ความจริงก็คือคุณอาจจะมีความสามารถตามธรรมชาติมากกว่าที่คุณจะใช้ได้หมดถ้าคุณมีชีวิตอยู่เป็นร้อยชาติ สิ่งที่คุณประสบความสำเร็จจนถึงตอนนี้ เป็นเพีงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆของสิ่งที่เป็นไปได้จริงๆสำหรับคุณ กฏของความสำเร็จข้อหนึ่งคือ มันไม่สำคัญว่าคุณจะมาจากไหน ทั้งหมดที่สำคัญคือคุณจะไปไหน และที่ๆคุณจะไปถูกตัดสินด้วยตัวคุณกับความคิดของคุณเอง
คุณจะเป็นอย่างที่คุณคิดเกือบตลอดเวลา โลกภายนอกของคุณคือภาพสะท้อนโลกภายในของคุณ ซึ่งสะท้อนให้คุณเห็นถึงสิ่งที่คุณคิด ทุกอย่างที่คุณคิดจะโผล่ออกมาในความเป็นจริงของคุณอย่างต่อเนื่อง
ทำไมผู้คนถึงไม่ตั้งเป้าหมาย? เหตุผลหนึ่งคือเพราะไม่รู้วิธีที่จะกำหนดมันตั้งแต่แรก ซำ้ร้ายหลายคนคิดว่าพวกเขามีเป้าหมายอยู่แล้ว ทั้งๆที่จริงแล้วพวกเขามีแค่ความปรารถนาหรือความฝัน เช่น 'ขอให้ฉันมีความสุข, ขอให้มีเงินเยอะๆ หรือ ขอให้มีบ้านมีรถ' เหล่านี้ไม่ใช่เป้าหมาย มันเป็นแค่ความเพ้อฝัน เป้าหมายต่างจากความปรารถนาอย่างมาก มันเฉพาะเจาะจง สามารถบรรลุและวัดได้
ทำไมคนจึงไม่ตั้งเป้าหมาย
1) พวกเขาคิดว่าการตั้งเป้าหมายไม่สำคัญ
2) พวกเขาไม่รู้วิธี
3) พวกเขากลัวความล้มเหลว
4) พวกเขากลัวถูกปฏิเสธ
มาร์ค แมคเคอร์แม็ค เล่าถึงหนังสือของเขาชื่อ 'สิ่งที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดไม่ได้สอนคุณ' ได้มีการสัมภาษณ์นักศึกษา MBA ว่า คุณได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และวางแผนที่จะทำให้สำเร็จสำหรับอนาคตคุณหรือเปล่า? ปรากฏว่ามีเพียง 3% เท่านั้นที่เขียนเป้าหมายและวางแผนไว้ 13% มีเป้าหมายแต่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร 80% ไม่มีเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง นอกจากการวางแผนไปเที่ยวช่วงซัมเมอร์
10 ปีต่อมานักวิจัยได้ไปสัมภาษณ์สมาชิกที่ตอบตำถามเดิมอีกครั้ง พบว่าคน 13% ที่มีเป้าหมายแต่ไม่ได้เขียนออกมา หาเงินได้ 2 เท่าของคนที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมาย และที่น่าประหลาดใจ 3% ที่เขียนเป้าหมายไว้ชัดเจน หาเงินได้เป็น 10% เท่าของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด
คนส่วนใหญ่เริ่มต้นเดินทางในชีวิตอย่างไร้จุดหมาย ผ่านโลกที่ไม่มีแผนที่หรือแผนผังใด พวกเขาเพียงแค่คิดไปทำไป บ่อยครั้งที่ระยะเวลา 10 หรือ 20 ปีของการทำงานจะผ่านไปโดยที่พวกเขายังถังแตก ไม่แฮปปี้กับงาน ไม่พอใจกับชีวิตสมรส ทั้งหมดก้าวหน้าน้อยมาก ถึงกระนั้นทุกคืนพวกเขาก็ยังกลับบ้านไปดูทีวี ภาวนาและหวังให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่มันมักไม่ค่อยเป็นไปตามนั้น
คนจำนวนมากกลัวความเปลี่ยนแปลง และเป็นห่วงอนาคต ประโยชน์ที่สำคัญของการตั้งเป้าหมายคือ มันช่วยให้คุณสามารถควบคุมทิศทางการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ให้คุณมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดจากความตั้งใจและการควบคุมของคุณเอง เป้าหมายช่วยให้คุณปลูกฝังความหมายและจุดประสงค์เข้าไปในทุกสิ่งที่คุณทำ
ขีดความสามารถที่ติดตัวคุณมาแต่กำเนิดนั้นเป็นสิ่งพิเศษมาก ณ เวลานี้ในตัวคุณมีความสามารถที่จะบรรลุเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ให้ตัวเอง ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อตัวคุณคือการทุ่มเทเวลาที่จำเป็นในการทำให้ชัดเจนว่าคุณต้องการอะไร และจะบรรลุมันได้อย่างไร ยิ่งชัดเจนกับเป้าหมายมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งสามารถปลดปล่อยความสามารถของคุณเพื่อประโยชน์ในชีวิตมากขึ้นเท่านั้น
จุดเริ่มต้นของการบรรลุเป้าหมายทั้งหมดก็คือความปรารถนา คุณต้องสร้างความปรารถนาที่แรงกล้าสำหรับเป้าหมาย หากคุณอยากที่จะบรรลุมันจริงๆ ต่อเมื่อความปรารถนาของคุณรุนแรงมากพอเท่านั้น คุณถึงจะมีเรี่ยวแรงและมีแรงผลักดันภายในที่จะเอาชนะอุปสรรคทั้งมวลที่ขวางทางคุณไว้ได้
รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554
เข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไรจริงๆ
คุณอาจต้องใช้ความพยายามอย่างหนักและเริ่มต้นผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง จนกว่าจะพบอาชีพในอุดมคติของคุณ แต่ทั้งหมดจะเริ่มต้นได้ด้วยการที่คุณนั่งลง แล้วตัดสินว่าสิ่งที่คุณต้องการจริงๆคืออะไร จากนั้นจึงเริ่มต้นลงมือทำ
การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีที่สุดทุกอย่างในชีวิตของคุณ เริ่มที่การตัดสินใจให้กระจ่างชัดว่าคุณจะทำหรือหยุดทำอะไร การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณตัดสินใจแน่วแน่ ว่าจะมีส่วนร่วมหรือถอนตัว จะทำหรือไม่ทำเรื่องนั้นๆ
ความมั่นใจเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของชายหรือหญิงที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข ความมั่นใจพัฒนาจากการฝึกฝนและการทำซำ้ ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกลายเป็นเรื่องปกติเหมือนการหายใจเข้าและหายใจออก
ข้อเท็จจริงที่น่าเสียดาย คือ คนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เป็นเพราะยังไม่ตัดสินใจว่าจะเป็นคนรวย คนอ้วนและสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นเพราะยังไม่ตัดสินใจว่าจะมีรูปร่างผอมบางแต่แข็งแรง ส่วนคนที่ไร้ประสิทธิภาพก็เป็นเพราะยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะเป็นคนที่มีระเบียบและมีประสิทธิภาพสูง
'ถ้าคิดว่าทำได้ คุณก็ทำได้' หัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าที่จะฝันถึงสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่ เกินความเป็นไปได้ และกล้าที่จะทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ
เอลเบิร์ต ฮับบาร์ด นักปรัชญาและนักเขียน กล่าวไว้ว่า " วินัยต่อตนเอง คือ ความสามารถทำให้ตนเองทำในสิ่งที่ควรทำ เมื่อต้องทำสิ่งนั้น ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ก็ตาม"
เอช แอล ฮันท์ มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่กล่าวว่า 'ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ต้องการปัจจัยเพียง 2 ประการคือ 1) ตัดสินใจให้ชัดว่าคุณต้องการอะไร? ซึ่งเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยทำในชีวิต 2) คุณต้องกำหนดสิ่งที่คุณต้องเสีย เพื่อแลกความสำเร็จนั้นมา จากนั้นจึงลงมือแล้วลุยให้เต็มที่'
การวางแผนที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นมืออาชีพ กฏ 10/90 มีอยู่ว่า 10% แรกของเวลาที่คุณใช้วางแผนกิจกรรม จะช่วยประหยัดเวลาที่จำเป็นในการทำกิจกรรมนั้นได้มากถึง 90%. เมื่อคุณเริ่มทำงาน
คุณควรคิดบนกระดาษเสมอ เพราะจะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นในระหว่างที่สมองและมือของคุณเขียนแผนลงไปอย่างละเอียด ซึ่งจริงๆแล้ว การเขียนจะช่วยให้ความคิดของคุณเฉียบคมและชัดเจนขึ้น กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และทำให้คุณรวมความสนใจได้ดีกว่าการคิดอยู่ในใจ
วิธี่ที่คุณจะกำหนดสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดในช่วงเวลาใดก็คือ การนึกถึงผลที่ตามมาที่สำคัญถ้าหากว่าทำหรือไม่ได้ทำงานนั้นๆ งานสำคัญคืองานที่มีผลตามมาที่สำคัญ หากทำหรือไม่ทำงานนั้น คนที่มีประสิทธิภาพการผลิตสูงทุกคนล้วนนึกถึงผลที่อาจตามมาอย่างต่อเนื่องขณะวางแผนทุกแผน
การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีที่สุดทุกอย่างในชีวิตของคุณ เริ่มที่การตัดสินใจให้กระจ่างชัดว่าคุณจะทำหรือหยุดทำอะไร การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณตัดสินใจแน่วแน่ ว่าจะมีส่วนร่วมหรือถอนตัว จะทำหรือไม่ทำเรื่องนั้นๆ
ความมั่นใจเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของชายหรือหญิงที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข ความมั่นใจพัฒนาจากการฝึกฝนและการทำซำ้ ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกลายเป็นเรื่องปกติเหมือนการหายใจเข้าและหายใจออก
ข้อเท็จจริงที่น่าเสียดาย คือ คนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เป็นเพราะยังไม่ตัดสินใจว่าจะเป็นคนรวย คนอ้วนและสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นเพราะยังไม่ตัดสินใจว่าจะมีรูปร่างผอมบางแต่แข็งแรง ส่วนคนที่ไร้ประสิทธิภาพก็เป็นเพราะยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะเป็นคนที่มีระเบียบและมีประสิทธิภาพสูง
'ถ้าคิดว่าทำได้ คุณก็ทำได้' หัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าที่จะฝันถึงสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่ เกินความเป็นไปได้ และกล้าที่จะทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ
เอลเบิร์ต ฮับบาร์ด นักปรัชญาและนักเขียน กล่าวไว้ว่า " วินัยต่อตนเอง คือ ความสามารถทำให้ตนเองทำในสิ่งที่ควรทำ เมื่อต้องทำสิ่งนั้น ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ก็ตาม"
เอช แอล ฮันท์ มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่กล่าวว่า 'ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ต้องการปัจจัยเพียง 2 ประการคือ 1) ตัดสินใจให้ชัดว่าคุณต้องการอะไร? ซึ่งเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยทำในชีวิต 2) คุณต้องกำหนดสิ่งที่คุณต้องเสีย เพื่อแลกความสำเร็จนั้นมา จากนั้นจึงลงมือแล้วลุยให้เต็มที่'
การวางแผนที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นมืออาชีพ กฏ 10/90 มีอยู่ว่า 10% แรกของเวลาที่คุณใช้วางแผนกิจกรรม จะช่วยประหยัดเวลาที่จำเป็นในการทำกิจกรรมนั้นได้มากถึง 90%. เมื่อคุณเริ่มทำงาน
คุณควรคิดบนกระดาษเสมอ เพราะจะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นในระหว่างที่สมองและมือของคุณเขียนแผนลงไปอย่างละเอียด ซึ่งจริงๆแล้ว การเขียนจะช่วยให้ความคิดของคุณเฉียบคมและชัดเจนขึ้น กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และทำให้คุณรวมความสนใจได้ดีกว่าการคิดอยู่ในใจ
วิธี่ที่คุณจะกำหนดสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดในช่วงเวลาใดก็คือ การนึกถึงผลที่ตามมาที่สำคัญถ้าหากว่าทำหรือไม่ได้ทำงานนั้นๆ งานสำคัญคืองานที่มีผลตามมาที่สำคัญ หากทำหรือไม่ทำงานนั้น คนที่มีประสิทธิภาพการผลิตสูงทุกคนล้วนนึกถึงผลที่อาจตามมาอย่างต่อเนื่องขณะวางแผนทุกแผน
เข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไรจริงๆ
คุณอาจต้องใช้ความพยายามอย่างหนักและเริ่มต้นผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง จนกว่าจะพบอาชีพในอุดมคติของคุณ แต่ทั้งหมดจะเริ่มต้นได้ด้วยการที่คุณนั่งลง แล้วตัดสินว่าสิ่งที่คุณต้องการจริงๆคืออะไร จากนั้นจึงเริ่มต้นลงมือทำ
ใช้กฏ 20/80 หรือหลักการพาเรโต้ ในการจัดการเวลาที่สำคัญและทรงพลังมากที่สุดหลักการหนึ่ง กฏนี้แบ่งกิจกรรมทั้งหมดตามหลักการว่า 'สิ่งสำคัญมากมีน้อย' สิ่งสำคัญน้อยมีมาก'
เมื่อคุณเริ่มทำงานแล้วหยุดพัก จากนั้นกลับมาทำต่อ แล้วเริ่มต้นทำอีกครั้งเป็นเวลาหลายๆครั้ง ในท้ายที่สุดคุณจะใช้เวลาที่ต้องใช้ในการทำงานให้เสร็จเพิ่มมากขึ้นถึง 500% แต่หากคุณทำงานเพียงชิ้นเดียวโดยเริ่มต้นทำงานทำงาน แล้วบังคับให้ตนเองทำงานนั้นจนกว่าจะเสร็จได้ คุณจะใช้เวลาน้อยกว่าที่คนอื่นใช้ 20% นี่คือสุดยอดวิชาของการบริหารเวลาและเพิ่มประสิทธิผลของการทำงาน
งานที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุดต่ออาชีพและชีวิตของคุณ มักเป็นงานใหญ่และยากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งยังเป็นงานที่คุณชอบผลัดวันประกันพรุ่งมากที่สุด แม้ว่าจะรู้ว่าหากทำให้สำเร็จแล้วจะส่งผลดีหรือส่งผลลัพท์ที่สำคัญก็ตาม
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดเพียงประการเดียวของการทำงานในระดับสูง คือ การมีแนวโน้มที่จะพูดกันจนตายไปข้างหนึ่ง หลายคนคิดว่าการพูดดีและการวางแผนต่อเนื่องเป็นการปฏิบัติที่เหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว การทำงานที่พูดไปเหล่านั้นให้เสร็จเท่านั้นที่มีความสำคัญจริงๆ
เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ ไม่มีอะไรจะมาจำกัดการประสบความสำเร็จของคุณได้ ยกเว้นแต่ข้อจำกัดที่คุณสร้างให้กับตนเอง เราต้องกล้าตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นคนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในองค์กรหรือธุรกิจ คุณสามารถประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ในช่วงใดก็ตามในชีวิต คุณจะพบว่าสามารถเปลี่ยนแปลงง่ายๆได้ด้วยมือคุณเอง
กำหนดเป้าหมายที่แท้จริงของคุณ: ตระหนักให้ได้ว่า คุณต้องการอะไรจริงๆ มันจะช่วยคุณหยุดจากการวิ่งไล่ผีเสื้อ แล้วหันมาขุดทองแทน 'วิลเลียม โมลตัน มาร์สเดน
คนส่วนใหญ่ทุ่มเทตัวเองให้กับชีวิตเหมือนสุนัขวิ่งไล่รถแล่นผ่าน และนึกสงสัยว่าทำไมพวกเขาจึงดูเหมือนจะไม่เคยจับอะไรหรือรักษาอะไรที่มีค่าไว้ได้เลย
ทำเป้าหมายของตัวเราให้เป็นเป้าของเราจริงๆ เพราะมันจะทำให้ความปรารถนาของเรารุนแรงมากพอ มันต้องเป็นเป้าหมายที่เราเลือกให้ตัวเอง ไม่ใช่เป้าหมายที่คนอื่นอยากให้เราเป็นหรือเพราะเราอยากเอาใจคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถทำอะไรให้คนอื่น มันหมายความว่า ในการตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตเรา เราต้องเริ่มเดินด้วยตัวเองและก้าวไปข้างหน้า
มีคุณสมบัติอยู่อย่างหนึ่งที่คนเราต้องมี จึงจะประสบชัยชนะ นั่นค้อ จุดประสงค์ที่แน่นอน ความรู้ในสิ่งที่เราต้องการ และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นเจ้าของมัน 'นโปเลียน ฮิลล์
เรายิ่งคิดถึงจุดประสงค์แน่นอนที่สำคัญและวิธีการบรรลุมันมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งนำกฏแห่งการดึงดูดเข้ามาใช้ในชีวิตเรามากขึ้นเท่านั้น เราจะเริ่มดึงดูดผู้คน โอกาส แนวความคิด และหนทางที่จะช่วยให้เราเดินหาเป้าหมายได้เร็วขึ้น และช่วยให้เป้าหมายเดินเข้ามาหาเราได้เร็วขึ้นเช่นกัน
ทุกคนอยากเป็นเศรษฐีหรือมหาเศรษฐีด้วยกันทั้งนั้น คำถามเดียวคือ คุณเต็มใจหรือไม่ที่จะทำทุกอย่างที่จำเป็นและลงทุนเวลาทั้งหมดที่ต้องการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าคุณเต็มใจ มันย่อมไม่มีอะไรมาหยุดยั้งคุณได้
การเลือกจุดประสงค์แน่นอนที่สำคัญและการตัดสินใจที่จะมุ่งมั่นอยู่กับจุดประสงค์นั้น การเอาชนะความยากลำบากทั้งหมดจนกว่าจะบรรลุมัน จะมีส่วนช่วยทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากกว่าการตัดสินใจอื่นๆที่เคยทำ ไม่ว่าจุดประสงค์สำคัญของเราเป็นเรื่องอะไร จงเขียนมันไว้ แล้วลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้
ใช้กฏ 20/80 หรือหลักการพาเรโต้ ในการจัดการเวลาที่สำคัญและทรงพลังมากที่สุดหลักการหนึ่ง กฏนี้แบ่งกิจกรรมทั้งหมดตามหลักการว่า 'สิ่งสำคัญมากมีน้อย' สิ่งสำคัญน้อยมีมาก'
เมื่อคุณเริ่มทำงานแล้วหยุดพัก จากนั้นกลับมาทำต่อ แล้วเริ่มต้นทำอีกครั้งเป็นเวลาหลายๆครั้ง ในท้ายที่สุดคุณจะใช้เวลาที่ต้องใช้ในการทำงานให้เสร็จเพิ่มมากขึ้นถึง 500% แต่หากคุณทำงานเพียงชิ้นเดียวโดยเริ่มต้นทำงานทำงาน แล้วบังคับให้ตนเองทำงานนั้นจนกว่าจะเสร็จได้ คุณจะใช้เวลาน้อยกว่าที่คนอื่นใช้ 20% นี่คือสุดยอดวิชาของการบริหารเวลาและเพิ่มประสิทธิผลของการทำงาน
งานที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุดต่ออาชีพและชีวิตของคุณ มักเป็นงานใหญ่และยากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งยังเป็นงานที่คุณชอบผลัดวันประกันพรุ่งมากที่สุด แม้ว่าจะรู้ว่าหากทำให้สำเร็จแล้วจะส่งผลดีหรือส่งผลลัพท์ที่สำคัญก็ตาม
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดเพียงประการเดียวของการทำงานในระดับสูง คือ การมีแนวโน้มที่จะพูดกันจนตายไปข้างหนึ่ง หลายคนคิดว่าการพูดดีและการวางแผนต่อเนื่องเป็นการปฏิบัติที่เหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว การทำงานที่พูดไปเหล่านั้นให้เสร็จเท่านั้นที่มีความสำคัญจริงๆ
เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ ไม่มีอะไรจะมาจำกัดการประสบความสำเร็จของคุณได้ ยกเว้นแต่ข้อจำกัดที่คุณสร้างให้กับตนเอง เราต้องกล้าตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นคนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในองค์กรหรือธุรกิจ คุณสามารถประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ในช่วงใดก็ตามในชีวิต คุณจะพบว่าสามารถเปลี่ยนแปลงง่ายๆได้ด้วยมือคุณเอง
กำหนดเป้าหมายที่แท้จริงของคุณ: ตระหนักให้ได้ว่า คุณต้องการอะไรจริงๆ มันจะช่วยคุณหยุดจากการวิ่งไล่ผีเสื้อ แล้วหันมาขุดทองแทน 'วิลเลียม โมลตัน มาร์สเดน
คนส่วนใหญ่ทุ่มเทตัวเองให้กับชีวิตเหมือนสุนัขวิ่งไล่รถแล่นผ่าน และนึกสงสัยว่าทำไมพวกเขาจึงดูเหมือนจะไม่เคยจับอะไรหรือรักษาอะไรที่มีค่าไว้ได้เลย
ทำเป้าหมายของตัวเราให้เป็นเป้าของเราจริงๆ เพราะมันจะทำให้ความปรารถนาของเรารุนแรงมากพอ มันต้องเป็นเป้าหมายที่เราเลือกให้ตัวเอง ไม่ใช่เป้าหมายที่คนอื่นอยากให้เราเป็นหรือเพราะเราอยากเอาใจคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถทำอะไรให้คนอื่น มันหมายความว่า ในการตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตเรา เราต้องเริ่มเดินด้วยตัวเองและก้าวไปข้างหน้า
มีคุณสมบัติอยู่อย่างหนึ่งที่คนเราต้องมี จึงจะประสบชัยชนะ นั่นค้อ จุดประสงค์ที่แน่นอน ความรู้ในสิ่งที่เราต้องการ และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นเจ้าของมัน 'นโปเลียน ฮิลล์
เรายิ่งคิดถึงจุดประสงค์แน่นอนที่สำคัญและวิธีการบรรลุมันมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งนำกฏแห่งการดึงดูดเข้ามาใช้ในชีวิตเรามากขึ้นเท่านั้น เราจะเริ่มดึงดูดผู้คน โอกาส แนวความคิด และหนทางที่จะช่วยให้เราเดินหาเป้าหมายได้เร็วขึ้น และช่วยให้เป้าหมายเดินเข้ามาหาเราได้เร็วขึ้นเช่นกัน
ทุกคนอยากเป็นเศรษฐีหรือมหาเศรษฐีด้วยกันทั้งนั้น คำถามเดียวคือ คุณเต็มใจหรือไม่ที่จะทำทุกอย่างที่จำเป็นและลงทุนเวลาทั้งหมดที่ต้องการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน ถ้าคุณเต็มใจ มันย่อมไม่มีอะไรมาหยุดยั้งคุณได้
การเลือกจุดประสงค์แน่นอนที่สำคัญและการตัดสินใจที่จะมุ่งมั่นอยู่กับจุดประสงค์นั้น การเอาชนะความยากลำบากทั้งหมดจนกว่าจะบรรลุมัน จะมีส่วนช่วยทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากกว่าการตัดสินใจอื่นๆที่เคยทำ ไม่ว่าจุดประสงค์สำคัญของเราเป็นเรื่องอะไร จงเขียนมันไว้ แล้วลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้
มุ่งเน้นความเป็นเลิศในทุกสิ่งที่ทำ
คุณควรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำสิ่งที่ทำให้ดีที่สุด ตั้งปณิธานตั้งแต่วันนี้ในการที่จะก้าวขึ้นไปอยู่ที่ 10% แรกของคนแถวหน้าที่ทำงานในสายงานของคุณให้ได้ ดูสุดยอดคนเก่งๆรอบตัว แล้วให้ตระหนักว่าไม่มีใครฉลาดเกินคุณ ไม่มีใครดีกว่าคุณ หากวันนี้มีคนที่นำคุณอยู่ นั่นเป็นเพราะว่าเขาทำสิ่งที่แตกต่างไปจากคุณ และไม่ว่าคนอื่นทำอะไร คุณก็สามารถทำได้เหมือนกัน ขอเพียงแต่ให้คุณรู้วิธี
กุญแจสำคัญ 3 ประการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
1) อ่านหนังสือเกี่ยวกับสายงานที่คุณเลือกอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง จะเท่ากับสัปดาห์ละ 1 เล่ม 50 เล่มต่อปี 500 เล่มใน 10 ปื การอ่านอย่างต่อเนื่องและจริงจังนี้จะทำให้คุณเก่งขึ้น รู้มากขึ้น และก้าวหน้าแบบติดปีกกว่าคนอื่น
2) ฟังความรู้ขณะขับรถหึรือเดินทาง คนเราจะใช้ชีวิตเฉลี่ย 500-1,000 ชม ต่อปี ซึ่งเท่ากับการใช้ชีวิตในรถ 40 ชม ต่อสัปดาห์ คิดเป็น 3-6 เดือนหรือกาวเรียนแบบเต็มภาคในมหาวิทยาลัย 1-2 ภาคการศึกษา คุณสามารถเป็นคนที่เก่งที่สุดในสายงานได้ ดีกว่าการฟังเพลงแบบเรื่อยเปื่อย
3) การเข้าร่วมหลักสูตรสัมนาดีๆ การเรียนรู้จากคนที่สำเร็จเป็นทางลัดที่จะช่วยย่นระยะเวลาในการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ทำให้ไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น
โธมัส คาร์ไลย์ เคยเขียนไว้ว่า 'เราสามารถดูคนที่ยิ่งใหญ่ ได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อผู้น้อย'
ฝึกสำรวจความคิดจากปัญหา
เมื่อใดก็ตามที่พบปัญหา ให้นำปัญหานั้นมาตั้งต้น เขียนวิธีการที่จะหาทางแก้ปัญหานั้นมา 20 ข้อ
กุญแจสำคัญ 3 ประการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
1) อ่านหนังสือเกี่ยวกับสายงานที่คุณเลือกอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง จะเท่ากับสัปดาห์ละ 1 เล่ม 50 เล่มต่อปี 500 เล่มใน 10 ปื การอ่านอย่างต่อเนื่องและจริงจังนี้จะทำให้คุณเก่งขึ้น รู้มากขึ้น และก้าวหน้าแบบติดปีกกว่าคนอื่น
2) ฟังความรู้ขณะขับรถหึรือเดินทาง คนเราจะใช้ชีวิตเฉลี่ย 500-1,000 ชม ต่อปี ซึ่งเท่ากับการใช้ชีวิตในรถ 40 ชม ต่อสัปดาห์ คิดเป็น 3-6 เดือนหรือกาวเรียนแบบเต็มภาคในมหาวิทยาลัย 1-2 ภาคการศึกษา คุณสามารถเป็นคนที่เก่งที่สุดในสายงานได้ ดีกว่าการฟังเพลงแบบเรื่อยเปื่อย
3) การเข้าร่วมหลักสูตรสัมนาดีๆ การเรียนรู้จากคนที่สำเร็จเป็นทางลัดที่จะช่วยย่นระยะเวลาในการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ทำให้ไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น
โธมัส คาร์ไลย์ เคยเขียนไว้ว่า 'เราสามารถดูคนที่ยิ่งใหญ่ ได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อผู้น้อย'
ฝึกสำรวจความคิดจากปัญหา
เมื่อใดก็ตามที่พบปัญหา ให้นำปัญหานั้นมาตั้งต้น เขียนวิธีการที่จะหาทางแก้ปัญหานั้นมา 20 ข้อ
วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Reinvention new you
ตัวกำหนดทัศนคติด้านบวกที่สำคัญคือ คุณทำงานภายใต้ความกดดันได้อย่างไร ใครๆก็มองโลกด้านบวกได้ เมื่อสิ่งต่างๆผ่านไปด้วยดี แต่เมื่อใดก็ตามที่ต้องเผชิญความยากลำบากและอุปสรรค ตัวตนที่แท้จริงของคุณจะปรากฏ ดังคำกล่าวที่ว่า " เมื่อเผชิญวิกฤติ ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะผ่านพ้นไปได้"
สร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นเรื่องน่าแปลกมากทีเดียว ที่คนมากมายฉุดรั้งตนเองกับการไม่ใส่ภาพลักษณ์ของตัวเอง ที่เป็นเช่นนี้เพร่ะไม่มีใครเคยบอกเขาว่ารูปลักษณ์ภายนอกนั้นสำคัญต่อการได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นและต่อการได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นเรื่องที่พิสูจน์มาแล้วว่า การที่คุณดูเป็นอย่างไรภายนอกนั้น จะส่งผลอย่างมากว่าคุณจะไปได้ไกลเพียงใด และถึงเป้าหมายได้เร็วเพียงใด
หากคุณเป็นคนที่มีอนาคต จงอย่าแต่งตัวเหมือนคนไร้อนาคต แต่งตัวให้ดูดีไว้เสมอ หากทุกคนรอบตัวคุณล้วนแต่งตัวแบบไม่เป็นทางการ นี่จะเป็นข้อได้เปรียบของคุณ เพราะคุณจะดูเตะตาและดูดีในสายตาของคนที่มีอิทธิพลด้านบวกต่ออาชีพการงานของคุณ จำไว้ว่าบริษัทต้องการความภาคภูมิใจจากลูกจ้างที่บริษัทแนะนำต่อลูกค้า
ประทับใจแรกมิรู้เลือน คนจะตัดสินคุณภายในสี่วินาทีแรก จากนั้นจะให้เวลาอีกประมาณ 30 วินาทีก่อนตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย ต่อมาเขาจะเก็บการตัดสินนี้ไว้ในจิตใต้สำนึก ซึ่งยากที่จะเปลี่ยน จากนั้นเขาจะหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นครั้งแรกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่สนหลักฐานใดที่จะมาแย้งด้วย ซึ่งคุณเองก็จะไม่มีทางได้รับโอกาสสร้างความประทับใจแรกในด้านดีอีกเป็นครั้งที่สอง
คนเราเชื่อสิ่งที่ตามองเห็น 95% ความประทับใจแรกที่คุณสร้างขึ้นอยู่ที่เสื้อผ้าและการดูแลตัวเอง กฏในการแต่งตัวให้เหมาะสมข้อหนึ่งกล่าวว่า คุณควรใช้จ่ายเป็นค่าเสื้อผ้าให้มากเป็นสองเท่า แต่ซื้อในราคาที่ถูกลงกว่าครึ่งให้ได้มากๆ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม มนุษย์เรามักถูกดึงดูดด้วยเสื้อผ้าและรูปลักษณ์ภายนอกของผู้อื่นอยู่เสมอ เป้าหมายของคุณคือการแต่งตัวเพื่อให้ดูดีมากในสถานการณ์ทางธุรกิจทุกครั้ง
การดูแลตนเองก็สำคัญมากเช่นกัน คุณควรพยายามทำให้เหมือนผู้ชนะในการทำงานอยู่เสมอ ทำให้เหมือนคนที่มีค่าและมีความสำคัญและทำให้เหมือนคนที่มีอนาคตยิ่งใหญ่พร้อมจะเติบโตไปกับบริษัท
คุณเป็นคนยอดเยี่ยมที่มีอนาคตยอดเยี่ยม รออยู่ข้างหน้า จึงสำคัญที่เมื่อทุกคนมองดูคุณแล้ว จะต้องทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ ตั้งแต่สี่วินาทีแรก
บริษัทโรเบิร์ต ฮาล์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า ปัจจุบันคนทั่วไปทำงานตำ่กว่าความสามารถ 50% ส่วนอีก 50% ที่เหลือเสียเวลาเปล่าๆไปกับการเข้าสังคม โทรศัพท์ ธุระส่วนตัว ทำเรื่องส่วนตัว เริ่มทำงานช้า กลับเร็ว และพักรับประทานของว่างและอาหารกลางวันนานขึ้น มีคนเพียง 5% เท่านั้นในโลกการทำงานปัจจุบันที่ทำงานได้เต็มเวลาโดยแท้จริง ขณะที่คนอื่นๆทำงานตำ่กว่าศักยภาพของเขาหรือเธอ และก็ยังมีอีกหลายกรณีที่ทำงานตำ่กว่านั้นมาก
คนส่วนใหญ่ในโลกของการทำงาน จะทำเฉพาะในสิ่งที่ถูกขอให้ทำ แต่นั่นต้องไม่ใช่คุณ หน้าที่ของคุณคือของานทำให้มากขึ้นเสมอ และเมื่อใดก็ตามที่คุณได้รับมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบใหม่ๆ จงทำให้เสร็จอย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ สร้างชื่อเสียงในการเป็นคนประเภทที่ว่า หากอยากทำอะไรให้สำเร็จ จงจัดการกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุด
สร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นเรื่องน่าแปลกมากทีเดียว ที่คนมากมายฉุดรั้งตนเองกับการไม่ใส่ภาพลักษณ์ของตัวเอง ที่เป็นเช่นนี้เพร่ะไม่มีใครเคยบอกเขาว่ารูปลักษณ์ภายนอกนั้นสำคัญต่อการได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นและต่อการได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นเรื่องที่พิสูจน์มาแล้วว่า การที่คุณดูเป็นอย่างไรภายนอกนั้น จะส่งผลอย่างมากว่าคุณจะไปได้ไกลเพียงใด และถึงเป้าหมายได้เร็วเพียงใด
หากคุณเป็นคนที่มีอนาคต จงอย่าแต่งตัวเหมือนคนไร้อนาคต แต่งตัวให้ดูดีไว้เสมอ หากทุกคนรอบตัวคุณล้วนแต่งตัวแบบไม่เป็นทางการ นี่จะเป็นข้อได้เปรียบของคุณ เพราะคุณจะดูเตะตาและดูดีในสายตาของคนที่มีอิทธิพลด้านบวกต่ออาชีพการงานของคุณ จำไว้ว่าบริษัทต้องการความภาคภูมิใจจากลูกจ้างที่บริษัทแนะนำต่อลูกค้า
ประทับใจแรกมิรู้เลือน คนจะตัดสินคุณภายในสี่วินาทีแรก จากนั้นจะให้เวลาอีกประมาณ 30 วินาทีก่อนตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย ต่อมาเขาจะเก็บการตัดสินนี้ไว้ในจิตใต้สำนึก ซึ่งยากที่จะเปลี่ยน จากนั้นเขาจะหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นครั้งแรกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่สนหลักฐานใดที่จะมาแย้งด้วย ซึ่งคุณเองก็จะไม่มีทางได้รับโอกาสสร้างความประทับใจแรกในด้านดีอีกเป็นครั้งที่สอง
คนเราเชื่อสิ่งที่ตามองเห็น 95% ความประทับใจแรกที่คุณสร้างขึ้นอยู่ที่เสื้อผ้าและการดูแลตัวเอง กฏในการแต่งตัวให้เหมาะสมข้อหนึ่งกล่าวว่า คุณควรใช้จ่ายเป็นค่าเสื้อผ้าให้มากเป็นสองเท่า แต่ซื้อในราคาที่ถูกลงกว่าครึ่งให้ได้มากๆ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม มนุษย์เรามักถูกดึงดูดด้วยเสื้อผ้าและรูปลักษณ์ภายนอกของผู้อื่นอยู่เสมอ เป้าหมายของคุณคือการแต่งตัวเพื่อให้ดูดีมากในสถานการณ์ทางธุรกิจทุกครั้ง
การดูแลตนเองก็สำคัญมากเช่นกัน คุณควรพยายามทำให้เหมือนผู้ชนะในการทำงานอยู่เสมอ ทำให้เหมือนคนที่มีค่าและมีความสำคัญและทำให้เหมือนคนที่มีอนาคตยิ่งใหญ่พร้อมจะเติบโตไปกับบริษัท
คุณเป็นคนยอดเยี่ยมที่มีอนาคตยอดเยี่ยม รออยู่ข้างหน้า จึงสำคัญที่เมื่อทุกคนมองดูคุณแล้ว จะต้องทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ ตั้งแต่สี่วินาทีแรก
บริษัทโรเบิร์ต ฮาล์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า ปัจจุบันคนทั่วไปทำงานตำ่กว่าความสามารถ 50% ส่วนอีก 50% ที่เหลือเสียเวลาเปล่าๆไปกับการเข้าสังคม โทรศัพท์ ธุระส่วนตัว ทำเรื่องส่วนตัว เริ่มทำงานช้า กลับเร็ว และพักรับประทานของว่างและอาหารกลางวันนานขึ้น มีคนเพียง 5% เท่านั้นในโลกการทำงานปัจจุบันที่ทำงานได้เต็มเวลาโดยแท้จริง ขณะที่คนอื่นๆทำงานตำ่กว่าศักยภาพของเขาหรือเธอ และก็ยังมีอีกหลายกรณีที่ทำงานตำ่กว่านั้นมาก
คนส่วนใหญ่ในโลกของการทำงาน จะทำเฉพาะในสิ่งที่ถูกขอให้ทำ แต่นั่นต้องไม่ใช่คุณ หน้าที่ของคุณคือของานทำให้มากขึ้นเสมอ และเมื่อใดก็ตามที่คุณได้รับมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบใหม่ๆ จงทำให้เสร็จอย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ สร้างชื่อเสียงในการเป็นคนประเภทที่ว่า หากอยากทำอะไรให้สำเร็จ จงจัดการกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุด
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Brian Tracy
20% ของกิจกรรมที่คุณทำสูงสุด ให้ผลลัพท์ 80% ที่คุณมีทั้งหมด จงใช้กฏ 80/20 ทุกวัน ในทุกเรื่องที่คุณต้องทำ มุ่งสนใจเรื่องไม่กี่อย่างที่คุณทำได้ในแต่ละวัน ที่จะเป็นการทุ่มเทสูงสุดและมีค่ามากที่สุดต่อตนเอง และชีวิตของคุณอยู่เสมอ กิจกรรมที่มีค่ามากที่สุดที่คุณทำ และให้ผล 80% จากทั้งหมดที่คุณมีคือเรื่องอะไร
คนส่วนใหญ่มักรับงานอะไรก็ตามที่เสนอเข้ามา แล้วปล่อยให้นายจ้างเป็นคนกำหนดทิศทางอาชีพการงานของตนเอง หลายคนไม่เคยคิดพิจารณาอาชีพการงานอย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มทำงานครั้งแรก ที่ทำก็มีแต่ตอบสนองสิ่งที่คนอื่นต้องการให้พวกเขาทำ ขณะที่เวลาก็เริ่มล่วงเลยไปเป็นปี หลายๆปี...
ข้อเท็จจริงของการทำงาน คือรางวัลในชีวิตมักกำหนดขึ้นจากคุณค่าบริการที่คุณมีต่อผู้อื่นเสมอ มีทั้งรางวัลที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ รายได้คุณกำหนดขึ้นจากปัจจัย 3 ประการนี้ 1) สิ่งที่คุณทำ 2) คุณทำได้ดีแค่ไหน 3) ความยากที่จะหาคนมาแทนคุณ คุณจะมีรายได้เพิ่มและเป็นคนสำคัญก็ต่อเมื่อ ทำสิ่งที่สำคัญ ทำสิ่งที่ตลาดต้องการ และทำสิ่งที่หาคนมาทำแทนคุณได้ยากเท่านั้น
ธรรมชาติออกแบบมาให้คุณทำบางอย่างและทำหน้าที่หนึ่งๆได้ดีเยี่ยม คุณถูกสร้างมาให้ประสบความสำเร็จตั้งแต่เกิด คุณมีแหล่งพรสวรรค์และความสามารถมากมายที่ไม่เคยนำมาใช้ประโยชน์เลยจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ คุณมีความสามารถในการเป็น และ มี หรือการทำอะไรก็ได้ที่คุณตั้งใจจะทำให้สำเร็จอย่างแท้จริง แต่คุณต้องยอมรับผิดชอบในการตัดสินใจ ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง จากนั้นก็อุทิศตนแบบเต็มกำลังให้บรรลุเป้าหมายนั้น
ในการตัดสินใจว่าสิ่งที่คุณต้องการจริงๆคืออะไร คุณต้องเอาตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างเต็มที่ ฟังแต่เสียงตัวเองจากข้างใน ตัดสินใจให้ได้ว่าสิ่งใดที่คุณจะทำแล้วมีความสุขจริงๆ ก่อนเริ่มนึกถึงสิ่งที่เป็นไปได้
คุณภาพและความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับคุณ บอกได้ด้วยการดูว่าคุณรู้สึกมีอิสระแค่ไหนในการพูดความจริงได้อย่างเปิดเผย รวมถึงคุณมีอิสระแค่ไหนใรการบอกสิ่งที่รบกวนแบบตรงๆกับเจ้านายคุณได้ เมื่อคุณเห็นว่าเจ้านายกำลังมา คุณรู้สึกเป็นสุข สบายใจ มากกว่าเป็นกังวลใจหรือขาดความมั่นใจ ตัววัดที่ดีที่สุดอาจอยู่ตรงที่เมื่อทำงานกับเจ้านายที่ใช่ คุณหัวเราะบ่อยครั้ง ทำงานแล้วรู้สึกสนุก มีค่าและความสำคัญในฐานะลูกจ้างและคนๆหนึ่ง
ไม่ว่าคุณจะฉลาดหรือมีทักษะเพียงใดก็ตาม 85% ของความสำเร็จในงานจะมาจากทัศนคติและบุคลิกภาพของคุณ ความสำเร็จว่าคุณจะได้ค่าจ้างเท่าไหร่และเลื่อนตำแหน่งเร็วเท่าไหร่มักอยู่ที่ว่าคนอื่นชอบและต้องการช่วยเหลือคุณมากเท่าไร
คนส่วนใหญ่มักรับงานอะไรก็ตามที่เสนอเข้ามา แล้วปล่อยให้นายจ้างเป็นคนกำหนดทิศทางอาชีพการงานของตนเอง หลายคนไม่เคยคิดพิจารณาอาชีพการงานอย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มทำงานครั้งแรก ที่ทำก็มีแต่ตอบสนองสิ่งที่คนอื่นต้องการให้พวกเขาทำ ขณะที่เวลาก็เริ่มล่วงเลยไปเป็นปี หลายๆปี...
ข้อเท็จจริงของการทำงาน คือรางวัลในชีวิตมักกำหนดขึ้นจากคุณค่าบริการที่คุณมีต่อผู้อื่นเสมอ มีทั้งรางวัลที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ รายได้คุณกำหนดขึ้นจากปัจจัย 3 ประการนี้ 1) สิ่งที่คุณทำ 2) คุณทำได้ดีแค่ไหน 3) ความยากที่จะหาคนมาแทนคุณ คุณจะมีรายได้เพิ่มและเป็นคนสำคัญก็ต่อเมื่อ ทำสิ่งที่สำคัญ ทำสิ่งที่ตลาดต้องการ และทำสิ่งที่หาคนมาทำแทนคุณได้ยากเท่านั้น
ธรรมชาติออกแบบมาให้คุณทำบางอย่างและทำหน้าที่หนึ่งๆได้ดีเยี่ยม คุณถูกสร้างมาให้ประสบความสำเร็จตั้งแต่เกิด คุณมีแหล่งพรสวรรค์และความสามารถมากมายที่ไม่เคยนำมาใช้ประโยชน์เลยจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ คุณมีความสามารถในการเป็น และ มี หรือการทำอะไรก็ได้ที่คุณตั้งใจจะทำให้สำเร็จอย่างแท้จริง แต่คุณต้องยอมรับผิดชอบในการตัดสินใจ ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง จากนั้นก็อุทิศตนแบบเต็มกำลังให้บรรลุเป้าหมายนั้น
ในการตัดสินใจว่าสิ่งที่คุณต้องการจริงๆคืออะไร คุณต้องเอาตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างเต็มที่ ฟังแต่เสียงตัวเองจากข้างใน ตัดสินใจให้ได้ว่าสิ่งใดที่คุณจะทำแล้วมีความสุขจริงๆ ก่อนเริ่มนึกถึงสิ่งที่เป็นไปได้
คุณภาพและความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับคุณ บอกได้ด้วยการดูว่าคุณรู้สึกมีอิสระแค่ไหนในการพูดความจริงได้อย่างเปิดเผย รวมถึงคุณมีอิสระแค่ไหนใรการบอกสิ่งที่รบกวนแบบตรงๆกับเจ้านายคุณได้ เมื่อคุณเห็นว่าเจ้านายกำลังมา คุณรู้สึกเป็นสุข สบายใจ มากกว่าเป็นกังวลใจหรือขาดความมั่นใจ ตัววัดที่ดีที่สุดอาจอยู่ตรงที่เมื่อทำงานกับเจ้านายที่ใช่ คุณหัวเราะบ่อยครั้ง ทำงานแล้วรู้สึกสนุก มีค่าและความสำคัญในฐานะลูกจ้างและคนๆหนึ่ง
ไม่ว่าคุณจะฉลาดหรือมีทักษะเพียงใดก็ตาม 85% ของความสำเร็จในงานจะมาจากทัศนคติและบุคลิกภาพของคุณ ความสำเร็จว่าคุณจะได้ค่าจ้างเท่าไหร่และเลื่อนตำแหน่งเร็วเท่าไหร่มักอยู่ที่ว่าคนอื่นชอบและต้องการช่วยเหลือคุณมากเท่าไร
วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Reinvention
ตามกฏแห่งความคาดหวัง ยิ่งคาดหวังให้เป้าหมายนี้เป็นรูปธรรมในชีวิต คุณก็ยิ่งทำสิ่งต่างๆเพื่อให้เป้าหมายกลายเป็นจริง ตามกฏแห่งการดึงดูด ยิ่งคิดถึงเป้าหมายด้วยความมุ่งมั่นและกระตือรือร้นมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งทำให้ความคิดเป็นรูปธรรม แล้วดึงดูดผู้คนและทรัพยากรที่คุณต้องการเข้ามา เพื่อการบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น เร็วขึ้นเท่านั้น
นักจิตวิทยากล่าวว่า การที่คุณรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญอย่างไร จะเป็นเครื่องบ่งชี้คุณภาพชีวิตของคุณ โดยดูว่าคุณพึงพอใจและเคารพตัวเองแค่ไหน ยิ่งคุณพอใจและเคารพตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งพอใจและเคารพผู้อื่นมากเท่านั้น ขณะที่ผู้อื่นก็จะพึงพอใจและเคารพคุณตอบมากเท่านั้นเช่นกัน
เมื่อคุณชื่นชอบตัวเองอย่างจริงใจ คุณจะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นให้ตัวเอง และเพียรพยายามมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและมีความสำคัญ คุณจะดูแลตัวเองให้มากขึ้นในทุกด้าน ยิ่งคุณชื่นชอบตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งคุณเต็มใจยอมเสี่ยงมากเท่าไร คุณก็จะได้ลองสิ่งใหม่ๆมากขึ้นเท่านั้น
แต่ละคนย่อมมองงานของตนว่าเป็นสิ่งที่พิเศษ ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนอื่น เสมือนเป็นสิ่งที่ขยายออกจากบุคลิกภาพของตนเองและเป็นส่วนสำคัญของชีวิต แต่เรามองงาน สินค้าหรือบริการ ของผู้อื่นเสมือนเป็นสินค้าที่เราพยายาม ให้ได้มาภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด ในฐานะบุคคล คุณมีค่าอย่างประเมินไม่ได้ แต่ในฐานะลูกจ้างหรือแม้แต่เจ้าของบริษัท สิ่งที่ผู้คน ลูกค้าและนายจ้าง ยอมจ่ายให้งานที่คุณทำเท่านั้น ที่จะเป็นตัวกำหนดคุณค่าของคุณ
สินทรัพย์ทางการเงินที่มีค่าที่สุดของคุณคืออะไร บ้าน รถ หรือธุรกิจ แท้จริงแล้วความสามารถในการหารายได้ที่คุณต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อพัฒนาความสามารถขึ้นมา คือสิ่งที่มีค่าที่สุด คุณอาจเสียเงิน บ้านหรือรถไป แต่ตราบใดที่คุณยังมีความ
คนส่วนใหญ่มักไม่ตระหนักถึงความสามารถในการหารายได้ของตน โดยปล่อยให้ความสามารถค่อยๆปรากฏขึ้นแล้วพัฒนาโดยไม่มีแบบแผน และปล่อยไปตามบุญตามกรรม อาชีพการทำงานของคนส่วนใหญ่ได้มาโดยไม่ตั้งใจ ย้่ายจากที่ทำงานหนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่ง ตอบโต้และตอบสนองตามสิ่งที่คนอื่นบอก อาชีพการงานของพวกเขามักถูกตัดสินหรือกำหนดโดยผู้อื่น เพราะเขาไม่ได้ตระหนักว่าความสามารถในการทำงานให้ได้ผลลัพท์ของตัวเองต่างหากที่เป็นสิ่งพิเศษสุด
คุณเป็นลูกจ้างตัวเองตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนเกษียณ ไม่ว่าใครจะเป็นคนจ่ายค่าจ้างให้ก็ตาม คุณทำงานให้ตัวเอง คุณเป็นประธานบริษัท 'ฉันจำกัด' บริษัทสำหรับผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างเพียงคนเดียวคือ ตัวคุณเอง บริษัทนี้มีสินค้าขายในตลาดที่มีการแข่งขันเพียงชนิดเดียว คือบริการของคุณเอง
จากการศึกษาพบว่า ลูกจ้างที่มองว่าตนเองเป็นเจ้านายตัวเองมีเพียง 3% เท่านั้น และไม่น่าแปลกใจเลยว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในองค์กร พวกเขาปฏิบัติต่อองค์กรเหมือนเป็นเจ้าของ พวกเขายินดีมาเร็วกว่าเวลาเล็กน้อย ทำงานหนักกว่าคนอื่น กลับทีหลัง จึงมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนามากขึ้น องค์กรเองก็พยายามเพิ่มขีดความสามารถของพวกเขา
นักจิตวิทยากล่าวว่า การที่คุณรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญอย่างไร จะเป็นเครื่องบ่งชี้คุณภาพชีวิตของคุณ โดยดูว่าคุณพึงพอใจและเคารพตัวเองแค่ไหน ยิ่งคุณพอใจและเคารพตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งพอใจและเคารพผู้อื่นมากเท่านั้น ขณะที่ผู้อื่นก็จะพึงพอใจและเคารพคุณตอบมากเท่านั้นเช่นกัน
เมื่อคุณชื่นชอบตัวเองอย่างจริงใจ คุณจะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นให้ตัวเอง และเพียรพยายามมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและมีความสำคัญ คุณจะดูแลตัวเองให้มากขึ้นในทุกด้าน ยิ่งคุณชื่นชอบตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งคุณเต็มใจยอมเสี่ยงมากเท่าไร คุณก็จะได้ลองสิ่งใหม่ๆมากขึ้นเท่านั้น
แต่ละคนย่อมมองงานของตนว่าเป็นสิ่งที่พิเศษ ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนอื่น เสมือนเป็นสิ่งที่ขยายออกจากบุคลิกภาพของตนเองและเป็นส่วนสำคัญของชีวิต แต่เรามองงาน สินค้าหรือบริการ ของผู้อื่นเสมือนเป็นสินค้าที่เราพยายาม ให้ได้มาภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด ในฐานะบุคคล คุณมีค่าอย่างประเมินไม่ได้ แต่ในฐานะลูกจ้างหรือแม้แต่เจ้าของบริษัท สิ่งที่ผู้คน ลูกค้าและนายจ้าง ยอมจ่ายให้งานที่คุณทำเท่านั้น ที่จะเป็นตัวกำหนดคุณค่าของคุณ
สินทรัพย์ทางการเงินที่มีค่าที่สุดของคุณคืออะไร บ้าน รถ หรือธุรกิจ แท้จริงแล้วความสามารถในการหารายได้ที่คุณต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อพัฒนาความสามารถขึ้นมา คือสิ่งที่มีค่าที่สุด คุณอาจเสียเงิน บ้านหรือรถไป แต่ตราบใดที่คุณยังมีความ
คนส่วนใหญ่มักไม่ตระหนักถึงความสามารถในการหารายได้ของตน โดยปล่อยให้ความสามารถค่อยๆปรากฏขึ้นแล้วพัฒนาโดยไม่มีแบบแผน และปล่อยไปตามบุญตามกรรม อาชีพการทำงานของคนส่วนใหญ่ได้มาโดยไม่ตั้งใจ ย้่ายจากที่ทำงานหนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่ง ตอบโต้และตอบสนองตามสิ่งที่คนอื่นบอก อาชีพการงานของพวกเขามักถูกตัดสินหรือกำหนดโดยผู้อื่น เพราะเขาไม่ได้ตระหนักว่าความสามารถในการทำงานให้ได้ผลลัพท์ของตัวเองต่างหากที่เป็นสิ่งพิเศษสุด
คุณเป็นลูกจ้างตัวเองตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนเกษียณ ไม่ว่าใครจะเป็นคนจ่ายค่าจ้างให้ก็ตาม คุณทำงานให้ตัวเอง คุณเป็นประธานบริษัท 'ฉันจำกัด' บริษัทสำหรับผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างเพียงคนเดียวคือ ตัวคุณเอง บริษัทนี้มีสินค้าขายในตลาดที่มีการแข่งขันเพียงชนิดเดียว คือบริการของคุณเอง
จากการศึกษาพบว่า ลูกจ้างที่มองว่าตนเองเป็นเจ้านายตัวเองมีเพียง 3% เท่านั้น และไม่น่าแปลกใจเลยว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในองค์กร พวกเขาปฏิบัติต่อองค์กรเหมือนเป็นเจ้าของ พวกเขายินดีมาเร็วกว่าเวลาเล็กน้อย ทำงานหนักกว่าคนอื่น กลับทีหลัง จึงมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนามากขึ้น องค์กรเองก็พยายามเพิ่มขีดความสามารถของพวกเขา
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

