weenalovecookie

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คลื่นความรู้สึก the Power

ถ้ามีสิ่งใดติดลบในชีวิตคุณ คุณเปลี่ยนมันได้ ไม่มีคำว่าสายเกินไป เพราะคุณแก้ไขปรับเปลี่ยนความรู้สึกได้ตลอดเวลา ถ้าคุณอยากจะได้รับสิ่งที่คุณรักหรือเปลี่ยนอะไรก็ได่ให้กลายเป็นสิ่งที่คุณรัก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร สิ่งเดียว ที่คุณต้องทำก็คือ ปรับเปลี่ยนความรู้สึกของคุณเอง

คนจำนวนมากไม่รู้จักพลังแห่งความรู้สึกที่ดี ดังนั้นความรู้สึกต่างๆของคนเหล่านี้จึงเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน คือ การปล่อยให้ความรู้สึกอยู่ในระบบอัตโนมัติแทนการควบคุมอย่างจงใจ เมื่อมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นพวกเขาก็รู้สึกดี เมื่อมีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น พวกเขาก็รู้สึกแย่ คนเหล่านี้ไม่ได้ตระหนักว่าความรู้สึกของตนนั่นแหละ คือ ต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน

ขณะที่พวกเขาแสดงปฏิกิริยาด้วยความรู้สึกแย่ๆกับอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้น พวกเขาก็ให้ความรู้สึกที่แย่ๆยิ่งขึ้น และได้รับสภาพเงื่อนไขที่แย่ๆยิ่งขึ้นกลับคืนมา ทำให้ต้องติดอยู่ในวังวนของความรู้สึกของตนเอง ชีวิตก็วนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนเสียที เหมือนหนูถีบจักร ทั้งนี้เพราะไม่เข้าใจว่าการพลิกชีวิต ก็คือ การปรับเปลี่ยนคลื่นความรู้สึกของตนเอง

ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ปฏิกิริยาท่าทีของเราที่มีต่อมัน นั่นแหละ คือตัวปัญหา

อย่าเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว กับการเสียอกเสียใจ เพราะการคิดถึงความผิดพลาดในอดีตด้วยความรู้สึกติดลบ คือ การซ้ำเติมบาดแผลของท่านเอง

ทุกวินาทีคือโอกาสที่คุณจะเปลี่ยนชีวิตตนเอง เพราะคุณเปลี่ยนความรู้สึกได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเคยรู้สึกเช่นไรมาก่อน ไม่ว่าจะเคยคิดผิดอย่างไร เมื่อเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ คุณก็อยู่ในคลื่นความถี่ใหม่ และกฏแห่งการดึงดูดจะตอบสนองในฉับพลันทันใด เมื่อคุณเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ อดีตจะอันตรธานหายไป คุณเปลี่ยนความรู้สึกใหม่ คุณก็จะได้ชีวิตกลับคืนมา

การยึดติดอยู่กับความโกรธ ก็เหมือนกับการหยิบถ่านร้อนๆขึ้นมา เพื่อขว้างใส่ผู้อื่น แล้วตัวท่านก็ต้องโดนถ่านร้อนๆนั้นไหม้มือเสียเอง 'พระโคตมพุทธเจ้า

ทุกอย่างที่เราส่งผ่านไปยังชีวิตของผู้อื่น จะย้อนกลับมาสู่ชีวิตของเราเอง" เอ็ดวิน มาร์คัม

การกล่าวหา วิพากษ์วิจารณ์ จับผิด การบ่นด่า คือรูปแบบต่างๆของด้านลบ ซึ่งล้วนนำแต่ความยุ่งยากมาให้ ทุกขณะที่คุณบ่นหรือวิจารณ์อะไรเล็กๆน้อยๆ ก็คือการส่งผ่านคลื่นลบออกไป การบ่นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เหมือนตะไม่เป็นพิษภัย เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ รถติด รัฐบาล เพื่อนร่วมงาน สามีภรรยา ลูก อาหารการกิน ธุรกิจ อะไรต่างๆ สิ่งที่คุณบ่นจะชักนำด้านลบมาสู่ชีวิตคุณมากขึ้นเรื่อยๆตามที่คุณบ่นออกไป

จงโยนคำพูดประเภท ห่วย แย่ แหวะ ยี้ ทิ้งไป เพราะในยามที่คุณเอ่ยถ้อยคำจำพวกนี้ ก็จะมาพร้อมกับความรู้สึกที่รุนแรง เมื่อคุณพูดออกไป มันก็จะย้อนกลับมาหาคุณ เท่ากับว่าคุณได้แขวนป้ายเหล่านี้ไว้ในชีวิตคุณเอง คุณคิดบ้างไหมว่า น่าจะดีกว่าถ้าคุณรู้จักใช้คำประเภท ดีจัง สวยจริง น่าสนุก สุดยอด เยี่ยมไปเลย

เวลาที่คุณให้ความรักออกไป ไม่เพียงแต่จะได้รับสภาพของเงื่อนไขแวดล้อมที่คุณรัก สะท้อนกลับมาเท่านั้น หากยังเพิ่มพูนความรักและค่าบวกให้ชีวิตคุณด้วย ค่าบวกที่เพิ่มขึ้นใหม่นี้จะยิ่งดึงดูดสิ่งที่เป็นบวกมากยิ่งขึ้น เพิ่มเติมความรักและค่าบวกมากยิ่งๆขึ้นให้กับชีวิตคุณไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมีพลังดึงดูด เมื่อสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตคุณ ก็จะดึงดูดสิ่งดีๆเพิ่มขึ้นอีก

ถ้าคุณอยากเปลี่ยนชีวิตตนเอง สิ่งที่คุณจะต้องทำมีแค่พลิกตาชั่งด้วยการให้ความรักผ่านทางความรู้สึกนึกคิดที่ดีเพียง 51% ของทั้งหมด เมืีอบรรลุจุดผกผันของการให้ความรักมากกว่าให้สิ่งที่ติดลบ ความรักที่สะท้อนกลับมาหาคุณก็จะเพิ่มขยายตัวด้วยการดึงดูดความรักเข้ามาอีกมากมายตามกฏแห่งแรงดึงดูด แทนที่สิ่งที่ติดลบจะสะท้อนกลับมาหาคุณและเพิ่มทวีขึ้น คุณจะได้รับแต่สิ่งที่ดีๆมากขึ้นทวีขึ้นเรืีอยๆในทุกๆด้านของชีวิต และนี่เองคือสิ่งที่ขีวิตที่คุณสมควรจะมี

เมื่อคุณตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน คุณกำลังยืนอยู่ ณ จุดผกผันของวันนั้นในชีวิตคุณ ด้านหนึ่งจะพลิกคุณไปสู่วันอันยอดเยี่ยมที่มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น แต่อีกด้านเป็นวันที่มีแต่ปัญหา คุณคือผู้ชี้ชะตาตัวเองในแต่ละวันด้วยความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของคุณคือสิ่งที่คุณให้ออกไป และแน่นอนว่าเป็นสิ่งเดียวกันกับที่คุณจะได้รับกลับมาในวันนั้น ซึ่งจะตามติดห้อมล้อมคุณไปตลอดทั้งวันไม่ว่าคุณจะไปทางไหน
เมื่อคุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่เป็นสุข และรักษาความรู้สึกดีๆนั้นไว้ได้ วันใหม่ของคุณก็จะสุขสดใส แต่ ถ้าคุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอารมณ์บูดและไม่ยอมปรับเปลี่ยนมัน วันใหม่ของคถณก็จะไม่มีอะไรดีเลย