจริงจังกับชีวิตก็ทำให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่ตึงเครียดขึ้นมาในชีวิตด้วย เวลาคุณเล่นและสนุกสนาน คุณจะรู้สึกดีจริงๆ และแล้วสภาวะแวดล้อมที่ดีจริงๆก็จะเกิดขึ้นในชีวิตคุณ
ตรรกะ จะช่วยให้คุณขยับไปทีละขั้น
แต่จินตนาการ จะพาคุณไปได้ทุกแห่ง " อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
ทุกสิ่งที่คุณต้องการหรือปรารถนาจะเป็นของคุณได้ ทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงด้วยการจินตนาการ และรู้สึกว่าความปรารถนาของคุณประสบความสำเร็จ " เนวิลล์ ก็อดดาร์ด
วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ความรักสร้างโลกของคุณ
เพื่อให้สบายใจจากความรู้สึกแย่ๆ จงนึกสร้างจินตนาการว่าความรู้สึกแย่ๆ เป็นเช่นม้าป่าที่คุณโดดขึ้นขี่ เมื่อโดดขึ้นได้ คุณก็โดดลงได้เช่นกัน
โชคชะตาไม่ใช่เรื่องของโอกาส เป็นเรื่องของการเลือก 'วิลเลี่ยม เจนนิงส์ ไบรอัน
เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง กับผู้ที่มีความรักโดยแท้จริง ยิ่งให้มาก ก็จะได้เป็นเจ้าของมาก " ไรเนอร์ มารีอา ริลเคอ
สิ่งที่คุณรู้สึก คิด พูด ทำเกี่ยวกับคนอื่น นั่นคือสิ่งที่คุณทำกับตัวคุณเอง คุณตัดสิน วิพากย์วิจารณ์ตนอื่น ก็คือคุณตัดสิน วิพากย์วิจารณ์ตัวเอง ถ้าให้ความรัก ยกย่องชมเชยคนอื่น ก็เท่ากับคุณทำแบบนั้นให้ตัวเอง ในกฏของการดึงดูด ไม่มีใครอื่น จึงไม่แตกต่างที่ใครอื่นจะมีสิ่งที่คุณอยากมี เวลาที่เรารู้สึกพอใจในสิ่งที่คนอื่นมี คุณก็กำลังรวมเอาสิ่งนั้นเข้ามาในชีวิตคุณ อะไรที่คุณไม่รักไม่ชอบ จงเพียงแต่หันหนีไปโดยไม่วิพากย์วิจารณ์ใดๆ นั้นคือคุณกำลังไม่รวมเอาสิ่งนั้นเข้ามาในชีวิตคุณ
การเชื่อในสิ่งที่คุณ เห็นและสัมผัสได้ ย่อมไม่ใช่ความเชื่อ
แต่การเชื่อ ในสิ่งที่คุณไม่เห็น คือ พรและชัยชนะ " อับราฮัม ลิงคอล์น
โชคชะตาไม่ใช่เรื่องของโอกาส เป็นเรื่องของการเลือก 'วิลเลี่ยม เจนนิงส์ ไบรอัน
เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง กับผู้ที่มีความรักโดยแท้จริง ยิ่งให้มาก ก็จะได้เป็นเจ้าของมาก " ไรเนอร์ มารีอา ริลเคอ
สิ่งที่คุณรู้สึก คิด พูด ทำเกี่ยวกับคนอื่น นั่นคือสิ่งที่คุณทำกับตัวคุณเอง คุณตัดสิน วิพากย์วิจารณ์ตนอื่น ก็คือคุณตัดสิน วิพากย์วิจารณ์ตัวเอง ถ้าให้ความรัก ยกย่องชมเชยคนอื่น ก็เท่ากับคุณทำแบบนั้นให้ตัวเอง ในกฏของการดึงดูด ไม่มีใครอื่น จึงไม่แตกต่างที่ใครอื่นจะมีสิ่งที่คุณอยากมี เวลาที่เรารู้สึกพอใจในสิ่งที่คนอื่นมี คุณก็กำลังรวมเอาสิ่งนั้นเข้ามาในชีวิตคุณ อะไรที่คุณไม่รักไม่ชอบ จงเพียงแต่หันหนีไปโดยไม่วิพากย์วิจารณ์ใดๆ นั้นคือคุณกำลังไม่รวมเอาสิ่งนั้นเข้ามาในชีวิตคุณ
การเชื่อในสิ่งที่คุณ เห็นและสัมผัสได้ ย่อมไม่ใช่ความเชื่อ
แต่การเชื่อ ในสิ่งที่คุณไม่เห็น คือ พรและชัยชนะ " อับราฮัม ลิงคอล์น
จงนึกสร้างจินตนาการและรู้สึกสิ่งใดก็ตามที่คุณต้องการ และสิ่งเหล่านั้นจะเป็นภาพที่คุณได้รับกลับมาในชีวิตคุณ ให้ความรักมากเท่าที่คุณทำได้ และรู้สึกดีเท่าที่คุณทำได้ แล้วพลังแห่งความรักจะนำสภาวะแวดล้อม และเหคุการณ์ต่างๆที่คุณรักมาแวดล้อมคุณ คุณจะเป็นอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ คุณจะทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ คุณจะมีอะไรก็ได้ที่คุณอยากมี
ปล่อยอะไรก็ตามที่คุณไม่รักในเรื่องราวชีวิตคุณไปเสีย และจงเก็บไว้แต่สิ่งที่คุณรัก ถ้าคุณยึดติดอยู่กับเรื่องที่เป็นลบจากอดีต คุณก็จะได้แต่เก็บมันไว้ในเรื่องราวที่คุณย้อนนึกถึง มันจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร และไม่ได้ช่วยอะไรเวลาที่คุณนึกถึงความเจ็บปวดที่ผ่านมา
ปล่อยสิ่งที่คุณไม่รักในช่วงวัยเด็กให้ผ่านไป เก็บไว้แต่สิ่งที่คุณรัก ปล่อยสิ่งที่คุณไม่รักในช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ให้ผ่านเลยไป เก็บไว้แต่สิ่งดีๆ จงเก็บแต่สิ่งที่คุณรักตลอดชีวิตที่ผ่านมาของคุณไว้ เรื่องที่เป็นด้านลบในอดีตมันจบลงไปแล้ว สิ้นสุดลงไปแล้ว ตอนนี้คุณไม่ใช่คนเดิมอย่างในช่วงนั้นอีกแล้ว จะเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ในเรื่องราวของคุณทำไมล่ะ ถ้ามันทำให้รู้สึกแย่ ไม่ตัองไปขุดเอาเรื่องในด้านลบของคุณมาจากอดีตหรอก เพียงแค่อย่าเอาใส่ไว้ในเรื่องราวของคุณอีกต่อไปแค่นั้นพอ
พลังอันเข้มแข็ง ไม่สิ้นสุด และไม่อาจเข้าใจได้ ผลักดันเราทั้งหมดไปข้างหน้า แต่ขณะที่เราทั้งหมดกำลังได้รับการผลักดันอยู่นั้น หลายคนยังอ้อยอิ่งและมองย้อนกลับไป คนเหล่านี้ต่อต้านพลังโดยไม่รู้ตัว " เพรนทิซ มัลฟอร์ด
ถ้าคุณยังมัวเล่าเรื่องการที่คุณตกเป็นเหยื่อ ภาพเหล่านั้นก็จะยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในชีวิตคุณ ถ้าคุณยังมัวเล่าเรื่องที่คุณไม่ฉลาดเทียบเท่าคนอื่นๆหรือไม่มีเสน่ห์เทียบเท่าคนอื่นๆหรือไม่สามารถเทียบเท่าคนอื่นๆ ก็เหมาะแล้ว เพราะเรื่องราวเหล่านั้นก็จะกลายเป็นชีวิตในปัจจุบันของคุณด้วย
ถ้าใครมีสิ่งที่คุณต้องการ จงตื่นเต้นให้เท่ากับเหมือนคุณมีเอง
ถ้าคุณรู้สึกรักกับเรื่องนี้ได้ คุณก็กำลังนำสิ่งเดียวกันเข้ามาให้ตัวเอง
คุณตัดสินและวิพากย์วิจารณ์อะไร ก็เท่ากับคุณให้การตัดสินและวิพากย์วิจารณ์นั้นกับตัวเอง ให้ความรักและชื่นชมคนอื่นหรือสิ่งอื่นใด นั่นเท่ากับคุณให้สิ่งนั้นกับตนเองด้วย
จินตนาการของคุณเป็นจริงยิ่งกว่าโลกที่คุณเห็น เพราะโลกที่คุณเห็นมาจากสิ่งที่คุณนึกสร้างจินตนาการและเชื่อ สิ่งที่คุณเชื่อและรู้สึกว่าเป็นจริง คือ สิ่งที่จะเป็นชีวิตของคุณ
ไม่ว่าคุณจะเล่าเรื่องอะไร ไม่ว่าจะดีหรือเลว จะเป็นเรื่องราวของชีวิตคุณ ดังนั้น จงเริ่มเล่าเรื่องชีวิตอันน่ามหัศจรรย์ของคุณ แล้วกฏแห่งการดึงดูด จะทำให้แน่ใจว่าคุณได้รับมัน
วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ความรู้สึกดี กำหนดวันดีๆ the power
หนึ่งวันแห่งความรู้สึกดีๆไม่เพียงแค่เปลี่ยนวันหนึ่งในชีวิตคุณ แต่จะเปลี่ยนวันรุ่งขึ้นและทั้งชีวิตของคุณด้วย ถ้าคุณรักษาความรู้สึกดีๆนั้นไว้และเข้านอนด้วยความรู้สึกดีๆ คุณก็จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความรู้สึกดีๆที่สะสมไว้ ถ้าคุณรู้สึกดีต่อไปอีกให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความรู้สึกดีๆนั้นก็จะขยายเพิ่มพูนตามกฏแห่งการดึงดูด เวลายิ่งผ่านไปวันแล้ววันเล่า ชีวิตคุณก็จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ
คนจำนวนมากไม่ยอมอยู่เพื่อวันนี้ เฝ้าแต่หมกหมุ่นครุ่นคิดถึงอนาคตพรุ่งนี้ โดยไม่รับรู้ว่าการใช้ชีวิตในวันนี้ คือการสร้างอนาคต สิ่งที่เรารู้สึกในวันนี้ต่างหากที่สำคัญ เพราะมันคือสิ่งเดียวที่จะกำหนดชีวิตเรา แต่ละวัน คือโอกาสที่จะสร้างชีวิตใหม่ ... ขึ้นอยู่กับการเลือกของคุณ
ไม่ว่าคุณจะปรารถนาสิ่งใด คุณต้องมอบใจให้สิ่งนั้นอย่างถึงที่สุด ความปรารถนาคือความรัก ถ้าคุณไม่มีความปรารถนาอันร้อนแรงในหัวใจ คุณก็จะไม่มีพลังเพียงพอที่จะกลั่นมันออกมาเป็นพลังแห่งความรัก คุณจะต้องปรารถนาในสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง เฉกเช่น นักกีฬาที่ปรารถนาจะลงสนาม นักเต้นผู้ปรารถนาจะร่ายลีลา คุณจะต้องปรารถนาสิ่งนั้นอย่างสุดจิตสุดใจ เพราะความปรารถนาค้อความรู้สึกรักในรูปแบบหนึ่ง และคุณจะต้องให้ความรัก เพื่อที่คุณจะได้รับสิ่งที่คุณรัก
"ศรัทธา คือ ความเชืีอมั่นที่มี ต่อสิ่งที่เรายังมองไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธา ก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่เชื่อ". นักบุญออกัสติน
จินตนาการคือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ คุณสร้างภาพจินตนาการของสิ่งที่คุณปรารถนา คุณยึดมั่นถือมั่นกับภาพจินตนาการของคุณ แล้วในที่สุดคุณก็จะสร้างสิ่งที่ใจคุณยึดมั่นขึ้นมา " จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์
ให้สิ่งใด ได้สิ่งนั้น
กฏแห่งการดึงดูดเหมือนกระจกเงา มันสะท้อนภาพเดียวกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า กฏแห่งการดึงดูดเหมือนเสียงสะท้อน เสียงที่คุณเปล่งออกไปคือเสียงที่สะท้อนกลับมา กฏแห่งการดึงดูดเหมือนบูมเมอแรงที่ขว้างออกไปก็กลับมาเหมือนเดิม ... สิ่งที่คุณให้ออกไป คือ สิ่งที่คุณได้กลับมา
คนจำนวนมากชอบนึกภาพที่เลวร้ายสุดๆ คนเหล่านี้ใช้อาวุธทรงอานุภาพที่สุดมาทำร้ายตัวเอง แทนที่จะจินตนาการถึงสิ่งดีๆคนส่วนใหญ่กลับขลาดกลัวและมองการณ์ร้ายๆไว้ก่อน แน่นอนว่ายิ่งนึกภาพและยิ่งรู้สึกก็จะยิ่งปรากฏเป็นจริง ไม่ว่าคุณจะให้อะไร คุณจะต้องได้รับสิ่งนั้น จงนึกภาพและรู้สึกถึงสิ่งที่ดีที่สุด เยี่ยมที่สุด เท่าที่คุณจะนึกได้ในทุกด้านของชีวิต
ไม่ว่าคุณจะเจอกับสถานการณ์ที่ท้าทายเพียงใด จงนึกภาพผลสุดท้ายที่ดีที่สุด และรู้สึกกับมันด้วย เมื่อคุณทำเช่นนั้น คุณจะเปลี่ยนเงื่อนไขแวดล้อม และเปลี่ยนสถานการณ์ให้เป็นดังที่คุณต้องการด้วย
จงรู้ไว้ว่า เมื่อคุณเล่นบทของคุณในกระบวนการสร้างสรรค์จนครบแล้ว การสร้างก็สำเร็จ! คุณไม่ได้อยู่บนโลกใบเก่าที่ไม่ต้องการอีกแล้ว คุณได้ย้ายตัวเองมาอยู่ในอีกโลกที่มีสิ่งที่คุณต้องการ แม้คุณจะยังมองไม่เห็น จงรู้ไว้ด้วยว่า คุณจะได้รับในที่สุด!
คุณพูดถึงสิ่งที่ไม่ต้องการโดยไม่เกิดความรู้สึกในแง่ลบต่อสิ่งนั้นไม่ได้ นี่คือเหตุผลง่ายๆ อต่คนส่วนใหญ่ชินกับการที่ไม่ได้รู้สึกดีตลอดเวลา และไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าตนกำลังรู้สึกอย่างไร เวลานึกภาพหรือพูดถึงสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ
คุณเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตได้ด้วยการปรับเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ เมื่อเปลี่ยนความรู้สึกที่ทีต่อสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นก็จะเปลี่ยนไป ในการปรับเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ คุณไม่ต้องพยายามขจัดความรู้สึกเดิมที่ไม่ดีออกไป เพราะความรู้สึกในแง่ลบทั้งปวงล้วนแต่เป็นการขาดความรักทั้งสิ้น คุณแค่เติมความรักเข้าไปก็พอ อย่าพยายามขจัดความโกรธหรือเศร้าเสียใจ สิ่งเหล่านั้นจะหายไปเมื่อคุณเติมความรักลงไป ไม่มีอะไรที่คุณจะต้องปลดออกจากตัส แค่ใส่ความรักเข้าไปในตัวคุณ ความรู้สึกไม่ดีทั้งหลายก็จะอันตรธานหายไป
อย่าต่อต้านความรู้สึกไม่ดี
ทุกสิ่งทุกอย่างมีจุดที่พอเหมาะเจาะจงในชีวิตคุณ รวมทั้งความรู้สึกแย่ด้วย ถ้าปราศจากความรู้สึกแย่ คุณก็คงไม่รู้ว่าความรู้สึกดีเป็นอย่างไร คุณคงรู้สึก'งั้นๆ'อยู่ตลอดเวลา เพราะไม่มีตัวเปรียบเทียบ คุณไม่มีทางกำจัดความรู้สึกแย่ๆออกไปจากชีวิตได้ เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิต และถ้าปราศจากความรู้สึกที่ไม่ดี คุณก็จะรู้สึกดีไม่ได้
คนจำนวนมากไม่ยอมอยู่เพื่อวันนี้ เฝ้าแต่หมกหมุ่นครุ่นคิดถึงอนาคตพรุ่งนี้ โดยไม่รับรู้ว่าการใช้ชีวิตในวันนี้ คือการสร้างอนาคต สิ่งที่เรารู้สึกในวันนี้ต่างหากที่สำคัญ เพราะมันคือสิ่งเดียวที่จะกำหนดชีวิตเรา แต่ละวัน คือโอกาสที่จะสร้างชีวิตใหม่ ... ขึ้นอยู่กับการเลือกของคุณ
ไม่ว่าคุณจะปรารถนาสิ่งใด คุณต้องมอบใจให้สิ่งนั้นอย่างถึงที่สุด ความปรารถนาคือความรัก ถ้าคุณไม่มีความปรารถนาอันร้อนแรงในหัวใจ คุณก็จะไม่มีพลังเพียงพอที่จะกลั่นมันออกมาเป็นพลังแห่งความรัก คุณจะต้องปรารถนาในสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง เฉกเช่น นักกีฬาที่ปรารถนาจะลงสนาม นักเต้นผู้ปรารถนาจะร่ายลีลา คุณจะต้องปรารถนาสิ่งนั้นอย่างสุดจิตสุดใจ เพราะความปรารถนาค้อความรู้สึกรักในรูปแบบหนึ่ง และคุณจะต้องให้ความรัก เพื่อที่คุณจะได้รับสิ่งที่คุณรัก
"ศรัทธา คือ ความเชืีอมั่นที่มี ต่อสิ่งที่เรายังมองไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธา ก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่เชื่อ". นักบุญออกัสติน
จินตนาการคือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ คุณสร้างภาพจินตนาการของสิ่งที่คุณปรารถนา คุณยึดมั่นถือมั่นกับภาพจินตนาการของคุณ แล้วในที่สุดคุณก็จะสร้างสิ่งที่ใจคุณยึดมั่นขึ้นมา " จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์
ให้สิ่งใด ได้สิ่งนั้น
กฏแห่งการดึงดูดเหมือนกระจกเงา มันสะท้อนภาพเดียวกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า กฏแห่งการดึงดูดเหมือนเสียงสะท้อน เสียงที่คุณเปล่งออกไปคือเสียงที่สะท้อนกลับมา กฏแห่งการดึงดูดเหมือนบูมเมอแรงที่ขว้างออกไปก็กลับมาเหมือนเดิม ... สิ่งที่คุณให้ออกไป คือ สิ่งที่คุณได้กลับมา
คนจำนวนมากชอบนึกภาพที่เลวร้ายสุดๆ คนเหล่านี้ใช้อาวุธทรงอานุภาพที่สุดมาทำร้ายตัวเอง แทนที่จะจินตนาการถึงสิ่งดีๆคนส่วนใหญ่กลับขลาดกลัวและมองการณ์ร้ายๆไว้ก่อน แน่นอนว่ายิ่งนึกภาพและยิ่งรู้สึกก็จะยิ่งปรากฏเป็นจริง ไม่ว่าคุณจะให้อะไร คุณจะต้องได้รับสิ่งนั้น จงนึกภาพและรู้สึกถึงสิ่งที่ดีที่สุด เยี่ยมที่สุด เท่าที่คุณจะนึกได้ในทุกด้านของชีวิต
ไม่ว่าคุณจะเจอกับสถานการณ์ที่ท้าทายเพียงใด จงนึกภาพผลสุดท้ายที่ดีที่สุด และรู้สึกกับมันด้วย เมื่อคุณทำเช่นนั้น คุณจะเปลี่ยนเงื่อนไขแวดล้อม และเปลี่ยนสถานการณ์ให้เป็นดังที่คุณต้องการด้วย
จงรู้ไว้ว่า เมื่อคุณเล่นบทของคุณในกระบวนการสร้างสรรค์จนครบแล้ว การสร้างก็สำเร็จ! คุณไม่ได้อยู่บนโลกใบเก่าที่ไม่ต้องการอีกแล้ว คุณได้ย้ายตัวเองมาอยู่ในอีกโลกที่มีสิ่งที่คุณต้องการ แม้คุณจะยังมองไม่เห็น จงรู้ไว้ด้วยว่า คุณจะได้รับในที่สุด!
คุณพูดถึงสิ่งที่ไม่ต้องการโดยไม่เกิดความรู้สึกในแง่ลบต่อสิ่งนั้นไม่ได้ นี่คือเหตุผลง่ายๆ อต่คนส่วนใหญ่ชินกับการที่ไม่ได้รู้สึกดีตลอดเวลา และไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าตนกำลังรู้สึกอย่างไร เวลานึกภาพหรือพูดถึงสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ
คุณเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตได้ด้วยการปรับเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ เมื่อเปลี่ยนความรู้สึกที่ทีต่อสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นก็จะเปลี่ยนไป ในการปรับเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ คุณไม่ต้องพยายามขจัดความรู้สึกเดิมที่ไม่ดีออกไป เพราะความรู้สึกในแง่ลบทั้งปวงล้วนแต่เป็นการขาดความรักทั้งสิ้น คุณแค่เติมความรักเข้าไปก็พอ อย่าพยายามขจัดความโกรธหรือเศร้าเสียใจ สิ่งเหล่านั้นจะหายไปเมื่อคุณเติมความรักลงไป ไม่มีอะไรที่คุณจะต้องปลดออกจากตัส แค่ใส่ความรักเข้าไปในตัวคุณ ความรู้สึกไม่ดีทั้งหลายก็จะอันตรธานหายไป
อย่าต่อต้านความรู้สึกไม่ดี
ทุกสิ่งทุกอย่างมีจุดที่พอเหมาะเจาะจงในชีวิตคุณ รวมทั้งความรู้สึกแย่ด้วย ถ้าปราศจากความรู้สึกแย่ คุณก็คงไม่รู้ว่าความรู้สึกดีเป็นอย่างไร คุณคงรู้สึก'งั้นๆ'อยู่ตลอดเวลา เพราะไม่มีตัวเปรียบเทียบ คุณไม่มีทางกำจัดความรู้สึกแย่ๆออกไปจากชีวิตได้ เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิต และถ้าปราศจากความรู้สึกที่ไม่ดี คุณก็จะรู้สึกดีไม่ได้
วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
คลื่นความรู้สึก the Power
ถ้ามีสิ่งใดติดลบในชีวิตคุณ คุณเปลี่ยนมันได้ ไม่มีคำว่าสายเกินไป เพราะคุณแก้ไขปรับเปลี่ยนความรู้สึกได้ตลอดเวลา ถ้าคุณอยากจะได้รับสิ่งที่คุณรักหรือเปลี่ยนอะไรก็ได่ให้กลายเป็นสิ่งที่คุณรัก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร สิ่งเดียว ที่คุณต้องทำก็คือ ปรับเปลี่ยนความรู้สึกของคุณเอง
คนจำนวนมากไม่รู้จักพลังแห่งความรู้สึกที่ดี ดังนั้นความรู้สึกต่างๆของคนเหล่านี้จึงเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน คือ การปล่อยให้ความรู้สึกอยู่ในระบบอัตโนมัติแทนการควบคุมอย่างจงใจ เมื่อมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นพวกเขาก็รู้สึกดี เมื่อมีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น พวกเขาก็รู้สึกแย่ คนเหล่านี้ไม่ได้ตระหนักว่าความรู้สึกของตนนั่นแหละ คือ ต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน
ขณะที่พวกเขาแสดงปฏิกิริยาด้วยความรู้สึกแย่ๆกับอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้น พวกเขาก็ให้ความรู้สึกที่แย่ๆยิ่งขึ้น และได้รับสภาพเงื่อนไขที่แย่ๆยิ่งขึ้นกลับคืนมา ทำให้ต้องติดอยู่ในวังวนของความรู้สึกของตนเอง ชีวิตก็วนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนเสียที เหมือนหนูถีบจักร ทั้งนี้เพราะไม่เข้าใจว่าการพลิกชีวิต ก็คือ การปรับเปลี่ยนคลื่นความรู้สึกของตนเอง
ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ปฏิกิริยาท่าทีของเราที่มีต่อมัน นั่นแหละ คือตัวปัญหา
อย่าเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว กับการเสียอกเสียใจ เพราะการคิดถึงความผิดพลาดในอดีตด้วยความรู้สึกติดลบ คือ การซ้ำเติมบาดแผลของท่านเอง
ทุกวินาทีคือโอกาสที่คุณจะเปลี่ยนชีวิตตนเอง เพราะคุณเปลี่ยนความรู้สึกได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเคยรู้สึกเช่นไรมาก่อน ไม่ว่าจะเคยคิดผิดอย่างไร เมื่อเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ คุณก็อยู่ในคลื่นความถี่ใหม่ และกฏแห่งการดึงดูดจะตอบสนองในฉับพลันทันใด เมื่อคุณเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ อดีตจะอันตรธานหายไป คุณเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ คุณก็จะได้ชีวิตกลับคืนมา
การยึดติดอยู่กับความโกรธ ก็เหมือนกับการหยิบถ่านร้อนๆขึ้นมา เพื่อขว้างใส่ผู้อื่น แล้วตัวท่านก็ต้องโดนถ่านร้อนๆนั้นไหม้มือเสียเอง 'พระโคตมพุทธเจ้า
ทุกอย่างที่เราส่งผ่านไปยังชีวิตของผู้อื่น จะย้อนกลับมาสู่ชีวิตของเราเอง" เอ็ดวิน มาร์คัม
การกล่าวหา วิพากษ์วิจารณ์ จับผิด การบ่นด่า คือรูปแบบต่างๆของด้านลบ ซึ่งล้วนนำแต่ความยุ่งยากมาให้ ทุกขณะที่คุณบ่นหรือวิจารณ์อะไรเล็กๆน้อยๆ ก็คือการส่งผ่านคลื่นลบออกไป การบ่นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เหมือนตะไม่เป็นพิษภัย เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ รถติด รัฐบาล เพื่อนร่วมงาน สามีภรรยา ลูก อาหารการกิน ธุรกิจ อะไรต่างๆ สิ่งที่คุณบ่นจะชักนำด้านลบมาสู่ชีวิตคุณมากขึ้นเรื่อยๆตามที่คุณบ่นออกไป
จงโยนคำพูดประเภท ห่วย แย่ แหวะ ยี้ ทิ้งไป เพราะในยามที่คุณเอ่ยถ้อยคำจำพวกนี้ ก็จะมาพร้อมกับความรู้สึกที่รุนแรง เมื่อคุณพูดออกไป มันก็จะย้อนกลับมาหาคุณ เท่ากับว่าคุณได้แขวนป้ายเหล่านี้ไว้ในชีวิตคุณเอง คุณคิดบ้างไหมว่า น่าจะดีกว่าถ้าคุณรู้จักใช้คำประเภท ดีจัง สวยจริง น่าสนุก สุดยอด เยี่ยมไปเลย
เวลาที่คุณให้ความรักออกไป ไม่เพียงแต่จะได้รับสภาพของเงื่อนไขแวดล้อมที่คุณรัก สะท้อนกลับมาเท่านั้น หากยังเพิ่มพูนความรักและค่าบวกให้ชีวิตคุณด้วย ค่าบวกที่เพิ่มขึ้นใหม่นี้จะยิ่งดึงดูดสิ่งที่เป็นบวกมากยิ่งขึ้น เพิ่มเติมความรักและค่าบวกมากยิ่งๆขึ้นให้กับชีวิตคุณไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมีพลังดึงดูด เมื่อสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตคุณ ก็จะดึงดูดสิ่งดีๆเพิ่มขึ้นอีก
ถ้าคุณอยากเปลี่ยนชีวิตตนเอง สิ่งที่คุณจะต้องทำมีแค่พลิกตาชั่งด้วยการให้ความรักผ่านทางความรู้สึกนึกคิดที่ดีเพียง 51% ของทั้งหมด เมืีอบรรลุจุดผกผันของการให้ความรักมากกว่าให้สิ่งที่ติดลบ ความรักที่สะท้อนกลับมาหาคุณก็จะเพิ่มขยายตัวด้วยการดึงดูดความรักเข้ามาอีกมากมายตามกฏแห่งแรงดึงดูด แทนที่สิ่งที่ติดลบจะสะท้อนกลับมาหาคุณและเพิ่มทวีขึ้น คุณจะได้รับแต่สิ่งที่ดีๆมากขึ้นทวีขึ้นเรืีอยๆในทุกๆด้านของชีวิต และนี่เองคือสิ่งที่ขีวิตที่คุณสมควรจะมี
เมื่อคุณตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน คุณกำลังยืนอยู่ ณ จุดผกผันของวันนั้นในชีวิตคุณ ด้านหนึ่งจะพลิกคุณไปสู่วันอันยอดเยี่ยมที่มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น แต่อีกด้านเป็นวันที่มีแต่ปัญหา คุณคือผู้ชี้ชะตาตัวเองในแต่ละวันด้วยความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของคุณคือสิ่งที่คุณให้ออกไป และแน่นอนว่าเป็นสิ่งเดียวกันกับที่คุณจะได้รับกลับมาในวันนั้น ซึ่งจะตามติดห้อมล้อมคุณไปตลอดทั้งวันไม่ว่าคุณจะไปทางไหน
เมื่อคุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่เป็นสุข และรักษาความรู้สึกดีๆนั้นไว้ได้ วันใหม่ของคุณก็จะสุขสดใส แต่ ถ้าคุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอารมณ์บูดและไม่ยอมปรับเปลี่ยนมัน วันใหม่ของคถณก็จะไม่มีอะไรดีเลย
คนจำนวนมากไม่รู้จักพลังแห่งความรู้สึกที่ดี ดังนั้นความรู้สึกต่างๆของคนเหล่านี้จึงเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน คือ การปล่อยให้ความรู้สึกอยู่ในระบบอัตโนมัติแทนการควบคุมอย่างจงใจ เมื่อมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นพวกเขาก็รู้สึกดี เมื่อมีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น พวกเขาก็รู้สึกแย่ คนเหล่านี้ไม่ได้ตระหนักว่าความรู้สึกของตนนั่นแหละ คือ ต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน
ขณะที่พวกเขาแสดงปฏิกิริยาด้วยความรู้สึกแย่ๆกับอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้น พวกเขาก็ให้ความรู้สึกที่แย่ๆยิ่งขึ้น และได้รับสภาพเงื่อนไขที่แย่ๆยิ่งขึ้นกลับคืนมา ทำให้ต้องติดอยู่ในวังวนของความรู้สึกของตนเอง ชีวิตก็วนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนเสียที เหมือนหนูถีบจักร ทั้งนี้เพราะไม่เข้าใจว่าการพลิกชีวิต ก็คือ การปรับเปลี่ยนคลื่นความรู้สึกของตนเอง
ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ปฏิกิริยาท่าทีของเราที่มีต่อมัน นั่นแหละ คือตัวปัญหา
อย่าเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว กับการเสียอกเสียใจ เพราะการคิดถึงความผิดพลาดในอดีตด้วยความรู้สึกติดลบ คือ การซ้ำเติมบาดแผลของท่านเอง
ทุกวินาทีคือโอกาสที่คุณจะเปลี่ยนชีวิตตนเอง เพราะคุณเปลี่ยนความรู้สึกได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเคยรู้สึกเช่นไรมาก่อน ไม่ว่าจะเคยคิดผิดอย่างไร เมื่อเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ คุณก็อยู่ในคลื่นความถี่ใหม่ และกฏแห่งการดึงดูดจะตอบสนองในฉับพลันทันใด เมื่อคุณเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ อดีตจะอันตรธานหายไป คุณเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ คุณก็จะได้ชีวิตกลับคืนมา
การยึดติดอยู่กับความโกรธ ก็เหมือนกับการหยิบถ่านร้อนๆขึ้นมา เพื่อขว้างใส่ผู้อื่น แล้วตัวท่านก็ต้องโดนถ่านร้อนๆนั้นไหม้มือเสียเอง 'พระโคตมพุทธเจ้า
ทุกอย่างที่เราส่งผ่านไปยังชีวิตของผู้อื่น จะย้อนกลับมาสู่ชีวิตของเราเอง" เอ็ดวิน มาร์คัม
การกล่าวหา วิพากษ์วิจารณ์ จับผิด การบ่นด่า คือรูปแบบต่างๆของด้านลบ ซึ่งล้วนนำแต่ความยุ่งยากมาให้ ทุกขณะที่คุณบ่นหรือวิจารณ์อะไรเล็กๆน้อยๆ ก็คือการส่งผ่านคลื่นลบออกไป การบ่นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เหมือนตะไม่เป็นพิษภัย เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ รถติด รัฐบาล เพื่อนร่วมงาน สามีภรรยา ลูก อาหารการกิน ธุรกิจ อะไรต่างๆ สิ่งที่คุณบ่นจะชักนำด้านลบมาสู่ชีวิตคุณมากขึ้นเรื่อยๆตามที่คุณบ่นออกไป
จงโยนคำพูดประเภท ห่วย แย่ แหวะ ยี้ ทิ้งไป เพราะในยามที่คุณเอ่ยถ้อยคำจำพวกนี้ ก็จะมาพร้อมกับความรู้สึกที่รุนแรง เมื่อคุณพูดออกไป มันก็จะย้อนกลับมาหาคุณ เท่ากับว่าคุณได้แขวนป้ายเหล่านี้ไว้ในชีวิตคุณเอง คุณคิดบ้างไหมว่า น่าจะดีกว่าถ้าคุณรู้จักใช้คำประเภท ดีจัง สวยจริง น่าสนุก สุดยอด เยี่ยมไปเลย
เวลาที่คุณให้ความรักออกไป ไม่เพียงแต่จะได้รับสภาพของเงื่อนไขแวดล้อมที่คุณรัก สะท้อนกลับมาเท่านั้น หากยังเพิ่มพูนความรักและค่าบวกให้ชีวิตคุณด้วย ค่าบวกที่เพิ่มขึ้นใหม่นี้จะยิ่งดึงดูดสิ่งที่เป็นบวกมากยิ่งขึ้น เพิ่มเติมความรักและค่าบวกมากยิ่งๆขึ้นให้กับชีวิตคุณไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมีพลังดึงดูด เมื่อสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตคุณ ก็จะดึงดูดสิ่งดีๆเพิ่มขึ้นอีก
ถ้าคุณอยากเปลี่ยนชีวิตตนเอง สิ่งที่คุณจะต้องทำมีแค่พลิกตาชั่งด้วยการให้ความรักผ่านทางความรู้สึกนึกคิดที่ดีเพียง 51% ของทั้งหมด เมืีอบรรลุจุดผกผันของการให้ความรักมากกว่าให้สิ่งที่ติดลบ ความรักที่สะท้อนกลับมาหาคุณก็จะเพิ่มขยายตัวด้วยการดึงดูดความรักเข้ามาอีกมากมายตามกฏแห่งแรงดึงดูด แทนที่สิ่งที่ติดลบจะสะท้อนกลับมาหาคุณและเพิ่มทวีขึ้น คุณจะได้รับแต่สิ่งที่ดีๆมากขึ้นทวีขึ้นเรืีอยๆในทุกๆด้านของชีวิต และนี่เองคือสิ่งที่ขีวิตที่คุณสมควรจะมี
เมื่อคุณตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน คุณกำลังยืนอยู่ ณ จุดผกผันของวันนั้นในชีวิตคุณ ด้านหนึ่งจะพลิกคุณไปสู่วันอันยอดเยี่ยมที่มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น แต่อีกด้านเป็นวันที่มีแต่ปัญหา คุณคือผู้ชี้ชะตาตัวเองในแต่ละวันด้วยความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของคุณคือสิ่งที่คุณให้ออกไป และแน่นอนว่าเป็นสิ่งเดียวกันกับที่คุณจะได้รับกลับมาในวันนั้น ซึ่งจะตามติดห้อมล้อมคุณไปตลอดทั้งวันไม่ว่าคุณจะไปทางไหน
เมื่อคุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่เป็นสุข และรักษาความรู้สึกดีๆนั้นไว้ได้ วันใหม่ของคุณก็จะสุขสดใส แต่ ถ้าคุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอารมณ์บูดและไม่ยอมปรับเปลี่ยนมัน วันใหม่ของคถณก็จะไม่มีอะไรดีเลย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)