weenalovecookie

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Think like a winner3

โลกไม่เลือกว่าใครเป็นใคร มันไม่สนใจเลยว่าคถณประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เรื่องนั้นขึ้นอยู่กับคุณ โลกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณให้ดีขึ้นได้แม้ว่ามันต้องการเช่นนั้นก็ตาม เพียงคุณเท่านั้นที่ทำได้ แต่คุณต้องเริ่มมองเห็นตัวเองและโลกของตัวเองในมุมใหม่เสียก่อน

คนส่วนมากไม่ตระหนักว่า ความสุขที่ได้จากการเติบโตระหว่างช่วงการเดินทาง มีมากกว่าเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ดังที่สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า การเดินทางหมื่นลี้ต้องมีก้าวแรก และแต่ละก้าวนำมาซึ่งรางวัลในตัวของมันเอง คุณต้องเตรียมที่จะออกเดินทางก้าวแรกในวันนี้ เพืีอที่จะยอมรับว่าบางที แค่บางที สิ่งที่คุณที่จะรับรู้เกี่ยวกับตัวคุณ อาจเป็นบางอย่างที่คุณเพิ่งเจอเป็นครั้งแรก

การขายตัวคุณให้กับตัวคุณเองนั้นยากที่สุดในโลก ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อด้วยเหตุผลต่างๆนาๆว่าตนเอง ไม่เหมาะสมกับสิ่งที่ฝันไว้ต่างๆ เนื่องด้วยประสบการณ์ความเป็นอยู่ที่ได้รับหรือเคยได้รับมาในระดับปานกลางหรือต่ำ หรือประสบการณ์ความล้มเหลวในชีวิต มันเลยกลายเป็นเรื่องธรรมชาติที่พวกเขาทำตัวให้สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขารับรู้ตามประสบการณ์ มากกว่าที่จะทำตนให้สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขายังไม่มี ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีประสบการณ์ความสำเร็จในชีวิตในปริมาณขนาดใหญ่ หรือหากว่ามี พวกเขาก็จะไม่เห็นความสำคัญของมันเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เสี่ยงที่จะทำในสิ่งที่ไม่รู้จัก เสี่ยงที่จะล้มเหลว แต่ทว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม คุณสามารถเลือกทำตามที่สภาวะเดิมที่เคยถูกฝังเอาไว้หรือเลือกที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ได้ คุณมีทางเลือกที่จะคิดบวกหรือคิดลบ สร้างหรือทำลาย ระบบความสำเร็จที่ถูกติดตั้งในตัวคุณมาตั้งแต่เกิดก็ถูกออกแบบมาให้ทำงานตามที่สั่งนั้นอย่างซื่อสัตย์ มันจะประสบความสำเร็จเสมอในการที่ทำให้แน่ใจว่าคุณจะได้ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณบอกจิตใจในสิ่งที่คุณต้องการ และความล้มเหลวไม่สำเร็จต่างๆก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าคุณเฝ้าแต่เพียรพูดหรือคิดว่าคุณเป็นเช่นนั้น ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นโดยกฏที่มีอยู่ในจักรวาล ไม่ใช่เหตุการณ์รายล้อม ความสำเร็จมิใช่เรื่องบังเอิญ

ลองคิดดูถ้าคุณเลือกได้ คุณจะเลือกอะไร เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงที่คุณสามารถควบคุมได้ หรือเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงที่คุณควบคุมไม่ได้ การนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ตัวคุณไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายที่สุดที่จะทำ มันต้องการความปรารถนา วินัยในตัวเอง การมุ่งมั่น และแรงพยายามอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม คนจำนวนน้อยเหลือเกินเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในระดับมโหฬารในช่วงชีวิตของตน

เบ็นจามิน แฟรงคลิน ได้เสนอแนะเรื่องฐานะทางการเงินไว้ว่า 'มีสองทางที่จะมีความสุข นั่นคือ เราอาจจะลดความต้องการของเราให้น้อยลง หรือไม่ก็เพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ไม่ว่าทางหนึ่งทางใดนี้จะช่วยได้ ผลของมันเหมือนกัน ปละมันเป็นเรื่องของแต่ละคนที่จะต้องตัดสินใจให้ตัวเอง และทำสิ่งนั้นซึ่งเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับเขา แต่หากคุณเป็นคนฉลาดแล้ว คุณจะทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน'

หากคุณคิดว่า คุณพ่ายแพ้ คุณก็เป็นเช่นนั้น หากคุณคิดว่า คุณไม่กล้า คุณก็ไม่กล้าเช่นนัั้น หากคุณประสงค์จะชนะ แต่คุณคิดว่า คุณไม่สามารถ มันก็เกือบจะแน่นอนว่าคถณจะไม่ชนะ
ผู้ชนะในสงครามชีวิตไม่ได้เกิดกับ คนที่แข็งแรงกว่าหรือเร็วกว่าเสมอไป ไม่ช้าไม่นาน บุคคลที่ชนะคือคนที่คิดว่า'เขาทำได้'

เพรสคอทท์ เล็กกี้ กล่าวไว้ในหนังสือของเขาชื่อ Self consistency: A theory of personality ว่า ผู้คนล้มเหลวที่จะประสบความสำเร็จ เพราะภาพแห่งตนที่มุ่งสู่ความล้มเหลว ไม่่ใช่เพราะขาดความสามารถ  ความเชื่อและความคาดหวังที่เราแปลความหมายให้เป็นลบ ถูกสะสมตัวให้ใหญ่ขึ้นจนกลายเป็น เครื่องกีดขวางเส้นทางเชิงความนึกคิด ซึ่งทำให้คนเชื่อไปล่วงหน้าว่า มันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะประสบความสำเร็จ แต่มันมาจากข้อจำกัดที่พวกเขาสร้างขึ้นมาในความคิดเอง

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Think like a winner2

คุณภาพของการคิดซึ่งนำทางสติปัญญาของคุณ มีความสำคัญมากกว่าปริมาณสติปัญญาที่คุณมีอยู่จริงมาก

ทั้งหมดที่คุณทำจนสำเร็จ หรือ ล้มเหลวที่จะทำให้สำเร็จในชีวิตของคุณ เป็นผลลัพท์โดยตรงของมโนภาพที่คุณยึดไว้ในความนึกคิดของคุณ

'เราสร้างอนาคตของเรา จากความคิดแล้วความเล่า เพืีอสิ่งดีหรือแย่ กระนั้นกลับไม่รู้จักมัน ทว่า เช่นเดียวกันที่จักรวาลถูกสร้างขึ้น ความคิดเป็นอีกชื่อหนึ่งของชะตาชีวิต ฉะนั้นจงเลือกจุดหมายของชีวิตที่เรารอคอย ด้วยรักนำรักมาสู่ และเกลียดนำเกลียดมาให้ - เฮ็นรี่ แวน ไดค์'

ทีวี มีผลอย่างเหลือเกินต่อการแยกผู้ชมออกจ่กสมองของพวกเขา ตั้งแต่ความสามารถที่จะคิดและมีความสร้างสรรค์ในฐานะที่เป็นปัจเจกชน คนติดทีวีชอบให้คนอื่นคิดแทนเขา สิ่งนี้สามารถหมายความได้เพียงอย่างเดียวว่า พวกเขาดูทีวีเพื่อที่จะหนีจากความคิดของเขาเอง 
ณ ปัจจุบัน บ้านชาวอเมริกันมากกว่า 96% มีทีวี 59% มีสองเครืีองหรือมากกว่า 20% มีสามเครื่องหรือมากกว่า 22% มี 15 ช่องหรือมากกว่าที่จะชม ในเวลาเดียวกันประชากรน้อยกว่า 10% อ่านหนังสือเป็นประจำ

เราต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิตของเรา เพื่อที่จะดำรงผู้คนที่มีขีดความสามารถเชิงการแข่งขัน มีความสามารถ และเพื่อที่จะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆในฐานะมนุษย์

คุณไม่ได้เรียนรู้อะไรในโรงเรียนหรือวิทยาลัยเกี่ยวกับการสั่งสมความมั่งคั่งยิ่งใหญ่ วิธีการพัฒนาทัศนคติทางจิตใจที่เป็นบวก หรือวิธีการทำให้ความฝันเป็นความจริง ขณะที่ระบบการศึกษาของเราล้มเหลวที่จะสอนผู้คนในสิ่งเหล่านี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น มีชีวิตที่สมปรารถนาขึ้น แรกทีเดียว เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะอ่าน จากนั้นเราก็จำเป็นที่จะต้องอ่าน เพื่อการเรียนรู้ ผู้คนเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนใหญ่จากผลของหนังสือที่พวกเขาอ่านและผู้คนที่พวกเขาพบ สองสิ่งนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อลักษณะเฉพาะทางการคิดของคน สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หนังสือประเภทไหนที่คุณกำลังอ่าน และบุคคลประเภทใดที่คุณกำลังคบหาสมาคมด้วย ?

ตัวอย่างในหลายชีวิต คุณมีแนวโน้มที่จะถูกบอกมาในตอนเยาว์วัยว่า หากคุณเรียนไม่เก่ง คุณจะไม่สามารถทำได้ดีในชีวิต ดังนั้นหากคุณเป็นนักเรียนที่อ่อน คุณอาจจะถอนตัวไปสู่ชีวิตที่อับเฉา โดยเชื่อว่าคุณไม่สามารถจะมีวันทะยานขึ้นสู่สิ่งใดๆที่สำคัญได้ แต่งานวิจัยและการศึกษาระดับโลกได้แสดงให้เห็นว่า ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการบรรลุความสำเร็จทางการศึกษา กับการได้อะไรต่างๆในชีวิต

นักเรียนที่เรียนเก่งๆหลายคน เติบโดขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่าหากพวกเขาทำได้ดีในการเรียน พวกเขาก็จะสามารถทำได้ดีในชีวิตเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นคนที่พอใจแล้วกับสิ่งที่มีอยู่และมีความมั่นใจเกินจริง ประกอบกับทึกทักว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำงานหนักในตอนเป็นผู้ใหญ่เพื่อที่จะประสบความสำเร็จอีกต่อไป เขาก็เลยเป็นส่วนหนึ่งของสถิติความจริงที่ว่า หลายคนที่เรียนเก่ง แต่ไม่อาจประสบความสำเร็จเมื้อเทียบกับคนที่มีผลการเรียนไม่ดี แต่สามารถมีชีวิตที่สุดยอดได้

ความสงสัยในตนสามารถหยุดคุณบนเส้นทาง มันสามารถสูบความปรารถนาออกไป ในอีกทางหนึ่ง ความเชื่อมั่นสามารถจุดไฟให้กับโลกของคุณ เมื่อคุณคิดว่าสามารถเอื้อมถึงความฝันที่พิเศษ คุณมีข้อได้เปรียบที่จำเป็นแล้ว เพื่อจะบรรลุมันง่ายขึ้นกว่าที่มันดูจะะเป็น เมื่อคุณเชื่อว่าคุณสามารถบรรลุผล และเชื่ออย่างหมดใจของคุณ คุณมีทรัพย์อันทรงพลัง คุณมีโอกาสมากที่จะบรรลุเป้าหมายของคุณ

ระบบความเชื่อส่วนตัวของคุณสร้างควาทเป็นจริงของคุณขึ้นมา นี่เป็นกฏที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ของจักรวาล ความเชื่อส่วนตัวเป็นฐานรากโดยแท้ของชีวิตคุณ คุณอาจประหลาดใจและไม่อยากยอมรับว่า ความเชื่อในปัจจุบันจำนวนมากของคุณเป็นความเชื่อที่ผิดพลาด ความเชืีอที่ผิดพลาดยากนักที่จะทำนุบำรุงคุณได้ เพราะว่ามันบังตาคุณไม่ให้มองเห็นโอกาสต่างๆในชีวิต และความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่รอบๆตัวคุณ ที่คุณอาจไม่เคยได้รู้สึกถึงมัน

ด้วยการเพ่งมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปที่เหตุการณ์ลบๆ เช่น ข่าวสาร คนที่พูดลบๆ ในชีวิตคุณก็มีแนวโน้มที่จะรับเอามุมมองที่เป็นลบต่อสิ่งต่างๆมาใช้มากขึ้น ข่าวลบๆจะนำคุณหล่นลงไปสู่ระดับที่เป็นทางทำลายของมันเสมอ มันจะไม่มีวันนำคุณสูงขึ้นไปสู่ระดับการสร้างสรรค์มากขึ้น มันไม่คุ้มเลยที่คุณจะกลืนกินความเป็นลบจากที่นั่นที่นี่เข้าไปในตัว ถ้าคุณทำเช่นนั้น ไม่ว่ารู้หรือไม่รู้ตัว คุณจะดำรงการสร้างรูปแบบความคิดในทำนองเดียวกันต่อไป แบะทั้งหมดคือความสูญเสีย

ความนึกคิดของคุณ คือแรงที่อยู่เบื้องหลังระบบความสำเร็จอันยอดเยี่ยมมหัศจรรย์ที่อยู่ภายในตัวคุณ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณเชื่อ ที่คุณสร้างภาพขึ้นในจิตใจของคุณ และคิดเกี่ยวกับมันตลอดเวลา ในที่สุดคุณจะนำมันมาสู่ความเป็นจริง หากคุณพูดกับตัวเองว่า 'ฉันทำไม่ได้หรอก, ฉันไม่มีค่าพอสำหรับมันหรอก, มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับฉันหรอก' แล้ว สิ่งนี้ก็คือสิ่งที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ ด้วยการเชื่อในความขาดแคลน คุณจะมองเห็นแต่ความขาดแคลน คุณจะได้รับประสบการณ์แห่วความขาดแคลน และสำหรับคุณ มันจะมีแต่ความขาดแคลน

Think like a winner by Walter Staple

Think like a winner
1. ความเปป็นผู้ชนะไม่ได้มาแต่กำเนิด พวกมันถูกสร้างขึ้น
2. แรงพลังที่ครอบงำในความมีตัวตนของคุณ ก็คือ การคิดที่คุณกำลังคิด
3. คุณมีพลังอำนาจอยู่แล้วที่จะสร้างความเป็นจริงของตัวเองขึ้นมา
4. มีประโยชน์บางประการที่คุณจะได้รับจากอุปสรรค
5. ความเชื่อแต่ละข้อเป็นสิ่งที่คุณเลือก
6. คุณไม่มีวันพ่ายแพ้จนกว่าคุณจะยอมรับความพ่ายแพ้ว่าเป็นความจริง และตัดสินใจที่จะหยุดความพยายาม
7. คุณครอบครองความสามารถที่จะบรรลุความเป็นเลิศในด้านที่สำคัญของชีวิตอยู่แล้วอย่างน้อยหนึ่งด้าน
8. ข้อจำกัดจริงๆเพียงอย่างเดียวต่อสิ่งที่คุณสามารถบรรลุผลได้ในชีวิตของคุณ ก็คือ อันที่คุณเอามาใส่ไว้ในตัวเอง
9. ไม่สามารถมีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้โดยปราศจากการมุ่งมั่นทุ่มเทที่ยิ่งใหญ่
10. คุณจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือของคนอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายที่คุ้มค่า
ดังนั้น จงเดินหน้าต่อไป และคิดอย่างผู้ชนะได้แล้ว

เมื่อคุณเปลี่ยนการคิด คุณจะเปลี่ยนความเชื่อ เมื่อคุณเปลี่ยนความเชื่อ คุณจะเปลี่ยนความคาดหวัง เมืีอคุณเปลี่ยนความคาดหวัง คุณจะเปลี่ยนทัศนคติ เมื่อคุณเปลี่ยนทัศนคติ คุณจะเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อคุณเปลี่ยนพฤติกรรม คุณจะเปลี่ยนผลงานการปฏิบัติ เมืีอคุณเปลี่ยนผลงานการปฏิบัติ คุณจะเปลี่ยนชีวิตของคุณ !!!!

รางวัลที่คุณได้รับในชีวิต ไม่ได้มาจ่กศักยภาพของคุณ มันมาจากผลลัพท์ของ สิ่งที่ทำออกมาได้ของคุณต่างหาก คุณมีสิ่งที่คุณมีมาด้วยการทำสิ่งที่คุณได้กำลังทำมาจากอดีตจนถึงตอนนี้ หากสิ่งที่คุณต้องการในอนาคตแตกต่างไปจากสิ่งที่คุณมีในปัจจุบัน คุณก็ต้องเปลี่ยนสิ่งที่คุณได้ทำมานั่นเอง

มีถนนความเร็วสูงและถนนความเร็วต่ำตลอดเส้นทางชีวิต ถนนความเร็วสูงช่วยให้คุณมุ่งแรงพยายามของคุณและรวมเรี่ยวแรงของคุณไปที่การบรรลุผลในเป้าหมายของคุณ ถนนความเร็วต่ำเบี่ยงเบนความสนใจของคุณและทำให้แหล่งกำเนิดเรี่ยวแรงของคุณกระจัดกระจาย มันจะเกิดผลมากกว่าเมื่อคุณใส่ใจกับสิ่งที่คุณรับรู้และแปลความหมายว่าเป็นส่งท้าทายหรือโอกาส มากกว่าสิ่งที่คุณรับรู้และแปลความหมายว่าเป็นปัญหาหรือความถดถอย มันดีกว่สเมื่อใส่ใจไปที่เหตุผลว่าทำไมคุณจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายของคุณ แทนที่จะเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณจึงไม่สามารถ มันดีกว่าเมื่อใส่ใจไปที่ทางออกของปัญหาแทนที่จะมุ่งไปที่ข้อแก้ตัว จะมีสิ่งกั้นขวางเสมอระหว่างสิ่งที่คุณต้องการกับสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว ทัศนคติของคุณที่มีต่ออุปสรรคชั่วคราวเหล่านี้มากกว่าที่จะเป็นตัวอุปสรรคเอง

ชีวิตของคุณไม่ได้มีผลมาจากสภาพและเหตุการณ์แวดล้อมภายนอก มากเท่ากับลักษณะที่เรารับรู้และแปลความหมายปัจจัยเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร แพทย์บำบัดชาวอเมริกัน กล่าวไว้ว่า 'ทัศนคติ มีความสำคัญมากกว่าข้อเท็จจริง' 

ด้วยการมองออกไปนอกหน้าต่างของตัวคุณ คุณอาจมองเห็นปัญหาหรือโอกาส แท้จริงแล้วมันเป็นด้านสองด้านของเหรียญๆหนึ่ง และทั้งสองด้านถูกนำเสนอออกมาด้วยความสมบูรณ์ในตัวมันเอง สิ่งที่คุณเลือกที่จะเอาใจใส่ในตอนท้าย คือ สิ่งที่คุณจะอยู่กับมัน สิ่งที่เข้าไปในความคิดนี้ก็จะเจริญเติบโตขึ้นในใจ

คุณไม่สามารถที่จะคาดหวังที่จะบรรลุทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่คุณต้องการแค่เพียงเพราะคุณต้องการมัน แต่คุณสามารถบรรลุผลสำเร็จมากกว่าที่คุณเคยคิดว่าเป็นไปได้ หากคุณเพียงใช้เวลาที่จะพัฒนาความสามารถพิเศษและความสามารถทั่วไปที่คุณมีอยู่ได้ ดังที่วิลเลี่ยม เชคสเปียร์กล่าวไว้ว่า 'เรารู้ในสิ่งที่เราเป็นอยู่ แต่เราไม่รู้ในสิ่งที่เราอาจเป็นได้'

'เปลี่ยนความคิดของคุณ แล้วคุณจะเปลี่ยนโลกของคุณ' นอร์แมน วินเซ็นต์ ฟีล

ทัศนคติ คือ ผลของทางเลือกที่คุณเลือก มันเป็นการตัดสินใจที่จะ เชื่อหรือไม่เชื่อ ในด้านใดด้านหนึ่งในชีวิตของคุณ ความเป็นผู้ชนะไม่ได้มากับการกำเนิด แต่ถูกทำให้เกิดขึ้น
- ใช่ อะไรที่จะเกิดขึ้นก็ต้องเกิดขึ้น แต่แทนที่จะไม่ทำอะไรเกี่ยวกับมันเลย ฉันตั้งใจที่จะทำบางอย่างเกี่ยวกับมัน
- ใช่ ฉันเชื่อว่าในที่สุดแล้ว ชะตาชีวิตของฉันต้องอยู่ในกำมือของฉัน ซึ่งหากมันจะเป็นอย่างไร มันก็ขึ้นอยู่กับฉัน
- ใช่ โชคจะมีบทบาทบางประการในชีวิตของฉัน แต่นั่นก็เพราะฉันทำให้มันเกิดขึ้น ตามที่ฉันตัดสินใจให้มันเกิดขึ้น
เหล่านี้ คือคำสำหรับคนที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตัวเองคือคนที่เลือก ที่ตัดสินใจ และที่รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่คนอื่นหรือสิ่งแวดล้อมใดๆ