weenalovecookie

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2556

Image Coaching by Weena Thongtamp



Image Coaching

อยากพูดเรื่องที่เป็นที่ลุ่มหลงของตัวเอง และ สาวๆ เปิดเรื่องแรกของการแต่งตัว ด้วยรองเท้าคู่สวย กับ เทคนิคการเลือกรองเท้า และสไตล์การเลือกรองเท้า กับโอกาสที่จะใช้

คำถามแรก         สำหรับสาวๆที่ไม่คุ้น แต่อยากลองใส่รองเท้าส้นสูง โค้ชแนะนำยังไง?
คำตอบ               เวลาเริ่ม ให้เริ่มจากส้นที่ไม่สูงมากนัก หากเดินเยอะ ก็ขอให้เลือกด้านหน้ารองเท้าให้             หนาหน่อย เพื่อรับน้ำหนักและไม่ทำให้เมื่อย ให้ลองเดินยาวๆนิดหนึ่ง เพื่อดูความถนัด และรู้สึกมั่นคงกับรองเท้า เลือกแบบปิดด้านหน้า เพื่อสร้างความรู้สึกมั่นคง แต่ให้ระวังเวลาเลือกหากเป็นคนด้านหน้าเท้ากว้าง ให้เลือกแบบที่ด้านหน้าของรองเท้ากว้างหน่อย เพื่อไม่ให้บีบเท้า และเดินสบายขึ้น
ปล, อย่าเลือกรองเท้า จากแบบอย่างเดียว อาจทรมานเพราะรองเท้าคู่สวยได้


คำถามต่อไป    เลือกรองเท้ายังไง ให้ขาดูยาว?
คำตอบ             ให้เลือกแบบเปิดหน้าขาให้มากที่สุด จะช่วยให้ขาแลดูยาวขึ้น ดังนั้นเวลาเลือกแบบรองเท้า ถ้าอยากให้ขาดูยาว อย่าเลือกแบบที่ปิดด้านหน้า สายไขว้ หรือปิดสูงมิดด้านหน้าเท้า แต่ถ้าไม่สนประเด็นนี้ ก็ให้ข้ามจ้อนี้ได้จ๊ะ

คำถามต่อไป    สีของรองเท้า ต้องเข้ากับชุดมั๊ย?
คำตอบ             การ match คู่สีของ เสื้อผ้า กับสีของ แอคเซสเซอร์รี่ เช่น กระเป๋า รองเท้า สายสร้อย ต่างหู จะช่วยให้การแต่งตัวดูมีรสนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะสีที่ห่างกันมาก ของสีเสื้อผ้า กับ แอคเซสเซอร์รี เช่น ใส่กางเกงดำ เสื้อม่วง รองเท้าสีเขียว มันอาจจะดูแปลกหน่อย ยกเว้นกลุ่มอาร์ตติสทั้งหลาย การข้ามโทนสี อาจพอ ok แต่จะต้องมีสไตล์อื่น เช่นทรงผมแบบเฉี่ยว

เชื่อมั่นในตนเอง โดย บัณฑิต อึ้งรังษี

โลกนี้จะวัดคุณที่ 'ระยะทางที่คุณได้เดิน' ไม่ใช่ 'ความสูงที่คุณไปถึง' อย่างเดียว " บัณฑิต อึ้งรังษี True self-confidenc

เมื่อคุณตัดสินคนอื่น คุณไม่มีเวลาที่จะรักพวกเขา

ไม่มีใครหรือพลังอะไรในโลกภายนอก เทียบได้กับพลังที่คุณมีอยู่ในตัว ค้นหาพลังภายใน เพราะมันรู้วิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ' รอนดา เบิร์น

คนเดียวในโลกที่คุณควรแข่งด้วย คือ ตัวเอง มุ่งพลังจิตทั้งหมดไปที่การทำตนเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ แข่งกับตนเอง ให้วันนี้คุณเป็นคนดีกว่าเมื่อวาน เก่งกว่าเมื่อวาน โฟกัสไปที่การสร้าง 'เวอร์ชั่นที่เยี่ยมที่สุด' ของคุณเอง ถ้าคุณเรียนรู้ที่จะทำอย่างนี้ได้ คุณเป็นคนน้อยคนในโลกที่เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ และรางวัลที่คุณได้คือ ความสุข สงบใจและความสำเร็จมหาศาล คุณเป็นอิสระจากคนอื่น

จิตที่แสวงหาการควบคุมเหนือผู้อื่น คือ จิตที่ชอบแข่งขัน จิตประเภทนี้ไม่ใช่จิตที่สร้างสรรค์ ในการควบคุมสภาพแวดล้อมและโชคชะตาของคุณ ไม่จำเป็นเลยว่า คุณต้องอยู่เหนือคนอื่น
ระวังจิตที่ชอบแข่งขันไว้ให้ดี ระวังความเย้ายวน แอบแฝงในการแสวงหาอำนาจเหนือผู้อื่น สำหรับจิตที่ยังไม่ได้พัฒนา หรือยังพัฒนาไม่เต็มที่ ไม่มีอะไรหอมหวลเท่ากับการใช้อำนาจควบคุมคนอื่น ' Wallace Wattles

การแข่งขัน - ผู้เข่นฆ่าการสร้างสรรค์
การแข่งขันทุกรูปแบบมีเจตนาร้ายแฝงอยู่ มองผิวเผินมันอาจจะดูเป็นมิตร แต่แรงจูงใจหลักคือ การเป็นหรือทำดีกว่าคนอื่น แต่คุณเกิดมาบนโลกนี้เพืีอสร้างสรรค์ ไม่ใช่แข่งขัน ถ้าคุณใช้การแข่งขันเป็นแรงจูงใจพื้นฐานในการทำสิ่งใดก็ตาม มันจะมีผลลัพธ์ทางลบ และทำให้คุณพ่ายแพ้ทุกครั้งไป

ถึงแม้ว่า อาจดูเหมือนว่าโลกใบนี้เป็นโลกของการแข่งขัน มันเป็นอย่างนั้นกับคนที่รู้สึกว่า จำเป็นต้องแข่งเท่านั้น คนส่วนใหญ่ปฏิเสธความคิดนี้ เพราะการเรียนในวัยเด็กส่งเสริมและรับรองการแข่งขันอย่างสูง ถ้าคุณถามคนพวกนี้ว่า เขาคิดว่าการแข่งขันเป็นเรื่องดีหรือเปล่า เขาจะตอบทันทีว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องดีเท่านั้น แต่ยังจำเป็นอีกด้วย เขารู้สึกว่าการแข่งขันทำให้ชีวิตมีเป้าหมาย และมีทิศทาง " โรเบิร์ต แอนโทนี่

คนเราต้องได้รับรางวัล สำหรับการทำได้ดี เขาไม่เคยคิดเลยว่า รางวัลนั้นอยู่ที่การได้ทำ ไม่่ใช่ที่ผลลัพธ์

เราแข่งขันกับคนอื่นก็เพราะ เมื่อไม่แน่ใจในความสามารถของตนเอง การแข่งขันเป็นเพียงการเลียนแบบ มันเกิดขึ้นในวัยเด็กจากความจำเป็นต้องเลียนแบบคนอื่น คนที่ชอบแข่งขันรู้สึกว่าคนอื่นดีกว่าตนเอง และหาทางพิสูจน์ว่าไม่จริง เขาพยายามเอาชนะคนที่เขารู้สึกว่าเหนือกว่าเขา คนที่ชอบแข่งขันมักจะต้องการให้คนอื่นยอมรับว่า เขาทำได้ดีแค่ไหน

ตรงกันข้าม คนที่พึ่งพาตัวเองได้ ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องแข่งขัน เขาไม่จำเป็นต้องมองเห็นว่า คนอื่นกำลังทำอะไร หรือพยายามดีกว่าคนข้างๆ เขาตระหนักในความสามารถของเขาเอง และพยายามทำชีวิตตนให้ดีเลิศ คู่แข่งขันเดียวที่เขามี คือ ตัวเขาเอง เพื่อให้ตนเองเติบโตขึ้น และเป็นเลิศในสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ

การแข่งขันคือรูปแบบหนึ่งของการแบ่งแยกอย่างแรก เมื่อคุณมีความคิดเรื่องการแข่งขัน มันมาจากความรู้สึกขาดแคลน เหมือนคุณบอกว่าของมีจำกัด คุณกำลังพูดว่ามันมีไม่เพียงพอสำหรับทุกคน ดังนั้น เราจึงต้องแข่งขันและต่อสู้เพื่อให้ได้มา ตามกฏแห่งแรงดึงดูด ยิ่งแข่งขัน คุณจะดึงดูดผู้คน เหตุการณ์ และสถานการณ์มากมาย เพื่อมาแข่งขันกับคุณในทุกด้านของชีวิต เพื่อความสุขของคุณเอง คุณต้องขจัดการแข่งขันออกไปจากจิตใจ และจงกลายเป็นจิตแห่งการสร้างสรรค์ โฟกัสไปที่ความฝัน จินตนาการ และการเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะเป็นได้

ถ้าคุณโฟกัสที่การเอาชนะตนเอง คุณทำอะไรได้มากมาย แต่ถ้าคุณโฟกัสที่การเอาชนะคนอื่น คุณจะทำอะไรได้เล็กน้อย

คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อแข่งขันกับใคร คุณเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตตนให้เกิดเป็นผลงานชิ้นเอก และเมื่อนั้น คุณจะเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจให้คนอื่น " บัณฑิต อึ้งรังษี

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องของศิลปินเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของนักธุรกิจที่มองหาวิธีใหม่ๆเพื่อปิดยอดขาย เป็นเรื่องของวิศวกร ที่พยายามแก้ปัญหา เป็นเรื่องของพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกมองโลกหลายๆแบบ " ทไวลา ธาร์ป จาก The creative habit

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

The magic 4

ปัญหาในการชอบตำหนิผู้อื่นเวลาเราทำความผิด คือ เรามัวไปทุกข์ทรมานจากความรู้สึกเจ็บปวด และจากผลของความผิดพลาด แต่กลับไม่ได้เรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาดนั้น เราเป็นมนุษย์ แน่นอนเราย่อมจะทำผิดพลาดได้อยู่แล้ว ความผิดพลาดเป็นสิ่งหนึ่งที่งดงามมากที่สุดในการเกิดเป็นมนุษย์ แต่เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น ไม่งั้นชีวิตจะมีแต่ความเจ็บปวดมากมายโดยไม่จำเป็น

'จงเปลี่ยนบุคคลที่อยู่ในกระจกเงา แล้วโลกของคุณจะเปลี่ยนไป'

ความรู้สึกที่เป็นลบเกี่ยวกับตัวเอง สร้างความเสียหายให้ชีวิตคุณมากที่สุด เป็นความรู้สึกที่ทรงพลังมากกว่าความรู้สึกใดที่มีต่อสิ่งอื่นหรือคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนและทำอะไร คุณก็นำความรู้สึกลบนี้ติดตัวไปด้วยทุกขณะ แล้วความรู้สึกเหล่านี้ก็ทำให้ทุกสิ่งที่คุณสัมผัสเสียหาย แถมยังทำหน้าที่เป็นเหล็กดึงดูดความน่าขุ่นเคือง ความไม่น่าพอใจ และความน่าผิดหวังให้กับทุกสิ่งที่คุณทำ

เมืีอคุณสำนึกรู้คุณ คุณจะไม่ตำหนิตนเองเวลาที่ทำอะไรผิดพลาด เมื่อคุณสำนึกรู้คุณ คุณจะไม่วิพากย์วิจารณ์ตนเองเวลาทำอะไรไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อคุณสำนึกรู้คุณความเป็นตัวคุณ คุณจะมีความสุข และจะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนที่มีความสุข สถานการณ์ที่มีความสุข และสภาพแวดล้อมที่น่ามหัศจรรย์ซึ่งจะอยู่ล้อมรอบคุณไม่ว่าจะไปที่ไหนหรือทำอะไร เมืีอคุณเห็นความมหัศจรรย์ในตัวคนในกระจกนั้นได้ โลกทั้งใบของคุณก็จะเปลี่ยนไป

วันทุกวันมีความเฉพาะตัว ไม่มีวันไหนเหมือนวันอื่น สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันก็แตกต่างกันตลอดกาล และเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ดังนั้นเมืีอคุณจดจำความมหัศจรรย์โดยนับสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่ว่าจะนับได้กี่ครั้ง ก็จะแตกต่างกันไปทุกครั้ง การจดจำความมหัศจรรย์จึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังของการสำนึกรู้คุณ

ฉันเริ่มต้นขอบคุณสิ่งเล็กสิ่งน้อย และยิ่งขอบคุณมากเท่าไหร่ รางวัลของฉันก็เพิ่มมากขึ้น นั่นเพราะสิ่งที่คุณมุ่งจิตไปแผ่ขยายขึ้น และเมื่อคุณมุ่งจิตไปที่ความดีงามในชีวิต คุณก็สร้างความดีงามให้เพิ่มมากขึ้นอีก โอกาสดีๆ ความสัมพันธ์ แม้เงินทองก็หลั่งไหลมา ฉันเรียนรู้ที่จะสำนึกคุณ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต" โอปร่า วินฟรีย์

โดยการปฏิบัติการสำนึกรู้คุณ คุณกำลังใช้กฏแห่งจักรวาลอันแน่นอน ไม่มีทางผิดพลาด นั่นคือของขวัญจากจักรวาลเพืีอคุณ และคงอยู่เพืีอให้คุณได้ใช้และนำชีวิตให้ก้าวไกลขึ้น

จงกล่าวคำมหัศจรรย์ว่า ขอบคุณ กล่าวดังๆ ตะโกนมาจากยอดหลังคา กระซิบกับตัวเอง กล่าวอยู่ในใจ หรือรู้สึกในหัวใจ และไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนนับจากวันนี้เป็นต้นไป นำการสำนึกรู้คุณและพลังมหัศจรรย์ของมันไปกับคุณด้วย เพืีอให้มีชีวิตที่มหัศจรรย์ สมบูรณ์พูนสุขและ มีความสุขเต็มที่ คำตอบอยู่ที่ริมฝีปากคุณ อยู่ภายในใจคุณ พร้อมและรอคอยให้คุณสร้างสรรค์ความมหัศจรรย์ " ขอบคุณ รอนดา เบิร์น ผู้เขียน The Magic ที่เป็นฑูตส่งความมหัศจรรย์ เพื่อให้เราได้สร้างความมหัศจรรย์ จากการนำไปใช้ให้ชีวิตธรรมดาๆ กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์

The magic 3

เราพึงลุกขึ้นและขอบคุณ เพราะหากเราเรียนรู้อะไรไม่ได้มากนักในวันนี้ อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้อะไรบ้าง และหากเราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย อย่างน้อยเราก็ไม่ได้เจ็บป่วย และหากเราเจ็บป่วย อย่างน้อยเราก็ยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้น เรามาขอบคุณกันเถิด " พระโคฒมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาของพระพุทธศาสนา

การสำนึกรู้คุณคือความมั่งมี และการบ่นคือความยากจน นี่คือกฏทองของชีวิตคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ งาน ความสัมพันธ์ หรือการเงินของคุณ ยิ่งสำนึกรู้คุณเงินมากขึ้นเท่าไหร่ แม้จะไม่ได้มีเงินมาก แต่ก็จะได้รับความมั่งมีเพิ่มขึ้น และยิ่งบ่นเรื่องเงินมากเท่าไหร่ คุณก็จะจนลงเท่านั้น

คนส่วนมากมักไม่ได้คิดว่าตนบ่นเรื่องเงิน แต่ถ้าในชีวิตเกิดมีปัญหาเงินขาดมือ เขาก็กำลังบ่นโดยไม่ทันรู้ตัว การบ่นเกิดขึ้นผ่านความคิดของผู้คนพอๆกับทางวาจา และส่วนมากก็ไม่ทันระวังความคิดที่อยู่ในหัว ความคิดหรือวาจาที่เป็นการบ่น เป็นด้านลบเป็นการอิจฉาริษยาหรือเป็นความวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินทอง นั่นคือการสร้างความยากจนโดยแท้จริง และแน่นอนที่ว่าการบ่นที่ใหญ่ที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อต้องจ่ายเงิน

ถ้าคุณไม่มีเงินพอ การจ่ายใบแจ้งหนี้ก็เป็นเรื่องยากเข็ญที่สุดเรื่องหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะมีแต่ใบแจ้งหนี้ไหลมามากกว่าเงินที่จะมีจ่าย แต่ถ้าคุณบ่นเรืีองใบจ่ายหนี้ นั่นแหละคือการบ่นเรื่องเงินจริงๆ และการบ่นก็ทำให้คุณจนอยู่อย่างนั้น

'ไม่มีหน้าที่ใดเร่งด่วนกว่าหน้าที่ในการตอบขอบคุณ' คำสอนทางจิตวิญญาณโบราณกล่าวไว้ว่า สิ่งที่เราให้ผู้อื่นด้วยความเต็มใจจะกลับมาหาเราเป็นร้อยเท่า การสำนึกรู้คุณและการกล่าวคำขอบคุณ ผู้อื่นในเรื่องใดก็ตามที่คุณได้รับจากเขา จึงไม่เป็นเพียงเรื่องเร่งด่วนเท่านั้น หากสำคัญต่อการทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นด้วย

เวลาที่คุณกล่าวคำว่า ขอบคุณ ถ้าการกล่าวขอบคุณของคุณตรงตามความหมายจริงๆ คนที่ได้รับจะรู้สึกได้ คุณจึงไม่เพียงทำให้คนรู้สึกดีจริงๆเท่านั้น แต่กรรสำนึกรู้คุณของคุณจะเติมความสุขอย่างที่ไม่อาจบรรยายได้ ให้คุณด้วย

วิธีที่ง่ายที่สุดและธรรมดาที่สุด ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าวันที่กำลังเริ่มของคุณจะมีแต่ความมหัศจรรย์ ก็คือ เติมการสำนึกรู้คุณในยามเช้าของคุณ เมื่อคุณรวมการสำนึกรู้คุณเข้าไว้ในกิจวัตรยามเช้า จะเกิดผลอันมหัศจรรย์ให้คุณได้รู้สึกและพบตลอดวันเลยทีเดียว

บางครั้งแสงสว่างของเราก็ดับไป และจุดสว่างขึ้นมาใหม่ด้วยประกายจากบุคคลอื่น มีเหตุผลที่เราแต่ละคนต้องคิด ด้วยการสำนึกรู้คุณอย่างล้ำลึกต่อบุคคลเหล่านั้นที่ตุดประกายไฟในตัวเรา "อัลเบิร์ต ชไวท์เซอร์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

เราทุกคนเคยได้รับความช่วยเหลือ การสนับสนุน หรือคำแนะนำจากคนอื่นๆในเวลาใดเวลาหนึ่งในชีวิตขณะที่มีความจำเป็นอย่างถึงที่สุด บางครั้งใครคนหนึ่งก็เปลี่ยนแนวทางชีวิตเราด้วยการให้กำลังใจ คำแนะนำ หรือเพียงแค่อยู่ตรงนั้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม และแล้วชีวิตก็ดำเนินต่อไป

การสำนึกรู้คุณเป็นอะไรที่คุณต้องมีก่อน ที่จะได้รับ ไม่ใช่อะไรที่คุณสักแต่ทำหลังจากสิ่งดีๆบังเกิดแล้ว คนส่วนใหญ่สำนึกรู้คุณหลังจากได้รับสิ่งดีๆ แต่เพื่อที่จะให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงและเปลี่ยนชีวิตทั้งสิ้นด้วยการเติมความมั่งคั่งในทุกแง่มุม คุณจะต้องสำนึกรู้คุณทั้งก่อนและหลัง

"การยึดความโกรธไว้ ก็เหมือนการหยิบถ่านร้อนๆ ด้วยความตั้งใจว่าจะเขวี้ยงใส่ผู้อื่น ท่านเองนั่นแหละที่จะมือไหม้เสียเอง " พระพุทธเจ้า

เรามีอิสระในการเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งหมายความว่าเรามีอิสระที่จะทำผิดพลาดได้ด้วย ความผิดพลาดอาจทำให้เจ็บปวด แต่หากเราไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดของเรา ความเจ็บปวดที่ทำให้ทุกข์ทรมานก็ไม่มีค่าใดๆ อันที่จริงตามกฏของแรงดึงดูด เราย่อมจะทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก จนผลที่เกิดขึ้นทำให้เราเจ็บปวดมากและเรียนรู้ได้ในที่สุด นี่เองคือเหตุผลที่ความผิดพลาดทำให้เราเจ็บปวด คือ เพืีอให้เราได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นและไม่ทำซ้ำอีกต่อไป

ในการเรียนรู้ความผิดพลาด ก่อนอื่นเราต้องเป็นเจ้าของความผิดพลาดนั้นก่อน และนี่เองที่คนส่วนใหญ่ไม่อาจบรรลุได้ เพราะมักตำหนิผู้อื่นแทนทั้งที่เป็นความผิดพลาดของตน