weenalovecookie

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ล็อคเป้าหมาย ล็อคความสำเร็จ

คนเป็นจำนวนมากกลัวที่จะเริ่มต้น เพราะความล้มเหลวและความเจ็บปวดในอดีต พวกเขาแบกภาระอันหนักอึ้งไว้บนจิตวิญญาณของพวกเขา ภาระซึ่งถ้าไม่ปลดปล่อยออกไปแล้ว จะทำให้พวกเขาวิตกไปตลอดกาล ไม่มีอะไรที่คุณสามารถทำเกี่ยวกับอดีตได้ มันตายและถูกฝังไปแล้ว แต่คุณสามารถทำได้มากมายเกี่ยวกับอนาคตคุณ คุณไม่ต้องเป็นคนที่คุณเคยเป็นเมื่อวานนี้

การขอ: ความคิด เกี่ยวกับการขอ 
อย่าพูดพึมพำ คุณจะไม่ได้สิ่งใดจากการพูดพึมพำ พูดให้ชัดเจน พูดให้เฉพาะเจาะจง การขออย่างฉลาดรวมถึงการตอบว่า อะไร ที่ไหน เมืีอไหร่ บอกรายละเอียดสิ่งที่คุณต้องการให้มากที่สุด กำหนดขอบเขตของมัน จงจำไว้ว่าเป้าหมายที่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน เปรียบเสมือนแม่เหล็ก ยิ่งคุณสกัดแต่งมันได้ดีเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีแรงดึงดูดมากเท่านั้น

ประการที่สอง จงขอด้วยศรัทธา ศรัทธาคือส่วนหนึ่งของความเป็นเด็ก มันหมายถึง ความเชื่อว่า คุณสามารถได้สิ่งที่คุณต้องการ จงเชื่อเช่นเดียวกับเด็กคนหนึ่งที่เชื่อ เชื่อโดยปราศจากความสงสัยและหวาดระแวงของความเป็นผู้ใหญ่ในตัวคุณ
เราหลายคนเปลี่ยนเป็นผู้ที่มีความเคลือบแคลงสงสัยมากเกินไป เราสูญเสียความไร้เดียงสาที่น่าอัศจรรย์ นั่นคือ ศรัทธาและความเชื่อแบบเด็กๆ อย่ายอมให้สิ่งนี้หยุดยั้งคุณ จงเชื่อและศรัทธาในตัวคุณเองและเป้าหมายของคุณ จงตื่นเต้น เหมือนเด็กคนหนึ่งจริงๆ ไม่มีอะไรถ่ายทอดไปสู่คนอื่นให้รู้สึกเหมือนกันได้มากไปกว่าความกระตือรือร้นแบบเด็กๆ

เด็กๆคิดว่าพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ พวกเขาต้องการรู้เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง ช่างน่าอัศจรรย์อะไรเช่นนั้น พวกเขาเกลียดการเข้านอนตอนกลางคืน และไม่สามารถรอคอยที่จะกระโจนออกมาจากที่นอนในตอนเช้า เด็กๆสามารถถามคำถามนับพันข้อ และเพียงเมื่อคุณเริ่มหงุดหงิดรำคาญมากแล้ว พวกเขาจะถามอีกพันข้อ พวกเขาจะไล่คุณไปติดขอบ แต่แน่นอน ความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาเป็นคุณประโยชน์ที่แท้จริง เมื่อคุณกระตุ้นความรู้สึกกระตือรือร้นในความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กๆ ของตัวคุณเองขึ้นมาใหม่แล้ว คุณจะไปได้ดีบนเส้นทางการกลายเป็นผู้ถามที่ชำนาญ

จงเรียนรู้ที่จะใช้ฤดูกาลของชีวิต จงตัดสินใจว่าเมื่อไหร่จะเคลื่อนไหวทำงาน และเมื่อไหร่จะเอนหลังพักผ่อน เมื่อไหร่จะถือเอาประโยชน์ เมื่อไหร่จะปล่อยสิ่งต่างๆเคลื่อนผ่านไป มันง่ายที่จะทำงานติดต่อกันจาก 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ปีแล้วปีเล่า และสูญเสียความรู้สึกตามธรรมชาติของการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำก่อนหลังและวงจรชีวิต อย่าปล่อยให้ปีหนึ่ง ปนไปกับปีอื่นๆ ในขบวนแห่ของงานและความรับผิดชอบที่ดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด จงดูแลฤดูกาลของตัวคุณเอง อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อไม่ให้คุณสูญเสียการมองเห็นคุณค่าและสาระของชีวิต

เรื่องสำคัญและเรื่องไม่สำคัญ
ส่วนประกอบสำคัญประการหนึ่งของการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำก่อนหลัง คือ การเรียนรู้ที่จะแยกเรื่องไม่สำคัญของชีวิตคุณออกจากเรื่องสำคัญ นี่เป็นคำถามที่ดีที่จะถามตัวคุณเอง เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องตัดสินใจ นี่เป็นเรื่องสำคัญหรือไม่สำคัญ? ด้วยคำถามนี้ พร้อมกับเป้าหมายที่มีอยู่ในใจคุณเสมอ คุณจะลดความเสี่ยงของการใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับแผนงานที่ไม่สำคัญ

ในการขายเราถูกสอนว่า การขายบังเกิดขึ้นในเวลาที่สำคัญเท่านั้น นั่นคือเวลาที่เราใช้ในการติดต่อกับผู้มุ่งหวัง เวลาใดที่ใช้ไปในระหว่างทางที่จะไปพบกับผู้มุ่งหวัง ไม่ว่าจะจำเป็นเพียงใด คือ เวลาที่ไม่สำคัญ พนักงานขายมากเหลือเกินใช้เวลา 'ระหว่างทางที่จะไปพบกับลูกค้า' มากกว่าใช้เวลา 'กับว่าที่ลูกค้า' และรายได้ของพวกเขาสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งนี้

แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องสำคัญ และเรื่องไม่สำคัญ แนะนำไว้ว่า อย่าใช้เวลาส่วนน้อยกับเรื่องสำคัญ มันง่ายที่คุณจะเอาคุณค่าทั้งหมดมาปนกัน เช่น พ่อแม่ใช้เวลา 3 ชั่วโมงกว่าดูทีวี และเพียง 10 นาทีเล่นกับลูกๆ ผู้จัดการใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันกรอกแบบฟอร์ม แต่ใช้เวลาน้อยมากให้กำลังใจลูกจ้างของเขา นี่คือคนซึ่งสูญเสียความรู้สึกของการแยกแยะว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญ และอะไรเป็นเรื่องเล็กน้อย

หนึ่งในกลยุทธ์พื้นฐานของการดำเนินชีวิตที่ดีคือ การรู้ว่าข้อมูลอะไรที่คุณจำเป็นต้องรู้ เพื่อที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายของคุณ และทันทีที่คุณรู้ว่าอะไรคือ สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้แล้ว มันจะมีส่วนช่วยให้รู้วิธี เริ่มปฏิบัติในการรวบรวมความรู้นั้นด้วย

ถ้าคุณปรารถนาที่ตะประสบความสำเร็จ จงศึกษาความสำเร็จ ถ้าคุณปรารถนาที่จะมีความสุข จงศึกษาความสุข ถ้าคุณต้องการหาเงิน จงศึกษาการได้มาซึ่งความมั่งคั่ง คนซึ่งบรรลุสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้ทำมันด้วยความบังเอิญ มันเป็นเรื่องของการศึกษาเป็นลำดับแรก และการฝึกฝนเป็นลำดับต่อมา


วิธีได้มาซึ่งความฉลาด
มี 2 วิธี ที่จะรวบรวมความฉลาด วิธีที่หนึ่งคือ การเรียนรู้จากชีวิตของคุณเอง วิธีที่สอง คือ การศึกษาจากชีวิตของคนอื่น

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เป้าหมาย ทำไมถึงสำคัญ


เราเติบโตมาจากประสบการณ์สองชนิด ได้แก่ ความสุขจากชัยชนะ และความเจ็บปวดจากการพ่ายแพ้ ดังนั้น ถ้าคุณตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทำโคงการหนึ่งให้สำเร็จ แต่คุณกลับเตร่ไปเตร่มาแทน ให้หาทางที่จะรับโทษความเกียจคร้านของคุณ จงมีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมทั้งทางด้านบวกและด้านลบ
จงแวดล้อมตัวคุณเองด้วยคนซึ่งจะไม่อดทนกับความไร้สาระตามปกติวิสัยของคุณ อย่าเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มคนที่ทำตัวตามสบาย จงไปยังที่ซึ่งมีความคาดหวังสูง ที่ซึ่งมีความกดดันในการปฏิบัติงานสูง การทำเช่นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการที่นำไปสู่ความมั่งคั่งและความสุขด้วยเช่นกัน

หลายคนรู้ว่าการมีเป้าหมายและทำตามเป้าหมายเป็นเรื่องที่ดี แต่คนส่วนใหญ่จะไม่มุ่งมั่นในการตั้งเป้าหมาย ทำไมน่ะหรือ? เพราะว่ามันเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและความคิดเป็นอย่างมาก แต่กระนั้น มันก็น่าขันเป็นที่สุดที่คนส่วนใหญ่ยังทำงานหนักไม่เว้นแต่ละวันในงานที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องชอบ แต่เมื่อขอให้ใช้เวลาวางแผนอนาคตของพวกเขาเอง พวกเขามักตอบว่า 'ไม่มีเวลา' พวกเขาปล่อยให้สิ่งนั้น ซึ่งก็คือ อนาคตของพวกเขาเลื่อนผ่านไป

คนส่วนใหญ่ไม่ได้สร้างแผนซึ่งทำไว้อย่างชัดเจน แต่คุณจงอย่าเป็นส่วนหนึ่งของคนส่วนใหญ่นั้น คุณจงอย่าไปตามที่ต่างๆด้วยนิ้วมือที่ประสานกันไว้ และสีหน้าที่แสดงความวิตกกังวล โดยหวังว่าสิ่งต่างๆจะดีขึ้น

ไม่ว่าคุณจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม ในขณะนี้คุณคือผู้เล่นคนหนึ่งในกีฬาชีวิต เชื่อเถอะว่า ถ้าคุณไม่มีเป้าหมายที่จะยิงแล้ว คุณก็ไม่ได้เล่นกีฬาที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง ไม่มีใครจะจ่ายเงินแพงๆ เพื่อดูคุณเล่นกีฬาที่ไม่มีใครได้รับการบันทึกคะแนนหรอก

คุณอาจซื่อสัตย์และทำงานหนักไปตลอดชีวิตของคุณ แล้วจบลงด้วยการถังแตก และประสบความลำบากทางการเงิน คุณต้องเป็นให้ดีกว่าคนทำงานที่ดี คุณต้องเป็นให้ดีกว่าซื่อสัตย์ คุณต้องเป็นผู้วางแผนที่ดี ผู้ตั้งเป้าหมายที่ดี

จงเขียนเป้าหมายของคุณลงไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณรับผิดชอบต่อการพัฒนา เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณจริงจัง และเพื่อที่จะทำให้ดีขึ้น คุณต้องจริงจัง คุณไม่ต้องเคร่งเตรียด แต่คุณจำเป็นต้องจริงจัง ทุกคนก็หวังที่จะทำให้ดีขึ้นด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่ความหวังที่ไม่ได้รับการสนับสนุนด้วยการวางแผนที่ชัดเจนก็สามารถทำให้คุณเจ็บปวดได้เช่นกัน ดังคำในพระคัมภีร์ที่กล่าวไว้ว่า 'ความหวังที่ล่าช้ายาวนาน ทำมห้จิตใจเจ็บป่วย' เพราะสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าความหวังอันเลื่อนลอย คือ ความเลื่อนลอยที่แสนสุข 

เพื่อที่จะให้เป้าหมายของคุณเปลี่ยนแปลงตัวคุณ คุณต้องตั้งมันให้สูงไว้ ตั้งมันให้ไกลเกินเอื้อมพอที่จะทำให้คุณเติบโตและเหยียดสูงขึ้นไป ตั้งมันให้สูงพอที่ตะปลุกเร้าจินตนาการของคุณ และกระตุ้นให้คุณเกิดการกระทำ แต่เช่นเดียวกับที่คุณตั้งเป้าหมายให้สูงพอที่จะดึงคุณขึ้นไป จงอย่าตั้งมันให้ห่างไกลจากคุณมากจน คุณเสียกำลังใจไปก่อนที่จะเริ่มต้น

คุณค่าที่แท้จริงในการตั้งเป้าหมาย ไม่ใช่เพื่อการบรรลุมัน การได้มาซึ่งสิ่งต่างๆที่คุณต้องการเป็นเรื่องที่มีความสำคัญรองลงมา เหตุผลหลักในการตั้งเป้าหมาย คือ การบังคับให้คุณเปลี่ยนเป็นคนที่คุณต้องเป็นเพื่อที่จะบรรลุมัน 

จงให้เงินหนึ่งล้านกับใครบางคนซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของทัศนคติของเศรษฐีเงินล้าน แล้วคนผู้นั้นมักจะสูญเสียมันไปเป็นส่วนใหญ่ แต่จงเอาความมั่งคั่งทั้งหมดไปจากเศรษฐีเงินล้าน แล้วเขาหรือเธอผู้นั้นจะสร้างความมั่งคั่งอีกครั้งได้ทันที ทำไมน่ะหรือ? เพราะว่าคนซึ่งได้สถานภาพเศรษฐีเงินล้านเหล่านั้น ได้พัฒนาทักษะ ความรู้และประสบการณ์ที่เขาสามารถทำกระบวนการที่จะเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ลองใคร่ครวญคำถามนี้ 'คนประเภทไหน ที่คุณจะต้องเป็น เพื่อให้ได้ในสิ่งที่คุณต้องการ?'  แล้วตอนนี้ คุณเป็นรึยัง ถ้าไม่ การพัฒนาอะไรที่จำเป็นที่จะสามารถทำให้คุณเป็นคนๆนั้น   คำตอบจะให้เป้าหมายบางอย่างแก่คุณเพื่อการพัฒนาส่วนตัว

เมื่อมีการตั้งเป้าหมาย มันง่ายที่จะถูกล้มคว่ำเมื่อลงมือเขียนมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการตั้งเป้าหมายครั้งแรก จงผ่อนคลาย .. ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกว่าคุณถูกฝึกมา เพื่อที่จะได้รับสิ่งที่คุณต้องการ จงจำสิ่งนี้ไว้ ความสามารถของคุณจะเติบโตจนเท่าเทียมกับความฝันของคุณ นี่คืออำนาจวิเศษในการตั้งเป้าหมาย ยิ่งคุณทำงานหนักเพื่อเป้าหมายของคุณมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสใหม่ๆยิ่งจะแสดงตัวของมันออกมาให้คุณเห็นมากขึ้นเท่านั้น และภายในโอกาสใหม่ๆแต่ละโอกาส จะเป็นเมล็ดพันธ์ของคำตอบต่อปัญหาก่อนๆ ที่ดูเหมือนไม่สามารถหาคำตอบได้

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วินัย ... สู่ความสำเร็จ

แน่นอนว่า วินัยจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณเป็นอย่างมาก แต่ที่สำคัญมากยิ่งกว่านั้น คือ สิ่งที่มันจะเป็นประโยชน์ต่อคุณ มันจะทำให้คุณมีความรู้สึกยอดเยี่ยมเกี่ยวกับตัวคุณเอง

แม้แต่วินัยเล็กน้อยที่สุด ก็สามารถมีผบต่อทัศนคติของคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกดีๆที่คุณได้รับ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่หลั่งไหลออกมาจากความรู้สึกในคุณค่าของตัวเอง ซึ่งได้มาจากการเริ่มต้นวินัยใหม่ เป็นความรู้สึกที่ดีเกือบเท่ากับความรู้สึกซึ่งมาจาก การประสบความสำเร็จ ในการปฏิบัติตามวินัย

วินัยดึงดูดโอกาส โอกาสที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอนกับคนซึ่งพัฒนาทักษะ คนซึ่งปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำเพื่อบรรลุความสำเร็จ และคนซึ่งกำหนดวิสัยทัศน์ของพวกเขาไว้ยาวไกลด้วยวินัยและพันธสัญญาที่จะทำตามนั้น  จะคว้าโอกาสที่คนซึ่งมีความกลัวและความลังเลมากกว่า ยังคงมองไม่เห็นไปตลอดกาล

มี 2 วิธีที่จะเผชิญกับอนาคต คือ คุณสามารถเผชิญกับอนาคตด้วยความคาดหวัง หรือ คุณสามารถเผชิญกับมันด้วยความวิตกกังวล 

ความฝันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ แต่มันไม่เพียงพอที่จะทำให้มีภาพของผลแห่งความปรารถนาอันกระจ่างชัด เพื่อที่จะก่อตั้งโครงร่างที่สำคัญ ใครคนหนึ่งต้องมีพิมพ์เขียวของวิธีวางรากฐาน วิธีรองรับโครงสร้าง และอื่นๆทีละขั้น ทีละตอน เนื่องด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องมีเป้าหมาย

เช่นเดียวกับความฝันที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็ก มันดึงดูดคุณเข้าไปในทิศทางของมัน ยิ่งคุณระบุมันได้ชัดเจนขึ้นเท่าไหร่ ยิ่วคุณพรรณามันละเอียดขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งคุณพยายามอย่างหนักหน่วงมากขึ้นเท่าไหร่ในการบรรลุมัน มันก็จะยิ่งดึงดูดคุณแรงมากขึ้นเท่านั้น หลายต่อหลายครั้งที่เจอ 'หลุม'ของชีวิตระหว่างการเดินทางไปสู่ความสำเร็จ คุณต้องการแม่เหล็กที่มีพลังแรงเพื่อที่จะดึงคุณให้ยังมุ่งตรงไปสู่ความฝันของตัวเอง

จงสังเกตคนส่วนใหญ่ซึ่งไม่มีเป้าหมายใดๆ แทนที่พวกเขาจะวางแผนชีวิตของพวกเขา พวกเขากลับถูกชักนำไปในทิศทางที่ผิดโดยเพียงแค่หาเลี้ยงชีพ พวกเขาต่อสู้อยู่ทุกๆวันในชีวิตของพวกเขา ในดินแดนแห่งสงครามเศรษฐกิจ โดยเลือกเพียงที่จะมีชีวิตเหนือความอดอยาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่ ธอโร เคยกล่าวไว้ว่า 'คนส่วนใหญ่ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความสิ้นหวังอย่างเงียบๆ'

เมื่อคุณรู้ว่าคุณต้องการอะไร และคุณต้องการมันรุนแรงเพียงพอ คุณจะหาหนทางที่จะได้มัน คำตอบ วิธีการ และแนวทางแก้ไขที่คุณจำเป็น ต้องใช้แก้ปัญหาตลอดเส้นทางจะถูกเปิดเผยต่อคุณ

สิ่งแตกต่างกัน กระตุ้นคนที่แตกต่างกัน เราทุกคนมี 'สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดความรู้สึกอย่างรุนแรง' ของเราเอง และถ้าคุณืำการสำรวจให้ลึกซึ้งถึงตัวกระตุ้นให้เกิดการกระทำของคุณแล้วล่ะก็ คุณจะคิดออกถึงบัญชีรายการแรงผลักดันของตัวคุณเอง

ตัวกระตุ้นที่ยิ่งใหญ่ 4 อย่าง: ตัวแรกคือการยอมรับ บริษัทใหญ่ๆที่มีการจัดการที่ฉลาด รู้ดีว่า คนบางคนจะทำเพื่อการเป็นที่ยอมรับ มากกว่าจะทำเพื่อรางวัลทางด้านวัตถุ พวกเขารู้ว่าในโลกที่เบียดเสียดยัดเยียดไปด้วยผู้คน คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าไม่มีใครสนใจใยดี รู้สึกว่าพวกเขาไม่มีความสำคัญ และการยอมรับ คือ การรับรองคุณค่าชนิดหนึ่งของพวกเขา ถ้าบริษัทต่างๆให้ความสนใจ ยอมรับลูกจ้างของเขามากกว่านี้ บริษัทจะได้ผลผลิตที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ

เหตุผลที่สองที่ทำให้บางคนเป็นเลิศ เป็นเพราะพวกเขาชอบความรู้สึกของการได้รับชัยชนะ เศรษฐีหลายต่อหลายคนที่ยังคงทำงานอย่างหนัก ไม่เสมอไปที่เขาต้องการแต่เงิน แต่มันเป็นเพราะว่าความสุข ความปิติ ความพึงพอใจ ที่มาจากชัยชนะของพวกเขา เงินจึงไม่ใช่แรงขับเคลื่อนของคนกลุ่มนี้ แต่ความสุขที่ได้รับจากการเดินทาง ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่มาจากชัยชนะต่างหากที่ใช่

ความสุขเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย มันดูเหมือนว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะสนุกกับชีวิต คือ การทำให้เป้าหมายหนึ่งเสร็จสิ้นลงไป และพร้อมกันนั้นก็เริ่มต้นทำงานไปสู่เป้าหมายต่อไป มันไม่ปลอดภัยที่จะอ้อยอิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแห่งความสำเร็จนานเกินไป วิธีเดียวที่จะสนุกกับมื้ออาหารอีกมื้อหนึ่ง คือ การได้รับความหิวอย่างเต็มที่